สำนักงานคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดยะลา ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองจังหวัดยะลา นายก้องสกุล จันทราช ปลัดจังหวัดยะลา ประธานประชุม ร่วมกับนายหะยีอิสมาแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่สาธารสุขจังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฎิบัติการควบคุมโรคติดต่อ ระดับอำเภอ ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) สำหรับการปฏิบัติศาสนกิจการละหมาดรายออิฎิลอัฎฮา ประจำฮิจเราะฮ์1442 ที่มัสยิดหรือในสนาม และการกรุบานหรือการเชือดวัว โดยหลังการประชุมดังกล่าว รับมตินำเสนอต่อศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา เพื่อพิจารณาอีกครั้ง

ที่ประชุม มีมติเห็นชอบให้มีการละหมาดรายอฮัจย์ พร้อมทำการกรุบานเนื้อวัว โดยมีมาตรการป้องกันก่อนการละหมาดในมัสยิดหรือที่สนาม ต้องปฎิบัติตามขั้นตอนดังนี้

1.สถานที่ละหมาด(มัสยิดหรือสนาม)ที่จะขออนุญาต ต้องไม่อยู่ในพื้นที่สีแดงที่ทางราชการกำหนด

2.มัสยิดหรือสนามต้องเตรียมความพร้อมและประเมินตนเองตามแบบประเมิน และให้ยื่นหนังสือขออนุญาตต่อศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค ระดับอำเภอ (ศปก.อ) ก่อนจะเปิดการละหมาดล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์

3.ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค ระดับอำเภอ (ศปก.อ) อาจจะมอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค ระดับตำบล(ศปก.ต) ลงประเมินแทน และรายงานต่อศปก.อำเภอ เพื่อพิจารณาอนุญาต

ทั้งนี้ เมื่อมัสยิดได้รับการพิจารณาอนุญาตละหมาดรายอฮัจย์ได้แล้ว ให้ปฏิบัติตามมาตรการต่อไปนี้

1.ให้ผู้นำศาสนาเปิดทำการลงทะเบียนผู้ที่จะเข้าร่วมละหมาดรายอล่วงหน้า พร้อมกำหนดจำนวนผู้มาละหมาดตามขยาดความจุของมัสยิด หรือสนาม ตามหลังการเว้นระยะห่าง

2.ขณะทำการละหมาดให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ DMHTT อย่างเคร่งครัด โดยต้องมีการควบคุมจากศปก.ตำบล/ศปก.เทศบาล องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. และอสม.อย่างเข้มงวด

3.ใช้เวลาในการละหมาดในมัสยิดหรือสนาม ไม่ควรเกิน 30 นาที

4.ให้ทุกคนอาบน้ำละหมาดให้เสร็จจากที่บ้าน โดยนำผ้าปูละหมาดส่วนตัวโดยนำมาจากบ้าน

5.งดการสลาม จับมือ สวมกอด และการสัมผัสแก้ม โดยให้ยกมือแล้วกล่าวคำให้สลาม

6.งดการตั้งกล่องรับบริจาคโดยใช้วิธีอย่างอื่นแทน

7.งดการแจกจ่ายเงินให้กับเด็ก และมิให้จัดกิจกรรมรวมกลุ่มในมัสยิด

8.มีการควบคุมการเข้า-ออก อย่าให้แออัด และต้องเว้นระยะห่าง

9.ให้ถ่ายรูปภาพผู้ที่มาละหมาดของแต่ละแถว พร้อมเก็บไว้อย่างน้อย 2 สัปดาห์

10.ห้ามประชาชน บุคคลนอกพื้นที่หรือผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงเข้าร่วมละหมาด

นายหะยีอิสมาแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดยะลา กล่าวว่า การปฏิบัติละหมาดยากนิดหนึ่งที่จะควบคุม เพราะมีจำนวนคนมาก ถ้าทุกคนร่วมมือป้องกันตามมาตรการสาธารณสุข เชื่อว่าเราทุกคนจะปลอดภัย และได้ร่วมกิจกรรมศาสนกิจอื่นๆตามมา

“ละหมาดรายอฮัจย์มีปีละครั้ง เช่นกันการกรุบานก็มีครั้งเดียวใน 1 ปี ถึงจะเป็นศาสนกิจที่ไม่ใช่เรื่องวายิบ(จำเป็น) แต่เป็นแนวทางของท่านศาสดาที่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนวาระสุดท้ายของท่าน แต่เมื่อเราอยู่ในสถานการณ์เกิดภัยพิบัติโรคติดเชื้อ ศาสนาก็อนุญาตให้ผ่อนปรนได้ ซึ่งเราก็ทำตามได้เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวเราเอง”

สำหรับมาตรการการป้องกันการติดเชื้อระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ในการกรุบาน หรือการเชือดเนื้อวัว หลังการละหมาดรายอฮัจย์ เพื่อบริจาคทานแก่ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ มีข้อปฏิบัติ ดังนี้

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เชือดวัว

1.ต้องแจ้งความประสงค์ต่อศปก.ตำบล ให้ทราบเพื่อสามารถควบคุมพื้นที่และลดการแออัด

2.ต้องทำความสะอาดร่างกายก่อนทำการเชือด

3.ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย เฟสซิล ถุงมือ แต่งกายโดยสวมเสื้อแขนยาวให้ถูกสุขลักษณะ

4.ต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการ PUI (ไข้ ไอ มีน้ำหมูก เจ็บคอหายใจเหนื่อย)

5.ขณะปฏิบัติต้องดำเนินการตามมาตรการ DMHTT อย่างเคร่งครัด

6.สถานที่ทำการเชือดต้องโล้งไม่แออัด

และข้อปฏิบัติสำหรับผู้ทำกรุบาน

1.ทำการซื้อขายวัว ผู้ซื้อผู้ขายให้งดการไปพบปะเจ้าของวัว หรือเข้าไปบริเวณเชือด แต่ให้ใช้วิธีวาเกล (มอบหมาย)การซื้อขายให้ผู้ทำเชือด แต่ทั้งนี้ผู้ทำการซื้อควรเห็นตัวและรูปลักษณ์ของวัว

2.การเนียต(การตั้งจิตมุ่งประสงค์)และการเชือดให้ผู้ทำกรุบานวาเกลให้แก่ผู้ทำการเชือด โดยไม่ต้องไปบนิเวณการเชือด

3.ขณะทำการเชือด ห้ามมิให้บุคคลเข้าไปในสถานที่เชือดวัว

4.ผู้กรุบานอาจวาเกล(มอบหมาย)ให้ผู้เชือดได้ทำการแจกเนื้อกรุบานโดยผู้กรุบานไม่ต้องไปรีบเนื้อ และหากผู้กรุบานประสงค์ไปรับเนื้อวัวเอง ผู้กรุบานต้องไม่เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการPUI (ไข้ ไอ มีน้ำหมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย) และต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ในช่วงเฝ้าระวังสังเกตอาการ

5.งดกิจกรรมงานเลี้ยง และสร้างสรรค์ทางสังคม

โตะอีหม่ำมัสยิดกลางจังหวัดยะลา นายหะยีนิมิง นิมูดอ กล่าวว่า ในสถานการณ์โรคระบาดติดเชื้อโควิด-19 ที่ประเทศไทยเรายังเพิ่มจำนวนคนติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง การกรุบานของพี่น้องประชาชนสมควรที่จะวาเกล (มอบหมาย) ให้กับผู้เชือด เพื่อลดการรวมกลุ่ม โดยกล่าวคำวาเกลว่า “ข้าพเจ้า วาเกลให้แก่นาย……..เพื่อจัดการกรุบานให้กับข้าพเจ้า…….ใน7ส่วน เพื่ออัลลอฮ์ตาอาลา” อย่างไรก็ตาม เมื่อจะไปแจกเนื้อกรุบาน ให้ป้องกันตัวเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ควรล้างมือทั้งคนแจกและคนรับเนื้อกรุบาน และงดการพูดคุยพบปะในกลุ่มเป็นเวลานานๆ ขอความสันติสุขจงมีแด่พี่น้องทุกท่าน ในการต้อนรับวันฮารีรายออัฎฮา รายอฮัจยี คาดประมาณวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 ฟังประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรีอีกครั้ง

ที่มา : ThaiNews

แบ่งปัน