กรุงเทพมหานคร 21 ก.ย. 2557 : ซุบฮิ-04.48น. | ซุฮุริ-12.11น. | อัศริ-15.30น. | มัฆริบ-18.15น. | อีซา-19.26น.   
ไขปริศนา! ดินแดนลี้ลับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า
Share
 

 
   
     
 
ความพิศวงที่เกิดขึ้นบนพิภพของเรานี้มีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมากมาย หนึ่งจากเรื่องพิศวงและลึกลับนั้นได้เกิดขึ้น ณ บริเวณที่เรียกกันว่า “สามเหลี่ยมปีศาจ เบอร์มิวด้า” (Bermuda Triangle)...
 
 




     ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน เพราะมันเป็นบริเวณดินแดนอาถรรพณ์ อันเป็นที่ล่ำลือกันว่าเต็มไปด้วยความลี้ลับ มันเป็นดินแดนที่กลืนกินชีวิตมนุษย์ และเรือเดินทะเลที่กลืนกินชีวิตมนุษย์และเรือเดินทะเล เครื่องบินที่โชคร้ายบังเอิญผ่านเข้าไป... ก็อาจหายสาบสูญไปอย่างไม่มีร่องรอยให้เห็นอีกเลย



     ในประเด็นนี้ อาจารย์อาลี เสือสมิง ได้ถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าพิศวงนี้ไว้อย่างน่าสนใจ พร้อมไขข้อข้องใจเกี่ยวกับประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า พื้นที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าแห่งนี้ มีพวกญิน ชัยฏอน อาศัยอยู่จริงหรือไม่?!

     “สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเป็นพื้นที่ทางผ่านน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกที่กำหนดพื้นที่ได้เป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างเบอร์มิวด้า เปอร์โตริโก และฟอร์ท เลาเดอร์เดล และฟลอริด้า ดินแดนนี้เป็นส่วนของโลกใหม่หรือทวีปอเมริกาที่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เคยพบเมื่อราวปี ค.ศ.1492 แต่ชื่อสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเพิ่งถูกตั้งขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1964 โดยนักเขียนชื่อ วี.แกดดิส และโด่งดังยิ่งขึ้นเมื่อเป็นหนังสือขายดีชื่อ “สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า” ของ ชาร์ล เบอร์ลิทซ์ ซึ่งตีพิมพ์ขึ้นในปี ค.ศ.1974
ตำนานของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ปรากฏเป็นเรื่องตื่นเต้นขึ้นเมื่อมีรายงานว่า ผู้คน เรือ หรือ เครื่องบิน ที่เดินทางผ่านเข้าไปในบริเวณนี้มักจะหายไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอยราวกับถูกดูดเข้าไปในแดนสนธยา เช่น กรณีของเรือสินค้า แมรี่เซเลสเต้(mary celeste) ที่คนบนเรือทั้งลูกเรือและกัปตันหายไปทั้งหมด เหลือแต่เรือเปล่าๆ ที่ลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเล เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1872 และที่โด่งดังมากคือการหายไปของฝูงเครื่องบินอเวนเจอร์ 5 ลำของสหรัฐ หรือที่รู้จักกันในนาม “ไฟลที่ 19” ในปี ค.ศ.1945

     เรื่องราวอันน่าลึกลับของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ามีทฤษฎีหลายทฤษฎีได้ถูกตั้งขึ้นเพื่ออธิบายถึงการหายไปอย่างลึกลับของบรรดาเรือและเครื่องบิน เช่น ทฤษฎีมนุษย์ต่างดาว ทฤษฎีเกี่ยวกับสนามแม่เหล็กลึกลับที่สร้างความแปรปรวนให้แก่เข็มทิศและระบบนำร่องทฤษฎีการเกิดฟองก๊าซใต้สมุทร ทฤษฎีความแปรปรวนของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน รวมถึงทฤษฎีแก้วผลึกไฟและซากเทคโนโลยีของอาณาจักรแอตแลนติสโบราณที่ล่มสลาย เป็นต้น

     ในบรรดาทฤษฎีที่ตั้งขึ้นดูเหมือนว่าทฤษฎีของอาณาจักรแอตแลนติสหรือทวีปแอตแลนติสจะมีผู้ให้ความสนใจมากที่สุดซึ่งจนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดว่าทวีปนี้มีอยู่จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามข้อมูลที่อ้างว่าในอาณาบริเวณนี้ของมหาสมุทรแอตแลนติกเคยเป็นที่ตั้งของทวีปแอตแลนติสสามารถย้อนกลับไปถึงยุคของปราชญ์เมธีชาวกรีกที่ชื่อ พลาโต ในบันทึกที่ชื่อ ไทเมอุส และ ไครเธียส เมื่อประมาณ 370ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งพลาโตก็รับฟังเรื่องนี้มาจาก โซลอน (ราว 640-558ปี ก่อนคริสตกาล) ซึ่งเป็นนักปราชญ์ชาวกรีกคนสำคัญในนครเอเธนส์ กระนั้น โซลอน ก็มาฟังจากนักบวชชาวไอยคุปต์โบราณเกี่ยวกับเรื่องของแอตแลนติสนี้อีกที เกี่ยวกับหินหรือแก้วผลึกไฟ (fire-cristal) นี้ในปี ค.ศ.1970 ดร.เรย์บราวน์ จากเมืองเมซา รัฐอริโซนา ได้ค้นพบเมื่อครั้งเดินทางไปดำน้ำกับเพื่อนๆ ในบริเวณใกล้เกาะบาริ ในบาฮามาส์ ในการดำครั้งนั้นเขาได้พบลูกแก้วผลึกซึ่งงมขึ้นมาจากส่วนของพิรามิดใต้น้ำและนำออกมาเปิดเผยแก่สาธารณชนในงานสัมมนาที่ฟินิกซ์ 5ปีให้หลังมีการทดลองกับลูกแก้วผลึกประหลาดนี้ว่า เมื่อนำเข็มทิศเข้าไปวางใกล้กับลูกแก้วผลึกนี้เข็มทิศจะหมุนทวนเข็มนาฬิกาและหมุนกลับในทิศตรงกันข้ามเมื่อนำออกห่าง จึงมีความเป็นไปได้ว่าพิระมิดใต้น้ำซึ่งเป็นที่มาของลูกแก้วผลึกนี้คงส่งพลังงานบางอย่างรบกวนเข็มทิศหรืออุปกรณ์นำร่องของเรือและเครื่องบินจนแปรปรวนและทำให้เครื่องบินตกแต่สิ่งที่น่าฉงนก็คือเครื่องบินหายไปอย่างไร้ร่องรอยและผู้คนบนเรือก็หายไปด้วยทั้งๆ ที่เรือยังคงลอยเท้งเต้งอยู่ กรณีนี้ยากที่จะอธิบายทำให้ดินแดนสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ายังคงเป็นปริศนาจวบจนทุกวันนี้

     สำหรับชาวมุสลิมแล้วเรื่องราวความลึกลับของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าและทวีปแอตแลนติสที่สาบสูญเป็นสิ่งที่เป็นไปได้(มุมกิน) มุสลิมจะไม่เชื่อและไม่ปฏิเสธ เพราะเรื่องนี้ไม่มีตัวบทบ่งชัดอย่างเด็ดขาดว่าจริงหรือไม่จริง ทั้งนี้เรื่องราวของประชาชาติในยุคอดีตที่ล่มสลายนั้นมีทั้งที่คัมภีร์อัลกุรอ่านได้เล่าเอาไว้และไม่ได้เล่าเอาไว้ ตลอดจนในโลกใบนี้ยังคงมีความลับและข้อเท็จจริงอีกมากมายที่มนุษย์ยังไม่ได้ค้นพบ โดยเฉพาะท้องทะเลลึกซึ่งกินอาณาเขตส่วนใหญ่ของโลกมนุษย์ในปัจจุบันก็ยังมีองค์ความรู้เกี่ยวกับชีวิตใต้ท้องทะเลลึกนั้นเพียงน้อยนิด

     เกี่ยวกับทฤษฎีที่ว่าดินแดนสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเป็นแหล่งรวมของพวกญินนั้นจะว่าไปแล้วก็มีเค้ามูลปรากฎในอาษ๊ารที่อ้างถึงท่านอิบนุ อุมัร(ร.ฎ.)และท่านอิบนุอับบาส(ร.ฎ.)ว่าพวกญินเคยอาศัยอยู่ในโลกใบนี้มาก่อนยุคของอาดัม (อ.ล.) เป็นเวลาช้านานพวกญินมีกษัตริย์ชื่อว่า “ยูซุฟ” ปกครอง ต่อมาพวกญินก็สังหารกษัตริย์ของตนและฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺ(ซบ.) ตลอดจนสร้างความเสียหายบนหน้าโลก พระองค์จึงทรงส่งทหารจากฟากฟ้าลงมาจำนวน 4,000 นาย และปราบปรามพวกญินและขับไล่ญินไปยังหมู่เกาะในท้องทะเล (ดู เกาะเศาะศุลอัมบิยาอฺของอิบนุ กะษีร1/36,ตัฟซีรอิบนุ ญะรีร1/157 โดยสรุป) ซึ่งเรื่องนี้ก็อาจเป็นไปได้ว่าหมู่เกาะที่ลึกลับในท้องทะเลแถบสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าอาจเป็นแหล่งรวมของพวกญินก็เป็นได้ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้เท่านั้นเรื่องทั้งหมดจึงเป็นความลับที่พระองค์อัลลอฮฺ(ซบ.) เท่านั้นที่ทรงรู้ดียิ่ง และยังมีสิ่งลึกลับอีกมากมายที่พระองค์สงวนเอาไว้เฉพาะพระองค์ สำหรับมนุษย์แล้วพวกเขามีความรู้เพียงน้อยนิดเท่านั้น” อาจารย์อาลี กล่าว

     อย่างไรก็ตาม ญิน และ ชัยฎอนนี้ ไม่มีอิทธิฤทธิ์และอำนาจฆ่ามนุษย์ได้ มีที่อยู่อาศัยบริเวณที่รกร้าง ซากปรักหักพัง สถานที่สกปรกต่างๆ บริเวณที่โล่ง ตามป่าเขา รวมถึงห้องน้ำ และสถานที่ ที่มีรูปปั้นทั้งหลาย ดังนั้น มุสลิมจะมีวิธีป้องกันเหล่ามารร้ายอยู่แล้วด้วยการขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าให้พ้นจากชัยฏอนมารร้าย ด้วยดุอาอฺต่างๆ ก่อนทุกครั้งไม่ว่าจะทำกิจกรรมใดๆ เช่น หากเราต้องไปในที่รกร้าง ให้กล่าวว่า อะอูซุ บิลลาฮิ มินัช-ชัยฏอนิร-เราะญีม ความว่า “ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้พ้นจากมารที่ถูกสาปแช่ง” เพียงแค่นี้ ญิณและชัยฏอนมารร้ายที่อาศัยอยู่ก็กระเจิงไปเอง...

 
     
  update : 2013-01-16 15:23:47 / จำนวนผู้ชม 4201 ครั้ง  
     
     
   
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความประเสริฐของวันศุกร์
ความประเสริฐ 10 วันแรกซุลฮิจยะห์ ซุนนะห์นบีส่งเสริมให้ทำ
ข้อห้ามในการบริจาคทานบางประการ
รวมชุดเจ้าสาวของดารามุสลิม
 
หนังสือแนะนำ
3 คนที่โลกรอคอย อิมามมะฮฺดีย์-ดัจญาล-นบีอีซา

ประวัติศาสตร์ท่านนบียูซุฟ

 
 
สำนักข่าวไทยมุสลิม : หน้าแรก | ข่าวไทยมุสลิม | ข่าวโลกมุสลิม | ข่าวประชาสัมพันธ์ | ไอเดียธุรกิจ | แนะนำมัสยิด | ข้อมูลอิสลาม | สลามทูเดย์ | ร้านอาหาร | กิจกรรม | Photo Gallery
หนังสือพิมพ์กัมปง : หนังสือพิมพ์กัมปงไทย | กังปงทัวร์ | กัมปงเกษตร | เรือนร่างเดียวกัน | พูดคุยในกัมปง | กัมปงโฟกัส | กัมปงโพส | กิจกรรม | ไอเดียธุรกิจ | ประวัตินบี
ข่าวทั่วไป : การเมือง | อาชญกรรม | ต่างประเทศ | เศรษฐกิจ | เทคโนโลยี | ฟุตบอล | บันเทิง | สุขภาพ