กรุงเทพมหานคร 11 ก.ค. 2557 : ซุบฮิ-04.29น. | ซุฮุริ-12.24น. | อัศริ-15.47น. | มัฆริบ-18.50น. | อีซา-20.08น.   
เรียงความชนะเลิศเรื่องกัมปงกีตอ
Share
 

 
   
     
 
นิยามคำว่ากัมปงกีตอ หรือ หมู่บ้านของเรา นั้นแท้จริงมันมีความหมายมากมายขึ้นอยู่กับการตัวบุคคลนั้นว่าจะให้ความหมายอย่างไร ดังนั้นเราจึงมีการประกวดครั้งนี้ขึ้นมา
 
 


รางวัลที่ 1                 เรียงความเรื่อง กำปงกีตอ
     ประเทศไทย ประกอบด้วยจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชนและหมู่บ้าน ชุมชนทุกชุมชนก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน ต่างก็มีความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน มีเอกลักษณ์ ประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง
กำปงกีตอแปลเป็นภาษาไทยว่าชุมชนของฉัน ชุมชนของฉันคือชุมชนบ้านปะกาจินอซึ่งแปลว่าจีน ชุมชนของฉันมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ แต่ดิฉันไม่สามารถที่จะอธิบายได้หมด พอที่จะบอกกล่าวได้ว่า ชุมชนนี้เป็นสถานที่ที่มีผู้คนมากมายอาศัยอยู่ในชุมชนนี้ ก่อนที่จะเป็นชุมชนบ้านปะกาจินอ ชุมชนนี้เคยเป็นสถานที่ของคนจีน คนจีนได้สร้างรั่วกั้นเพื่อไม่ให้คนภายนอกเข้ามาในเขตของพวกเขา เพื่อทำให้พวกเขามีอันตรายทำให้ชุมชนแห่งนี้ เรียกชุมชนบ้านปะกาจินอจนถึงทุกวันนี้ ชุมชนแห่งนี้มีความสามัคคีความห่วงใยคนในชุมชนด้วยกัน โดยเยาวชนจะดูแลเยาวชนด้วยกัน เยาวชนจะเป็นแกนหลักในการดูแลความเป็นอยู่ของคนในชุมชนโดยเฉพาะ เยาวชนชายจะเป็นแกนนำที่จับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญโดยทุกคนจะปฏิบัติตามหลักที่ชุมชนวางไว้ เช่น ถ้าเยาวชนหญิงทำอะไรที่ไม่ดีไม่งามเยาวชนจะลงโทษกันเอง ถ้าเยาวชนชายติดยาเสพติดเขาจะลงโทษโดยการเตือนในขั้นแรกขั้นที่สองใช้ความรุนแรงตามลำดับ ชุมชนแห่งนี้อยู่เหมือนพี่เหมือนน้อง เยาวชนชายจะดูแลเยาวชนหญิงเหมือนน้อง ชุมชนนี้ปัญหายาเสพติดไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่ เพราะจะไม่ยอมให้ยาเสพติดเข้ามาในชุมชนนี้ เพราะเยาวชนทุกคนตระหนักถึงพิษของยาเสพติดเป็นสิ่งไม่ดี ถ้าใครติดแล้วจะไม่สามารถอยู่ไหนชุมชนนี้ เพราะเขาได้สัญญากันว่า จะร่วมพัฒนาชุมชนนี้ให้ดีขึ้น อยากให้ชุมชนของเราเป็นที่พึ่งของทุกคน ปัญหาทุกปัญหามีทางแก้เรามาร่วมกันดูแลชุมชนของเราโดยการร่วมมือร่วมใจของเราทุกคนเหมือนกับชุมชนของฉัน โดยเฉพาะเยาวชนในชุมชนให้ความสำคัญต่อปัญหาของชุมชน ชุมชนของฉันนับว่าโชคดีที่ทุกคนช่วยกันดูแลแก้ปัญหาซึ่งกันและกัน มีผู้ใหญ่ให้ความสนับสนุนให้กับเยาวชนเพราะเยาวชนจะเป็นผู้ใหญ่พายภาคหน้า ชุมชนนี้ให้ความสำคัญต่อทุกคน
สังคมทุกวันนี้มีปัญหามารุมร้าวมากมาย โดยเฉพาะปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคมพวกเราทุกคน โดยเฉพาะคนในชุมชนต้องช่วยกันแก้ปัญหาต้องร่วมมือร่วมใจที่จะแก้ปัญหาในทุกด้านเพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากสิ่งที่นำพาคนในชุมชนของเราไปในทางที่ไม่ดี โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ปัญหาความไม่เข้าใจมีความขัดแย้งกันทุกคนต่างก็ต้องการความรัก ความสามัคคีกันมาก เราในฐานะเยาวชนคนหนึ่งอยากให้ชุมชนของฉันมีความ “สันติสุข”

ผลงานของ นางสาวเจ๊ะรุสนี มะแซ


รางวัลที่ 2                 กัมปงกีตอ (หมู่บ้านของเรา)
     ขึ้นต้นว่า กัมปง (หมู่บ้าน) ทุกคนย่อมรู้ดีว่า ต้องไม่ใช่มีบ้านหลังเดียวโดดๆ และสมาชิกย่อมไม่ใช่คนเดียว ต้องมีหลายๆบ้านรวมกันถึงได้มาเป็นหมู่บ้านและมีหลายครอบครัวหรือหลายครัวเรือนรวมกันถึงถึงได้มาเป็นหมู่บ้านหรือที่เรียกว่า กัมปง ตามความหมายหรือคำแปล ในภาษาวี นั่นเอง
กัมปงกีตอ หรือหมู่บ้านของเรา เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ประกอบด้วยครอบครัวเพียงไม่กี่ครอบครัว แต่ถ้ามองกันในแง่ของการเป็นหมู่บ้าน (เป็นกัมปง) ในสมัยก็เราจำได้ว่า แม้จะมีเพียงไม่กี่หลังคาบ้าน แต่มันก็มีความสุข มันเป็นความสุขที่เพียบไปด้วยความบริสุทธ์ใจของกันและกันมันเป็นความบริสุทธิ์ใจที่คลั่งครองจากธรรมชาติจริงๆ มันเป็นความสุขที่....ว่า.....บรรยายไม่ถูกว่ามันสุขแค่ไหน.....เพียงใด.....อย่างไร ท่านผู้อ่านลองวาดภาพจินตนาการเอาเองสิ่งที่ว่ามันสุขอย่างไร ภาพครั้งเด็ดเขาวิ่งเล่นบนถนนลูกรัง,ดินแดงแคบๆ,หรือวิ่งเล่นไปตามคนนา เมื่อครั้นที่คันนามันเต็มไปด้วยน้ำที่ค้างในฤดูฝน บางคนตกเบ็ดได้ปลาเล็กๆ บางคนได้ปลาใหญ่หน่อยก็เฮกันสนุกสนานตามประสาของคนที่อยู่กัมปง ภาพที่สนุกสนานเหล่านี้ต่างได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว แต่ความทรงจำอันนี้มันยังติดฝังใจอยู่เหมือนกันยังมีชีวิตชีวาจนตราบกว่าทุกวันนี้ อันที่จริง (ผู้เขียน) ไม่ได้เกิดที่นี่ ที่เรามักจะเรียกว่า “บ้านนอก” ซึ่งประกอบด้วย กัมปงเล็กๆ ที่บ้านที่ปลูกกันอยู่ห่างๆ แต่มันแปลกตรงที่แม้มันจะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ เป็นกัมปงที่มีบ้านอยู่ไม่กี่หลังคาบ้าน มีผู้คนและเด็กๆที่ไร้การศึกษา แต่เรา (ผู้เขียน) รู้สึกว่าเราน่าอยู่เสียกระไร อะไรเล่าที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ดึงดูดใจเราให้เกิดความรู้สึกว่าอยากอยู่ที่กัมปงแห่งนี้ ซึ่งต่อไปนี้ เราพร้อมที่จะเรียก “กัมปงกีตอ” ได้เต็มปากเพราะแม้จะไม่ได้เกิดที่นี่ (ที่กัมปง) แต่ก็อาศัยอยู่จนครึ่งหนึ่งของชีวิตเรา พอที่เราจะได้ทราบ ซึ้งถึงการใช้ชีวิต อย่างชีวิตของคนกัมปง ว่ามันมีอะไรดีกว่าชีวิตของคนที่อยู่ตามเมืองใหญ่ๆที่เจริญไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆนานา ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ล่อหลอมความรู้สึกของตัวเอง และเกิดความเร้าใจเพลิดเพลินโดยไม่รู้ตัว หากปัจจุบันนี้กัมปงกีตอจะยิ่งน่าอยู่ขึ้นเยอะ เพราะความดูแลของผู้นำประเทศ,รัฐบาลและองค์กรต่างๆ ที่เข้าไปถึงหมู่บ้านเรา แต่ก็ขึ้นอยู่กับการที่ว่า กัมปงกีตอจะดีหรือไม่ มันก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ที่อาศัยอยู่ที่กัมปงนั้นๆ คนในกัมปงจะต้องมีแผนพัฒนา ตัวเองในทางที่ดีเรื่อยๆ คนในกัมปงกีตอขากการศึกษาเราก็ต้องให้การศึกษา ที่กัมปงกีตอมีโรงเรียนรัฐเล็กๆ โรงเดียว และมีปอเนาะตาดีกาเพียงแห่งเดียว จะมีครูเพียงไม่กี่คน แต่เราก็พอใจที่จะให้คนในกัมปงกีตอรับการศึกษาตรงนี้ด้วย เพราะอะไรหรือ ก็เพราะว่ากัมปงกีตอจะเจริญหรือพัฒนาได้ก็ต่อเมื่อ คนที่อาศัยในกัมปงกีตอนั้นมีการศึกษาทางโลกและทางธรรม มีการพัฒนาทั้งด้านร่างกายและจิตใจกัมปงกีตอถึงจะเจริญได้ แม้จะเป็นกัมปงเล็กๆ ถึงจะกันดารสักขนาดไหนก็ตามลองให้คนในกัมปงกีตอมีชีวิตที่ดี มีการศึกษาที่ถูกต้อง กัมปงกีตอก็จะได้ดีไปด้วย อย่างในกัมปงกีตอตอนนี้ ชามกัมปงเริ่มเห็นความสำคัญของการศึกษาของลูกหลานและมีการพัฒนาการเคลื่อนที่ หน่วย ณ พ.ค. 43 เข้าไปอยู่และสร้างประโยชน์อย่างมากมาย เช่น สาธิการทำปุ๋ยให้เกษตรกร สาธิตการทำน้ำยาล้างถ้วยล้างชามให้แม่บ้าน สาธิตการเพาะต้นกล้าของพืชพันธุ์ต่างๆ ให้ชาวบ้านได้ปลูกเป็นพืชสวนครัว แล้วทั้งหมดนี้ก็ยังเน้นแนวทางหลัก ของเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวของเรา และยังถูกของหลักการของหลักศาสนาอิสลามของเราอีกด้วย ที่ให้เราอยู่อย่างพอดี ประหยัด ไม่สุลุ่ย สุร่าย และไม่เน้นให้ติดหนี้สินใคร
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากัมปงกีตอจะไม่สงบแล้วน่ะ เพราะมีการระบาดของยาเสพติด “กระท่อม” เป็นยาเสพติดที่กำลังระบาดอย่างมหันต์ในกัมปงกีตอตอนนี้ ชามกัมปงกีตอล้วนไม่สบายใจเลย ที่นี้เราจะทำอย่างไรดีล่ะ กัมปงกีตอกำลังเน่าเหม็นเพราะกระท่อม เป็นเพราะคนกลุ่มน้อย.....ไม่อยากคิดเลย คิดไปมันก็เท่านั้น สำหรับชาวบ้านตาดำๆ อย่างเรา (ผู้เขียน) จะไปทำอะไรได้ ก็รู้อยู่ว่าขาดการศึกษาเมื่อไรมันก็มีสิทธิ์ที่เป็นแบบนี้....เฮ้อ...คิดไปมันก็กลุ้ม....แต่ในขณะที่เรานั่งเขียนเรียงความฉบันนี้ ก็ได้ฟังข่าวช่วงเช้าของวันที่ 26 มีนาคมคือ ข่าวของการสับชิ้นส่วนทารกนำไปทิ้งขยะ แต่สำหรับเราจะไม่เอาเรื่องนี้นำมาเป็นประเด็นในที่นี้ เพราะกำลังเขียนเรื่องกัมปงกีตอ แต่ส่วนที่เราเก็บนำมาคิด ก็คือ เรื่องชาวเก็บขยะคนนั้นที่มันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคม สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของคนในสังคมอีกมุมของโลกถึงขนาดต้องเก็บขยะเพื่อนำมาเลี้ยงชีพ เท่านั้นยังไม่พอ ที่น่าจะมองและสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากนั้นก็คือ เก็บเศษขยะเพื่อจะนำมาทำอาหารพอให้ประทังชีวิตไปวันๆนี่ซิ เราต้องหลั่งน้ำตาในขณะที่เขียนเรียงความฉบับนี้ เพราะนึกถึงชีวิตคนที่อยู่ตามเมืองใหญ่ๆ ที่รวยก็รวยไปมีเป็นพันๆล้าน แต่พอจนก็จ๊น..จนไม่มีที่ทำกิน กระทั่งที่ซุกหัวนอนก็ยังไม่มี เรามาเปรียบเทียบกับกัมปงกีตอดูซิว่ามันมีไหม... ใครบ้างที่เป็นแบบนี้ เราถึงคิดได้ว่าคนที่เขาลำบากกว่าเรามันมีอีกมาก ฉะนั้นเรามาซูโกรอัมฮัมดุลลิลลาห์ที่อัลเลาะฮฺประทานให้เราและให้กัมปงกีตอเอย อัลเลาะฮฺทรงให้เราได้ทำกินกันอย่างสุขสบาย ไม่ต้องระหกระเหเร่ร่อนเหมือนคนที่อื่นที่เห็นอยู่ตอนนี้ แม้ว่ากัมปงกีตอจะมีสถานการณ์ของภาคใต้มันก็ยังถือว่า เป็นส่วนเล็กน้อยถ้าเทียบกับที่อื่นของประเทศ ก็ยังถือว่ากัมปงกีตอยังมีความสุขสบายกว่ากันเยอะเลย กัมปงกีตอก็มีครอบครัวของไทยพุทธอยู่ด้วยน่ะ และความสัมพันธ์ของครอบครัวทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมก็รักใคร่กลมเกลียว ปรองดองกัน มีความสามัคคีที่แน่นแฟ้นกันดี มันก็เน้นอย่างนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ขออย่าให้มีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องอย่าเข้ามาเป็นชนวนที่ไม่ดีเลย เพราะไม่อยากให้กัมปงกีตอมีปัญหาเหมือนที่อื่นเลย เกิดมาเป็นคนไทยด้วยกันไม่ว่าจะพุทธ,อิสลาม เราก็ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เข้าใจกันและกัน
มาถึงช่วงสุดท้ายซักที ก็ไม่มีอะไรอีกแล้วนอกจากขออุอาร์จากเอกองค์อัลเลาะฮฺ(ซบ.)จงคุ้มครองกัมปงกีตอให้มีความปลอดภัย จากสิ่งที่เป็นภัย หายนะที่กำลังจะเข้ามาในกัมปงกีตอ (ยาเสพติด) ด้วยเราะห็มัตและนิมัตของพระองค์ด้วยเทอญ...อามีน

ผลงานของ นายเจะแวเซาะ หะยีเจะมามะ



รางวัลที่ 3                 กัมปงกีตอ(หมู่บ้านของเรา)
     “กัมปงกีตอ” เป็นภาษามาลายูท้องถิ่น แปลเป็นภาษาไทยคือ “หมู่บ้านของเรา” กัมปงกีตอ เป็นประโยคที่ใครไดพูดแล้วก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ รู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของ และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้กัมปงกีตอ หรือหมู่บ้านของเรา จะมีผู้นำซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “โต๊ะแนแบ” หรือผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ดูแลสารทุกข์สุขดิบของลูกบ้าน เวลาคนในหมู่บ้านมีเรื่องเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือก็มักจะบอกผู้ใหญ่บ้านเป็นลำดับแรก เนื่องจากผู้ใหญ้บ้านจะอยู่ใกล้ชาวบ้านมากที่สุด
หมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านที่สงบสุข มีผู้ใหญ่บ้านที่ใจดีคอยช่วยเหลือชาวบ้านอยู่เสมอ วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านก็เรียบง่าย ดำเนินชีวิตตามครรลองของธรรมชาติในชุมชนที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจี,ทุ่งนาสีเหลืองอร่าม,ฝูงควายที่อยู่กระจัดกระจายในเล้ากว้าง,ฝูงแพะที่เดินเรียงรายกันเป็นแถวมุ่งสู่จุดหมายที่ชายทุ่ง,เด็กชายหญิงตัวเล็กๆ วิ่งเล็กกัน ณ ลานกว้างๆหน้าบ้านบ้าง หลังบ้านบ้าง โดยมีพี่สาวคอยดูแล พลางกวาดหญ้าแห้ง,ใบไม้ รอบๆต้นไม้บริเวณบ้าน,พ่อแม่และพี่ชายก็ใส่งอบถือเคียวออกไปเกี่ยวข้าวในนา ซึ่งเดินแค่สามสิบก้าวก็ถึงแล้วเหล่านี้เป็นกิจวัตรประจำวันของคนในหมู่บ้านของเราแล้ว
หมู่บ้านของเราหรือกัมปงกีตอไม่เตยมีเรื่องราวร้ายๆเกิดขึ้น เพราะคนในหมู่บ้านจะจัดเวรยามคอยดูแลหมู่บ้านกันโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆเลย เพราะสิ่งตอบแทนที่มีค่าที่สุด คือความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน หลังจากรับประทานอาหารค่ำเสร็จ ทุกคนก็จะทยอยกันไปนั่งบนเสื่อ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ร่าเริงคุณทวดก็มักจะเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกหลานฟังอยู่เสมอ พ่อและแม่ก็นั่งฟังรายการวิทยุเป็นการศึกษาหาความรู้ไปด้วย เนื่องจากไม่มีเวลาได้ไปฟังการบรรยายธรรมที่มัสยิดเพราะต้องออกไปกรีดยางตั้งแต่เช้าตรู่ กลับจากกรีดยางก็ไปเกี่ยวข้าวอีกแทบที่จะไม่มีเวลาได้พักเลย แต่ก็ภาคภูมิใจที่สามารถส่งลูกให้เรียนหนังสือเหมือนลูกของคนอื่น
กัมปงกีตอ หรือ หมู่บ้านของเราจะสงบสุขได้นั้น ขึ้นกับคนในหมู่บ้านต่างทำหน้าที่ตามบทบาทที่ได้รับอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพียงเท่านี้กัมปงกีตอก็น่าอยู่แล้ว

ผลงานของ นางสาวพารีด๊ะ ยีมะเด็ง


รางวัลที่ 4                  กัมปงกีตอ
     หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนักกับตัวอำเภอ เป็นหมู่บ้านที่รักสงบและมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ทั้งเรื่องอาชีพ ความเป็นอยู่และเรื่องศาสนา เรื่องอาชีพความเป็นอยู่ทุกคนในหมู่บ้านใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ส่วนเรื่องศาสนายอมรับว่าทุกคนในหมู่บ้านแห่งนี้มีความเข้าใจกันดีและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องอีบาดะ,กฎข้อบังคับ ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้จะใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย พอมีพอใช้ เรื่องการเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านแห่งนี้ทุกคนกันเองเหมือนพี่เหมือนน้อง ชอบช่วยเหลือกันและมีความสามัคคีร่วมมือกัน
ทุกๆสัปดาห์มีโต๊ะครูปอเนาะใกล้บ้านมาสอนศาสนาที่มัสยิดในหมู่บ้าน วันพุธก็มีอุสตาซ๊ะเข้ามาสอนตัจวิด (อัลกุรอาน) ให้กับเหล่าสตรีในหมู่บ้าน แปดหมู่เช้าของทุกๆวันศุกร์ก็จะมีอุสตาซมาสอนตัจวิด (อัลกุรอาน)ที่สุเหร่าให้กับให้กับกลุ่มวัยรุ่นชายในหมู่บ้าน วัยรุ่นชายทุกคนก็ให้ความร่วมมือกันดี เที่ยงวันศุกร์หลังละหมาดยุมอัตเสร็จก็จะมีโต๊ะครูปอเนาะมาสอนกีตับศาสนาให้กับชาวบ้านที่มัสยิด ทุกคนในหมู่บ้านแห่งนี้เคร่งครัดกับศาสนามาก และก็ให้ความสำคัญเป็นอย่างดี ส่วนในเรื่องของกฎระเบียบและเรื่องกฎข้อบังคับทุกๆคนก็ให้ความร่วมมือกันดี เรื่องกฎข้อบังคับสำหรับวัยรุ่นในหมู่บ้านแห่งนี้ก็คือ ห้ามใส่กางเกงขาสั้นที่เห็นหัวเข่าเด็ดขาดและต้องไปละหมาดยามาอะห์ที่มัสยิดและบังคับสำหรับเด็กผู้หญิงทุกคนต้องคลุมฮีญาบตลอดเวลาที่ออกนอกบ้าน ที่เด่นไปกว่านั้นก็คือหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ปลอดยาเสพติด และบังคับสำหรับทุกๆครัวเรือนจะต้องปลูกพืชผักสวนครัวอย่างน้อย 1 ร่องหรือ 1 ต้นต่อหนึ่งครัวเรือน ส่วนอาชีพความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านแห่งนี้ก็คือ ทำนา ทำสวน ปลูกพืชผักสวนครัวและกรีดยาง ทุกๆปีหลังเกี่ยวข้าวเสร็จ ทุกคนในหมู่บ้านก็หันมาปลูกพืชผักขาย บ้างก็ปลูกไว้กินหากวันไหนฝนตกทำงานไม่ได้ชาวบ้านก็จะออกมาหาปลาตามทุ่งนา บางคนก็ออกไปจับนกเพื่อกลับมาแกง บางคนก็ไปจับปลาไหลและบางคนก็ไปหาพืชผักตามทุ่งนา เช่นผักใบบัวบก มากินกัน เวลา 6 โมงเย็นของทุกวันประตูเข้าหมู่บ้านก็จะถูกปิดคนนอกพื้นที่ห้ามเข้าหรือใช้ถนนสายนี้เป็นทางผ่านจนกว่า 6 โมงเช้า วันพรุ่งนี้ประตูจะถูกเปิดออก เมื่อเวลา 3 ทุ่มหลังละหมาดอีซาเสร็จหมู่บ้านก็จะเงียบสงบ จะไม่มีผู้ใดออกมาเดินเพ่นพ่าน ชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านแห่งนี้อยู่อย่างเรียบๆง่ายๆพอเพียงไม่ฟุ่มเฟือยและไม่สุรุ่ยสุร่าย แต่ทุกคนก็มีความสุข
ถึงแม้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะไม่ทันสมัยก็ตาม แต่ดิฉันซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ภูมิใจและประทับใจกับความเป็นอยู่ที่พอเพียงและสามัคคีร่วมมือของทุกคนในหมู่บ้าน ดิฉันคิดว่าหากทุกคนมีความรัก ความตออัต ความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว แน่นอนทุกคนก็จะมีความสุข



รางวัลที่ 5                 กัมปงกีตอ (หมู่บ้านของฉัน)
     “เราพอเพียง พ่อหลวงเราภูมิใจ เรารักใคร่ ประเทศไทยเรามั่นคง”
พ่อหลวงของเราตระหนักเสมอว่าให้ปวงชนชาวไทยทุกคนรักใคร่ ปรองดองกันรู้จักให้อภัยมีน้ำใจต่อกันแค่นั้นพ่อหลวงของเราก็สบายพระทัมากแล้ว ฉะนั้นเราก็เริ่มทำความดีเริ่มจากครอบครัวของเรา เมื่อทุกๆครอบครัวอยู่อย่างสันติ ก็ส่งผลให้หมู่บ้านของเราสงบสุขตามไปด้วยและพร้อมที่เราจะมอบของขวัญแด่พ่อกล่องใหญ่คือความรักใคร่ที่คนไทยมอบให้กัน
ตอนนี้มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ความสงบสุขที่เคยมีค่อยๆเลือนหายไป ขณะที่ความรุนแรงค่อยๆคืบคลานเข้ามา ฉันอยากให้ความสงบสุขกลับคืนมา ฉันอยากให้ทุกๆหมู่บ้านเหมือนหมู่บ้านของฉัน ถึงแม้ว่าภาพรวมของ 3 จังหวัดชายแดนใต้รุนแรงขนาดไหน แต่ทุกคนในหมู่บ้านของฉันก็ยังอยู่ร่วมกันอย่างสงบ เพราะมีเจ้าหน้าที่มาให้ความปลอดภัยแก่ชาวบ้านและเมตตาแก่เด็ก โดยคุณครูและชาวบ้าน ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ก่อความไม่สงบมาทำร้ายลูกๆ หลานๆ ต่อไป นับว่าสร้างความปราบปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่ง ทำให้คุณครูและ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนรักง่ายแก่การที่จะสร้างหรือทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเดินไปสำรวจหรือไปทำลายแหล่งกำเนิดยุงลายรอบๆหมู่บ้าน รวมทั้งด้านความสะอาดสุขอนามัยของเด็กๆและด้านสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนจนได้เข้าประกวดและได้รับรางวัล โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเครือข่ายต้นแบบศูนย์อนามัยที่ 12 กระทรวงศึกษาธิการ โครงการยุวทูตความดีถือว่าเป็นผลงานที่ได้รับจากการประพฤติปฏิบัติของนักเรียน สร้างความภาคภูมิใจให้กับคุณครูและผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง เพราะมชจะนำพาให้นักเรียนได้ปฏิบัติในด้านความสะอาดให้กับบ้านเรือนของตนเองจะกล่าวได้ว่าในหมู่บ้านชาวมุสลิมในภาคใต้นั้นมัสยิดเป็นศูนย์กลางด้านการจัดการชุมชน เป็นสถานที่พบปะเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆในชุมชนด้วยเพื่อให้คนในชุมชนรู้จักแยกแยะพฤติกรรมที่ดีและไม่ดีออกจากกันในเรื่องการปฏิบัติตามหรือการฝ่าฝืนกฎมุสลิมเกี่ยวกับการแต่งกายและธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆโดยเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายที่เรียนจบภาคบังคับแล้วผู้ปกครองมักจะส่งลูกเรียนต่อในสถาบันปอเนาะเพราะจะให้ลูกหลานอยู่ในกฎเกณฑ์ของหลักศาสนาในทุกๆปีจะมีงบประมาณให้ผู้ชายที่มีความประสงค์ไปโยร์ในจังหวัดภาคกลางที่จัดขึ้นทาง อ.บ.ต. ในตำบลดอนรักก็จะจัดเตรียมรถค่าอาหารการกินฟรี เพื่อให้คนที่ไม่สามารถไปเพราะขัดสนทางด้านการเงินได้มีโอกาสไป พร้อมกับทุกๆเดือนก็จะพาไปดะวะฮฺ อีก 3 วัน ศุกร์ถึงอาทิตย์ เพื่อให้คนที่ทำงานราชการได้มีเวลาทำอีบาดะอฺ ไปด้วยส่วนเด็กผู้ชายที่อยู่เร่ร่อนไม่ยอมเรียนหนังสือ พ่อแม่ก็จะมอบหมายให้โต๊ะอีหม่ามหรือผู้นำชุมชนพาไปดะวะฮฺ เพื่อฝึกปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด อันจะสร้างการอยู่แบบพอเพียงและเมื่อไปดะวะฮฺไปอยู่ ณ หมู่บ้านนั้นก็จะสร้างความเป็นมิตรไมตรี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมื่อเด็กกลับมาบางคนก็กลับตัวกลับใจในการที่จะเรียนต่อ สร้างความสบายใจให้กัผู้ปกครองไม่น้อย ส่วนผู้หญิงที่ว่างงานอยู่กับบ้าน ทาง อ.บ.ต. ก้จะส่งเสริมให้มีงานทำ เช่นจัดให้คนที่ชำนาญมาสอนการตัดเย็บเสื้อผ้า ทำขนมและของชำร่วยต่างๆ สามารถที่จะพัฒนาไปประกอยอาชีพได้ ในทุกๆปีก็จะมีคนมาบริจาคเงินซากาตให้กับกองกลางโต๊ะอีหม่ามก็จะนำเงินเหล่านั้นไปบริจาคให้กับเด็กกำพร้าถือว่าทุกคนในหมู่บ้านมีความช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อบ้านไหนได้จัดงานบุญต่างๆ ทุกคนก็จะช่วยกันไปทำ รวมทั้งงานงานตาดีกา การกวนอาซูรอ สุนัต เมาริด ทุกคนก็จะช่วยกันแบ่งหน้าที่กันทำ
นับว่าชาวบ้านดอนรัก ได้สร้ากิจกรรมไว้มากมาย ล้วนแต่มีประโยชน์แก่ส่วนรวมทั้งสิ้นลังมีอีกหลายกิจกรรมที่ทุกคนในหมู่บ้าน ร่วมมือร่วมใจกันที่จะจัดขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ให้กับคนในชุมชนรู้จักคุณค่าของชีวิตในการอู่ร่วมกันในชุมชนอันจะนำไปสู่ความสงบสุขและในเมื่อทุกๆหมู่บ้านอยู่อย่างรักใคร่ สามัคคีปองดองกัน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดต่างก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกันก็จะส่งผลให้ประเทศชาติของเรามั่นคงยั่งยืนตลอดปี

ผลงานของ นางสาวคอลีเยาะ กาซอร์


 
     
  update : 2009-12-09 14:21:02 / จำนวนผู้ชม 9809 ครั้ง  
     
     
   
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อบจ.ตรัง จัดโครงการส่งเสริมกิจกรรมเดือนรอมฎอน-มอบอินทผลัม,เครื่องดื่มสำเร็จรูปใช้ละศีลอด
ประกาศ!!จุฬาราชมนตรี ดูดวงจันทร์กำหนดวันอีดิ้ลฟิตรี ประจำปี ฮศ. 1435
ผบ.ทบ.เพิ่มเข้มงวด!!พร้อมอำนวยความสะดวกมุสลิมช่วงรอมฎอน
อาทิตย์ที่ 13 ก.ค.นี้! สภายุวมุสลิมโลก (wamy) เชิญร่วมงานเพราะเราเป็นพี่น้องกัน ครั้งที่11
 
หนังสือแนะนำ
3 คนที่โลกรอคอย อิมามมะฮฺดีย์-ดัจญาล-นบีอีซา

ประวัติศาสตร์ท่านนบียูซุฟ

 
 
สำนักข่าวไทยมุสลิม : หน้าแรก | ข่าวไทยมุสลิม | ข่าวโลกมุสลิม | ข่าวประชาสัมพันธ์ | ไอเดียธุรกิจ | แนะนำมัสยิด | ข้อมูลอิสลาม | สลามทูเดย์ | ร้านอาหาร | กิจกรรม | Photo Gallery
หนังสือพิมพ์กัมปง : หนังสือพิมพ์กัมปงไทย | กังปงทัวร์ | กัมปงเกษตร | เรือนร่างเดียวกัน | พูดคุยในกัมปง | กัมปงโฟกัส | กัมปงโพส | กิจกรรม | ไอเดียธุรกิจ | ประวัตินบี
ข่าวทั่วไป : การเมือง | อาชญกรรม | ต่างประเทศ | เศรษฐกิจ | เทคโนโลยี | ฟุตบอล | บันเทิง | สุขภาพ