28.7 C
Bangkok
วันจันทร์, มกราคม 25, 2021
หน้าแรก ข่าวมุสลิม ข่าวไทยมุสลิม

ข่าวไทยมุสลิม

จุฬาราชมนตรีประกาศผลดูดวงจันทร์เพื่อกำหนด1ซุ้ลฮิจยะห์ และวันอีฎิ้ลอัดฮา

ประกาศจุฬาราชมนตรี วันที่ 1 เดือนซุ้ลฮิจยะห์ ฮ.ศ.1441 ตรงกับวันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 และวันอีฎิ้ลอัดฮา ฮ.ศ.1441 ตรงกับวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

สถานีรถไฟแน่น! ชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อร่วมเทศกาลฮารีรายอ

  ชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลั่งไหลเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อร่วมเทศกาลฮารีรายออีฎิลอัฏฮาที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค. 61) ทำให้ขบวนรถไฟเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เต็มทุกขบวน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทั้งก่อนและหลังเทศกาลฮารีรายอ วันนี้ (21 ส.ค. 61) บรรยากาศที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงเต็มไปด้วยผู้โดยสารโดยเฉพาะชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ภาคใต้ที่พากันเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อร่วมเทศกาลฮารีรายออีฎิลอัฎฮา หรือรายอฮัจยีที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค. 61) ผู้โดยสารมีทั้งนักเรียน นักศึกษา และที่มากันเป็นครอบครัว ทำให้รถไฟทุกขบวน เช่น ขบวนที่37 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก มีผู้โดยสารเต็มทุกขบวน รวมทั้งขบวนรถท้องถิ่น ซึ่งตลอดทั้งวันคาดว่าจะมีชาวไทยมุสลิมทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ทางตำรวจรถไฟ และอส.รถไฟ ได้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยขบวนรถ และพื้นที่เสี่ยงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดการเดินทาง ทั้งก่อนและหลังเทศกาลฮารีรายอ...

เจ้าหน้าที่สามฝ่ายความมั่นคงจ.ยะลาคุมเข้มพื้นที่หลังขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 3 เดือน

  หลัง ครม. ได้มีมติขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยกเว้นอำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน จนถึงวันที่ 19 กันยายน 2562 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในส่วนของพื้นที่จังหวัดยะลา การดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่และประชาชนในเขตเมือง ยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยที่ด่านตรวจหลักสามฝ่าย หน้าแฟลตตำรวจยะลา เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจยะลา 12 เจ้าหน้าที่ตำรวจ มว.ฉก.นปพ.ยะลา เจ้าหน้าที่ อส.เมืองยะลา รวม 8 นาย ได้ตั้งด่านตรวจ...

เหล่ากาชาดจ.นราฯ นำถุงยังชีพ-ข้าวกล่องฮาลาลไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยบ้านปาดังยอ อ.สุไหงโก-ลก

เหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส โดยสมาชิกเหล่ากาชาดอำเภอสุไหงโก-ลก นำถุงยังชีพจากสภากาชาดไทย จำนวน 175 ชุด พร้อมข้าวกล่องจากครัวฮาลาลจังหวัดนราธิวาส ที่เปิดดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 500 กล่อง มามอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยบ้านปาดังยอ หมู่ 3 ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ครัวเรือนผู้ประสบภัย หลังจากนั้น นายรอปา อีซอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมูโนะ ได้นำสมาชิกเหล่ากาชาดอำเภอสุไหงโก-ลกลงเรือเพื่อนำถุงยังชีพไปมอบให้แก่ครัวเรือนผู้ประสบภัยที่มีบ้านเรือนอยู่ติดริมแม่น้ำโก-ลก ซึ่งระดับน้ำยังท่วมสูง ด้านนายนายแวสะมะแอ สาและ ปลัดอาวุโสอำเภอสุไหงโก-ลก พร้อมนายมานพ เข็มเล็ก ปลัดอำเภอสุไหงโก-ลก ก็ได้นำข้าวกล่องอีกส่วนหนึ่งไปมอบให้กับครัวเรือนที่อยู่ห่างไกลออกไป เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง สำหรับพื้นที่บ้านปาดังยอ หมู่ 3 ตำบลมูโนะ...

“วิถีถิ่น วิถีไทย รวมใจชาวนิบง” งานมหกรรมผลไม้และของดีเมืองยะลา อนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่น

สำนักงานวัฒนธรรมยะลา ร่วมกับสภาวัฒนธรรม จัดงานถนนสายวัฒนธรรม “วิถีถิ่น วิถีไทย รวมใจชาวนิบง” มุ่งเน้นให้เด็ก เยาวชน ประชาชน เกิดความรัก ผูกพัน กับภูมิปัญญาท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อดำรงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสืบไป อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดงานถนนสายวัฒนธรรม “วิถีถิ่น วิถีไทย รวมใจชาวนิบง” ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2560 ซึ่งวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดยะลา จัดขึ้นภายใต้งานมหกรรมผลไม้และของดีเมืองยะลา เพื่อส่งเสริม ฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบสาน คุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่น และพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนจังหวัดชายแดนใต้ เสริมสร้างขวัญ กำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชน และสร้างความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนด้วยกันเอง โดยการศึกษาเรียนรู้การอยู่ร่วมกันด้วยความสันติสุขบนความหลากหลายทางศาสนา ศิลปะ...

ฮุจญาตชาวไทยร่วมกิจกรรมอำลาค่ายที่ทุ่งมีนาก่อนขว้างเสาหินวันสุดท้าย

  วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายที่ผู้แสวงบุญอยู่ที่ทุ่งมีนา เพื่อรอภารกิจในการขว้างเสาหิน โดยในเวลาอาทิตย์คล้อย จะเป็นเวลาเริ่มต้นของการขว้างเสาหิน วันนี้ผู้แสวงบุญจะขว้างเสาหิน 3 เสา ด้วยก้อนกรวดเสาละ 7 ก้อน เสมือนเป็นการขับไล่มารร้าย ความชั่ว และสิ่งไม่ดีต่างๆ ในช่วงเช้า ก่อนที่จะเดินเท้าไปขว้างเสาหิน ในแต่ละเต็นท์ที่พักของผู้แสวงบุญได้จัดกิจกรรมอำลาค่าย ซึ่งมีการถอดบทเรียนที่ได้จากฮัจญ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การนำข้อคิดที่ได้จากการเดินทางมาประกอบพิธีฮัจญ์ มาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะช่วงเวลาในการใช้ชีวิตอยู่ที่ทุ่งมีนา อารอฟะห์ และมุสดาลีฟะห์ ที่ต้องใช้ทั้งกำลังกาย กำลังใจ ความอดทน ความเสียสละ และความรับผิดชอบ ซึ่งจากนี้ไปผู้ผ่านการประกอบพิธีฮัจญ์จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ผู้แสวงบุญยังได้มีการขออภัยโทษซึ่งกันและกัน ในสิ่งที่อาจจะทำให้ขุ่นข้องหมองใจในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อไม่ใช้ติดค้างในใจเสมือนว่า ได้ผ่านการประกอบพิธีฮัจญ์ด้วยความบริสุทธิ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ทั้งนี้ภายหลังจากขว้างเสาหินแล้ว ผู้แสวงบุญจะเข้าสู่เมืองมักกะห์เพื่อเดินวนรอบหินดำและทำพิธีสะแอ คือ การเดินไปมาระหว่างเขาซอฟา และมัรวะห์ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี ซึ่งจะเรียกผู้ผ่านการประกอบพิธีฮัจญ์ชายว่า "ฮัจญี"...

“จุฬาราชมนตรี” ยกอัลกุรอ่านเตือน “ผู้รู้” อิสลามห้ามวิจารณ์ศาสนาอื่น หวั่นนำสู่ความแตกแยก!!

  จากกรณีที่ "โต วีรชน ศรัทธายิ่ง" อดีตนักร้องนำวง "ซิลลี่ฟูล" ได้จัดรายการโต-ตาลกับพิธีกรคู่หูและมีการตอบคำถามจากทางบ้านทำไมอิสลามไม่มีรูปปั้นของพระเจ้า จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างและดูท่าเรื่องราวจะลุกลามใหญ่โต ล่าสุดวันที่ 4 เม.ย. 61 ทางเฟซบุ๊กของ สำนักจุฬาราชมนตรี ได้เผยแพร่คลิปแถลงของ "นายอาศิส พิทักษ์คุมพล" จุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นการชี้แจงและเตือนสติเกี่ยวกับการเผยแพร่ศาสนาอิสลามด้วยการบริภาษความเชื่อของเพื่อนต่างศาสนิกในสังคมไทย โดยมีใจความว่า "วันนี้มีเรื่องที่ไม่ค่อยสบายใจ เนื่องจากว่ามีผู้ที่ทำตัวเป็นผู้รู้ศาสนานั้น ได้พูดในเชิงวิพากษ์หรือบริภาษศาสนาอื่น ทำให้เกิดความไม่สบายใจว่าทำไมอิสลามถึงกล่าวร้ายอย่างนั้นหรือ แต่ความจริงอิสลามห้ามบริภาษ หรือวิจารณ์คนศาสนาอื่น หรือคนที่นับถือศาสนาอื่น ซึ่งปรากฏในคัมภีร์อัลกุรอานว่า “สูเจ้าอย่าได้วิพากษ์กลุ่มคนที่เรียกร้องสิ่งอื่นนอกจากอัลเลาะฮ์ เพราะเขาจะกลับมาบริภาษอัลเลาะฮ์” ดังนั้น เราอยากจะขอเตือน ขอฝากกับผู้รู้ หรือผู้ที่ทำตัวเป็นผู้รู้ศาสนา ให้ระมัดระวังในสิ่งเหล่านี้เพราะอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคม เป็นวิธีการที่ขัดแย้งกับคำสอนในอัลกรุอ่านที่ห้ามบริภาษหรือวิจารณ์ศาสนาอื่น การเผยแพร่อิสลามในประเทศไทย ควรจจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและเคารพ และให้เกียรติคนอื่น จึงขอทำความเข้าใจกับพี่น้องโดยทั่วไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่หลักคำสอนของอิสลาม แต่เป็นหลักปฏิบัติที่ฝ่าฝืนคำสอนของอิสลาม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้...

9 อาม้าลในชีวิตประจำวัน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง

  อยากมีความสุข/ละหมาดให้ตรงเวลา อยากให้ใบหน้ามีรัศมี/ละหมาดตะฮัจญุด อยากสบายใจ/อ่านกุรอ่าน อยากสุขภาพดี/ถือศีลอด อยากหมดทุกข์/ขออภัยโทษตลอดเวลา อยากคลายกังวล/ขอดุอาอฺมากๆ อยากพ้นวิกฤต/กล่าว “ลาเฮาล่ะ ว่ะลากูว่ะต่ะ อิ้ลลา บิ้ลลาฮฺ” อยากมีบ่ะร่อกะห์(ความจำเริญ)/เศาะละวาตมากๆ อยากได้ความดีง่ายๆ ช่วยส่งต่อโดยเหนียตเป็น เศาะดะเกาะห์ญารียะห์แก่ตัวท่าน และพ่อแม่ของท่าน. (อาอิฎ อัลก็อรนีย์) ที่มาของเนื้อหา : Khaled Shafe Shams

คนร้ายดับ 2 รายหลังปะทะกับจนท.พบเพิ่งก่อเหตุยิงอส.ในโรงเรียนที่ปัตตานี

  คนร้าย 2 รายที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ พบมีหมายจับคดีความมั่นคงหลายคดี โดยเฉพาะหนึ่งในคนร้ายเพิ่งก่อเหตุบุกยิง อส.ในโรงเรียนเมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมา พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ทพ.43 รายงานสถานการณ์เหตุเจ้าหน้าที่ยิงปะทะกับคนร้ายต่อ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางมาที่เกิดเหตุว่า หลังยุติการปะทะ ตรวจสอบพบว่าคนร้ายเสียชีวิตจากการปะทะภายในบ้าน 2 ราย ทราบชืาอ นายอับดุลเลาะ สาแม และ นายอับดุลเลาะ เจะหลง ตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับคดีความมั่นคงหลายหมาย นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มากบด่านยังบ้านหลังดังกล่าว โดยเฉพาะนายอับดุลเลาะ สาแม ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุบุกยิง อส.อ.ยะรัง เสียชีวิตขณะ รปภ.โรงเรียนบ้านยูโกะ อ.ยะรัง เมื่อวันที่...

จ.กระบี่ อีดิ้ลฟิตรีสัมพันธ์ ฮิจเราะห์ศักราช 1439 (พ.ศ.2561) เชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวไทยมุสลิมกับภาครัฐ

  จังหวัดกระบี่ อีดิ้ลฟิตรีสัมพันธ์ ฮิจเราะห์ศักราช 1439 (พ.ศ.2561) เชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวไทยมุสลิมกับภาครัฐ วันนี้ 28 มิถุนายน 2561 ที่โรงแรมมาริไทม์ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวต้อนรับผู้นำศาสนา อีหม่ามประจำมัสยิด หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจุฬาราชมนตรี เนื่องในงานกระบี่อีดิ้ลฟิตรีสัมพันธ์ ฮิจเราะห์ศักราช 1439 (พ.ศ.2561) ทั้งนี้ เพื่อแสดงความยินดีกับผู้นำศาสนาและพี่น้องมุสลิมในจังหวัดกระบี่ที่ได้ถือศีลอดครบถ้วนสมบูรณ์ และให้ผู้นำศาสนาได้พบปะกับหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวไทยมุสลิมกับภาครัฐ ประสานสัมพันธ์สร้างความสมานฉันท์ซึ่งกัน โดยภายในงานได้มีการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน และการกล่าวปาฐกถาธรรมพิเศษ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อับดุลเลาะ หนุ่มสุข ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ซึ่งตลอดเดือนรอมฎอนที่ผ่านมานั้น จังหวัดกระบี่ ได้มีกิจกรรมหลายอย่างเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการประกอบศาสนกิจ เช่น...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

อินโดฯเตรียมฉีดวัคซีนโควิด-19ให้คนวัย18-59ปีเป็นกลุ่มแรกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

อินโดนีเซียจะให้วัคซีนโควิด-19 ให้ประชากรวัยทำงาน อายุ 18 - 59 ปี เป็นกลุ่มแรก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชาชนวัยทำงานจำนวนมากตกงาน ส่งผลให้เศรษฐกิจอินโดนีเซียถดถอยครั้งแรกในรอบ 2 ทศวรรษ ส่วนประชากรกลุ่มที่ 2 ที่จะได้รับวัคซีน คือ ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป สำหรับวัคซีนของ Sinovac เป็นวัคซีนส่วนใหญ่ที่จะฉีดให้ประชากรชาวอินโดนีเซีย...