28 C
Bangkok
วันพุธ, เมษายน 21, 2021

HotTopic

ใครบ้างที่ละเว้นในการถือศีลอด แล้วต้องทำอย่างไรในการชดใช้การถือศีลอดที่ขาดไป

ใครบ้างที่ได้ละเว้นในการถือศีลอด แล้วต้องทำอย่างไรในการชดใช้การถือศีลอดที่ขาดไป ผู้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอนคือ ผู้เดินทางไกล ผู้เจ็บป่วย สำหรับผู้เดินทางนั้น ให้ถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนวันที่ขาดไปเมื่อหลังรอมฎอนจนกว่าจะถือรอมฎอนต่อไป และผู้เจ็บป่วยนั้น มีสองลักษณะคือ ป่วยชั่วคราว และป่วยถาวร ผู้ป่วยชั่วคราว เมื่อหายป่วยหลังรอมฎอน ต้องถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนวันที่ขาดไป ส่วนผู้ป่วยถาวรที่หมอบอกว่า ไม่มีโอกาสหาย กรณีนี้ให้เสียข้าวสารแทนวันละหนึ่งทะนาน(ประมาณ 7 ขีด) โดยบริจาคให้แก่คนยากจน และผู้สูงอายุหรือชราภาพที่ไม่อาจถือศีลอดได้ ก็ใช้หลักการเดียวกับผู้ป่วยถาวร สำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ก็อนุญาตให้ละเว้นไม่ต้องถือศีลอดช่วงเดือนรอมฎอนได้ แต่ต้องถือศีลอดชดใช้เมื่อพ้นภาวะดังกล่าว ส่วนบุคคลที่ไม่อนุญาตให้ถือศีลอด คือ สตรีที่มีรอบเดือน(เฮด) และที่มีเลือดหลังคลอดบุตร(นิฟาส) ทั้งสองนี้ให้ถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนวันที่ขาดไป หลังเดือนรอมฎอน

นักศึกษา Ex-IU ในสหรัฐฯถูกคุมประพฤติหลังโจมตีหญิงมุสลิมพยายามดึงฮิญาบออก

เอพี รายงานว่า (24ม.ค.60) บลูมิงตัน, อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยอินเดียนาที่พยายามจะเอาผ้าคลุมศีรษะออกจากผู้หญิงมุสลิมถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลาหนึ่งปีแต่เปลี่ยนเป็นการคุมประพฤติแทนหลังรู้สึกผิดกับการกระทำที่ทำลงไป ไทร์ทัน บริกฟอร์ด จากฟอร์ต เวยน์ เข้าให้การไปศาลในมอนโร เจ้าหน้าที่ กล่าวว่า บริกฟอร์ด ตะโกนต่อต้านว่าร้ายเชื้อชาติและพยายามที่จะเอาผ้าคลุมศีรษะของผู้หญิงมุสลิมออก ขณะที่เธอนั่งอยู่กับสาววัย 9 ขวบข้างนอกร้านกาแฟในบลูมิงตัน การตรวจสอบโดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯและเอฟบีไอเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2015 การโจมตีไม่ได้ก่อให้เกิดอาชญากรรมความเกลียดชัง สำนักข่าวเดอะบลูมิงตันเฮดไทม์ รายงานว่า บริกฟอร์ด เผยว่า เขารู้สึกเสียใจมาก และการแสดงการโจมตีไปนั้นของเขา เขาอ้างว่าเพราะเขาได้ดื่มหนักในงานปาร์ตี้ IU football ร่วมกับยากล่อมประสาท บริกฟอร์ด ถูกไล่ออกจากการเรียนจากมหาวิทยาลัย A former Indiana University student who tried to remove a Muslim...

“มุสตอฟา องอาจ” จากผู้นำเยาวชน สู่ตำแหน่งอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ

  เส้นทางกว่าที่จะมาเป็นอิหม่ามแห่งมัสยิดบางอุทิศได้ในวันนี้  “มุสตอฟา” เริ่มต้นจาก เด็กชายที่ใช้ชีวิตผูกพันอยู่กับมัสยิดมาตลอด จนกระทั่งเติบใหญ่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ให้เขาเป็นอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศในวัยเพียง 31 ปี “มุสตอฟา” อนุสรณ์ องอาจ วัย 36 ปี เป็นที่รู้จักกันในฐานะ อิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ เจริญกรุง 99 กรุงเทพมหานคร  ด้วยวัย 36 ปี ผู้อ่านหลายท่านอาจจะไม่ทราบว่าปัจจุบัน ท่านยังดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และเป็นเลขานุการคณะกรรมการชะรีอะฮ์บริษัท อิสลามิคเวลธ์ โซลูชั่น จำกัด อีกด้วย สลามทูเดย์ฉบับบนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับ อิหม่ามมุสตอฟา แม้ว่าจะวัยวุฒิไม่มาก แต่ดำเนินกิจกรรมด้านศาสนา และสังคม ไม่น้อย และยังถือเป็นการนำเสนอมุมมองที่น่าสนใจ เพื่อเป็นต้นแบบของเยาวชนหลายๆ คน สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตบนหนทางศาสนาได้ “ผมทำกิจกรรมมัสยิดมาตั้งแต่อายุ 13 ปี คลุกคลีอยู่กับมัสยิดมาตั้งแต่เด็ก...

ชาวพุทธพม่าในนครย่างกุ้งมอบกุหลาบให้ชาวมุสลิมที่ไปละหมาดวันอิดิ้ลฟิตรี

  ชาวพุทธพม่ามอบกุหลาบขาวให้แก่ชาวมุสลิมที่กำลังเดินทางไปละหมาดวันตรุษอิดิ้ลฟิตรี วันนี้ (5) เพื่อฉลองการสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ความเคลื่อนไหวที่แสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในประเทศที่ศาสนาอิสลามมักถูกกล่าวให้ร้าย อาสาสมัครยืนเรียงแถวอยู่ด้านนอกมัสยิด Dargah ในนครย่างกุ้ง และมอบดอกไม้ให้แก่ชาวมุสลิมจำนวนมากที่เดินทางเข้าไปในมัสยิดเพื่อร่วมละหมาดวันอีด ซึ่ง "ติน มี้น" ชายชาวมุสลิมอายุ 42 ปี กล่าวว่า “การแสดงออกดังกล่าวช่วยยกระดับจิตวิญญาณชุมชนชาวมุสลิม ชาวพุทธบางคนช่วยปกป้องเราจริงๆ” การรณรงค์กุหลาบขาวเริ่มขึ้นเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน หลังกลุ่มคนที่มีแนวความคิดชาตินิยมสุดโต่งราว 200 คน บุกไปยังสถานที่ 3 แห่ง ที่จัดการละหมาดในช่วงเดือนรอมฎอนในนครย่างกุ้ง และบังคับให้ชาวมุสลิมหยุดกิจกรรม ตำรวจตอบสนองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอีกหลายวันต่อมาด้วยการเสนอความคุ้มครองให้แก่ผู้ที่เดินทางมาละหมาดและออกหมายจับแกนนำการประท้วงรายหนึ่ง ส่วนพระสงฆ์ที่ได้รับความเคารพนับถือรูปหนึ่งได้วิงวอนร้องขอความอดทนอดกลั้น และมอบกุหลาบขาวเพื่อแทนความสมัครสมานสามัคคี ที่ก่อให้เกิดการรณรงค์นี้ขึ้น ทีมอาสาสมัครราว 100 คน มอบกุหลาบขาวราว 15,000 ดอกให้แก่ชาวมุสลิมใน 23 พื้นที่ทั่วประเทศในช่วงรอมฎอน โดย เต๊ต ส่วย...

ตัดผม,เล็บขณะมีประจำเดือนต้องเก็บไปยกหะดัษหรือไม่? กันคิ้ว,กำจัดขนหน้าบาปหรือไม่?

ตัดผม,เล็บขณะมีประจำเดือนต้องเก็บไปยกหะดัษหรือไม่? กันคิ้ว,กำจัดขนหน้าบาปหรือไม่? ตอบ      คำถามนี้แบ่งเป็นเป็นสองส่วนคือ ส่วนแรก “ตัดผมและเล็บขณะมีประจำเดือนได้หรือไม่และต้องนำไปยกหะดัษหรือไม่?” ส่วนนี้ตอบว่า ขณะมีประจำเดือนอนุญาตให้ตัดเล็บตัดผมได้ และไม่ต้องนำไปยกหะดัษ  ด้วยเหตุผลมีสองประการคือ หนึ่ง ไม่มีหลักฐานทางศาสนาห้ามกระทำดังกล่าว สอง “ท่านนบีเคยใช้ให้ผู้มีรอบเดือนหวีผม” และการหวีผมนั้นปกติก็ต้องมีผมร่วงแน่นอน ท่านนบีไม่เคยบอกให้นำผมที่ร่วงไปยกหะดัษ ส่วนที่สอง คือ “การกำจัดขนหน้าบาปหรือไม่?” ข้อนี้ตอบว่า มีหลักฐานจากหะดีษว่า “ท่านนบีแช่งสาป”อันนามิศอต” คือ สตรีที่กำจัดขนคิ้วหรือขนที่ใบหน้า การที่ท่านนบีแช่งสาปก็หมายถึงต้องห้ามการกระทำนั้น ดังนั้น การถอน โกนหรือกันขนคิ้วถือว่าเป็นการต้องห้าม ส่วนขนที่ใบหน้า (นอกจากขนคิ้ว) นักวิชาการบางท่านเช่นอิหม่ามนะวาวี ว่าต้องห้ามเช่นกัน และมีนักวิชาการอีกบางท่านบอกว่า ขนที่ใบหน้านอกจากขนคิ้วอนุญาตให้กำจัดได้  สรุปก็คือ การกำจัดขนคิ้วถือว่าเป็นการต้องห้าม ส่วนขนที่ใบหน้านอกจากขนคิ้ว นักวิชาการบางท่านว่าต้องห้าม (บาป) และบางท่านว่าอนุญาต สำหรับขนที่จำเป็นต้องกำจัดเพื่อการรักษาโรค หรือหนาจนเป็นอันตรายหรือเห็นเป็นหนวดเป็นเคราสำหรับสตรีนั้นอนุญาตให้กำจัดได้โดยไม่เป็นบาปแต่ประการใด...

มั่นใจในอิสลาม! “อามีน สันลี” เจ้าของแบรนด์ VOODOO นำสินค้ามุสลิมโกอินเตอร์

  นิยามของคำว่า “ประสบความสำเร็จในชีวิต” คงไม่ได้หมายถึงคนที่มีความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีฐานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องเป็นบุคคลมีหลักการคิด การครองตน ครองคน ครองงาน มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิต และที่สำคัญต้องยึดหลักอิสลามด้วยจึงจะประสบความสำเร็จทั้งดุนยาและอาคีเราะห์ บุคคลตัวอย่างที่สลามทูเดย์จะพามารู้จักในฉบับนี้ จากชีวิตมนุษย์เงินเดือนสู่เจ้าของธุรกิจปลุกปั้นสินค้าจนประสบความสำเร็จส่งขายได้ต่างประเทศเป็นที่ยอมรับถึงขนาดได้รับรางวัลระดับประเทศจากมือของนายกรัฐมนตรี ซึ่งกว่าจะถึงวันนี้ได้เส้นทางชีวิตไม่ได้สวยหรู เขามีหลักคิดในการทำงานอย่างไร มีการนำหลักอิสลามมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างไร และมีส่วนช่วยเหลือสังคมอย่างไรบ้าง เรามาติดตามกันค่ะ บุคคลที่เรากำลังกล่าวถึงคือ “คุณปรีชา สันลี” หรือ “อามีน” วัย 38 ปี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง วูดู (Voodoo) จาก บริษัท บิ๊กไอเดีย คอร์ปอเรท (ประเทศไทย) เล่าจุดเริ่มต้นก่อนที่จะมีวันนี้ว่าเริ่มต้นจากศูนย์ “ผมเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิดเกิดที่ชุมชนบึงพระราม9 ครอบครัวฐานะปานกลาง คุณพ่อเปิดบริษัทเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้าง มีพี่น้อง 3 คน ผมเป็นลูกคนโต...

มุสลิมสามารถโกหกได้หรือไม่

มุสลิมสามารถโกหกได้หรือไม่ อัลลอฮฺ(ซบ.) ได้ทรงกล่าวในอัลกุรอานว่า..มีความว่า “โอ้บรรดาผู้ที่มีศรัทธาทั้งหลาย คือบรรดาผู้ที่มีอีหม่าน ...เจ้าทั้งหลายจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺนั่นก็คือการมีตักวา...ตักวา...คือ ทำตามที่อัลลอฮฺ(ซบ.)ทรงใช้ละเว้นจากสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซบ.)ทรงห้าม..และเจ้าทั้งหลายจงทำตัวเป็นบุคคลอยู่ร่วมกับบุคคลที่มีสัจจะ” ในอายะห์นี้ได้ชี้ชัดให้เราในฐานะที่เป็นมุสลิมได้เข้าใจว่า...การมีวาจาสัจจะนั้น เป็นการแสดงของความเป็นมุสลิม คนซึ่งนามว่าเป็นมุสลิม หรือมุอฺมินในขั้นแรกต้องเข้าใจก่อนว่าโกหกไม่ได้ เพราะท่านนบี(ซ.ล.) ได้กล่าวเอาไว้ว่าใจความว่า “ท่านทั้งหลายจงพูดในสิ่งที่เป็นความจริง ถึงแม้นว่ามันจะขมขื่นก็ตาม นั้นเป็นความเข้าใจในหลักขั้นพื้นฐานของความเป็นมุสลิมเนื้อแท้ว่าจะต้องมีความซื้อสัตย์และบริสุทธิ์ในการที่จะเปล่งออกมาของวาจาแต่ละคำ จะต้องไตร่ตรอง คิด แล้วต้องแสดงออกมาถึงความจริงใจ ปากกับใจต้องตรงกัน ปากกล่าวอย่างไรใจก็อย่างนั้น จึงจะได้เรียกว่า คนที่เป็นมุสลิม ในขณะเดียวกัน การโกหกไม่ใช่เครื่องหมายมุสลิมแต่เป็นเครื่องหมายของคนมุนาฟิกีน คือ คนกลับกลอก หรือภาษาบ้านๆเรียกว่า คนหน้าไว้หลังหลอก ท่านนบี(ซ.ล.)ได้แจงไว้ว่า “เครื่องหมายของมุนาฟิกีนหรือคนกลับกลอกมีสามประการ คือ 1)เมื่อพูดแล้วก็โกหก 2)เมื่อสัญญาแล้วก็บิดพลิ้วกับสัญญา 3)เมื่อรับความไว้วางใจกับใครแล้วเขาก็ไม่ได้ทำตามสัญญาที่รับปากไว้ การโกหกมิได้นำพาไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ(ซบ.) เพราะท่านนบี(ซ.ล.) ได้แจงไว้เช่นเดียวกันว่า “แล้วเจ้าทั้งหลายจงสัจจะ แท้จริงความสัจจะจะนำพาไปสู่ความดี แล้วความดีจะนำไปสู่สรวงสวรรค์ คนหนึ่งเขาอยู่ในความคงสัจจะไม่โกหก...

แกะปม “เป็ด ไก่ ขนมไหว้เจ้า” รับประทานได้หรือไม่

เชื่อว่ามุสลิมหลายๆ คน ต้องมีเพื่อนต่างศาสนิกที่หลากหลาย และเพื่อนย่อมมีน้ำใจนำของมาฝากอยู่เป็นเนืองนิจ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านมักจะมีของมาให้ตามเทศกาล อย่างเช่นเทศกาลตรุษจีน ก็จะนำอาหารที่ไหว้เจ้ามาให้ไม่ว่าจะเป็น เป็ด ไก่ ขนมไหว้เจ้า แบบนี้แล้วเราควรจะทำไง จะรับหรือไม่รับ จะรับประทานได้หรือไหม เพื่อให้หายข้อข้องใจ ทางทีมงานจึงได้ไปสอบถามกับอาจารย์บรรจง บินกาซัน ซึ่งอาจารย์ได้กล่าวว่า “เราต้องบอกเขาตรงๆ ว่าสิ่งของที่ไหว้เจ้านั้น เรารับไม่ได้นะ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ต้องขอบคุณ และต้องขอโทษว่ารับไม่ได้ ในเมื่อเขามีน้ำใจกับเรา ซึ่งเขาไม่รู้เราก็ต้องบอกเขา ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวกับการไหว้เจ้า หรือถ้าหากว่าเป็นของที่เราไม่แน่ใจว่ามันมีของฮะรอมอย่างเช่นบางที่อาจจะมีมันหมูทากัน แบบนี้เราก็ไม่สามารถนำมาได้ นอกเหนือไปจากนั้นส้มสุกลูกไม้ถ้าไม่เกี่ยวกับการไหว้เจ้า ให้มาก็รับได้ ถ้าเราแน่ใจ ” ขอขอบคุณ อาจารย์บรรจง บินกาซัน

มิสเตอร์บัง ส้มตำถาด รสชาตจี๊ดจ๊าด ปริมาณคุ้มค่าในราคาบ้าน บ้าน

ถ้าพูดถึงอาหารอีสานเมนูแรกที่นึกถึงก็คงหนีไม่พ้นส้มตำ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำไทย ส้มตำปลาร้า ตำซั่ว ฯลฯ แต่จะหาร้านที่รสชาติถูกใจและฮาลาลหายากยิ่งนัก ดังนั้นกัมปงไทยฉบับนี้อยากจะขอแนะนำร้านอาหารอีสาน มิสเตอร์บัง ส้มตำถาด  ของคุณชนะชัย หงษ์น้อย หรืออีกชื่อหนึ่งว่า คุณอุสมาน เป็นเจ้าของร้าน โดยมีคุณมาโนช หรือคุณอิบรอฮีม เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับร้าน ซึ่งคุณอุสมานบอกว่าจุดเด่นของที่นี่รสชาติจะแซ่บมาก ทุกเมนูในร้านจะทำรสชาติเข้มข้น เครื่องปรุงเข้าถึงทุกเมนู และวัตถุดิบที่นี่จะสะอาด สดใหม่ทุกวัน ส่วนเมนูแนะอันดับแรกต้องเป็นส้มตำถาด ลูกค้าสามารถเลือกส้มตำได้ว่าจะเอาแบบไหน จะเอาส้มตำไทย หรือส้มตำปลาร้า มาพร้อมกับเครื่องเคียงอย่าง ขนมจีน เส้นหมี ไส้กรอก ปูอัด ไข่เค็ม ไก่ยอ เป็นต้น หรือจะสั่งเป็นส้มตำเป็นจานก็ได้อย่างส้มตำไทยขอบอกเลยว่ารสชาติแซ่บมาก เปรี้ยวนำ หวานตาม เข้ากันมาก หรือจะเป็นส้มตำปูม้าขอบอกว่าปูม้าที่นี่สดมาก ไม่มีกลิ่นคาว ถ้าจะเอารสชาติแซ่บถึงมาอีกต้องเป็นส้มตำปลาร้า กลิ่นปลาร้าหอมๆ รสชาติแซ่ปนัว หากรับประทานคู่กับไก่ทอดรสชาติแสนอร่อย กรอบนอกนุ่มใน เข้ากันที่สุด หรือจะสั่งต้มแซ่ปเนื้อรสชาติจัดจ้าน หรือจะเป็นน้ำตกเนื้อรสชาติเข้มข้น นุ่มละมุน นอกจากนี้แล้วยังมีผัดไทปูม้า กุ้ง แสนอร่อย  ลาบไก่ ลาบเนื้อ ลาบไก่ทอด...

บรรดาสุนัตที่ควรทำแก่ลูกๆ ที่คลอดมาจากครรภ์มารดา..

  สุนัตที่พึงมีกับลูกที่คลอดออกจากครรภ์ของมารดา.. ให้ทำการอะซานที่หูขวาและอิกอมะห์ที่หูซ้ายโดยใวคืออย่ารอเวลา ไม่ว่าเด็กที่คลอดออกมาจะเป็นหญิงหรือชาย บรรดาอุละมาอ์ได้แจงสาเหตุดังกล่าวใว้คือ..      1.1 ท่านนบี(ซ.ล)ได้ทำการอะซานที่หูของหะซันขณะซึ่งท่านหญิงฟาฏิมะห์ได้คลอดท่านหะซัน      1.2 เพื่อให้เด็กได้รับฟังการปฏิญานว่าพระเจ้าที่แท้มีองค์เดียว      1.3 เป็นการขับไล่ชัยฏอนมารร้ายต่างๆ สุนัตให้อ่านหรือกล่าวข้างหูข้างขวาของเด็กที่คลอดว่า      : (إني أُعيذها بك وذُريّتها من الشّيطان الرّجيم) คำอ่าน : อินนีอุอีษุฮาบิ่ก้า ว่าษุรรียะต้าฮามินัชชัยฏอนิรร่อญีม กล่าวคือ..ให้อ่านใส่หูเด็กที่คลอดมาทั้งเด็กหญิงและชายเพื่อได้เอาตะบัรรุกในอายะห์กุรอาน และเป็นการขอต่ออัลลอฮฺให้ทรงคุ้มครองเด็กจากชัยฏอน ในมุสนัดอิบนุร่อซีนให้อ่านซูรอฮ์อั้ลอิคลาศที่หูขวาของเด็กที่คลอดออกมา อีกหลายประการที่อาจนำเสนอในฉบับถัดไป..อินชาอัลลอฮ์     ขอขอบคุณ อาจารย์อาลี กองเป็ง

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

รองผู้ว่าฯปัตตานี นำอินทผาลัมและความห่วงใยจากผู้ว่าฯปัตตานี มอบให้แก่พี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม ในห้วงเดือนรอมฎอน พร้อมพบปะผู้นำศาสนา ชี้แจงแนวทาง การปฏิบัติศาสนกิจตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19)ของจังหวัดปัตตานี ในพื้นที่อำเภอยะรัง

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี มอบอินทผาลัมในนามของนายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี แก่ผู้นำศาสนา ในพื้นที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เนื่องในโอกาสเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ประจำปี ฮ.ศ.1442 โดยจุดที่ 1 มอบให้แก่ นายอับดุลเราะห์มาน...