30 C
Bangkok
วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 24, 2018
หน้าแรก ข่าวมุสลิม ข่าวไทยมุสลิม

ข่าวไทยมุสลิม

พึงระวัง! สิ่งที่จะนำไปสู่การ “ตกมุรตั๊ด” (การสิ้นสภาพจากการเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม)

  ริดดะฮ์ หมายถึง การที่มุสลิมผู้มีสติสัมปชัญญะ และบรรลุศาสนภาวะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ได้ละทิ้งศาสนาอิสลามไปยึดมั่นในการปฏิเสธด้วยความเต็มใจ ผู้ที่ละทิ้งศาสนาอิสลามเรียกว่า "มุรตั๊ด" การสิ้นสภาพจากการเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม หรือที่เรียกว่า "ตกมุรตั๊ด" นี้ จะเกิดขึ้นได้ 3 ทาง คือ 1. ทางกาย คือ การแสดงออกทางปฏิบัติ เกิดได้หลายประการเช่น         • การกราบรูปปั้น ดวงดาว ดวงอาทิตย์ ฯลฯ โดยถือเป็นสิ่งเคารพสักการะ ตลอดจนการกราบมนุษย์ เช่นบิดามารดา หรือญาติผู้ใหญ่         • การกระทำอย่างเปิดเผย โดยการแสดงการเย้ยหยันต่ออัลลอฮ์ ซุบฮาน่าฮูว่าตะอาลา ต่อศาสนาอิสลาม ต่ออัลกุรอาน ต่อท่านนะบีมุฮัมมัด    ...

ฟะฎีละฮ์ (ประโยชน์) ควรกล่าวก่อนนอน… โดย อ.อาลี กองเป็ง

  ท่านติรมิซีย์กล่าวว่า ท่านซอและห์บินอับดุลเลาะห์ ได้เล่ากล่าวแก่พวกเรา อะบูมุอาวิยะฮ์ได้บอกกล่าวแก่พวกเรา จากอัลวะซอฟีย์จากท่านอะฏียะฮ์จากท่านอะบีสะอีดจากท่านนบี(ซ.ล.) กล่าวว่า: ผู้ใดกล่าวขณะลงนอนยังที่นอนของเขาว่า.. “อัสตัฆฟิ่รุ้ลลอฮั้ลละซี..ลาอิลาฮะอิ้ลลาฮุวั้ลฮัยยุ้ลกอยยูม..วะอะตูบุ่อิลัยฮ์” (3 ครั้ง) อัลลอฮฺทรงอภัยโทษในบาปทั้งหลายของเขา..ถึงแม้ว่ามันจะมากมายเท่าฟองของน้ำทะเล.. ถึงแม้นจะมากหลายเท่าจำนวนใบไม้ ถึงแม้นว่ามันจะมีจำนวนที่มากมายเท่ากับทรายซึ่งทับถมกันอยู่ และถึงแม้นว่ามันจะเท่ากับจำนวนวันในโลกดุนยา จากฟะฎีละฮ์ซึ่งถูกบันทึกในอัษการ..และบันทึกในฟะฎีละฮ์ของชัยค์บินบาส ส่วนท่านอั้ลบานีย์แจงว่าฏ้ออีฟ ส่วนผม กล่าวก่อนนอนทุกครั้งอั้ลฮัมดุลิ้ลละฮ์ ไม่ใด้บังคับใครนะครับ แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน หากแม้นมีท่านใดกล่าว่าฎ้ออีฟ ก็ขอให้พิจารณาคำพูดของท่านอิหม่ามนะวาวีย์ว่า บรรดานักวิชาการหะดิษมีความเห็นให้นำมาปฏิบัติ   ขอบคุณ อ.อาลี กองเป็ง

“วิญญาณ” ก็ต้องการเหมือน “ร่างกาย” โดย อาจารย์บรรจง บินกาซัน

  แม้วิทยาศาสตร์จะมีความเจริญก้าวหน้ามากมายเพียงใดในปัจจุบัน แต่ในมิติของชีวิต วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถให้คำตอบแก่มนุษย์ได้ในเรื่องของวิญญาณที่ทำให้มนุษย์มีชีวิต อาณาจักรวิทยาศาสตร์สามารถบอกมนุษย์ให้รู้ได้ว่าชีวิตมนุษย์เริ่มต้นขึ้นเมื่อสเปิร์มตัวหนึ่งในน้ำอสุจิของผู้ชายไปปฏิสนธิกับไข่ในครรภ์ของผู้หญิงแล้วกลายเป็นก้อนเลือด ก้อนเนื้อและกลายเป็นรูปร่างในครรภ์เป็นเวลาเก้าเดือน หลังจากคลอดออกมาใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ไม่นาน เมื่อถึงพรมแดนแห่งความตาย อาณาจักรวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับชีวิตก็สิ้นสุด หลังจากวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว นักวิทยาศาสตร์ก็เป็นใบ้ไม่สามารถพูดอะไรได้อีกต่อไปเกี่ยวกับวิญญาณ นักวิทยาศาสตร์รู้ดีว่าชีวิตจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีวิญญาณ หากวิญญาณออกจากร่างเมื่อใด ร่างกายของมนุษย์ก็รอวันยุ่ยสลายกลายเป็นผุยผง ถ้าจะพูดว่าขณะมีชีวิต วิญญาณเป็นผู้รักษาเนื้อหนังและกระดูกของมนุษย์ไว้มิให้เน่าเปื่อยและทำให้มนุษย์เคลื่อนไหวได้     แต่จวบจนทุกวันนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าวิญญาณคืออะไร วิญญาณเข้ามาในตัวของมนุษย์ตอนไหน เข้ามาอย่างไรและเข้ามาทางไหน และเมื่อวิญญาณออกจากร่างของมนุษย์ มันออกไปอย่างไรและออกไปทางไหน นักวิทยาศาสตร์บางคนบอกว่าวิญญาณคือพลังงานเพราะมันทำให้มนุษย์เคลื่อนไหว แต่พลังงานทุกอย่างมีแหล่งที่มา ถ้าวิญญาณคือพลังงาน ต้นกำเนิดพลังงานนี้มาจากที่ใด? จนทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถตอบได้และจะไม่สามารถตอบได้ถ้าหากวิทยาศาสตร์ฉีกตัวออกจากศาสนา เพราะศาสนาเท่านั้นที่ให้คำตอบเรื่องวิญญาณ อิสลามในสถานะของศาสนาไม่เคยปฏิเสธวิทยาศาสตร์ แต่สนับสนุนให้มนุษย์เรียนวิทยาศาสตร์ด้วยซ้ำไปเพราะถือว่าวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ตอบสนองความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ในขณะที่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ แต่ขณะมีชีวิต มนุษย์มีวิญญาณอยู่ด้วย มนุษย์จึงต้องเรียนรู้และปฏิบัติศาสนาพร้อมกันไปเพื่อให้ชีวิตสองด้านได้รับความสมดุลและทำให้มนุษย์มีชีวิตที่สมบูรณ์     ถ้าร่างกายต้องการอาหารเพื่อการเจริญเติบโตและความแข็งแรง วิญญาณก็ต้องการด้วยเช่นกัน วิทยาศาสตร์สามารถจัดหาอาหารให้แก่ร่างกายได้สารพัด แต่ไม่สามารถจัดหาอาหารให้แก่วิญญาณได้ มนุษย์จึงต้องการศาสนาให้มาทำหน้าที่ตรงนี้ ถ้าร่างกายต้องการการชำระล้างเพื่อความสะอาดหมดจดสดชื่น วิญญาณก็ต้องการเช่นกัน ถ้าวิทยาศาสตร์ไม่สามารถทำสบู่หรือน้ำยาอาบน้ำให้วิญญาณ ศาสนาจะสอนวิธีทำความสะอาดให้แก่จิตวิญญาณ ถ้าร่างกายต้องการการพักผ่อนเพื่อความกระปรี้กระเปร่า วิญญาณก็ต้องการเช่นกัน ถ้าวิทยาศาสตร์ไม่สามารถทำตรงนี้ได้ ศาสนาจะสอนวิธีให้ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมมนุษย์จึงต้องเรียนศาสนาเพื่อนำศาสนามาปฏิบัติด้วยความเข้าใจ ความจริงแล้ว...

เผยเรื่องราว กลุ่มชนที่ถูกกล่าวถึงในซูเราะฮ์ “ยาซีน”

  คัมภีร์อัลกุรอานนั้นถือได้ว่าเป็นธรรมนูญสูงสุดของประชาชาติอิสลาม เป็นทางนำแห่งชีวิต เป็นคลังของวิทยาการต่างๆมากมาย อีกทั้งยังเป็นเครื่องยืนยันการเป็นศาสนฑูตของท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้เป็นอย่างดี เป็นคำภีร์ที่ท้าทายชนทุกยุคสมัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่าถ้าแน่จริงลองประพันธ์มาสัก 1 ซูเราะฮ์สั้นๆสิที่เหมือนกับอัลกุรอาน แต่ก็ไม่มีใครสามารถประพันธ์สิ่งที่เหมือนกับอัลกุรอานได้แม้เพียงอายะฮ์เดียว ถึงแม้จะเป็นชาวอาหรับที่มีความเชี่ยวชาญในภาษาอาหรับมากแค่ไหนก็ตาม การอ่านคัมภีร์อัลกุรอานนั้นถือว่าเป็นอิบาดะฮ์ (ความดี) ที่จะได้รับผลตอบแทนอย่างแน่นอนตามที่ท่านศาสดามูฮัมหมัดได้บอกกับพวกเราเอาไว้ ดังมีรายงานจากท่านอิบนุมัสอูด (ร.ฏ.) เล่าว่า ครั้งหนึ่งท่านร่อซู้ล ( ซ.ล. ) ได้กล่าวว่า  عن ابن مسعود رضي الله عنه أن النبي صلى الله عليه وسلم قال: "من قرأ حرفاً من كتاب...

ถึงเวลาตื่นตัว! เตือนมุสลิมอย่าหลงกินร้านติดป้าย “อิสลามทานได้” ใครเจอแนะให้เปลี่ยนด่วน!

  เรื่องอาหาร ฮาลาล ยังเป็นปัญหาที่หลายคนยังไม่เข้าใจอยู่ทุกวันนี้ โดยเฉพาะคนต่างศาสนาที่อาจมีความเข้าใจไม่มากพอถึงสาเหตุที่มุสลิมเรามีข้อจำกัดในการกินและเหตุผลที่กินแต่อาหารติดฮาลาลที่ถูกต้อง จึงเข้าใจเพียงว่าแค่ไม่มีหมูมุสลิมเราก็สามารถทานได้ ทำให้ติดป้าย "อิสลามทานได้" ที่ร้านจนมีหลายคนเข้าใจผิด อย่างที่ทางเฟซบุ๊ก Hawa Salaehmad Whungpukdee ได้โพสต์ภาพและข้อความที่เจ้าตัวได้พบเจอว่า “นั่งรถผ่านเห็นพอดี.หน้ารามเลย อิสลามทานได้คนขายไม่ใช่มุสลิมในป้ายมีไก่ยอด้วย..มุสลิมจะกินอารัยจะซื้ออารัยก็ต้องดูดีๆด้วยนะจะ อาหารไม่ฮาล้าลก็เป็นชื้อเพลิงแห่งไฟนรกนะจ่ะ..#แบบนี้ร้องเรียนใครได้บ้าง” ดังนั้นถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่มุสลิมเราจะตื่นตัวในเรื่องอาหาร ฮาลาล เพื่อป้องกันที่ลูกหลานเราจะได้ไม่เข้าใจผิดกัน หากใครเจอร้านต่างศาสนาติดป้ายแบบนี้และไม่ใช่อาหาร ฮาลาล อย่างถูกต้อง ควรแนะนำให้เขาเข้าใจและให้เขาเปลี่ยนป้ายโดยด่วน  

ก่อนจะซื้อดอกกุหลาบในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ให้คิดก่อนว่าจะซื้อเพื่ออะไร?

วันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้น เป็นวันเสียชีวิตของนักบุญนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ นักบุญแห่งความรักนั่นเอง เขาคือผู้ริเริ่มการจัดงานสมรสหรือแต่งงานในยุคสมัยที่ไม่อนุญาตให้แต่งงานกันได้ สาเหตุก็คือ โรม ต้องประสบกับสงคราม  จักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง  ต้องการเกณฑ์ทหารไปเข้าสมรภูมรบ แต่มีบุคคลจำนวนไม่น้อยซึ่งมีครอบครัว มีภรรยา มีคนรัก  แต่ละคนก็ไม่อยากละทิ้งครอบครัวไป  จักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง  จึงตัดสินใจให้ยกเลิกการแต่งงานและการหมั้นหมายทั้งหมดของชาวโรมัน โดยไม่มีข้อแม้แต่อย่างใด นักบุญที่นามว่าเซ็นต์วาเลนไทน์ กลับสวนกระแสของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง  เขาเชิญชวนคู่รักมาทำการสมรสหลายต่อหลายคู่ จนกระทั้งโดนจับตัวไปขังคุก..และในคุกซึ่งเขาถูกคุมขังนั้น  เขาได้ประสพพบรักกับสาวในตาบอดนางหนึ่ง..ครั้นโดนจับได้ นักบุญเซ็นต์วาเลนไทน์จึงถูกนำตัวไปประหารชีวิต ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันที่14 กุมภาพันธ์ นี้แหละจึงกลายสภาพมาเป็น วันวาเลนไทน์ วันซึ่งผู้คนจะรำลึกถึงนักบุญผู้นี้นี่เองครับ กระแสข่าวประโคมกัน..ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ ทีวี เฟสบุ๊ค และจากการได้ยินมานะนะครับ..ว่า..เป็นวันที่หญิงชายมอบความรักให้แก่กัน..ใช้สำนวนนี้ก็ยังดูดี..แต่..อีกสำนวนหนึ่ง..ที่ได้ยินกันจนชินหูว่า..วันเสียสาว.. งั้น...มุสลิมทุกท่านทราบดีว่า ศาสนาอิสลามห้ามเราไปก้าวก่ายศาสนิคอื่น..ห้ามเราไปจาบจ้วง..มุสลิมต้องร่วมด้วยช่วยกันในเรื่องที่สร้างสรรค์..ไม่ว่าจะต่างศาสนากันก็ตาม..แต่หลักอะกีดะฮ์..ต้องเป็นไปตามบัญญัติซึ่งอัลลอฮ์ตรัสว่า.. لكم دينكم ولي دين.. ให้แก่พวกท่าน..ศาสนาของพวกท่าน..ส่วนฉันก็ศาสนาฉัน..และพระองค์ทรงกล่าวว่า.. لاتقربواالزنا.....الاية. ห้ามเจ้าทั้งหลายเข้าไกล้การสินา.. งั้น..คำถามว่า..   1..ถ้าเราเจตตนาอิบาดะฮ์อื่นจากอัลลอฮ์เป็นที่ต้องห้ามแก่ชาวมุสลิมหรือไม!?.. 2..การที่มุสลิมชายไปกับหญิงที่ศาสนายังมิอณุญาต.. พร้อมมอบดอกกุหลาบ..อยู่ในข่ายของคำว่า..ห้ามเจ้าทั้งหลายเข้าไกล้การสินาหรือไม่!?.. คำตอบผมคิดว่าทุกท่านทราบดี.. ให้ทุกท่านที่ผมรักด้วยอนุสสติว่า.. ชายหนึ่งหญิงหนึ่งรวมเป็นสองแต่โปรดอย่าได้ลืมว่ามันมีตัวที่สามอยู่ด้วย..นั่นคือตัวชัยฏอน.. แล้วดอกกุหลาบนะนะครับ..มีหลากสี..ดอกสีแดง..ดอกชมภู..ดอกขาว..ถ้าไม่ระวังนะครับ..มันอาจเปลี่ยนสีดั่งในรูปภาพหนึ่งที่มอบให้ชมข้างล่าง ___________________________ ขออัลลอฮ์ทรงรักษาพวกเราและหนุ่มสาวของเราจากการลวงของชัยฏอนด้วยเถิด..อามีน..

ไขข้อข้องใจ มุสลิมสามารถแขวน “รูปภาพ” ในบ้านได้หรือไม่?

  คำถาม : เราสามารถแขวนรูปภาพของรูปเรา หรือ คนอาเล่ม หรือ พระบรมฉายาลักษณ์ของนายหลวง ได้หรือไม่? เพราะเคยได้ยินมาว่า บ้านไหนที่มีรูป หรือ ระฆัง กระดิ่งไว้ในบ้าน มาลาอิกัตจะไม่เข้าบ้าน เราสามารถทำได้หรือไม่? และระฆังหรือกระดิ่ง มีเงือนไขว่าต้องเป็นแบบไหน แล้วการที่มีปุ่มกด ออด ไว้หน้าบ้าน  และรูปโมบายณรูปสัตว์ที่มีเสียงกริ่งๆ เข้าข่ายหรือไม่?…ขอบคุณครับ คำตอบ : หากรูปภาพนั้นเป็นรูปโฟโต้กราฟฟิกคือ เป็นรูปถ่ายจากกล้องถ่ายรูป หลักเดิมถือว่า อนุญาต (อิบาหะฮฺ) และไม่เข้าอยู่ภายใต้ข้อห้ามที่ถูกระบุไว้ในอัล-หะดีษที่มีรายงานมาในเรื่องนี้ ตราบใดที่รูปถ่ายดังกล่าว ไม่มีสิ่งต้องห้ามเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ให้ความสำคัญในเชิงศาสนา (ตักดีส ดีนียฺ) อย่างที่ชนต่างศาสนิกนิยมแขวนรูปถ่ายของพระหรือบุคคลสำคัญทางศาสนาของพวกเขาเอาไว้สำหรับบูชา หรือเป็นรูปโป้เปลือย เป็นต้น (ดูรายละเอียดได้จากหนังสือ อัล-หะล้าล วัล-หะรอม ของ ดร.ยูซุฟ...

ขจัดความขี้เกียจออกไป! 5 เคล็ดลับเมื่อรู้สึกเกียจคร้านในการทำอิบาดะฮฺ

  หากด้วยกับธรรมชาติแห่งความเป็นมนุษย์ช่างเป็นเรื่องยากที่จะขจัดความขี้เกียจให้หมดไปได้ แต่หากว่าเขามีวิธีที่ถูกต้องและเอาจริงเอาจังกับตัวเองปัญหาเหล่านี้คงหมดไปอย่างแน่นอนด้วยกับวิธีการต่างๆดังต่อไปนี้ อินชาอัลลอฮ์ 1.ท่านนบีสอนเราให้เราขอดุอาอฺตอนเช้าๆ ก่อนตะวันขึ้น หลังละหมาดซุบฮฺ แล้วก็ดุอาอฺยามเย็น ก่อนดวงอาทิตย์ตก แล้วมีดุอาอฺต้นนึง ดุอาอฺว่า اللَّهُمَّ إِنّي أَعُوْذُ بِكَ مِنَ الكَسَلِ وَسُوْءِ الكِبَرِ ، “โอ้พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองด้วยพระองค์ให้พ้นจากความเกียจคร้านและความเลวร้ายในวัยชรา” ต้องขอดุอาออฺทุกวันทั้งตอนเช้าและตอนเย็นให้สม่ำเสมอ ดุอาอฺต้นนี้เป็นการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พ้นจากความเกียจคร้านและการการเป็นคนแก่ที่ใช้การไม่ได้ ให้พ้นจากการทำแต่เรื่องไร้สาระไม่สนใจทำอาม้าลอิบาดะฮฺ 2. ความขี้เกียจมาจากชัยฏอน ดังนั้น ต้องอ่านอัลกุรอานสม่ำเสมอ อ่านบ่อยๆ 3. ซิกรุ้ลลอฮฺบ่อยๆ กล่าวซุบฮานัลลอฮฺเยอะๆ 4. แนะนำอ่านดุอาอฺอีกต้นด้วย رَضِيْتُ بِاللهِ رَبّاً ، وَبِالْإِسْلَامِ دِيْناً ، وَبِمُحَمَّدٍ نَبِيّاً (ร่อฎีตุบิลลาฮิร็อบบา วะบิลอิสลามิดีนา วะบิมุฮัมมะดินนะบียา) ความหมายคือ ฉันพอใจแล้วที่อัลลอฮฺ เป็นพระผู้อภิบาลของฉัน และฉันพอใจแล้วที่อัลอิสลามเป็นศาสนาของฉัน และฉันพอใจแล้วที่ท่านนบีมุฮัมมัด...

เรื่องเกี่ยวกับการ นอน ที่มุสลิมควรรู้

  ฮัยลูละฮ์ (حيلولة) คือการนอนหลังแสงอรุณขึ้น มันคือตัวขวางระหว่างท่านกับริสกีของท่าน กอยลูละฮ์ (قيلولة) การนอนหลังละหมาดดุฮริ ประมานสิบนาที ได้รับประโยชน์มากมาย อัยลูละฮ์ (عيلولة) คือการนอนหลังละหมาดอัสริ มันจักเป็นเหตุให้ร่างกายอ่อนเพลีย จิตไม่แจ่มใส ใจไม่เป็นสุข คนนอนหลับได้พอประมาน คือเนี๊ยะอ์มะฮ์อันมหาศาล โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่ไม่ดึกมาก และเป็นซุนนะห์ของนบี(ซ.ล)ในการนอนกอยลูละฮ์ หากทำได้ก็ทำเถอะ แล้วแต่ความสะดวก งั้นการพักผ่อนนอนหลับ เหนียต(เจตนา)เพื่อตื่นมาทำอิบาดะฮ์ที่เป็นสุนัตมุอักกัต เช่น ละหมาดตะฮัดญุด ทำอิบาดะฮ์ในฐานะวาญิบ เช่น ละหมาดฟัรดูซุบฮิ ท่านจะได้ในสิ่งซึ่งท่านไม่คาดฝันมาก่อน หลังละหมาดท่านอยากได้อะไร ขออัลลอฮฺ พระองค์ทรงให้แน่... ขนาดพวกเราไม่ขอพระองค์ยังทรงให้เลย โปรดได้อย่าทำตัวเหมือนคำสอนที่ว่า คนหนุ่มสาว ยกเหล็ก ยังไหว แต่ได้เวลาละหมาดยกผ้าห่มที่ห่มนอนไม่ไหว งั้นพวกเราและหมายความถึงตัวผมด้วย ศาสนาใช้ให้เรารีบทำอิบาดะฮ์...

จุดยืนของมุสลิม กับ วันวาเลนไทน์ ที่เราควรเข้าใจ

  เข้าเดือน ก.พ. แล้ว ใครหลายคนคงสังเกตได้ว่าช่วงนี้บรรดาร้านต่างๆ จะตกแต่งในโทนสีชมพูดหรือให้บรรยากาศหวานแหววเพื่อรับกับ วันวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรัก ในวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวัฒนธรรมตะวันตกที่กำลังแทรกซึมในประเทศทั่วโลก และตอนนี้ก็กำลังเข้ามาในวัฒนธรรมมุสลิมด้วยเช่นกัน ดังนั้นวันนี้เราจึงมาพูดเพื่อตระหนักว่ามุสลิมเราควรมีจุดยืนกับวัฒนธรรมนี้อย่างไร ท่านนะบีย์ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้กล่าวว่า “ขอยืนยัน พวกท่านจะเดินตามแนวทางผู้ที่อยู่ก่อนหน้าพวกเจ้าทีละคืบ ทีละศอก จนกระทั่งพวกเขาเข้ารูแย้ (ที่สกปรก) พวกท่านก็ตามมันเข้าไป บรรดาซอฮาบะฮ์เรียนถามว่า โอ้ ท่านร่อซูลุลอฮ์ (ตาม) พวกยิวและพวกนะศอรอกระนั้นหรือ? ท่านร่อซูลลลอฮ์ ตอบว่า แล้วจะใครอีกเล่า” (รายงานโดยอัลหากิม, หะดีษลำดับที่ 8506) ความเป็นมาของวันวาเลนไทน์ เป็นที่ทราบกันดีว่าวันวาเลนไทน์ (Valentine day) เป็นวัฒนธรรมตะวันตก มีความเป็นมาอย่างไรและมีความลึกซึ้งแค่ไหนนั้นแม้แต่ชาวตะวันตกซึ่งเป็นเจ้าของวัฒนธรรมเองก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ดังที่ท่าน ป.อ.ปยุตฺโต...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

รู้หรือไม่? จดหมายเดินทางรอบโลกได้อย่างไร

ที่ทำการไปรษณีย์ 654,000 แห่งทั่วโลกมีจดหมายและพัสดุภัณฑ์ที่ต้องจัดการรวมกันเแล้วเป็นจำนวนมหาศาล เฉพาะที่ส่งผ่านระบบไปรษณีย์ระหว่างประเทศก็มีเกือบ 1,000 ล้านชิ้น/วัน การนำส่งจดหมายถึงยังที่หมายนั้นเป็นงานที่สิ้นเปลืองทั้งเวลาและแรงงาน แต่ก็เป็นงานที่ท้าทายสำหรับพนักงานไปรษณีย์นับล้านคนใน 169 ประเทศ ที่เป็นสมาชิกสหพันธ์ไปรษณีย์สากล จากทุกสิ่งที่ส่งมาทางไปรษณีย์ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจการอันใหญ่โตนี้ สมมติว่า ปิแอร์ นักธรณีวิทยาหนุ่มชาวฝรั่งเศสถูกส่งไปทำงานที่เมืองพีซริเวอร์ในมณฑลอัลเบอร์ตาประเทศแคนาดา เขาเขียนจดหมายถึงคุณยายที่บ้านใกล้ๆเมืองนีซทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส จากพีซริเวอร์ เมืองซึ่งอุดมด้วยน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของที่ราบกลางหุบเขาและมีประชาชนเพียง 6,300 คนแห่งนี้ ปิแอร์ส่งจดหมายไปหาคุณยายในเช้าวันจันทร์ แจ้งข่าวว่าได้เดินทางมาถึงแล้วโดยปลอดภัย หลังช่วงเก็จดหมายจากตู้ไปรษณีย์เที่ยวบ่ายวันนั้นเอง จดหมายของปิแอร์ก็ไปสมทบกับจดหมายอีก 2,000-3,000 ฉบับในที่ทำการไปรษณีย์ท้องถิ่น พนักงานไปรษณีย์จะคัดแยกออกเป็นจดหมายท้องถิ่นนั้น...