28.4 C
Bangkok
วันพุธ, มีนาคม 3, 2021

HotTopic

นายกฯ นิวซีแลนด์ ตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็นหัวหน้าคณะสอบสวนเหตุยิงมัสยิด

  นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์นของนิวซีแลนด์เสนอชื่อผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็นประธานคณะสอบสวนหลวงเรื่องเหตุยิงมัสยิดสองแห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชที่มีผู้เสียชีวิต 50 คนเมื่อเดือนก่อน นายกรัฐมนตรีอาร์เดิร์นกล่าวว่า รัฐบาลต้องการสร้างความมั่นใจว่า ได้ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนในระหว่างการตรวจสอบโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ว่าเหตุยิงเมื่อวันที่ 15 มีนาคมเกิดขึ้นได้อย่างไร จะมีวิธีหยุดยั้งไม่ให้เกิดขึ้น และจะปกป้องชาวนิวซีแลนด์ให้ปลอดภัยได้อย่างไร คณะสอบสวนหลวงซึ่งเป็นคณะตุลาการทรงอำนาจที่สุดตามกฎหมายนิวซีแลนด์จะมีผู้พิพากษาวิลเลียม ยังจากศาลฎีกาเป็นหัวหน้า และจะรายงานผลการสอบสวนภายในวันที่ 10 ธันวาคม นายกรัฐมนตรีอาร์เดิร์นระบุว่า การสอบสวนซึ่งจะเริ่มด้วยการไต่สวนพยานหลักฐานในวันที่ 13 พฤษภาคม จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เพราะจะมีการหารือกับชุมชนมุสลิม จะตรวจสอบการทำงานของหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายว่าได้ทุ่มเททรัพยากรไปกับการจับตากลุ่มติดอาวุธมุสลิมแต่ละเลยภัยจากกลุ่มสุดโต่งขวาจัดตามที่ถูกวิจารณ์หรือไม่ จะตรวจสอบพฤติกรรมก่อนก่อเหตุของนายเบรนตัน แทร์เรนต์ ผู้ต้องหาชาวออสเตรเลียวัย 28 ปีว่าได้ใบอนุญาตอาวุธ ปืนและเครื่องกระสุนได้อย่างไร รวมถึงพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเขา และจะสอบสวนว่าหน่วยข่าวกรองทราบความเคลื่อนไหวของเขามาก่อนหรือไม่ และมีกฎหมายใดเป็นอุปสรรคต่อการรวบรวมและแบ่งปันข้อมูลของหน่วยข่าวกรองหรือไม่   ที่มา : สำนักข่าวไทย

ชุมชนชาวอิหร่านในสหรัฐระดมทุนให้กับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวประเทศอิหร่าน

หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.3 ทางตะวันตกของอิหร่าน ซึ่งทำลายเมือง 7 แห่ง และหมู่บ้าน 1,950 แห่ง บ้านเรือนถูกทำลายอีก 12,000 บ้าน และได้รับความเสียหายอีก 15,000 คน รายงานฉบับล่าสุดระบุจำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวที่ 432 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 9,388 ราย ข่าวการสั่นสะเทือนรุนแรงได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วทั่วโลก ทำให้ชาวอิหร่านทุกคนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ เหมือนกับชุมชนชาวอิหร่านในสหรัฐฯ ได้พยายามส่งมอบอุปกรณ์ด้านมนุษยธรรมไปยังอิหร่าน ซึ่งชาวอิหร่านบางคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกากำลังเปิดตัวแคมเปญระดมทุนเพื่อการกุศลเครือข่ายทางสังคม ขณะที่บางแห่งกำลังส่งเงินช่วยเหลือให้แก่อิหร่านผ่านทางองค์กรระหว่างประเทศหรือสถาบันอิหร่าน แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งแรกในปี 2012 ทำให้ Azarbaijan จังหวัดทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 300 คน ในขณะที่ผลกระทบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯต่ออิหร่านมากขึ้นกว่าที่เคย เมื่อชาวอิหร่านที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯไม่สามารถส่งเงินช่วยเหลือไปยังอิหร่านผ่านระบบธนาคารได้ แม้ว่าสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของ US Department...

ซาอุฯบริจาคเงิน166ล้านบาทให้กับมัสยิด2แห่งในตูนิเซีย

ซาอุดิอาระเบียได้บริจาคเงินกว่า 5.3 ล้านเหรียญ (ประมาณ 166,774,427 บาท) ไปยังตูนิเซียเพื่อฟื้นฟูและบำรุงรักษามัสยิด Zitouna ในตูนิสและมัสยิดของกษัตริย์อับดุลอาซิซในเขต El-Manar ของเมืองหลวง  การประกาศดังกล่าวจัดทำโดยอิหม่ามมัสยิดใหญ่และสมาชิกสภาซาอุฯ ซึ่งได้เดินทางไปเยือนตูนิเซีย เขากล่าวว่าการบริจาคเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นระหว่างตูนิเซียและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในภาคศาสนาและเพื่อปกป้องมัสยิด อิหม่ามของมัสยิดใหญ่เดินทางไปยังเมือง Kairouan พร้อมกับ Ahmed Adhoum รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของตูนิเซีย และเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงตูนิส โมฮัมเหม็ด บิน มาห์มุด อัลอาลี และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Kairouan Raqqada และ มัสยิด Okba Ibn Nafa

เมียนมาชี้ การที่ยูเอ็นจะเข้าไปสอบสวนการละเมิดสิทธิโรฮิงญานั้นไม่เกิดประโยชน์

  นายต่อง ทุน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติเมียนมากล่าวระหว่างประชุมเรื่องปัญหารัฐยะไข่กับนักการทูตและผู้แทนสำนักงานสหประชาชาติในเมียนมาวันนี้ว่า ไม่เห็นด้วยที่คณะสอบสวนสหประชาชาติจะเข้าไปสอบสวนกรณีข้อกล่าวหากองทัพข่มขืนและเข่นฆ่าชาวโรฮิงญา เนื่องจากเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์ และจะยิ่งทำให้สถานการณ์ในพื้นที่รุนแรงขึ้น พร้อมย้ำว่า เมียนมามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะปกป้องประเทศด้วยวิถีทางที่ถูกต้องตามกฎหมายในการปราบปรามการก่อการร้ายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามนายต่อง ทุนไม่ได้ชี้แจงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ก่อนหน้านี้นางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาอนุญาตให้คณะสอบสวนสหประชาชาติเข้าไปสอบสวนเรื่องนี้ หลังข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารของกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่เมื่อปลายปีก่อนอาจเข้าข่ายก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ด่านตรวจทหารพงยือไรจ.ยะลาเข้มงวด!เพ่งเล็งเป้าหมายบุคคล ยานพาหนะ เฝ้าระวังจยย.บอม์

เจ้าหน้าที่ทหารร้อย ร.15212 หน่วยเฉพาะกิจยะลา 12 ประจำด่านตรวจพงยือไร เส้นทางก่อนเข้าสู่เมืองยะลา ยังคงเฝ้าระวัง ตรวจค้นบุคคล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ต้องสงสัย เป้าหมาย อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกัน สกัดกั้นคนร้ายที่อาจจะใช้เส้นทาง ในการนำรถซึ่งซุกซ่อนวัตถุระเบิดเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่เขตเมืองยะลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชน หลังหน่วยความมั่นคง ได้แจ้งเตือนหน่วยในพื้นที่ให้เพิ่มมาตรการในการตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย และเฝ้าระวังการก่อเหตุด้วยระเบิดแสวงเครื่อง โดยใช้ จักรยานยนต์บอม์ บนเส้นทางจุดเสี่ยงในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งการก่อเหตุก่อกวน แขวนป้ายผ้า โดยพื้นที่เฝ้าระวัง ประกอบด้วย เขตเทศบาลยะหา เส้นทางถนนสาย 4065 ในพื้นที่ตำบลยะหา บ้านพงลูกา ตำบลบาโงยซิแน บ้านเจาะบือแน และในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา กับตำบลยะลา อำเภอเมืองยะลา จุดเสี่ยงบนเส้นทางถนนสายยะหา...

ฮุจญาจ 370 คน ที่เป็นแขกของกษัตริย์ซาอุฯ เดินทางมาถึงมักกะฮ์แล้ว

ฮุจญาจ 370 คน ที่เป็นแขกของกษัตริย์ซาอุฯ เดินทางมาถึงมักกะฮ์แล้ว ผู้แสวงบุญที่ถูกเชิญมาประกอบพิธีฮัจย์ในฐานะแขกของกษัตริย์ซัลมานแห่งซาอุดิอาระเบีย ภายใต้โครงการฮัจย์ และอุมเราะห์ ได้เดินทางถึงนครมักกะฮ์แล้ว 370 คน จากจำนวนทั้งหมด 1,300 คน โดยผู้แสวงบุญทั้งหมดที่มานั้นได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจาก Abdullah bin Medlij Al-Medlij ผู้บริหารโครงการนี้ เหล่าผู้แสวงบุญที่ถูกเชิญมาต่างยกย่องการจัดทำโครงการนี้ เพราะเป็นโครงการที่ช่วยเหลือผู้ที่มีความประสงค์จะประกอบพิธีฮัจย์ และพวกเขายังได้นำเสนอให้มีการขยายโครงการนี้ทั้งในมักกะฮ์และเมืองอันศักดิสิทธิ์อื่นๆ อีกด้วย บรรดาแขกแห่งกษัตริย์ซัลมานมาจาก 27 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ มาดากัสการ์ อาเจนตินา ปากีสถาน สหรัฐอเมริกา เอริเทรีย อินโนนีเซีย ตุรกี ไนเจอร์ แอฟริกาใต้ โคโซโว ปารากวัย รัสเซีย ยูเครน...

ยูเอ็น เตือนพม่าจะลดความช่วยเหลือต่อโรฮีนจา หลังรัฐบาลพม่าปิดค่ายในยะไข่

  สหประชาชาติเตือนว่าจะปรับลดความช่วยเหลือต่อชาวมุสลิมโรฮีนจาหลายพันคน หลังรัฐบาลพม่าปิดค่ายในรัฐยะไข่ ด้วยวิตกว่าการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของสหประชาชาติเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการแบ่งแยกมากยิ่งขึ้น หน่วยงานให้ความช่วยเหลือกำลังเผชิญสถานการณ์ลำบากในภูมิภาคที่พวกเขาพยายามสมดุลการให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ชุมชนที่เดือดร้อนกับอำนาจต่อรองกับรัฐบาล ชาวโรฮิงญาในพม่าส่วนใหญ่ถูกผลักดันให้ออกจากประเทศข้ามแดนไปฝั่งบังกลาเทศจากการปราบปรามทางทหารในปี 2560 แต่ยังมีโรฮีนจาอีกราว 400,000 คน ยังอาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ ซึ่งคนเหล่านั้นยังรวมถึงโรฮีนจาอีกเกือบ 130,000 คน ที่ถูกควบคุมตัวให้อยู่ในค่ายผู้พลัดถิ่นตั้งแต่ปี 2555 ที่ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนความช่วยเหลือจากหน่วยงานของสหประชาชาติ และกลุ่มด้านมนุษยธรรม พม่าได้ปิดค่ายพักบางส่วนที่มีโรฮีนจาอาศัยอยู่ราว 9,000 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของประเทศในการจัดการกับวิกฤตดังกล่าว แต่ชาวโรฮีนจาเหล่านั้นไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับไปยังที่อยู่อาศัยเดิมของพวกเขา แต่ย้ายไปอาศัยในที่พักแห่งใหม่ใกล้กับค่ายเดิมและยังต้องพึ่งพาของบริจาค แต่การดำเนินการดังกล่าว สร้างความวิตกให้แก่หน่วยงานช่วยเหลือว่ากำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนนโยบายที่ล้มเหลวในการจัดการกับความต้องการพื้นฐานของโรฮีนจา ที่ประกอบด้วยที่พักอาศัย อาชีพการงาน อาหาร และความปลอดภัย โดยแผนการปิดค่ายพักเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการแบ่งแยก คนุต ออสต์บี้ ผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติประจำพม่า ระบุในจดหมายถึงรัฐบาลพม่า ลงวันที่ 6 มิ.ย. จดหมายดังกล่าวที่เขียนขึ้นในนามของกลุ่มช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ยังเตือนว่าการสนับสนุนให้ความช่วยที่นอกเหนือไปกว่าการช่วยชีวิตในค่ายพักที่ถูกปิดไปนั้น จะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าเกี่ยวกับปัญหาพื้นฐานของเสรีภาพในการเคลื่อนไหว รัฐบาลพม่ากล่าวป้องแผนการปิดค่ายพัก และกล่าวว่า รัฐบาลจะยังทำงานกับสหประชาชาติและเอ็นจีโอในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงสวัสดิการสังคม ได้ระบุว่า...

เปิดอย่างเป็นทางการ! กับงานแสดงสินค้าและเจรจาจับคู่ธุรกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

  วันที่ 31 ม.ค. 63 ที่ลานอเนกประสงค์สนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมดาโต๊ะซรี ไซฟุดดีน นาซูตีออน บินอิสมาอีล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าภายในและกิจการผู้บริโภคประเทศมาเลเซีย รวมเปิดงานแสดงสินค้าและเจรจาจับคู่ธุรกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ Digital Business and Trade exhibition in southern Thailand : Date in South งานแสดงสินค้าที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับภาคเอกชน โดยสมาคมนักธุรกิจมุสลิมนราธิวาส จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2563 โดยจัดแสดงสินค้าหลากหลายประเภทจากผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้...

ลุกฮือ!!มุสลิมปากีสถานชุมนุมต่อต้านการฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมต่อชาวมุสลิมโรฮิงยาในพม่า

อะลูล บายัต รายงานว่า (17ม.ค.60) เมื่อวันศุกร์(13ม.ค.60) มีการประท้วงตามท้องถนนในเมืองการาจีเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศปากีสถานและมีประชากรมากที่สุดได้ออกมาประณามสถานการณ์ที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชาวมุสลิมโรฮิงยาที่หมดหวังในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกกองทัพกล่าวหาว่าก่อเหตุฆ่าเจ้าหน้าที่ ทำให้ใช้อ้างเหตุผลในการปราบปรามชุมชนโรฮิงยา ผู้ประท้วงส่งสัญญาณป้ายที่เขียนว่า “บันทึกสิทธิของเรา” ต้องให้ความสนในมุสลิมโรฮิงยา” และ “หยุดการฆ่าโดยใช้คำว่าความเป็นมุสลิม” ในขณะที่ตะโกนคำต่อต้านรัฐบาลพม่าและเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงต่อชุมชนมุสลิม ชาวมุสลิมโรฮิงยาจำนวนมากในรัฐยะไข่ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพม่าได้ถูกความรุนแรงโจมตีในชุมชนที่อยู่ในมือของหัวรุนแรงชาวพุทธตั้งแต่ปี 2012 ชาวมุสลิมโรฮิงยาหลายร้อยคนถูกฆ่าตายและนับหมื่นคนถูกบังคับให้ออกจากบ้านและต้องอาศัยอยู่ในค่ายอย่างน่าสงสารในสภาพที่เลวร้ายในพม่า, ไทย, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ภายใต้ทหารตั้งแต่ที่มีการโจมตีหลังโดนกล่าวหาว่าสังหารเจ้าหน้าที่ชายแดนของประเทศพม่าเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ปี 2016 ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 9 นาย รัฐบาลยังกล่าวหาว่าชาวมุสลิมโรฮิงยาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการโจมตีดังกล่าว มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลพม่าได้จับชาวมุสลิมโรฮิงยามาข่มขืน ฆาตกรรม และเผาทั้งเป็นชาวมุสลิมโรฮิงยาในรัฐยะไข่ รัฐบาลพม่าปฏิเสธการเป็นพลเมืองกว่า 1.1 ล้านคน ตราหน้าชาวมุสลิมโรฮิงยาว่าพวกเขาเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายจากประเทศบังคลาเทศ แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนเชื่อว่าชาวโรฮิงยาเป็นชุมชนเชื้อสายโบราณในพม่า ตามที่สหประชาชาติระบุ โรฮิงยาเป็นหนึ่งในชนกลุ่มน้อยที่ถูกข่มเหงมากที่สุดในโลก การปราบปรามนองเลือดต่อชาวมุสลิมโรฮิงยาโดยทหาร ในขณะนี้ได้ถูกประณามจากนานาชาติและความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้นำพม่านางอองซาน ซูจี ที่ได้รับรางวัลประชาธิปไตยของประเทศ และได้รับเลือกตั้งเป็นปธน.ครั้งแรกในปีที่ผ่านมา ในวันพฤหัสที่ผ่านมา(12ม.ค.60)...

ผู้แสวงบุญฮัจย์ ศอ.บต.แนะให้ใช้ศาสนบำบัดแก้ไขปัญหายาเสพติดกับเยาวชน

  วันที่ 27 สิงหาคม 2562 ที่ ห้องประชุมน้อมเกล้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายสำอาง ศิริรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พบปะผู้เข้าร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 140 คน โดยมี นายขอหลิด แซะอาหลี ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และกิจการพิเศษ ศอ.บต. วิทยากร และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม นายสำอาง ศิริรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ได้กล่าวในขณะพบปะกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน ที่ได้ผ่านบททดสอบอันล้ำค่าและยิ่งใหญ่จากพระผู้เป็นเจ้ากับการได้ผ่านกระบวนการประกอบพิธีฮัจย์ทุกคนต้องอดทน ตามเจตนาอย่างสมบูรณ์ ซึ่งผมเองรู้สึกตื้นตันใจ และดีใจแทนทุกท่านที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อให้ได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ และประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งจากนี้ก็จะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญที่จะได้มีโอกาสนำทักษะ...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

เปิด“ค่ายเยาวชนญาลันนันบารูจูเนียร์” จัด โครงการ “เสริมทักษะภาษาไทยฯหน่วยเฉพาะกิจยะลา”

เปิด“ค่ายเยาวชนญาลันนันบารูจูเนียร์” จัด โครงการ “เสริมทักษะภาษาไทยฯหน่วยเฉพาะกิจยะลา” โรงเรียนบ้านคูวอ อำเภอรามัน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41...