โรงพยาบาลตามวิถีอิสลาม

หลายท่านคงยังไม่ทราบถึงความนิยมชมชอบของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่เดินทางมารักษาตัวในประเทศไทยแต่ละปี จำนวนเม็ดเงินในธุรกิจด้านตลาดคนไข้ของชาวต่างชาติมากมายมหาศาล ผมขอนำเสนอในมิติของชาวต่างชาติที่นับถือศาสนาอิสลามจากทั่วทุกมุมโลกที่ได้เดินทางมารักษาตัวพร้อมกับการพักผ่อนหย่อนใจ

ผมเองมีเพื่อนๆประกอบอาชีพเป็นล่ามแปลภาษาอาหรับในโรงพยาบาลชั้นนำ หลายโรงพยาบาลด้วยกัน จากการพูดคุยเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของชาวต่างชาติที่นับถือศาสนาอิสลามนั้น มักนิยมมาเป็นครอบครัว เพราะนอกจากมาพักรักษาตัวแล้ว ผู้ป่วยถือโอกาสพักผ่อนเติมพลังแห่งชีวิตในคราเดียวกันไปด้วย

สิ่งสำคัญนอกจากการรักษาผู้ป่วยแล้ว การเข้าใจวิถีการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยที่นับถือศาสนาอิสลามมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้กับสถานพยาบาลและสร้างรายได้อย่างมหาศาลเช่นกัน  ดังนั้นสถานพยาบาลหากอยากเพิ่มยอดขายและสร้างแบรนด์เพื่อเป็นที่จดจำ ต้องศึกษา เรียนรู้ เข้าใจกระบวนการ อำนวยความสะดวกเตรียมความพร้อมในการรักษาพยาบาลตามวิถีอิสลาม

หลักการปฏิบัติตามศาสนบัญญัติที่เรียกว่าฮาลาลนั้น มิได้เฉพาะเจาะจงเพียงแค่การผลิตอาหารแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการให้บริการ การรักษาพยาบาลด้วยเช่นกัน

 

cd48cf9b6af9a2bc211cfd909a3a2b3b homeslider3

 

แนวทางการปฏิบัติ การให้บริการโรงพยาบาลตามวิถีอิสลาม ดังนี้

  1. โรงพยาบาลมีบริการอาหารฮาลาลสำหรับผู้ป่วยและบุคคลทั่วไป
  2. จัดสถานที่ละหมาดที่มีความสะดวกสำหรับผู้ป่วยที่สามารถลุกขึ้นเดินได้
  3. มีห้องละหมาดในโรงพยาบาล เพื่อให้บริการสำหรับญาติที่มาเยี่ยม
  4. มีบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้หญิงเพียงพอเพื่อให้บริการต่อผู้หญิงมุสลิมที่ตั้งครรภ์และการทำคลอด (ถ้าทำได้)
  5. การดูแลผู้ป่วยต้องสอดคล้องตามหลักการของศาสนา เช่นจำนวนบุรุษพยาบาลเพียงพอต่อการดูแลผู้ป่วยชาย
  6. มีการสอนให้ผู้ป่วยกล่าวคำปฏิญาณตน (ชาฮาดะห์) ก่อนการทำหัตถการใดๆที่อาจทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว อาทิเช่น ก่อนฉีดยาสงบประสาทเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วยในระยะสุดท้าย เป็นต้น
  7. การจัดทำซิงค์น้ำสำหรับอาบน้ำละหมาดแก่ผู้ป่วยแบบเคลื่อนที่สำหรับผู้ป่วยที่เคลื่อนที่ลำบาก
  8. การจัดเตียงผู้ป่วยให้หันศรีษะไปทางกิบลัต (กิบลัต คือ ทิศที่มุสลิมหันหน้าไปขณะทำละหมาด)
  9. การจัดทำสื่อสารสุขภาพที่เกี่ยวกับการรับบริการในโรงพยาบาลด้วยภาษามาลายู ไทย อาหรับ และการจัดทำสื่อสุขภาพที่สอดคล้องกับวิถีอิสลาม
  10. การดูแลรักษาผู้ป่วยที่ใช้ยาเสพติด หรือผู้ป่วยโรค AIDS สอนให้ผู้ป่วยสำนึกในความผิด กลับเนื้อกลับตัวเพื่อเปลี่ยนเป็นคนใหม่ด้วยกับกับการขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ (เตาบัต)
  11. การให้บริการในเดือนรอมฏอนสำหรับสถานพยาบาลเตรียมน้ำดื่มและอินทผลัมเพื่อให้ผู้มารับบริการสามารถละศีลอดได้อย่างสะดวก
  12. มีการจัดบริการสุขภาพสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัญจ์ เช่นการให้บริการฉีดวัคซีนตามมารตรฐานการตรวจสุขภาพ จัดยาประจำตัวไปให้เพียงพอ ให้คำแนะนำการดูเลสุขภาพเป็นต้น
  13. สำหรับทารกแรกคลอดหลังจากเช็ดตัวทำความสะอาดแล้ว ให้บิดาหรือผู้มีความรู้ทางศาสนาทำกล่าวอะซานและอีกอมะห์ (อะซาน : ข้างหูขวา อิกอมะห์ : ข้างหูซ้าย)

อะซานและอีกอมะห์ คือ เป็นเสียงเชิญชวนสู่การละหมาดเป็นคำสรุปของคำกล่าวปฎิญาณตนของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์และศาสดามุฮัมมัดนั้นคือศาสนาฑูตของพระองค์ เป็นการให้พร และมีความหมายถึงการชี้นำให้เด็กคนนั้นมีจิตใจที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) และดำรงตนอยู่ในวิถีทางของพระผู้เป็นเจ้า

  1. การดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิต เช่น
  • ต้องขออนุญาตและทำความเข้าใจกับผู้ป่วยและญาติทุกครั้งก่อนจะมีการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (cardiopulmonary resuscitation : CPR)
  • การนำคัมภีร์อัลกรุอ่านหรือบทสวดขอพรมาวางไว้เพื่อญาติพี่น้องที่มาเยี่ยมจะได้สะดวกในการหยิบมาอ่านและขอพรให้กับผู้ป่วย
  • อนุญาตให้นำผู้ป่วยกลับไปนอนพักที่บ้าน หากญาติเห็นว่าตัวผู้ป่วยนั้นใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตหรือเป็นภาวะที่ไม่อาจรักษาได้แล้ว
  • เมื่อมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น อนุญาตให้ญาตินำศพกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ในทันที

เห็นไหมละครับว่าเรื่องของฮาลาลไม่ใช่เพียงเรื่องอาหารการกินแต่เพียงเท่านั้น แต่ฮาลาลคือวิถีการดำเนินชีวิตของพี่น้องมุสลิม จะดีแค่ไหนหากโรงพยาบาลจะเตรียมความพร้อมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่นับถือศาสนาอิสลาม เชื่อมั่นเหลือเกินว่าโรงพยาบาลแห่งนั้นจะสร้างความแตกต่างและสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาลอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ : อ.มูฮัมมัดราชา ฟิรเดาซ์

 

slide3