32.4 C
Bangkok
วันศุกร์, มีนาคม 5, 2021
หน้าแรก ข่าวมุสลิม ข่าวไทยมุสลิม

ข่าวไทยมุสลิม

อิสลามสอนตั้งสติก่อนเปล่งคำอุทานนั้นออกไป

คำอุทานเป็นประโยคที่เราจะใช้เวลาตกใจ หรือแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่มีความหมายอะไร เช่น อุ๋ย โอ้ย โอ้โห เป็นต้น แต่ก็จะมีคำพูดหรือประโยคที่อุทานฟังแล้วระคายหู ที่จะออกแนวหยาบคาย แนวลามก หรือคำพูดที่ออกมาจากอารมณ์โดยไม่ได้กลั่นกรอง เช่น อยากตาย โอ้ยเมื่อไรจะหายสักที เหนื่อยวะ อิ่มโว้ย เป็นต้น กัมปงไทยฉบับนี้มาค้นหาข้อมูลว่าการพูดในอิสลาม ขอบเขต มารยาท ผลกระทบของการพูด ยกตัวอย่างในสมัยนบีว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในสมัยนั้น นำมาเพื่อเตือนใจพี่น้องมุสลิม จากอาจารย์ ชารีฟ ศรีเจริญ ต่อกรณีในเรื่องคำอุทานของพวกเรา โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมบางครั้งอาจจะเกินเลย อาจจะฟังดูแล้วไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าไหร่ ฟังดูแล้วอาจจะกระทบความรู้สึกในบางถ้อยคำ เราต้องเข้าใจคำว่าอุทานก่อน คำว่าอุทานบางครั้งไม่ได้เป็นประโยค เพราะว่าประโยคฟังแล้วต้องได้ใจความ เป็นการเปล่งเสียงออกไปเพื่อแสดงความรู้สึกของอาการช่วงเวลานั้น จะเป็นอาการโกรธ อาการดีใจ อาการตกใจ บางครั้งคำออกไปแล้วหาความไม่ได้ หรือบางครั้งเป็นถ้อยคำไม่มีความหมายในภาษาไทย หรือบางครั้งมีความหมายแต่เป็นความหมายที่อาจจะไม่ค่อยจะถูกต้อง...

ศาลจังหวัดมีนบุรี อนุญาตประกันตัว อ.บรรจง โซ๊ะมณี คดีฉ้อโกงประชาชน

  จากกรณีที่มีผู้เสียหายร่วมตัวร้องเรียนทีวีจานดำช่องหนึ่งแถวหนองจอก คลองสามวา หลอกขายที่ดินให้แก่ชาวบ้าน โดยมีการโฆษณาทางทีวี ว่าเป็นการจัดสรรที่ดินแบ่งขาย มีระบบสาธารณูปโภคเรียบร้อย โดยสามารถซื้อผ่อนได้นานถึง 5 ปี จนมีชาวบ้านหลายรายหลงเชื่อไปซื้อที่ดิน แต่เมื่อผ่อนเงินครบกลับไม่มีการโอนที่ดินดังกล่าวและขอผัดผ่อนเรื่อยมา จึงได้รวมตัวเข้าแจงความ นายบรรจง โซ๊ะมณี ประธานมูลนิธิเพื่อคุณธรรม และพรรคพวก ในคดีฉ้อโกงประชาชนที่ สน.มีนบุรี ล่าสุดนายยะยา ประกอบผล ผู้ประสานงานกลุ่มผู้เสียหาย เผยเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 เวลาประมาณ 7.00 น. ประธานมูลนิธิเพื่อคุณธรรม นายบรรจง โซ๊ะมณี และพวกรวม 3 คน เดินทางมามอบตัวที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ในคดีฉ้อโกงประชาชน โดยใช้หลักทรัพย์ที่ดินประกันตัว แต่ศาลจังหวัดมีนบุรีไม่อนุญาต จึงถูกนำตัวเข้าห้องขัง ขณะที่บรรยากาศที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนผู้เสียหายกว่า 10...

ใครบ้างที่ละเว้นในการถือศีลอด แล้วต้องทำอย่างไรในการชดใช้การถือศีลอดที่ขาดไป

ใครบ้างที่ได้ละเว้นในการถือศีลอด แล้วต้องทำอย่างไรในการชดใช้การถือศีลอดที่ขาดไป ผู้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอนคือ ผู้เดินทางไกล ผู้เจ็บป่วย สำหรับผู้เดินทางนั้น ให้ถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนวันที่ขาดไปเมื่อหลังรอมฎอนจนกว่าจะถือรอมฎอนต่อไป และผู้เจ็บป่วยนั้น มีสองลักษณะคือ ป่วยชั่วคราว และป่วยถาวร ผู้ป่วยชั่วคราว เมื่อหายป่วยหลังรอมฎอน ต้องถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนวันที่ขาดไป ส่วนผู้ป่วยถาวรที่หมอบอกว่า ไม่มีโอกาสหาย กรณีนี้ให้เสียข้าวสารแทนวันละหนึ่งทะนาน(ประมาณ 7 ขีด) โดยบริจาคให้แก่คนยากจน และผู้สูงอายุหรือชราภาพที่ไม่อาจถือศีลอดได้ ก็ใช้หลักการเดียวกับผู้ป่วยถาวร สำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ก็อนุญาตให้ละเว้นไม่ต้องถือศีลอดช่วงเดือนรอมฎอนได้ แต่ต้องถือศีลอดชดใช้เมื่อพ้นภาวะดังกล่าว ส่วนบุคคลที่ไม่อนุญาตให้ถือศีลอด คือ สตรีที่มีรอบเดือน(เฮด) และที่มีเลือดหลังคลอดบุตร(นิฟาส) ทั้งสองนี้ให้ถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนวันที่ขาดไป หลังเดือนรอมฎอน

เลี้ยงแมวแล้วได้อะไร? โดย อ.อับดุลอะซีซ ขำเจริญ

  อิสลามเป็นศาสนาที่สอนให้ผู้ศรัทธามีความอ่อนโยน เมตตา สงสารอยู่เสมอ ไม่ว่าจะกับคนด้วยกัน หรือแม้กระทั่งกับสัตว์เล็กๆ ก็ตาม ท่านนบีมุฮำหมัด (ซ.ล.) เป็นผู้ที่มีความเมตตาอ่อนโยน และชมชอบแมวเป็นอย่างมาก รายงานวิจัยฉบับนี้จะพาท่านผู้อ่านไปเห็นถึงประโยชน์ในการเลี้ยงแมว เลี้ยงแล้วได้อะไร? เลี้ยงแบบทิ้งขว้าง กักขังแมวจะบาปไหมอย่างไร? หรือแม้กระทั่งการซื้อ-ขายแมวสามารถทำได้ไหมในอิสลาม ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนกำลังสงสัยอยู่ เรามาหาคำตอบกันโดย “อาจารย์อับดุลอะซีซ ขำเจริญ” หัวหน้าฝ่ายวิชาการแห่งสภายุวมุสลิมโลก (WAMY) จะมาช่วยไขข้อข้องใจต่างๆ อ.อับดุลอะซีซ กล่าวว่า ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.) ท่านถูกส่งมาเพื่อเป็นความเมตตาต่อสรรพสิ่งต่างๆ ในโลกใบนี้  อัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ว่า:   وَمَا أَرْسَلْنَاكَ إِلَّا رَحْمَةً لِّلْعَالَمِينَ   “และเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใดนอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่ประชาชาติทั้งหลาย” (อัลอัมบิยาอฺ 107)     ดังที่ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ได้บอกเล่าเรื่องราวในทำนองดังกล่าวกับบรรดาอัครสาวกของท่านในวันที่ท่านได้ทำการส่งเสริมให้พวกเขามีความเมตตาต่อสัตว์ว่า   « بَيْنَمَا رَجُلٌ يَمْشِى بِطَرِيقٍ...

ตัดผม,เล็บขณะมีประจำเดือนต้องเก็บไปยกหะดัษหรือไม่? กันคิ้ว,กำจัดขนหน้าบาปหรือไม่?

ตัดผม,เล็บขณะมีประจำเดือนต้องเก็บไปยกหะดัษหรือไม่? กันคิ้ว,กำจัดขนหน้าบาปหรือไม่? ตอบ      คำถามนี้แบ่งเป็นเป็นสองส่วนคือ ส่วนแรก “ตัดผมและเล็บขณะมีประจำเดือนได้หรือไม่และต้องนำไปยกหะดัษหรือไม่?” ส่วนนี้ตอบว่า ขณะมีประจำเดือนอนุญาตให้ตัดเล็บตัดผมได้ และไม่ต้องนำไปยกหะดัษ  ด้วยเหตุผลมีสองประการคือ หนึ่ง ไม่มีหลักฐานทางศาสนาห้ามกระทำดังกล่าว สอง “ท่านนบีเคยใช้ให้ผู้มีรอบเดือนหวีผม” และการหวีผมนั้นปกติก็ต้องมีผมร่วงแน่นอน ท่านนบีไม่เคยบอกให้นำผมที่ร่วงไปยกหะดัษ ส่วนที่สอง คือ “การกำจัดขนหน้าบาปหรือไม่?” ข้อนี้ตอบว่า มีหลักฐานจากหะดีษว่า “ท่านนบีแช่งสาป”อันนามิศอต” คือ สตรีที่กำจัดขนคิ้วหรือขนที่ใบหน้า การที่ท่านนบีแช่งสาปก็หมายถึงต้องห้ามการกระทำนั้น ดังนั้น การถอน โกนหรือกันขนคิ้วถือว่าเป็นการต้องห้าม ส่วนขนที่ใบหน้า (นอกจากขนคิ้ว) นักวิชาการบางท่านเช่นอิหม่ามนะวาวี ว่าต้องห้ามเช่นกัน และมีนักวิชาการอีกบางท่านบอกว่า ขนที่ใบหน้านอกจากขนคิ้วอนุญาตให้กำจัดได้  สรุปก็คือ การกำจัดขนคิ้วถือว่าเป็นการต้องห้าม ส่วนขนที่ใบหน้านอกจากขนคิ้ว นักวิชาการบางท่านว่าต้องห้าม (บาป) และบางท่านว่าอนุญาต สำหรับขนที่จำเป็นต้องกำจัดเพื่อการรักษาโรค หรือหนาจนเป็นอันตรายหรือเห็นเป็นหนวดเป็นเคราสำหรับสตรีนั้นอนุญาตให้กำจัดได้โดยไม่เป็นบาปแต่ประการใด...

มุสลิมสามารถโกหกได้หรือไม่

มุสลิมสามารถโกหกได้หรือไม่ อัลลอฮฺ(ซบ.) ได้ทรงกล่าวในอัลกุรอานว่า..มีความว่า “โอ้บรรดาผู้ที่มีศรัทธาทั้งหลาย คือบรรดาผู้ที่มีอีหม่าน ...เจ้าทั้งหลายจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺนั่นก็คือการมีตักวา...ตักวา...คือ ทำตามที่อัลลอฮฺ(ซบ.)ทรงใช้ละเว้นจากสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซบ.)ทรงห้าม..และเจ้าทั้งหลายจงทำตัวเป็นบุคคลอยู่ร่วมกับบุคคลที่มีสัจจะ” ในอายะห์นี้ได้ชี้ชัดให้เราในฐานะที่เป็นมุสลิมได้เข้าใจว่า...การมีวาจาสัจจะนั้น เป็นการแสดงของความเป็นมุสลิม คนซึ่งนามว่าเป็นมุสลิม หรือมุอฺมินในขั้นแรกต้องเข้าใจก่อนว่าโกหกไม่ได้ เพราะท่านนบี(ซ.ล.) ได้กล่าวเอาไว้ว่าใจความว่า “ท่านทั้งหลายจงพูดในสิ่งที่เป็นความจริง ถึงแม้นว่ามันจะขมขื่นก็ตาม นั้นเป็นความเข้าใจในหลักขั้นพื้นฐานของความเป็นมุสลิมเนื้อแท้ว่าจะต้องมีความซื้อสัตย์และบริสุทธิ์ในการที่จะเปล่งออกมาของวาจาแต่ละคำ จะต้องไตร่ตรอง คิด แล้วต้องแสดงออกมาถึงความจริงใจ ปากกับใจต้องตรงกัน ปากกล่าวอย่างไรใจก็อย่างนั้น จึงจะได้เรียกว่า คนที่เป็นมุสลิม ในขณะเดียวกัน การโกหกไม่ใช่เครื่องหมายมุสลิมแต่เป็นเครื่องหมายของคนมุนาฟิกีน คือ คนกลับกลอก หรือภาษาบ้านๆเรียกว่า คนหน้าไว้หลังหลอก ท่านนบี(ซ.ล.)ได้แจงไว้ว่า “เครื่องหมายของมุนาฟิกีนหรือคนกลับกลอกมีสามประการ คือ 1)เมื่อพูดแล้วก็โกหก 2)เมื่อสัญญาแล้วก็บิดพลิ้วกับสัญญา 3)เมื่อรับความไว้วางใจกับใครแล้วเขาก็ไม่ได้ทำตามสัญญาที่รับปากไว้ การโกหกมิได้นำพาไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ(ซบ.) เพราะท่านนบี(ซ.ล.) ได้แจงไว้เช่นเดียวกันว่า “แล้วเจ้าทั้งหลายจงสัจจะ แท้จริงความสัจจะจะนำพาไปสู่ความดี แล้วความดีจะนำไปสู่สรวงสวรรค์ คนหนึ่งเขาอยู่ในความคงสัจจะไม่โกหก...

มิสเตอร์บัง ส้มตำถาด รสชาตจี๊ดจ๊าด ปริมาณคุ้มค่าในราคาบ้าน บ้าน

ถ้าพูดถึงอาหารอีสานเมนูแรกที่นึกถึงก็คงหนีไม่พ้นส้มตำ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำไทย ส้มตำปลาร้า ตำซั่ว ฯลฯ แต่จะหาร้านที่รสชาติถูกใจและฮาลาลหายากยิ่งนัก ดังนั้นกัมปงไทยฉบับนี้อยากจะขอแนะนำร้านอาหารอีสาน มิสเตอร์บัง ส้มตำถาด  ของคุณชนะชัย หงษ์น้อย หรืออีกชื่อหนึ่งว่า คุณอุสมาน เป็นเจ้าของร้าน โดยมีคุณมาโนช หรือคุณอิบรอฮีม เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับร้าน ซึ่งคุณอุสมานบอกว่าจุดเด่นของที่นี่รสชาติจะแซ่บมาก ทุกเมนูในร้านจะทำรสชาติเข้มข้น เครื่องปรุงเข้าถึงทุกเมนู และวัตถุดิบที่นี่จะสะอาด สดใหม่ทุกวัน ส่วนเมนูแนะอันดับแรกต้องเป็นส้มตำถาด ลูกค้าสามารถเลือกส้มตำได้ว่าจะเอาแบบไหน จะเอาส้มตำไทย หรือส้มตำปลาร้า มาพร้อมกับเครื่องเคียงอย่าง ขนมจีน เส้นหมี ไส้กรอก ปูอัด ไข่เค็ม ไก่ยอ เป็นต้น หรือจะสั่งเป็นส้มตำเป็นจานก็ได้อย่างส้มตำไทยขอบอกเลยว่ารสชาติแซ่บมาก เปรี้ยวนำ หวานตาม เข้ากันมาก หรือจะเป็นส้มตำปูม้าขอบอกว่าปูม้าที่นี่สดมาก ไม่มีกลิ่นคาว ถ้าจะเอารสชาติแซ่บถึงมาอีกต้องเป็นส้มตำปลาร้า กลิ่นปลาร้าหอมๆ รสชาติแซ่ปนัว หากรับประทานคู่กับไก่ทอดรสชาติแสนอร่อย กรอบนอกนุ่มใน เข้ากันที่สุด หรือจะสั่งต้มแซ่ปเนื้อรสชาติจัดจ้าน หรือจะเป็นน้ำตกเนื้อรสชาติเข้มข้น นุ่มละมุน นอกจากนี้แล้วยังมีผัดไทปูม้า กุ้ง แสนอร่อย  ลาบไก่ ลาบเนื้อ ลาบไก่ทอด...

แกะปม “เป็ด ไก่ ขนมไหว้เจ้า” รับประทานได้หรือไม่

เชื่อว่ามุสลิมหลายๆ คน ต้องมีเพื่อนต่างศาสนิกที่หลากหลาย และเพื่อนย่อมมีน้ำใจนำของมาฝากอยู่เป็นเนืองนิจ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านมักจะมีของมาให้ตามเทศกาล อย่างเช่นเทศกาลตรุษจีน ก็จะนำอาหารที่ไหว้เจ้ามาให้ไม่ว่าจะเป็น เป็ด ไก่ ขนมไหว้เจ้า แบบนี้แล้วเราควรจะทำไง จะรับหรือไม่รับ จะรับประทานได้หรือไหม เพื่อให้หายข้อข้องใจ ทางทีมงานจึงได้ไปสอบถามกับอาจารย์บรรจง บินกาซัน ซึ่งอาจารย์ได้กล่าวว่า “เราต้องบอกเขาตรงๆ ว่าสิ่งของที่ไหว้เจ้านั้น เรารับไม่ได้นะ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ต้องขอบคุณ และต้องขอโทษว่ารับไม่ได้ ในเมื่อเขามีน้ำใจกับเรา ซึ่งเขาไม่รู้เราก็ต้องบอกเขา ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวกับการไหว้เจ้า หรือถ้าหากว่าเป็นของที่เราไม่แน่ใจว่ามันมีของฮะรอมอย่างเช่นบางที่อาจจะมีมันหมูทากัน แบบนี้เราก็ไม่สามารถนำมาได้ นอกเหนือไปจากนั้นส้มสุกลูกไม้ถ้าไม่เกี่ยวกับการไหว้เจ้า ให้มาก็รับได้ ถ้าเราแน่ใจ ” ขอขอบคุณ อาจารย์บรรจง บินกาซัน

พ่อข่มขืนลูกในไส้! อิสลามมีทางออก โดย อ.อับดุลลาตีฟ ตำราเรียง

  สังคมสมัยนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน ทุกครั้งที่เราดูข่าวผ่านหน้าจอหรือเช็คเฟซบุ๊ก มักจะเจอข่าวสารที่เพื่อนแชร์กันมาแต่ละข่าว น้อยครั้งที่เป็นข่าวน่ายินดี อาทิ ยิงกันตายด้วยเรื่องผิดใจกันนิดเดียว, พี่เลี้ยงทำร้ายเด็กจนตายหรือเป็นเจ้าชายนิทราก็มี, ข่าวเด็กหาย, ฉกชิงวิ่งราว, ขบวนการต้มตุ๋นหลอกหญิงสาวไปขายตัวต่างประเทศ, ทำร้ายหลอกลวงนักท่องเที่ยว, ฆ่าแมวแลกบิตคอยน์ หรือแม้กระทั่งพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกในไส้นานนับหลายปี บางรายมีแม่รู้เห็นเป็นใจไปอีก เห็นแล้วช่างสลดหดหู่ใจเสียจริง เพราะสังคมหรือจิตใจคนที่ต่ำลง!? หรือนี่เป็นอีกสัญญาณหนึ่งของวันกิยามะห์ที่ใกล้เข้ามาทุกที… รายงานวิจัยฉบับนีได้รับเกียรติจาก “อาจารย์อับดุลลาตีฟ ตำราเรียง” โต๊ะครูและวิทยากรบรรยายศาสนา ซึ่งจบการศึกษาจากคณะชารีอะห์และดิรอซาตอิสลามียะห์ มหาวิทยาลัยคูเวต ประเทศคูเวต ได้ชี้แจงถึงการข่มขืนในหลักการอิสลามถือเป็นความผิดอย่างไร? และอิสลามมีบทลงโทษอย่างไรกับคนที่ทำสิ่งชั่วช้าเช่นนี้ เรามาติดตามกันค่ะ อ.อับดุลลาตีฟ กล่าวว่า “การข่มขืนถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงมากในอิสลาม ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำเป็นอย่างมาก อิสลามจึงได้วางกฎเกณฑ์อย่างเคร่งคัดเพื่อกำจัดปัญหานี้ให้ห่างไกลจากผู้ศรัทธา หนึ่งในนั้นคือการกำหนดบทลงโทษ โดยยึดหลักการเดียวกันกับการผิดประเวณีกับผู้ที่ทำการข่มขืน ส่วนผู้ที่ถูกข่มขืนนั้นไม่มีความผิดบาปใดๆ กับตัวเขา ซึ่งบทลงโทษนี้อยู่ในเรื่องอัล-หุดูด ว่าด้วยเรื่องการผิดประเวณี” การกำหนดบทลงโทษ (อัล-หุดูด) คือ...

บรรดาสุนัตที่ควรทำแก่ลูกๆ ที่คลอดมาจากครรภ์มารดา..

  สุนัตที่พึงมีกับลูกที่คลอดออกจากครรภ์ของมารดา.. ให้ทำการอะซานที่หูขวาและอิกอมะห์ที่หูซ้ายโดยใวคืออย่ารอเวลา ไม่ว่าเด็กที่คลอดออกมาจะเป็นหญิงหรือชาย บรรดาอุละมาอ์ได้แจงสาเหตุดังกล่าวใว้คือ..      1.1 ท่านนบี(ซ.ล)ได้ทำการอะซานที่หูของหะซันขณะซึ่งท่านหญิงฟาฏิมะห์ได้คลอดท่านหะซัน      1.2 เพื่อให้เด็กได้รับฟังการปฏิญานว่าพระเจ้าที่แท้มีองค์เดียว      1.3 เป็นการขับไล่ชัยฏอนมารร้ายต่างๆ สุนัตให้อ่านหรือกล่าวข้างหูข้างขวาของเด็กที่คลอดว่า      : (إني أُعيذها بك وذُريّتها من الشّيطان الرّجيم) คำอ่าน : อินนีอุอีษุฮาบิ่ก้า ว่าษุรรียะต้าฮามินัชชัยฏอนิรร่อญีม กล่าวคือ..ให้อ่านใส่หูเด็กที่คลอดมาทั้งเด็กหญิงและชายเพื่อได้เอาตะบัรรุกในอายะห์กุรอาน และเป็นการขอต่ออัลลอฮฺให้ทรงคุ้มครองเด็กจากชัยฏอน ในมุสนัดอิบนุร่อซีนให้อ่านซูรอฮ์อั้ลอิคลาศที่หูขวาของเด็กที่คลอดออกมา อีกหลายประการที่อาจนำเสนอในฉบับถัดไป..อินชาอัลลอฮ์     ขอขอบคุณ อาจารย์อาลี กองเป็ง

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

เปิด“ค่ายเยาวชนญาลันนันบารูจูเนียร์” จัด โครงการ “เสริมทักษะภาษาไทยฯหน่วยเฉพาะกิจยะลา”

เปิด“ค่ายเยาวชนญาลันนันบารูจูเนียร์” จัด โครงการ “เสริมทักษะภาษาไทยฯหน่วยเฉพาะกิจยะลา” โรงเรียนบ้านคูวอ อำเภอรามัน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41...