THAIMUSLIM::สำนักข่าวไทยมุสลิม :: เชื่อมโยงสังคมไทยมุสลิม เพราะเราคือเรือนร่างเดียวกัน ::หนังสือพิมพ์กัมปง แจกฟรี::ร้านหนังสือมุสลิมออนไลน์::
 
   
สมัคร SMS ข่าวไทยมุสลิม
 
 
 
  แกะรอยศาสดา (ตอนจบ)
     
 
 
   
     
 
เรื่องราว ประวัติ ของนบีอาดัม
 
 



     อาดัมอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาต้องการความสงบและความสามัคคีปรองดองในครอบครัวของเขา ดังนั้น เขาจึงวิงวอนขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺพระองค์จึงได้ทรงบัญชาว่าลูกชายของเขาจะต้องนำสิ่งหนึ่งมาพลีถวายต่ออัลลอฮฺ หากอัลลอฮฺยอมรับสิ่งพลีถวายของใคร คนผู้นั้นก็มีสิทธิ์ที่จะได้ในส่วนของตน ฮาบีลได้เอาแกะตัวที่สวยที่สุดมาพลีถวายในขณะที่กอบีลได้นำเอาข้าวโพดที่เลวที่สุดของเขามาถวาย ดังนั้น สิ่งพลีถวายของกอบีลจึงไม่เป็นที่ถูกยอมรับโดยอัลลอฮฺเพราะการที่เขาไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺและไม่จริงใจในการอุทิศสิ่งพลีถวายต่ออัลลอฮฺ


     ผลของการพลีถวายยิ่งทำให้กอบีลโกรธยิ่งขึ้น เมื่อรู้ว่าความหวังของเขาที่จะแต่งงานกับน้องสาวที่แสนสวยของตัวเองเลือนราง เขาก็ขู่น้องชายของเขาโดยกล่าวว่า “ฉันฆ่าแก ฉันไม่อยากที่จะเห็นแกมีความสุขในขณะที่ฉันไม่มีความสุข”


     ฮาบีลได้ตอบด้วยความรู้สึกเสียใจต่อพี่ชายของเขาว่า “พี่ มันจะเป็นการดีกว่าถ้าพี่ไปหาเหตุที่ทำให้พี่ไม่มีความสุขและเดินอยู่ในหนทางแห่งความสงบ อัลลอฮฺทรงรับการกระทำจากผู้ที่ได้รับใช้พระองค์และเกรงกลัวพระองค์เท่านั้น ไม่ใช่จากบรรดาผู้ปฏิเสธคำบัญชาของพระองค์”


     ฮาบีลเป็นคนเฉลียวฉลาด เชื่อฟังและพร้อมเสมอที่จะเชื่อฟังเจตนารมณ์ของอัลลอฮฺ ผิดกับพี่ชายของเขาอย่างสิ้นเชิงที่ยโสโอหัง เห็นแก่ตัวและไม่เชื่อฟังพระเจ้า ฮาบีลไม่กลัวคำขู่ของพี่ชายของเขาและเขาก็ไม่ต้องการให้พี่ชายของเขาได้รับความเจ็บปวด อัลลอฮฺได้ประทานความบริสุทธิ์และความรักแก่ฮาบีล ด้วยความหวังที่จะบรรเทาความเครียดแค้นในตัวพี่ชายของเขา ฮาบีลได้กล่าวว่า “พี่ พี่กำลังหลงออกไปจากทางที่เที่ยงตรงและกำลังทำบาปในการตัดสินใจของพี่ พี่ควรจะหันไปหาอัลลอฮฺเพื่อสำนึกผิดและลืมเรื่องการข่มขู่แบบโง่ๆของพี่ดีกว่า แต่ถ้าหากพี่ไม่ทำเช่นนั้นฉันก็จะปล่อยให้เรื่องนี้อยู่ในอำนาจของอัลลอฮฺ พี่เท่านั้นจะต้องแบกรับผลที่จะติดตามมาจากบาปของพี่ เพราะไฟนรกคือรางวัลตอบแทนสำหรับผู้ทำความผิด”


     แต่คำร้องขออย่างพี่อย่างน้องไม่ได้ทำให้ความเกลียดในหัวใจของกอบีลลดลงและเขาก็ไม่ได้แสดงความกลัวต่อการลงโทษของอัลลอฮฺแต่ประการใด กอบีลไม่คิดแม้แต่เรื่องความเป็นพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน ดังนั้น เขาจึงใช้หินทุบน้องชายของเขาจนสิ้นชีวิตในทันที่ นี่เป็นการตายและเป็นอาชญากรรมครั้งแรกที่มนุษย์กระทำบนโลกใบนี้ เมื่อฮาบีลหายไปสักพักหนึ่ง อาดัมก็เริ่มค้นหา แต่ก็ไม่พบร่องรอยลูกชายอันเป็นที่รักของเขา เขาถามกอบีลว่าฮาบีลอยู่ไหน แต่กอบีลก็ตอบอย่างเย็นชาว่า เขาไม่ได้เป็นผู้คอยเฝ้าดูหรือเป็นผู้คุ้มครองน้องชายของเขา จากคำพูดของเขานี้เองที่ทำให้พ่อของเขาเข้าใจว่าฮาบีลได้เสียชีวิตแล้ว อาดัมจึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก





     ขณะเดียวกัน กอบีลก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับซากศพของน้องชายของเขาอย่างไรเขาแบกศพน้องชายของเขาเดินจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อพยายามหาที่ซ่อนศพตอนนี้ เขาคลายความโกรธไปหมดแล้วและจิตสำนึกเกิดความรู้สึกผิดมากขึ้นมา เขารู้สึกเหนื่อยล้าที่ต้องแบกซากศพที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็น ดังนั้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงการให้เกียรติแก่การตาย อัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาจึงได้ส่งอีกาสองตัวให้มาต่อสู้กันจนกระทั่งตัวหนึ่งตายตัวที่ชนะได้ใช้จะงอยปากและกรงเล็บของมันขุดหลุมบนพื้นดินหลังจากนั้นก็กลิ้งคู่ต่อสู้ที่ไร้วิญญาณของมันลงไปในหลุมและกลบหลุมด้วยดิน



      เมื่อเห็นเช่นนั้น กอบีลก็รู้สึกละอายและเสียใจ เขาได้อุทานออกมาว่า “ช่างน่าอดสูเหลือเกิน ฉันไม่สามารถทำแม้แต่สิ่งที่อีกาทำ นั่นคือการซ่อนศพน้องชายของฉัน” หลังจากนั้น กอบีลก็ได้ฝังศพน้องชายของเขา นี่เป็นการฝังศพครั้งแรกของมนุษย์


     อัลลอฮฺได้ทรงเปิดเผยเรื่องนี้ให้ท่านนบีมุฮัมมัดได้ทราบดังนี้ : “และจงเล่าให้พวกเขารู้ถึงเรื่องราวของลูกชายทั้งสองของอาดัมด้วยความจริงเมื่อทั้งสองได้ถวายสิ่งพลีแก่เรา แล้วสิ่งพลีของคนหนึ่งในสองนั้นเป็นที่ยอมรับ แต่จากอีกคนหนึ่งไม่เป็นที่ยอมรับ ฝ่ายหนึ่งจึงได้กล่าวว่า ‘ฉันจะฆ่าเจ้า’ อีกฝ่ายหนึ่งจึงกล่าวว่า ‘อัลลอฮฺทรงรับสิ่งพลีจากผู้สำรวมตนจากความชั่วเท่านั้น ถ้าท่านเหยียดมือของท่าน เพื่อจะฆ่าฉัน



      ฉันจะไม่ยกมือของฉันเพื่อฆ่าท่านเพราะฉันเกรงกลัวพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก ฉันอยากที่จะให้ท่านรับภาระบาปของฉันและบาปของท่านด้วย และท่านจะได้กลายเป็นชาวนรก และนั่นคือ การตอบแทนสำหรับผู้อธรรม’ แต่กระนั้นก็ตามจิตใจที่ชั่วร้ายของเขาก็ได้ชักจูงเขาให้ฆ่าน้องชายของเขา หลังจากนั้น เขาก็ฆ่าน้องชายของเขา และกลายเป็นผู้หนึ่งในบรรดาผู้ขาดทุนแล้วอัลลอฮฺก็ได้ส่งอีกาตัวหนึ่งมาคุ้ยดินเพื่อจะแสดงให้เขาได้เห็นถึงการฝังศพน้องชายของเขา เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว เขาก็ร้องออกมาว่า วิบัติแน่แล้วตัวฉัน ฉันไม่สามารถที่จะทำอย่างเช่นที่อีกาได้ทำเพื่อกลบฝังน้องชายของฉันกระนั้นหรือ? หลังจากนั้น เขาก็ตรอมใจในสิ่งที่เขาได้ทำไป” (กุรอาน 5:27-31)





     อิบนุอับบาส, อิบนุมัศอูและสาวกกลุ่มหนึ่งของท่านนบีมุฮัมมัดได้รายงานว่า การแต่งงานระหว่างกันของเพศชายจากท้องหนึ่งกับเพศหญิงของอีกท้องหนึ่งเป็นที่ปฏิบัติกันในหมู่ลูกหลานของอาดัม ฮาบีลต้องการที่จะแต่งงานกับน้องสาวของกอบีลแต่กอบีลต้องการแต่งงานกับน้องสาวคู่แฝดของเขาเองเพราะน้องสาวของเขาสวยกว่าอาดัมได้สั่งกอบีลให้มอบน้องสาวของเขาไปแต่งงานกับน้องชายของเขา แต่เขาปฏิเสธ ดังนั้น อาดัมจึงได้สั่งลูกชายทั้งสองของเขาให้ถวายสิ่งพลีต่ออัลลอฮฺ หลังจากนั้นเขาก็เดินทางไปยังยังมักกะฮฺเพื่อทำฮัจญ์ หลังจากที่อาดัมได้ออกเดินทางไปแล้ว


     ลูกชายของเขาก็นำของมาพลีถวาย ฮาบีลได้นำเอาแกะอ้วนพีมาถวาย เพราะเขาเป็นคนเลี้ยงแกะ ส่วนกอบีลได้นำข้าวโพดที่มีลักษณะไม่ดีมาถวาย หลังจากนั้น ได้มีไฟลงมากลืนกินสิ่งพลีถวายของฮาบีล โดยไม่แตะต้องของกอบีลที่นำมาพลีถวาย เมื่อเห็นเช่นนั้น เขาก็โกรธและกล่าวว่า “ฉันจะฆ่าแกเพื่อแกจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับน้องสาวของฉัน” ฮาบีลจึงได้ตอบว่า “อัลลอฮฺทรงรับจากผู้ที่เกรงกลัวพระองค์”



     อบูญะฟัรฺ อัลบากิรฺ กล่าวว่า อาดัมได้เฝ้าดูการถวายสิ่งพลีของลูกทั้งสองและแน่ใจว่าสิ่งพลีถวายของฮาบีลจะเป็นที่ถูกรับ กอบีลได้กล่าวหาว่าอาดัมวิงวอนขอให้การพลีของฮาบีลเป็นที่ยอมรับและไม่ได้วิงวอนขอให้เขา ดังนั้น เขาจึงได้สัญญากับพ่อของเขาว่าจะจัดการเรื่องนี้กับน้องชายของเขาเอง คืนหนึ่ง ฮาบีลได้กลับมาจากการดูแลฝูงแกะช้าไป อาดัมจึงได้ส่งกอบีลออกไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับฮาบีล เมื่อกอบีลพบน้องชาย เขาก็จ้องมองไปยังฮาบีลและได้กล่าวว่า “สิ่งพลีถวายของแกเป็นที่ยอมรับแต่ของฉันไม่เป็นที่ยอมรับ” ฮาบีลจึงได้ตอบว่า “อัลลอฮฺจะรับจากผู้ที่เกรงกลัวอัลลอฮฺเท่านั้น” กอบีลโกรธมากที่ได้ยินเช่นนี้และตีเขาด้วยท่อนเหล็กจนฮาบีลเสียชีวิต ในอีกคำบอกเล่าหนึ่งได้กล่าวว่ากอบีลได้ฆ่าน้องชายด้วยการใช้หินทุบหัวขณะที่เขากำลังนอนหลับ




     อาดัมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ต้องสูญเสียลูกชายทั้งสองของตน คนหนึ่งตายและอีกคนหนึ่งถูกอำนาจชั่วร้ายครอบงำ อาดัมได้ขอพรให้ลูกชายของเขาและหันไปสนใจเรื่องโลกเพราะของต้องทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นนบีที่จะต้องแนะนำลูกหลานของเขาเกี่ยวกับอัลลอฮฺและเรียกร้องให้ลูกหลานของเขาศรัทธาในพระองค์ เขาได้บอกลูกหลานเกี่ยวกับเรื่องอิบลีสและได้เตือนลูกหลานของเขาโดยการเล่าประสบการณ์ของเขากับมารร้ายและได้บอกถึงวิธีการที่มารร้ายล่อลวงให้กอบีลให้ฆ่าน้องชายของเขาด้วย


     หลายปีผ่านไป อาดัมได้แก่เฒ่าและลูกหลานของเขาก็แพร่ไปทั่วโลก มุฮัมมัด อิบนุอิสฮากได้เล่าว่าเมื่ออาดัมใกล้จะเสียชีวิต เขาได้แต่งตั้งลูกชายของเขาที่ชื่อเซธ (ชีธ) ให้เป็นผู้สืบทอดต่อจากเขาและได้สอนเขาตลอดทั้งวันทั้งคืนเกี่ยวกับเรื่องวิธีการนมาซที่ถูกต้อง นอกจากนั้นแล้วเขายังได้บอกลูกชายของเขาถึงเรื่องน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าด้วย อบูซัรฺได้เล่าว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า “อัลลอฮฺได้ส่งบทกล่าวคำวิงวอนหนึ่งร้อยสี่บทลงมา ซึ่งในจำนวนนี้ 50 บทได้ถูกส่งมายังเซธ”



     อับดุลลอฮฺ อิบนุลอิมาน อะหมัด อิบนุฮัมบัล ได้เล่าว่า อุบัย อิบนุกะอับ ได้กล่าวว่า : “เมื่ออาดัมใกล้จะเสียชีวิต เขาได้กล่าวแก่ลูกๆของเขาว่า “ลูกๆเอ๋ยความจริงแล้ว พ่อรู้สึกอยากกินผลไม้แห่งสวรรค์” ดังนั้น พวกลูกๆจึงออกไปหาสิ่งที่อาดัมร้องขอ พวกเขาได้พบกับมลาอิก๊ะฮฺที่มีผ้าห่อศพและสิ่งที่ต้องใช้ทาศพของอาดัม มลาอิก๊ะฮฺได้กล่าวกับพวกลูกๆของอาดัมว่า “ลูกๆของอาดัมเอ๋ย พวกเจ้ากำลังหาอะไรอยู่? พวกเจ้าต้องการอะไร ? พวกเจ้ากำลังไปไหน ?” พวกเขากล่าวว่า “พ่อของเราป่วยและอยากกินผลไม้แห่งสวรรค์” มลาอิก๊ะฮฺจึงได้บอกพวกเขาว่า “กลับไปซะ เพราะพ่อของเจ้ากำลังจะพบกับวาระสุดท้ายในไม่ช้านี้” ดังนั้น พวกเขาจึงได้กลับไป(พร้อมกับมลาอิก๊ะฮฺ)




     และเมื่อฮาวาได้เห็นพวกเขา นางก็จำพวกเขาได้ นางได้พยายามที่จะแอบอยู่ข้างหลังอาดัม เขาได้บอกนางว่า “ปล่อยฉันไว้ตามลำพังเถอะ ฉันมาก่อนเธอ จงอย่าเดินไปมาระหว่างฉันกับมลาอิก๊ะของพระผู้อภิบาลของฉัน” ดังนั้น มลาอิก๊ะฮฺจึงได้เอาวิญญาณของเขาไป หลังจากนั้นก็ห่อร่างของเขา ขุดหลุมให้เขา ขอพรให้เขาและวางเขาลงในหลุม พร้อมกับกล่าวว่า “โอ้ ลูกหลานอาดัม นี่คือการปฏิบัติของพวกเจ้าในตอนเสียชีวิต”


     ก่อนที่จะสิ้นชีวิต อาดัมได้ทำให้ลูกๆของเขามั่นใจว่าอัลลอฮฺจะไม่ปล่อยมนุษย์ไว้ตามลำพังบนโลก แต่จะส่งบรรดานบีของพระองค์มานำทางพวกเขา บรรดานบีจะมีชื่อ ลักษณะและปาฏิหาริย์ต่างๆกัน แต่บรรดานบีจะมีเหมือนกันอยู่สิ่งหนึ่ง นั่นคือการเรียกร้องไปสู่การเคารพสักการะอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว


     นี่คือสิ่งที่อาดัมได้สั่งเสียไว้กับลูกๆของเขา เมื่ออาดัมพูดจบก็หลับตาของเขาลงหลังจากนั้น บรรดามลาอิก๊ะฮฺก็ได้เข้ามาในห้องของเขาและล้อมรอบเขา เมื่อเขาเห็นมลาอิก๊ะฮฺแห่งความตายในบรรดามลาอิก๊ะฮฺ หัวใจของเขาก็ยิ้มอย่างสงบ


     ตามคำบอกเล่าของอบูซัรฺ หลังจากอาดัมเสียชีวิต เซธลูกชายของเขาได้เข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งนบีต่อ อบูซัรฺยังได้เล่าว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า “อัลลอฮฺได้ส่งบทขอพรจำนวนหนึ่งร้อยสี่บทลงมาซึ่งในจำนวนนี้ 50 บทได้ถูกส่งมายังเซธ”


     เมื่อเซธเสียชีวิต อาโนชลูกชายของเซธก็สืบทอดต่อจากเขา หลังจากอาโนชเสียชีวิต กินานลูกชายของเขาก็สืบทอดต่อมาและหลังจากนั้นมะฮฺละบีลลูกชายของกินานก็สืบทอดต่อ ชาวเปอร์เซียอ้างว่ามะฮฺละบีลคือกษัตริย์แห่งภูมิภาคทั้งเจ็ดและเขาเป็นคนแรกที่ตัดต้นไม้เพื่อสร้างเมืองและค่ายใหญ่ และเขาได้สร้างต่างๆของชาวบาบิโลเนีย เขาได้ปกครองเป็นเวลาสี่สิบปี เมื่อเขาเสียชีวิต ยาร์ดลูกชายของเขาก็เข้ามารับหน้าที่ต่อ เมื่อยาร์ดเสียชีวิต คูนุคลูกชายของเขาก็ได้รับหน้าที่ต่อ คูนุคผู้นี้เองที่นักวิชาการส่วนใหญ่กล่าวว่าเป็นนบีอิดรีส








จบ.
 
     
  update : 2009-11-17 17:46:28 / จำนวนผู้ชม 2009 ครั้ง  
     
 
 
 
 
  เรื่องราวของนบีมูซา (โมเสส) และนบีฮารูน (อาโรน) ตอน 1.8
  เรื่องราวของนบีมูซา (โมเสส) และนบีฮารูน (อาโรน) ตอน 1.7
  เรื่องราวของนบีมูซา (โมเสส) และนบีฮารูน (อาโรน) ตอน 1.6
  เรื่องราวของนบีมูซา (โมเสส) และนบีฮารูน (อาโรน) ตอน 1.5
  เรื่องราวของนบีมูซา (โมเสส) และนบีฮารูน (อาโรน) ตอน 1.4
 
บริการข่าวไทยมุสลิม
 
      แสดงความคิดเห็น
 
 
  1. ทุกความคิดเห็นจะถูกส่งขึ้นระบบ โดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยนโดยอิสระ
  2. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึง สถาบันอันเป็นที่เคารพ
  3. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ ผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถ นำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  4. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจง เหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 
  สถานะ: แสดงความคิดเห็น    
  ชื่อ/email *:    
           
           
 
 
  กรุณาพิมพ์ตัวเลขตามที่เห็นด้วยค่ะ  
 

 

 
ไม่มีข้อมูลแสดงความคิดเห็น
 
 
 
     
Contact Us :
cs@thaimuslim.com