28 C
Bangkok
วันพฤหัส, พฤษภาคม 24, 2018
หน้าแรก ข่าวมุสลิม ข่าวไทยมุสลิม

ข่าวไทยมุสลิม

คุยเฟื่องเรื่องพหุวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์โลกมุสลิม (ตอนที่ 5)

  การแผ่ขยายอาณาเขตของรัฐอิสลามกับการขยายตัวของสังคมพหุวัฒนธรรม รัฐอิสลามช่วงสมัยการปกครองของวงศ์อัล-อุมาวียะฮฺ (ฮ.ศ.40-132/ค.ศ.661-750) แห่งนครดามัสกัส ซีเรีย และวงศ์อัล-อุมาวียะฮฺแห่งนครโคโดบาฮฺ (กุรฺฏุบะฮฺ) ในอัล-อันดะลุส (เอ็นดะลูเซีย-สเปน) (ฮ.ศ.138-422/ค.ศ.756-1031) พลเมืองในรัฐอิสลามที่กินอาณาเขตนับจากเขตแดนทางทิศตะวันตกของประเทศจีน (แคว้นซินเกียง-ตุรกีสถานตะวันออก) และแคว้นสินธุของอินเดียจรดมหาสมุทรแอตแลนติกด้านแอฟริกาเหนือ (มอรอคโค) และคาบสมุทรไอบีเรีย (สเปน-โปรตุเกส) ทางทิศตะวันตกฉียงใต้ของทวีปยุโรป เป็นพลเมืองที่มีความเป็นพหุวัฒนธรรมทั้งในด้านชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีการดำเนินชีวิต ถึงแม้ว่าพลเมืองส่วนใหญ่ในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลของรัฐอิสลามจะเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามแล้วภายหลังการพิชิตดินแดนของชาวมุสลิม แต่พลเมืองอีกเป็นจำนวนมากยังคงดำรงอัตลักษณ์และสืบสานวัฒนธรรมเดิมของตนภายใต้การปกครองของชาวมุสลิมอาหรับโดยเสรีและอยู่ร่วมกับชาวมุสลิมอย่างปกติสุข ชาวยิวในนครดามัสกัสซีเรียและนครคอร์โดบาฮฺ (สเปน) ได้ตั้งชุมชนอยู่ท่ามกลางชุมชนของชาวมุสลิม สถานภาพของชาวยิวในรัฐอิสลามได้รับการคุ้มครองจากชาวมุสลิมในฐานะกลุ่มชนแห่งคัมภีร์ (อะฮฺลุลกิตาบ) และกลุ่มชนแห่งพันธสัญญา (อะฮฺลุซซิมมะฮฺ) ต่างจากชาวยิวที่ถูกกดขี่ในดินแดนของยุโรป     ในขณะเดียวกันชาวคริสต์ต่างนิกายในรัฐอิสลามก็สามารถอาศัยอยู่ร่วมกับชาวมุสลิมอาหรับได้อย่างเสรีและเป็นปกติสุข ต่างจากกรณีของจักรวรรดิโรมันไบแซนไทน์ที่เคยกดขี่ชาวคริสต์ต่างนิกายในอียิปต์และสเปน ชาวคริสต์ในสเปนภายใต้การปกครองของชาวมุสลิมที่เรียกกันว่า “ชาวโมซาราเบสค์” ได้รับเอาวัฒนธรรมของชาวอาหรับมุสลิมทั้งในด้านการแต่งกาย ภาษา วัฒนธรรม อาหารการกินและหลงใหลในวัฒนธรรมแบบชาวอาหรับซึ่งถูกเรียกขานในสเปนว่า “พวกมัวร์” ทั้งๆที่พวกเขายังคงถือศาสนาคริสต์ ในแคว้นฟาริส...

นายกเทศมนตรีเบตงจ.ยะลาพบผู้นำศาสนาอิสลามพร้อมมอบอินทผาลัมเพื่อละศีลอด

  นายกเทศมนตรีเมืองเบตง จังหวัดยะลา พบปะผู้นำศาสนาอิสลาม พร้อมมอบอินทผาลัมเพื่อใช้ละศีลอดตลอดเดือนรอมฎอน วันนี้ (22 พ.ค. 61) ที่ห้องประชุมเทศบาลเมือเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นายสมยศ เลิศลำยอง นายกเทศมนตรีเมืองเบตง นำผู้บริหารเทศบาล และสมาชิกสภาเทศบาล พบปะผู้นำศาสนา พร้อมมอบอินทผลัมให้กับนายอิสมาแอ หะยีมะนุส คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา สาขาเบตง และผู้นำศาสนา ผู้แทนมัสยิด ผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเบตง เพื่อนำไปมอบให้พี่น้องมุสลิมใช้ในกิจกรรมการละศีลอดตลอดช่วงเดือนรอมฎอน นายสมยศ เลิศลำยอง นายกเทศมนตรีเมืองเบตง กล่าวว่า เดือนรอมฎอน ถือเป็นเดือนปฏิบัติศาสนกิจที่สำคัญของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก ตามหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม กำหนดให้มุสลิมทุกคนต้องถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ทางเทศบาลเมืองเบตงได้พบปะผู้นำศาสนา พร้อมมอบอินทผลัม เพื่อเป็นการส่งเสริมบำรุงศาสนาตามหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม ส่งเสริมความรัก ความสามัคคี สมานฉันท์ และสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งสร้างเจตคติที่ดีของพี่น้องประชาชนที่มีต่อหน่วยงานภาครัฐด้วย   ที่มา...

Halal Tourism ฮาลาล เพื่อการท่องเที่ยว ตอนที่ 2

  เมื่อตอนที่แล้วได้เล่าให้ฟังไปแล้วเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของ ฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งนับวันยิ่งเติบโตขึ้นตามยุคสมัย เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในยุค 4.0 นักท่องเที่ยวไม่นิยมซื้อทัวร์แต่นิยมที่จะเดินทางมาด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้วในฐานะผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อตอบโจทย์การท่องเที่ยววิถีฮาลาล ฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยวตอนที่ 2 จะพาทุกท่านไปรู้จักแนวทางปฏิบัติการจัดที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ซึ่งในปัจจุบันนั้นการท่องเที่ยววิถีมุสลิมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และนับวันจำนวนของนักท่องเที่ยวที่มีความต้องการการให้บริการในรูปแบบฮาลาลยิ่งมากขึ้นทบทวี โดยเฉพาะความต้องการขั้นพื้นฐานเพื่อนำมาตอบสนองความต้องการให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นต้น     แนวทางการปฏิบัติการจัดที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ห้องพัก ห้องพักมีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยมีพื้นที่เพียงพอต่อการปฏิบัติศาสนกิจ มีสัญลักษณ์บอกทิศกิบลัต จัดเตรียมผ้าปูละหมาด ชุดละหมาดชายและหญิง มีตารางบอกเวลาละหมาดติดไว้ในห้อง ในห้องน้ำมีสายฉีดชำระ ในห้องน้ำมีเกาะเล็กๆและเก้าอี้สำหรับทำการอาบน้ำละหมาด ในตู้เย็นปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่วีปราศจากช่องลามกอนาจาร จัดเตรียมคัมภีร์ อัล กรุอาน ฉบับแปลไว้ในห้องพัก แนวทางการปฏิบัติการเพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีฮาลาล พนักงานให้การต้อนรับแต่งกายถูกต้องตามหลักการอิสลามอย่างน้อยควรมี 1 คน กล่าวคำทักทาย ด้วยกับสลาม และควรพูดภาษาอาหรับและมาลายูได้ มีร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสินค้าฮาลาลในโรงแรม ไม่จำหน่ายสินค้าที่ไม่ถูกต้องตามหลักการศาสนาอิสลาม รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมาทุกชนิด พนักงานในโรงแรมสามารถแนะนำศาสนสถาน...

ชุมชนมุสลิมในสหรัฐไว้อาลัยให้นร.แลกเปลี่ยนปากีฯวัย 17 เหยื่อเหตุกราดยิง

  ฮิวสตัน 21 พ.ค.- ชุมชนชาวมุสลิมร่วมไว้อาลัยให้ในพิธีศพนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวปากีสถานวัย 17 ปีที่ถูกสังหารในเหตุกราดยิงหมู่ที่โรงเรียนมัธยมรัฐเทกซัสของสหรัฐ ผู้คนนับพันซึ่งส่วนมากเป็นคนเชื้อสายปากีสถานและแต่งกายแบบอิสลามร่วมไว้อาลัยในพิธีศพของซาบีกา เชคห์ ที่เมืองซานตาเฟ ซึ่งนักเรียนก่อเหตุสังหารหมู่ 10 คนในจำนวนนี้เป็นนักเรียน 8 คนเมื่อไม่กี่วันก่อน นักเรียนที่มาร่วมพิธีศพกล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย โดยกล่าวว่าเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและขอให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว สำหรับนักเรียนหญิงชาวปากีสถานรายนี้มีกำหนดกลับบ้านในอีกไม่กี่สัปดาห์ในช่วงเดือนรอมฎอนนี้ ที่มา : สำนักข่าวไทย

นี่แหละดุนยา โดย อ.อาลี กองเป็ง

  ท่านพี่น้องร่วมศรัทธาที่รัก ท่านวะฮับบินมุนับบะฮ์ ได้กล่าวรายงานว่าท่านนบีอีซา อะลัยหิสลาม ได้ออกเดินทางท่องแดนไกลในพื้นโลก มีเพื่อนร่วมทางเป็นยะฮูดีย์หนึ่งคน ซึ่งเป็นชายชาวยะฮูดีย์ มีเสบียงเป็นขนมปังสองชิ้น ส่วนท่านนบีอีซา มีเพียงชิ้นเดียว ท่านนบีอีซาจึงเอ่ยปากว่า นำอาหารของท่านมารวมกับอาหารของฉันเอาไหม? ยะฮูดีย์ ตอบว่าได้สิครับ ต่อมาจากนั้นยะฮูดีย์ได้ทราบว่า ท่านนบีอีซามีขนมปังเพียงชิ้นเดียว เขาเกิดความเสียใจในการตัดสินใจและกล่าวว่าเราคิดผิดพลาดไปแล้ว ในขณะนั้นท่านนบีอีซาได้ยืนขึ้นไปสู่การละหมาด ชายยะฮูดีย์ จึงใช้เวลาดังกล่าวแอบกินขนมปังไปหนึ่งชิ้น เมื่อท่านนบีอีซาละหมาดเสร็จทั้งสองจึงร่วมรับประทานอาหารของทั้งสอง ท่านนบีอีซาจึงเอ่ยขึ้นว่าขนมปังอีกชิ้นหนึ่งหายไปไหนเล่า? ยะฮูดีย์ตอบว่า ไม่มีใครเอาไปหรอก มันมีแค่นั้นแหละ นบีอีซาจึงกินหนึ่งชิ้นและชายชาวยะฮูดีย์ก็กินอีกหนึ่งชิ้น แล้วทั้งสองเริ่มเดินทางต่อ     จนที่สุดทั้งสองก็ได้พบเจอกับต้นไม้ที่มีร่มเงา ท่านนบีอีซากล่าวว่าเราควรพักแรมใต้ต้นไม้นี้จนถึงรุ่งสาง ชายชาวยะฮูดีย์ตอบตกลง พอรุ่งสางทั้งสองได้ออกเดินทางต่อ ในขณะนั้นเองทั้งสองได้พบกับชายตาบอด นบีอีซาจึงกล่าวแก่ชายตาบอดว่า ฉันจะรักษาเจ้าจนกระทั้งอัลลอฮฺจะประทานสายตาที่แลเห็นแก่เจ้า แล้วเจ้าจะขอบคุณพระองค์หรือไม่ !? ชายตาบอดตอบตกลง ท่านนบีอีซาได้ลูบไปที่ตา และขอดุอาอ์ให้แก่ชายตาบอดจึงได้ทำให้ชายตาบอดแลเห็นได้ ท่านนบีอีซาจึงหันมาถามชายยะฮูดีย์ว่า ด้วยนามของอัลลอฮฺที่ได้ทำให้ชายตาบอดแลเห็นได้ ท่านไม่ได้เก็บก่อนขนมปังไว้อีกก้อนหนึ่งหรือ ชายชาวยฮูดีย์ กล่าว่า...

เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นระหว่างท่านอะลี อิบนุ อบีฏอลิบ (ร.ฎ.) กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) และคำสั่งเสียของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวุสัลลัม) รวมถึงเหตุการณ์วันสมรภูมิอูฐ (ตอนที่2)

  ผู้คนที่ร่วมกับท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่นครอัล-บัศเราะฮท่านหญิงได้ใช้ให้อับดุลลอฮฺ อิบนุ ซุบัยรฺ บุตรชายน้องสาวของท่านหญิงเป็นอิมามนำผู้คนละหมาด และมัรวาน อิบนุ อัล-หะกัมเป็นผู้อะซานบอกเวลาละหมาด 5 เวลา ในเวลาค่ำคืนพวกเขาได้เดินทางผ่านสถานที่แห่งหนึ่งเรียกกันว่า อัล-เหาอับ ฝูงสุนัขก็เห่าหอน ณ ที่แห่งนั้น เมื่อท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) ได้ยิ่นสิ่งนั้นพระนางจึงกล่าวว่า “สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าอะไร?” พวกเขาจึงกล่าวว่า “อัล-เหาอับ! พระนางจึงตีมือข้างหนึ่งลงบนอีกข้างหนึ่ง และกล่าวว่า “แท้จริงเราเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราย่อมคืนกลับไปยังพระองค์ ฉันไม่คิดว่าตัวฉันจะกระทำสิ่งใดนอกจากการหวนกลับ!” พวกเขาจึงกล่าวว่า “เพราะอะไร” ท่านหญิงกล่าวว่า “ฉันเคยได้ยินท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) กล่าวกับบรรดาภรรยาของท่านว่า “ฉันรู้นะว่าคนไหนของพวกเธอที่ฝูงสุนัขของอัล-เหาอับจะเห่าหอนใส่เธอผู้นั้น”” อัล-หะดิษบทนี้เป็นสัจจะพยากรณ์ที่ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ได้บอกล่วงหน้าเอาไว้ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเราจะได้กล่าวถึงรายละเอียดต่อไป อย่างไรก็ตามท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) ก็ยังคงร่วมเดินทางต่อไปกับผู้คนที่เข้าร่วมสมทบสู่นครอัล-บัศเราะฮฺ...

ผู้ปกครองอนุบาลปัตตานีรวมตัวหน้ารร.วัดนพวงศาราม เหตุไม่ให้สวมฮิญาบเข้าเรียน

จากกรณีกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลปัตตานี(วัดนพวงศาราม) อ.เมืองปัตตานี ได้ร่วมตัวกันเพื่อเรียกร้องต่อผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปัตตานี หลังจากที่นักเรียนหญิง ที่เป็นมุสลิมหลายราย ได้สวมผ้าคลุมผม หรือ ฮิญาบ มาโรงเรียน แต่ปรากฏว่า ครูโรงเรียนอนุบาลที่เป็นไทยพุทธ ได้นัดรวมตัวกันเพื่อหยุดการเรียนการสอน พร้อมทั้งปิดห้องเรียน เพื่อแสดงเจตนารมว่าไม่เห็นด้วยกับการคลุมฮิญาบ มาเรียนหนังสือของเด็กนักเรียน โดยอ้างว่า พื้นที่ของโรงเรียน เป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์ ไม่เหมาะสมกับการคลุมฮิญาบ ทำให้เด็กนักเรียนไม่กล้าที่จะไปโรงเรียน และร้องไห้เมื่อต้องไปโรงเรียน เพราะถูกครูและบุคลากรของโรงเรียน มีการต่อว่าในการคลุมฮิญาบ ทางผู้ปกครองจึงได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้เด็กนักเรียนสามารถแต่งกายแบบอย่างมุสลิมเข้าเรียนหนังสือเฉกเช่นกับโรงเรียนของรัฐต่าง ๆ ที่อนุญาตให้เด็กสามารถแต่งกายแบบอย่างอิสลามได้ ด้านนายวันอิดริส หะยีเยะ ผู้ปกครองนักเรียน เปิดเผยว่า การร้องเรียนให้เด็กนักเรียนมุสลิมแต่งกายตามแบบอย่างอิสลาม มีมาตั้งนานแล้วครับ แต่ในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ทางผู้ปกครอง รวมตัวกันขออนุญาตจากทางโรงเรียนให้เด็กนักเรียนผู้หญิงสามารถคลุมฮิญาบ และนักเรียนชาย ใส่กางเกงขายาวได้ แต่หลังจากเปิดภาคเรียนเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา...

11 สิ่งที่คุณควรทำในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน

  1. อยู่กับอัลลอฮ์ ในคืนเดือนรอมฎอน คุณควรละหมาด หรืออ่านอัลกุรอ่านมากๆ หากคุณเป็นคนที่ชอบดูละคร หรือทำงานในช่วงเวลากลางคืน ให้คุณพยายามพักสิ่งที่เคยทำเป็นประจำในทุกๆคืนไว้ก่อน และมุ่งทำอิบาดะห์ต่ออัลลอฮ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 2. เอี๊ยะห์ติกาฟ ท่านนบีมูฮัมหมัดใช้เวลาช่วง 10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนที่มัสยิดเพื่อเอี๊ยะห์ติกาฟ การเอี๊ยะห์ติกาฟที่มัสยิดในตอนกลางคืน คือ การที่เรารำลึกถึงอัลลอฮ์ ละหมาดสุนัต หรือศึกษาอัลกุรอ่าน พวกเขาจะไม่ออกไปนอกมัสยิดนอกจากมีเหตุจะเป็น แล้วพวกเขาก็จะนอนในมัสยิด การเอี๊ยะห์ติกาฟสามารถเลือกช่วงเวลาที่ทำได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่จะทำมีความพร้อมมากแค่ไหน 3. ขอดุอาอ์ ในค่ำคืนของเดือนรอมฎอนนั้น ให้เราหมั่นขอดุอาอ์มากๆ การขอดุอาอ์ในช่วงเวลานี้ จะเป็นดุอาอ์ที่อัลลอ์ตอบรับมากที่สุด 4. อ่านอัลกุรอ่าน อ่านอัลกุรอ่านในช่วงค่ำคืนของเดือนรอมฎอนนั้นช่วยให้เราได้รับผลบุญและยังช่วยให้เราเข้าใจหลักคำสอนของศาสนาอิสลามได้อีกขึ้นด้วย 5. ศึกษาความหมายของอัลกุรอ่าน หากว่าคุณไม่ใช่คนที่ใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาแม่ การที่คุณอ่านความหมายของอัลกุรอ่านเป็นภาษาของคุณเอง ย่อมทำให้คุณเข้าใจอัลกุรอ่านมากขึ้น คุณอาจจะเลือกศึกษาอัลกุรอ่านวันละ 1-2 อายะห์ อ่านมันให้เข้าใจอย่างท่องแท้ 6. ลิสต์รายการสิ่งที่ต้องการขอ ลองถามใจคุณดูว่าคุณต้องการขออะไรจากอัลลอฮ์มากที่สุด จดเป็นรายการออกมา ไม่ต้องสนใจว่าสิ่งที่คุณอยากจะขอนั้นเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เมื่อคุณเห็นรายการสิ่งที่คุณอยากได้แล้ว ให้ลองสำรวจตัวคุณเองว่าคุณต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองของคุณอย่างไร จึงจะทำให้ดุอาอ์ของคุณเป็นผล 7. ประเมินตัวเอง ทุกๆ คืนหลังละหมาด...

สารพันคำถามเดือนรอมฎอน กับ อ.ชารีฟ ศรีเจริญ

  1.ซะกาตฟิตเราะห์คืออะไร? สถานภาพของฟิตเราะห์เป็นอย่างไร? ใครบ้างที่ต้องบิรจาคซะกาตฟิตเราะห์? ซะกาตฟิตเราะห์คือ ทานที่มุสลิมทุกคนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หญิงหรือชาย ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงของเดือนรอมฎอนและเซาวาล และมีทรัพย์คืออาหารหลักของประเทศเกินความพอเพียงกับตนเองและครอบครัวในวันและคืนอีด(วันอีดและค่ำลง) ดังนั้น คนที่เสียชีวิตในรอมฎอน หรือเด็กที่เกิดหลังดวงอาทิตย์ตกดินคือวันอีด(รุ่งขึ้น) หรือคนทำงานมีเงินเดือน แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องออกซะกาตฟิตเราะห์(คืนวันอีด) เงินเดือนยังไม่ออกและไม่มีทรัพย์อื่นๆอีก กรณีดังกล่าวนั้นเขาไม่จำเป็นต้องออกซะกาตฟิตเราะห์ เพราะขาดเงื่อนวายิบซะกาตฟิตเราะห์ ซะกาตฟิตเราะห์ ถือเป็นวายิบที่มุสลิมทุกคนต้องบริจาคไม่ว่าเขาจะมีครบพิกัดซะกาตหรือไม่ ตามทัศนะส่วนใหญ่ของนักวิชาการเช่นมัซฮับซาฟิอี เพราะหะดิษในบันทึกของบุคอรีและมุสลิม ซึ่งรายงานโดยอินุอุมัร(ร.ฎ.) ความว่า “ศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ซ.ล.) ได้กำหนดให้มุสลิมทุกคน ทั้งทาส ไท ชาย หญิง เด็กและผู้ใหญ่ ทำทานฟิตเราะห์ หนึ่งศออ์ (4 ทะนาน) จากอินทผลัม หรือข้าวบาร์เล่ห์ และให้ทำทานฟิตเราะห์ก่อนที่คนจะออกไปละหมาดอีด” สำหรับเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา ไม่วายิบแต่เป็นสุนัตตามทัศนะของอาหมัด เพราะท่านคอลีฟะห์อุสมาน(ร.ฎ.) ถือปฏิบัติมาและไม่มีสาวกโต้แย้งคัดค้าน   2.เมื่อใดจะออกซะกาตฟิตเราะห์ และบริจาคให้กับใคร เวลาที่จำเป็น...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า กลุ่มไอเอสกำลังจะล่มสลาย

ผู้นำสหรัฐกล่าวว่ากลุ่มไอเอสกำลังล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ประกาศว่า กลุ่มไอเอสกำลังล่มสลาย ในขณะที่นายทรัมป์เข้าพบเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐเพื่อหารือถึงแผนและความคืบหน้าในการกำจัดกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรง นายทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐกำลังทำได้ดีในการต่อสู้กับไอเอส และไอเอสกำลังล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งในเดือนนี้กลุ่มไอเอสได้สูญเสียที่มั่นหลักในเมืองโมซุลของอิรักแล้ว ทั้งนี้นายทรัมป์ใช้การรณรงค์หาเสียงด้วยคำมั่นว่าจะเอาชนะกลุ่มไอเอส รวมถึงในคำสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี นายทรัมป์กล่าวว่า จะรวบรวมกลุ่มประเทศเจริญแล้วเพื่อต่อสู้และกำจัดกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงให้หมดไปจากโลก รวมถึงมีการลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อสั่งการและแนะแนวนโยบายแก่กองทัพสหรัฐด้วยแผนการกำจัดกลุ่มก่อการร้ายที่ปรับปรุงใหม่ ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผย