28 C
Bangkok
วันพุธ, เมษายน 21, 2021
หน้าแรก ข่าวมุสลิม

ข่าวมุสลิม

ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่พบปะผู้นำศาสนามอบแนวทางการดำเนินงานจังหวัดสตูล

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่พบปะผู้นำศาสนามอบแนวทางการดำเนินงานจังหวัดสตูลให้กับผู้นำศาสนาในพื้นที่จังหวัดสตูล ณ บริเวณลานหน้าอาคารสำนักงานคณะกรรมการอิสลามอิสลามประจำจังหวัดสตูล อำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยมี นิโคลัส ซี.วอลเลอร์ เลขานุการโท แผนกการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสำนักงาน สำนักจุฬาราชมนตรีประจำภาคใต้ นายอิบรอเหม อาดำ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายอรุณ อุมาจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล นายยาลา ใบกาเด็ม นายอำเภอเมืองสตูล อีหม่ามทุกมัสยิดในพื้นที่จังหวัดสตูล และฝ่ายวิชาการศาสนาอิสลามทุกส่วนร่วมรับฟัง ...

จังหวัดสงขลาจับมือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและผู้นำศาสนาขับเคลื่อนมาตรการป้องกันโควิด-19

มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เข้าร่วมการประชุมสามัญประจำปี 2564 โดยมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา และผู้นำศาสนา (อิหม่าม) มัสยิดต่าง ๆ กว่า 400 คน เข้าร่วมประขุม โดยสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลาได้กำหนดประชุมเพื่อชี้แจงสรุปผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา และการเตรียมการต้อนรับเดือนรอมฎอน (ศีลอด) ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้ขอความร่วมมือผู้นำศาสนาในการช่วยกันรณรงค์ให้ถือปฏิบัติตามมาตรการ D –...

เมื่อการประกาศเข้าเดือนรอมฎอนล่าช้า ฉันไม่ทราบ จะทราบก็เป็นเวลาเช้าแล้ว แล้วฉันจะทำอย่างไร?

เมื่อท่านไม่ทราบว่าเข้ารอมฎอน จะทราบก็เมื่อตอนเช้าหรือหลังเข้าเวลาละหมาดซุบฮิ ให้ท่านงดอาหารและทุกอย่างที่จะทำให้เสียศีลอดนับแต่ที่ท่านทราบว่าเข้าเดือนรอมฎอนแล้ว เพราะมุสลิมที่บรรลุศาสนภาวะ มีสติสัมปชัญญะ มีความสามารถ และไม่มีข้อห้ามการถือศีลอด ไม่อนุญาตให้ทานอาหารหรือกระทำการอื่นใดที่ทำให้เสียศีลอดในตอนกลางวันในของเดือนรอมฎอน ทว่าการถือศีลอดของท่านในวันแรกของเดือนรอมฎอนนั้นใช้ไม่ได้ เพราะท่านมิได้มีเหนียตถือศีลอดในตอนกลางคืน ดังคำสอนที่ท่านนบี(ซ.ล.) ได้กล่าวแล้วและท่านต้องทำการถือศีลอดชดใช้ในวันดังกล่าวหลังพ้นเดือนรอมฎอน

ขอเชิญร่วมงานยิ่งใหญ่แห่งปีงานอาเนาะมลายูฮานีน ครั้งที่ 3

#ขอเชิญร่วมงานยิ่งใหญ่แห่งปีงานอาเนาะมลายูฮานีน ครั้งที่ 3 ในวันจันทรที่ 12 เมษายน ‘64 ณ สถาบันตูวัน คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี #พบกับ - บรรยายบาบอดังแห่งโลกมลายู โดย บาบอซู & บาบอดิง & บาบอฆอซาลี - ดาราดังแห่งยุค เมธี ลาบานูน & ทีมตลกโจอี้ กาน่า - บิ๊กแจ๊ส พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง มอบบัณฑิตน้อยฮานีน - การแสดงสุดตระการตาและจำหน่ายอาหารเลิศรส - เสื้อผ้า ของฝาก สไตล์มลายูสุดชิ๊ก --------- ติดต่อ - ร้านค้าเสื้อผ้าของฝาก ที่ : ครูฟัครุรอซี โทร...

ฮุก่มการเหนียตในการถือศีลอดนั้นอย่างไร? และอย่างไรจึงเรียกว่า “เหนียต”

การเหนียต “เจตนา” นั้นเป็นเงื่อนไขของทุกๆ อิบาดะห์ (ศาสนกิจ) อัลเลาะห์จะไม่ทรงรับการปฏิบัติศาสนกิจที่ไม่มีการตั้งเจตนาอันบริสุทธิ์ เพราะอัลเลาะห์ทรงตรัสในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ซูเราะห์อัลบัยยินะห์อายะห์ที่ 5 ความว่า “และพวกเขามิได้ถูกใช้ให้กระทำการใดๆ นอกจากเพื่อการเคารพภักดีต่ออัลเลาะห์ เป็นผู้มีเจตนาบริสุทธิ์ในการภักดีต่อพระองค์” และท่านนบี(ซ.ล.) กล่าวว่า “แท้จริงกิจการทุกอย่างต้องมีการตั้งเจตนา” “การเหนียต” หรือการตั้งเจตนา หมายถึง : การตั้งใจกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง นับว่าเขาได้มีเหนียตแล้ว ส่วนสถานที่เหนียต คือ หัวใจ ส่วนการกล่าวมิใช่ตัวเหนียตแต่เป็นตัวที่ช่วยในการเหนียต และถ้าการกล่าวอย่างหนึ่งที่ไม่ตรงกับในใจที่มีเหนียต ให้ยึดถือสิ่งที่อยู่ในใจ ดังนั้น เมื่อเราตั้งใจทานอาหารสะฮูร เพื่อถือศีลอดในวันรุ่งขึ้นก็นับว่าเขาได้เหนียตแล้ว และคำเหนียตที่สมบูรณ์คือ “ข้าพเจ้าตั้งใจถือศีลอดรอมฎอนปีนี้ ในวันรุ่งขึ้น เพื่ออัลเลาะห์ตะอาลา” ส่วนเวลาการเหนียตนั้น ให้มีการเหนียตได้นับแต่หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าจนกระทั่งแสงอรุณที่สองขึ้น (เข้าเวลาละหมาดซุบฮิ) หากจะเหนียตถือศิลอดในช่วงไหนระหว่างกลางคืนก็ได้ ข้อสำคัญก็คือ การเหนียตนั้นต้องตกอยู่ในตอนกลางคืน...

อำเภอปะนาเระปัตตานีจัดกิจกรรมตาดีกาสัมพันธ์ ปี 2564

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามกีฬาเทศบาลตำบลปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี นายนิติ วิวัฒน์วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดอำเภอปะนาเระตาดีกาสัมพันธ์ ปี 2564 โดยมี นายเอกสิทธิ์ สองเมือง รักษาการณ์นายอำเภอปะนาเระ กล่าวรายงาน มีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา ครูตาดีกา ผู้นำชุมชนและผู้แทนองค์กรต่างๆ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี นายเอกสิทธิ์ สองเมือง รักษาการณ์นายอำเภอปะนาเระ กล่าวว่าโครงการตาดีกาสัมพันธ์เป็นโครงการที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความรักความสามัคคีระหว่างนักเรียนและครูโรงเรียนตาดีกา ส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬา...

อะไรคือเงื่อนไขซึ่งวายิบที่เมื่อมีครบสำหรับมนุษย์ เขาจำต้องถือศีลอด?

1.ต้องเป็นมุสลิม เพราะกาฟิรนั้น อิบาดะห์ของเขาจะไม่ถูกรับตราบที่เขายังครองความเป็นการฟิรอยู่ 2.ต้องบรรลุศาสนภาวะ ทุกศาสนิกจะไม่เป็นภาคบังคับสำหรับมุสลิม จนกว่าเขาจะบรรลุศาสนภาวะ 3.ต้องมีสติสัมปชัญญะ เพราะผู้ที่ขาดสติจะไม่อยู่ในอาการที่จะถูกบังคับทางศาสนาได้ หลักฐานในเงื่อนไขข้อนี้และก่อนจากนี้คือคำสอนของท่านนบี(ซ.ล.)ที่ว่า: “การบังคับทางศาสนาจะถูกยกออกไปจาก 3 คน คือ คนนอนหลับจนกว่าจะตื่น หนึ่งคนเป็นเด็กจนกว่าจะบรรลุศาสนภาวะหนึ่ง และคนวิกลจริตจนกว่าจะได้สติอีกหนึ่ง” บันทึกโดยอาหมัดและอบูดาวุด 4.ต้องมีความสามารถ เพราะอัลลอฮฺจะไม่ทรงบังคับบ่าวของพระองค์ที่ไร้ความสามารถ พระองค์ทรตรัสว่า “อัลลอฮฺจะไม่ทรงบังคับชีวิตใดๆนอกจากจะให้ความกว้างขวางแก่ชีวิตนั้น” อัลบาก้อเราะห์ โองการที่ 286 5.ต้องไม่อยู่ในภาวะผู้เดินทาง เพราะผู้เดินทางนั้นศาสนาอนุญาตให้เขาละการถือศีลอดได้ เพียงแต่ว่าเขาจะต้องชดใช้ภายหลัง อัลลอฮฺทรงตรัสว่า “และผู้ใดป่วยหรือเดินทางก็ให้เขาไปชดใช้ในวันอื่นๆ” อัลบาก้อเราห์โองการที่ 185 6.ต้องปราศจากข้อห้ามการถือศีลอด อันเนื่องมาจากการมีเฮด และการนิฟาส ดังนั้น ผู้ที่มีเฮด(รอบเดือน) และนิฟาส(เลือดหลังคลอดบุตร) ไม่อนุญาตให้ถือศีลอดและทั้งสองต้องชดใช้การถือศีลอดเมื่อพ้นภาวะดังกล่าวหลังรอมฎอน 6. บุคคลที่เห็นเดือนควรกล่าวอะไร? ตอบ ศาสนบัญญัติให้มุสลิมที่เห็นเดือนกล่าวตามที่ท่านนบี(ซ.ล.) กล่าวคือ “อัลลอฮุมมะอะฮิลละฮูอะลัยนา บิลยัมมิวั้ลอีมาน วัสสลามะติวั้ลอิสลาม...

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน โดยอาจารย์ชารีฟ ศรีเจริญ

แน่นอนว่าเดือนรอมฎอน เป็นเดือนที่มีความประเสริฐมากมาย ส่วนหนึ่งคือเดือนรอมฎอน เป็นเดือนแห่งการประทานอัลกุรอาน อัลลอฮฺทางตรัสความว่า: “เดือนรอมฎอนเป็นเดือนซึ่งพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานถูกประทานลงมา เพื่อเป็นทางนำสำหรับมนุษยชาติ และเป็นการแสดงข้อเท็จจริงเรื่องทางสว่างและการแยกแยะ(ระหว่างความจริงกับความเท็จ)” อัลบาก้อเราะห์ โองการที่ 185 พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานถูกประทานมาในคืนหนึ่งซึ่งอยู่ในเดือนรอมฎอนคือ “คือกอดัร” อัลลอฮฺทรงตรัสยืนยันในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานความว่า: “เราได้ประทานอัลกุรอานมาในค่ำแห่งกอดัร” ซูเราะห์อัลก้อดริ์ โองการที่ 1 ยังมีหะดิษที่ยืนยันสำทับความแห่งอัลกุรอานอีกมากมาย เช่น ท่านนบี(ซ.ล.) กล่าวว่า “ทุกๆกิจกรรมของมนุษย์ เขาจะได้รับผลตอบแทนเป็นทวีคูณ หนึ่งความดีจะได้สิบเท่าถึงเจ็ดร้อยเท่า อัลลอฮฺทรงตรัสความว่า: นอกจากการถือศีลอด มันคือการเฉพาะสำหรับเขา และเราจะตอบแทนผลการถือศีลอดเอง เขาละทางอารมณ์อยากและอาหารเพื่อเรา สำหรับผู้ที่ถือศีลอดจะมีความยินดีสองครั้ง ครั้งหนึ่งขณะละศีลอด และอีกครั้งหนึ่งขณะพบกับพระเจ้าของเขา อันกลิ่นปากในการถือศีลอดนั้นจะหอมสำหรับอัลลอฮฺยิ่งกว่ากลิ่นชะมดเชียง” และอีกรายงานหนึ่งมีความว่า “การถือศีลอดนั้นเป็นโล่ป้องกันได้ ดังนั้น เมื่อคนหนึ่งในพวกท่านอยู่ในวันแห่งการถือศีลอด ต้องไม่พูดจาให้ร้ายและไม่ส่งเสียงดัง ฉะนั้น หากมีคนหนึ่งมาประณามท่านหรือจะทำร้าย ท่านจงกล่าวว่า:...

ท่านได้กล่าวในคำจำกัดความว่า “แสงอรุณครั้งที่สอง” นั้นหมายความว่า ต้องมีแสงอรุณครั้งที่หนึ่งใช่หรือไม่? และมันแตกต่างกันอย่างไร?

แน่นอน แสงอรุณมีสองครั้ง ครั้งที่หนึ่งเรียกว่า “แสงโกหก” หรือ “ฟะญัรกาซิ๊บ” แสงอรุณนี้จะเป็นแสงขาวละเอียดพุ่งตรงขึ้นท้องฟ้าจากทิศตะวันออกเหมือนกับหางสุนัขจิ้งจอก แสงอรุณนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ในหลักการศาสนาอิสลาม ถือว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของกลางคืน จะยังไม่ถึงเวลาละหมาดซุบฮิ ไม่ห้ามที่จะกินและดื่มสำหรับคนที่จะถือศีลอด แสงนี้สักพักมันจะหายไป ส่วนแสงอรุณครั้งที่สองเรียกว่า “แสงจริง” หรือฟะญัรซอดิก” มันเป็นแสงที่สาดกระจายขึ้นท้องฟ้าเป็นวงกว้าง จากทิศตะวันออก แสงนี้จะไม่หายไปแต่มันค่อยๆ สว่างจ้าขึ้นบวกกับแสงดวงอาทิตย์ที่ขึ้นมาต่อจากนี้ มันจึงเป็นรอยต่อระหว่างกลางวันกับกลางคืน ตามเจตนารมณ์ของอัลกุกุรอานที่ว่า “และพวกเจ้าจงกินและดื่มจนกระทั่งพวกท่านมีความชัดเจนต่อเส้นสีขาวจากเส้นสีดำจากแสงอรุณ จากนั้นให้พวกเจ้าทำให้เกิดความสมบูรณ์ต่อการถือศีลอดจนถึงกลางคืน” อัลบากอเราะห์ โองการที่ 187 ดังนั้น เมื่อแสงอรุณครั้งที่สองขึ้นก็นับว่าเข้าเวลาละหมาดซุบฮิ และผู้ถือศีลอดจะต้องงดสิ่งที่ทำให้เสียศีลอดทั้งปวง ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) กล่าวความว่า : “ฟะญัร(แสงอรุณ) นั้น มีสอง คือ ฟะญัรที่ขึ้นกลางคืน ยังอนุญาตให้กิน ดื่มได้ แต่ไม่อนุญาตให้ละหมาดซุบฮิ...

อะไรคือความหมายของคำว่า “อัซเซาม์” การถือศีลอด ในทางภาษาและศาสนบัญญัติ

การถือศีลอด “อัซเซาม์” ในทางภาษาคือ การยับยั้งจากสิ่งหนึ่ง และละเว้นไม่กระทำสิ่งนั้น เช่น ผู้อดกลั้นจากอาหาร เครื่องดื่ม และการประเวณี หรือไม่พูดจา เป็นต้น เรียกอาการเหล่านี้ว่า “ซอฮิม” ผู้ถือศีลอด ในทางภาษา ในทางศาสนบัญญัติหมายความว่า “การงดเว้นจากสิ่งที่ถูกจำกัด (การกิน การดื่ม การประเวณี และอื่นๆ) โดยมีเจตนาต่อการนั้น นับจากแสงอรุณครั้งที่สองขึ้นจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า จากบุคคลที่จำกัด (คือ มุสลิม บรรลุศาสนภาวะ มีสติสัมปชัญญะ มีความสามารถ คนไม่เดินทาง ไม่มีเฮดและนิฟาส” ดังนั้น การถือศีลอดจึงไม่เป็นการบังคับสำหรับคนที่มีเหตุขัดข้องทางศาสนา ทว่าต้องมีการชดใช้เมื่อข้อขัดข้องนั้นหายไป ดังจะได้กล่าวในโอกาสต่อไป)

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

รองผู้ว่าฯปัตตานี นำอินทผาลัมและความห่วงใยจากผู้ว่าฯปัตตานี มอบให้แก่พี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม ในห้วงเดือนรอมฎอน พร้อมพบปะผู้นำศาสนา ชี้แจงแนวทาง การปฏิบัติศาสนกิจตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19)ของจังหวัดปัตตานี ในพื้นที่อำเภอยะรัง

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี มอบอินทผาลัมในนามของนายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี แก่ผู้นำศาสนา ในพื้นที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เนื่องในโอกาสเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ประจำปี ฮ.ศ.1442 โดยจุดที่ 1 มอบให้แก่ นายอับดุลเราะห์มาน...