32.1 C
Bangkok
วันพุธ, มกราคม 29, 2020
หน้าแรก ข่าวมุสลิม ข่าวไทยมุสลิม

ข่าวไทยมุสลิม

โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิยะลา มอบประกาศเกียรติคุณแก่นร.ชนะการประกวดจากเกาหลี

  วันที่ 22 ม.ค. 63 โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ยะลา ได้จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่เยาวชน โครงการ "Move World Together" และรางวัลนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนที่ประกวดชนะเลิศจากประเทศเกาหลี เพื่อเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจในความรู้ ความลำมารถ ความอุตสาหะ ในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยมีนายวิทยาศิลป์ สะอา ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา กล่าวต้อนรับคณะ นายศิริพงษ์ รุ่งเรือง ที่ปรึกษาโครงการ "Move World Together" กล่าวรายงานความเป็นมาโครงการ พร้อมร่วมกันมอบ 4 รางวัล ได้แก่ รางวัลครูเคลื่อนโลก จากโครงการ "Move World Together" แก่คุณครูฮาร์ตีนี มะเซ็ง ครูที่ปรึกษา...

รองผู้ว่าฯจ.ปัตตานีเปิดงานทดสอบอัลกุรอานชิงถ้วยพระราชทานที่มัสยิดกลาง

  ค่ำวันที่ 20 ม.ค. 63 ที่บริเวณลานหน้ามัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดงานทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับภาคใต้และระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 14 ประจำปี 2563 โดยมีนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี คณะกรรมการมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี นายกสมาคมกอรีแห่งประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชนเข้าร่วมพิธี มีทีมเข้าร่วมจากส่วนกลาง 12 คน และทีมจากภาคใต้ จำนวน 28 คน รวม 40 คน สำหรับงานทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับภาคใต้และระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 14 ประจำปี 2563 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20-22...

ถามคนรู้จริง หุก่มการเยี่ยมผู้ป่วยซึ่งเป็นพี่น้องต่างศาสนิก

  บัญญัติมิได้ห้ามที่มุสลิมจะทำการเยี่ยมเยียนผู้ป่วยที่เป็นเพื่อนพ้องพี่น้องต่างศาสนนิก ยิ่งกว่านั้นศาสนาส่งเสริมให้ทำการเยี่ยมเยียนด้วยซ้ำไป หากแม้นมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความอิ่มอกอิ่มใจ แสดงถึงน้ำใจที่มีในหมู่มุสลิมสู่การเผยแผ่ ซึ่งมีตัวอย่างจากการบันทึกของบุคอรีย์ ว่า ท่านนบี(ซ.ล)ได้เยี่ยมไข้ของเด็กรับใช้ของท่านนบีซึ่งเป็นยะฮูดีย์ และมีบันทึกในบุคอรีย์มุสลิมว่าท่านนบี(ซ.ล)เยี่ยมไข้ลุงของท่านขณะไกล้สิ้นชีวิต ท่านอะบูดัรดาอฺเยี่ยมไข้ชายยะฮูดีย์ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน   ขอขอบคุณ : อ.อาลี กองเป็ง  

ภาวะโลกร้อนในมุมมองของอิสลาม

  ปัญหาสิ่งแสดล้อมถือได้ว่าเป็นปัญหาที่ผู้คนในยุคปัจจุบันทั่วทุกมุมโลกให้ความสำคัญและมองว่าเป็นปัญหาระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่เป็นปัญหาระดับประเทศ หรือเป็นปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะเท่านั้น เราจะเห็นได้จากช่วงเวลาที่ผ่านมา มีผู้คนจากหลายทวีป หลายประเทศ หลายเชื้อชาติออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้ประชาคมโลกเห็นความสำคัญและเอาจริงเอาจังกับปัญหาภาวะโลกร้อนที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงตรัสถึงความเสื่อมโทรมของธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ของเราเอาไว้อย่างชัดเจนในอายะฮ์ที่ 41 ของซูเราะฮ์อัรรูมความว่า قال الله تعالى : " ظَهَرَ الْفَسَادُ فِي الْبَرِّ وَالْبَحْرِ بِمَا كَسَبَتْ أَيْدِي النَّاسِ لِيُذِيقَهُم بَعْضَ الَّذِي عَمِلُوا لَعَلَّهُمْ يَرْجِعُونَ " سورة الروم /41   ความว่า “ความเสียหาย ความเสื่อมโทรม และการบ่อนทำลายได้เกิดขึ้นแล้วทั้งทางบกและทางน้ำ เนื่องมาจากฝีมือของมนุษย์ที่ได้กระทำเอาไว้...

โหดเหี้ยม! คนร้ายบุกยิงผู้ใหญ่บ้านในมัสยิดบ้านเจาะโบ ปัตตานี ดับขณะที่ละหมาดอยู่

  คนร้ายบุกจ่อยิงศีรษะผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตกลางมัสยิดใน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ขณะกำลังละหมาดร่วมกับเพื่อนบ้านกว่า 20 คน ก่อนหลบหนี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี สั่งปิดล้อมไล่ล่าคนร้าย เมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 18 ม.ค. 63 พ.ต.อ.มานะ เดชาวริษฎ์ ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต ที่มัสยิดบ้านเจาะโบ ม.1 ต.แป้น อ.สายบุรี หลังได้รับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมรายงานให้ พล.ต.ต.จีรวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ทราบ เมื่อไปถึงพบว่ามีประชาชนจำนวนมากจึงกันพื้นที่ไว้ ตรวจสอบแล้วพบจุดเกิดเหตุอยู่ภายในมัสยิด มีผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือด ทราบชื่อคือ นายกูมารอดิง นิแต อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้าน...

ท่านจุฬาราชมนตรี ร่วมงานกิจกรรมศาสนาอิสติมาอ์ดะห์วะประเทศไทยที่มัรกัสมีนบุรี

  วันที่ 18 ม.ค. 63 ฯพณฯ อาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรีประธานกรรมการกลางอิสลาม แห่งประเทศไทย นายสมศักดิ์ เมดาน รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและคณะ ร่วมงานกิจกรรมศาสนา อิสติมาอ์ดะห์วะประเทศไทย มีผู้มาร่วมทั้งในและต่างประเทศ กว่าหมื่นคน ณ มัรกัสมีนบุรี   ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย   . . . .

ระบบของการเป็นพันธมิตรและผลลัพธ์ในการเผยแผ่อิสลาม โดย อ.อาลี เสือสมิง

  ระบบของการผูกมิตร (หรือการเป็นพันธมิตรของตัวบุคคลกับเผ่าอาหรับ) เองนั้นย่อมบ่งชี้ได้อย่างดีถึงการสร้างความเป็นพี่น้องระหว่างชาวอาหรับกับชนพื้นเมือง ทั้งนี้เพราะการผูกมิตรเป็นการสร้างความผูกพันใกล้ชิดเฉกเช่นความสัมพันธ์ทางเครือญาติ หรือถือว่าผู้ที่สาบานผูกมิตรกับชนเผ่านั้นๆ เป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในเผ่า เมื่อกลุ่มคนที่เป็นชาวเปอร์เซียมีความประสงค์ในการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเผ่าตะมีม หรือเผ่าร่อบีอะห์หรือเผ่าตะญีบหรือเผ่าฮัมดานนั้นย่อมหมายถึง กลุ่มคนดังกล่าวมีความสนิทสนมกับชาวอาหรับเหล่านั้นฉันท์พี่น้องมีความรักใคร่ปรองดองและอยู่ร่วมกันได้โดยดี ชาวเปอร์เซียจึงผูกมิตรและปรารถนาให้ชาวอาหรับเป็นมิตรที่คอยให้การช่วยเหลือแก่พวกตน ณ จุดนี้เราสมควรที่วิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์ในการผูกมิตรดังกล่าวซึ่งนักประวัติศาสตร์อิสลามมิค่อยให้ความสำคัญเท่าที่ควรจะเป็นทั้ง ๆ ที่ถือเป็นปรากฏการณ์แบบอิสลามมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอย่างมากต่อธรรมชาติของอิสลามและศีลธรรม การผูกมิตรในลักษณะที่กล่าวมานี้เป็นสาเหตุใหญ่ทีเดียวที่ทำให้ผู้คนเข้ารับอิสลามโดยสมัครใจและพร้อมเพรียงไม่ว่าจะเป็นในดินแดนอิหร่านหรือดินแดนของพวกเติร์ก หรือแม้กระทั่งในดินแดนตะวันตกของโลกอาหรับและสเปน แต่เดิมชนพื้นเมืองเหล่านี้ในขณะที่จักรพรรดิเปอร์เซียมีอำนาจปกครองเหนือแผ่นดินอิรัก อิหร่าน พวกเขามีสถานภาพตามกฎหมายและระบบสังคมในฐานะทาสหรือไพร่ที่คอยรับใช้ราชวงศ์แซสซานิด เมื่อกิซรอ (จักรพรรดิเปอร์เซีย) ได้มอบที่ดินผืนหนึ่งแก่ข้าทาสบริวารของตน บริวารผู้นั้นก็จะถือครองที่ดินและชาวนาที่ทำกินอยู่ในที่ดินนั้นไปพร้อมๆ กัน หรือไม่ก็โยกย้ายกลุ่มชาวนาโดยเปลี่ยนหน้าเจ้านายผู้มีอำนาจเสียใหม่ ผู้คนพลเมืองเดิมจึงกลายเป็นทาสของจักรพรรดิกิซรอและบรรดาเจ้านายที่เป็นเชื้อพระวงศ์ และตกเป็นทาสของเจ้าขุนมูลนายที่มีศักดินาไม่ว่าจะเป็นพวกมัรซุบาน (หมายถึงผู้นำของเปอร์เซียที่มีศักดินา) พวกดิฮฺกอน (หมายถึงข้าหลวงหรือเจ้าครองแคว้นของเปอร์เซียหรือคหบดีที่มีความร่ำรวยจากการค้า) พวกอิซบะห์บาซีนซึ่งหมายถึง ผู้นำหมู่บ้านขนาดใหญ่หรือกำนันและพวกที่ทำหน้าที่เก็บภาษีส่วย ชาวนาก็เป็นผู้ใช้แรงงานคอยทำหน้าที่เพาะปลูกโดยแลกกับอาหารที่พอประทังชีวิตไปวันๆ ส่วนผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ก็ต้องนำไปประเคนให้กับเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นนายและเจ้าชีวิต     ชนพื้นเมืองที่เป็นชาวนาเหล่านี้เคยชินกับสภาพสังคมเช่นนี้ตลอดช่วงเวลาหลายศตวรรษและกลายเป็นสภาพความเป็นอยู่พื้นฐานในสังคมนั้น ๆ ทั้งนี้เพราะมนุษย์ปุถุชนมิอาจดำเนินชีวิตอยู่ตลอดโดยมิได้ทำอะไร จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องผูกพันอยู่กับระบบหนึ่งระบบใดที่ชอบด้วยกฎหมายของสังคมนั้น ถึงแม้ว่าความผูกพันเช่นนี้จะเป็นพันธนาการที่คุมขังพวกเขาให้ตกอยู่ในฐานะทาสก็ตามเพราะกฎเกณฑ์ทางสังคมได้กำหนดให้พวกเขาตกเป็นทาสของผู้มีอำนาจหรือตกเป็นกรรมสิทธิของบุคคลที่มั่งคั่งกว่าเมื่อมีผู้ใดคุกคามชนชั้นล่างเหล่านี้พวกเขาก็จะหันไปพึ่งเจ้าชีวิตของตนให้คุ้มครองและเกิดความปลอดภัยในครอบครัวของตน เมื่ออิสลามได้มาถึงและล้มล้างอำนาจกดขี่ของพวกกิซรอและเหล่าเจ้าขุนมูลนายที่เป็นชนชั้นปกครองของเปอร์เซียลงได้ ชาวนาเหล่านี้ก็ตกอยู่ในสภาพอันเป็นสูญญากาศทางสังคม ที่ดินทำกินก็ยังมิได้เป็นที่ดินของชาวนาเหล่านี้ สถานภาพทางสังคมที่ชัดเจนก็หมดไป ทั้งนี้เป็นเพราะเจ้านายเดิมของพวกเขาได้สิ้นบุญสิ้นวาสนากันถ้วนหน้า...

กินแบบนบี ตอนที่ 2 โดย อ.มูฮัมมัดราชา ฟิรเดาซ์

  ความเดิมจากตอนที่แล้วได้พูดถึงการบริโภคอาหารตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม ซึ่งมีท่านศาสดาเป็นต้นแบบในการเจริญรอยตาม “กินแบบนบี ตอนที่ 2” จะพาทุกท่านมาเรียนรู้แนวทางการปฎิบัติในการบริโภคของผู้ศรัทธา 1.อัลลอฮฺได้กล่าวว่า : «يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُواْ كُلُواْ مِن طَيِّبَاتِ مَا رَزَقْنَاكُمْ وَاشْكُرُواْ لِلّهِ إِن كُنتُمْ إِيَّاهُ تَعْبُدُونَ» (البقرة : 172)   ความว่า : โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย สูเจ้าจงบริโภคสิ่งที่ดีจากสิ่งที่เราได้ประทานแก่สูเจ้า และจงขอบคุณต่ออัลลอฮฺ หากสูเจ้าเคารพสักการะแต่เพียงต่อพระองค์ (อัลบะเกาะเราะฮฺ : 172) 2.อัลลอฮฺได้กล่าวว่า : «الَّذِينَ يَتَّبِعُونَ الرَّسُولَ النَّبِيَّ الأُمِّيَّ الَّذِي...

กิจการฮัจย์ร่วมจัดเสวนา 3 ศาสนา เรื่องการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม

  วันที่ 16 ม.ค. 63 กองส่งเสริมศาสนาอิสลามและกิจการฮัจย์ จัดเวทีเสวนา 3 ศาสนา พุทธ อิสลาม คริสต์ ในหัวข้อ "การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม" โดยมีวิทยากร พระครูวินัยธร วชิรธมโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส บาทหลวง ดร.บรรจง สันติสุขนิรันดร์ ผู้อำนวยการศูนย์ซาเลเซียน ผศ.ดร.อับดุลเลาะ หนุ่มสุข สถาบันวะสะฏียะฮ์เพื่อสันติภาพและการพัฒนา สำนักจุฬาราชมนนตรี เพื่อเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจอันดีระหว่าง 3 ศาสนา ในสังคมไทย ในโครงการ "สัมมนาคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วราชอาณาจักร ประจำปี พ.ศ.2563 ระหว่างวันที่ 13-16 มกราคม 2563...

ชาวนราธิวาสดีใจ หลังทราบข่าวนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะฯ จะลงพื้นที่พบปะให้กำลังใจประชาชน

  วันที่ 15 ม.ค. 63 นายอับดุลอาซิ อาแว ประชาชนชาวนราธิวาส กล่าวว่า รู้สึกดีใจหลังจากที่ได้ทราบข่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี จะลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ในระหว่างวันที่ 20 - 21 มกราคม 2563 ส่วนตัวรู้สึกชื่นชอบนโยบายต่างๆ ของท่าน เช่น นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เข้าถึงประชาชนทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะประชาชนผู้ยากไร้ ที่ได้เข้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง และอยากมีนโยบายดีๆอย่างนี้ต่อไป โดยเฉพาะนโยบายการแก้ไขปัญหาการดำรงชีวิตของประชาชน และในฐานะชาวมุสลิมจังหวัดนราธิวาส อยากส่งกำลังใจและอยากขอบคุณรัฐบาล ที่ได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันคุณภาพชีวิตของคนในครอบครัวก็ดีขึ้นตามลำดับ   ที่มา : ThaiNews

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

ฮือฮา!!กาแฟสตาร์บักเล็งจ้างงาน 10,000 ผู้ลี้ภัยโต้นโยบายแบนมุสลิมเข้าสหรัฐฯของปธน.ทรัมป์

ซิตี้แอม รายงานว่า (30ม.ค.60) ร้านกาแฟสตาร์บัก กล่าวว่า จะจ้างผู้ลี้ภัยทั่วโลก 10,000 ตำแหน่งในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ตอบโต้นโยบายการแบนมุสลิมเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ฮาเวิร์ด ซูลท์ซ กล่าวในจดหมายปิดผนึกว่า “อเมริกันในฝัน” ถูก “เรียกร้องว่าเป็นปัญหา” โดยคำสั่งของผู้บริหารล่าสุดของโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นเอง ที่ได้ปิดกั้นการเข้าของชาวมุสลิมจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศในสหรัฐอเมริกา ชูลท์ซ...