26.5 C
Bangkok
วันพุธ, ตุลาคม 24, 2018
หน้าแรก ข่าวมุสลิม ข่าวโลกมุสลิม

ข่าวโลกมุสลิม

อินโดนีเซียทำความสะอาดโรงเรียนเสียหายจากแผ่นดินไหว ขณะที่ยอดเสียชีวิต 1,900 คน

  เด็กๆ ในเมืองปาลูของอินโดนีเซีย เริ่มไปโรงเรียนกันอีกครั้ง เพื่อทำความสะอาดชั้นเรียนที่เสียหาย และตรวจนับจำนวนนักเรียนว่าสูญหายไปกี่คน หลังเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อวันที่ 28 กันยายน แต่ในช่วงนี้โรงเรียนไม่บังคับให้เด็กกลับมาเรียนหนังสือ เพราะหลายคนขวัญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีนักเรียน 697 คน วันนี้มีเด็กมาโรงเรียนเพียง 50 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้เพิ่มเป็นกว่า 1,900 คน และยังพบศพต่อเนื่อง และมีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้สูญหายมากถึง 5,000 คน ขณะที่ทางการเตรียมยุติการค้นหาในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ที่มา : สำนักข่าวไทย  

อิหร่านเผยเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน 3 จังหวัดภาคเหนือทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน

  สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านรายงานว่า น้ำท่วมฉับพลันใน 3 จังหวัดภาคเหนือที่อยู่ทางทะเลแคสเปียน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน สำนักข่าวอีร์นารายงานอ้างนายโมฮัมหมัด เอสลามี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวว่า ฝนตกหนักมาตั้งแต่คืนวันศุกร์ ทำให้น้ำท่วมทำลายหมู่บ้าน ถนน และสะพานหลายแห่ง ภายหลังจากฝนตกลงมาอย่างหนักที่สุดในรอบ 25 ปีที่จังหวัดมาซานดารัน ก่อนหน้านี้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอิหร่านประกาศเตือนไว้ว่าจะมีฝนตกหนัก สื่อรายงานอ้างเจ้าหน้าที่กล่าวว่า ได้จัดสรรที่พักชั่วคราวให้กับประชาชน 317 คนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว   ที่มา : สำนักข่าวไทย

ออสเตรเลีย นำสิ่งของช่วยแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียและให้เงินเพิ่มอีก 104 ล้านบาท

  เครื่องบินทหารของออสเตรเลียนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยแผ่นดินไหว มาถึงสนามบินเมืองปาลู อินโดฯ ขณะที่ทางการออสเตรเลียมอบเงินเพิ่มเติมกว่า 104 ล้านบาท ส่วนยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้อยู่ที่ 1,649 คน เครื่องบินทหารของออสเตรเลียนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่จำเป็นเร่งด่วน เช่น อาหารและยารักษาโรค มาถึงสนามบินเมืองปาลู ในจังหวัดสุลาเวสีกลาง ก่อนนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านตามหมู่บ้านต่างๆ ตามพื้นที่ห่างไกลซึ่งถนนถูกตัดขาดเพราะเกิดดินถล่ม หลังเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อ 8 วันก่อน ขณะที่ทางการออสเตรเลียประกาศมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 4.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 104 ล้านบาท สำหรับยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ขณะนี้อยู่ที่ 1,649 คน และมีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีผู้สูญหายราว 1,000 คน   ที่มา : สำนักข่าวไทย   . . .

อินเดียเนรเทศโรฮีนนจาที่เข้ามาผิดกฎหมายกลับพม่าอ้างเป็นภัยต่อความมั่นคง

  ชาวโรฮิงญาราว 40,000 คน อาศัยอยู่ในอินเดียหลังหลบหนีการกดขี่ข่มเหงในพม่าในช่วงหลายปีมานี้ และชายชาวโรฮิงญา 7 คน ที่ถูกส่งกลับ ถูกควบคุมตัวในเรือนจำมาตั้งแต่ปี 2555 จากข้อหาลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย รัฐบาลชาตินิยมฮินดูของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ระบุว่า ชาวโรฮิงญาอพยพผิดกฎหมายเป็นภัยคุกคามความมั่นคงชาติ และขอให้รัฐบาลท้องถิ่นชี้ตัวและเนรเทศคนเหล่านั้น ตำรวจในรัฐอัสสัม กล่าวว่า ชายทั้ง 7 คน จะถูกส่งตัวให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ชายแดนในเช้าวันพฤหัสฯ “นี่เป็นขั้นตอนปฏิบัติตามปกติ เราเนรเทศชาวต่างชาติผิดกฎหมายทั้งหมด” เจ้าหน้าที่ตำรวจากรัฐอัสสัม ของอินเดีย กล่าว แต่เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ กล่าวว่า การบังคับส่งกลับชาวโรฮิงญาเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ “รัฐบาลอินเดียมีพันธะผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศในการรับทราบถึงการเลือกปฏิบัติ การกดขี่ข่มเหง ความเกลียดชัง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ผู้คนเหล่านี้เผชิญในประเทศต้นกำเนิดของพวกเขา และให้ความคุ้มครองที่จำเป็นแก่พวกเขา” ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องเหยียดสีผิด ระบุในคำแถลง ชาวโรฮิงญามากกว่า 700,000 คน หลบหนีออกจากพม่าหลังการปราบปรามของทหารในพม่าเมื่อปีก่อน เจ้าหน้าที่สหประชาชาติ ระบุว่า การกระทำของทหารพม่าเป็นการกวาดล้างชาติพันธุ์ ซึ่งพม่าปฏิเสธข้อหา...

UN ระบุอินโดนีเซียต้องการความช่วยเหลือ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิต 1,400 คน

  เจ้าหน้าที่สหประชาชาติระบุว่า อินโดนีเซียกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างมากสำหรับทั้งผู้รอดชีวิตและหน่วยกู้ภัยที่กำลังเร่งค้นหาผู้เคราะห์ร้าย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิบนเกาะสุลาเวสีพุ่งเป็นเกือบ 1,400 คน หน่วยงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติระบุว่า มีประชาชนเกือบ 200,000 คนกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยในจำนวนนี้มีเด็กหลายหมื่นคน และมีบ้านเรือนราว 66,000 หลังถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ผู้รอดชีวิตกำลังเผชิญความหิวโหยขณะที่อาหารและน้ำขาดแคลน และโรงพยาบาลก็เต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ด้านหน่วยกู้ภัยก็ยังไม่สามารถเข้าไปถึงพื้นที่อีกหลายแห่งที่อาจได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่พวกเขาก็ยังคงพยายามอย่างเต็มที่ หัวหน้าหน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติของอินโดนีเซียเปิดเผยที่เมืองปาลูว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 1,374 คนแล้ว และยังมีอีก 113 คนที่ยังสูญหาย และว่า ยังคงมีศพติดอยู่ใต้กองซากปรักหักพังซึ่งยังไม่ทราบจำนวน และว่า ภารกิจหลักของพวกเขาก็คือการค้นหาและช่วยเหลือผู้ที่รอดชีวิต ศูนย์ประสานงานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอาเซียนกล่าวว่า สิ่งที่กำลังต้องการอย่างเร่งด่วนก็คือถุงบรรจุศพจำนวนมาก เนื่องจากเกรงว่าศพที่เริ่มเน่าเปื่อยจะเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อโรค   ที่มา : สำนักข่าวไทย

อินโดนีเซีย หวั่นยอดสังเวยแผ่นดินไหว-สึนามิสุลาเวสีพุ่งเกิน 830 ศพ กู้ภัยเร่งค้นหา

  ยอดสังเวยแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซียเมื่อวันศุกร์ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 832 ศพแล้วในวันอาทิตย์ หวั่นจำนวนพุ่งถึงหลายพันศพ เจ้าหน้าที่เริ่มฝังศพหมู่ในหลุมรวมป้องกันโรคระบาด ซูโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2561 ว่าจำนวนผู้สังเวยชีวิตในเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.5 และสึนามิที่พัดถล่มเมืองชายฝั่งของเกาะสุลาเวสีเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 832 แล้ว และเจ้าหน้าที่ได้เริ่มฝั่งศพหมู่รวมกันในหลุมขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เจ้าหน้าที่กู้ภัยบนเกาะสุลาเวสีกำลังทำงานแข่งกับเวลาและอุปสรรคจากความไม่พร้อมด้านเครื่องมือ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่ม คาดกันว่าเฉพาะที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองปาลูอาจมีคนติดอายุใต้ซากอาคารถึง 60 คน กู้ภัยกล่าวกันว่าพวกเขาได้ยินเสียงคนและเสียงร้องของเด็กดังจากใต้ซากปรักหักพังด้วย นอกจากนี้ยังเกิดเหตุการณ์ที่ผู้รอดชีวิตปล้นสะดมร้านค้าเพื่อหาอาหาร, น้ำ และเชื้อเพลิง โดยตำรวจได้แต่ยืนมองอาจเพราะไม่สามารถหรือไม่ประสงค์จะเข้าขัดขวาง รัฐบาลอินโดนีเซียได้แต่เพียงประกาศว่าจะชดเชยแก่เจ้าของร้านค้าที่ถูกปล้นสะดม ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ลงพื้นที่ประสบภัยช่วงบ่ายวันอาทิตย์ และเรียกร้องให้พยายามค้นหากู้ชีพตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม นูโกรโฮยอมรับว่า ปฏิบัติการมีอุปสรรคทั้งจากการติดต่อสื่อสารที่จำกัดและมีเครื่องจักรกลไม่เพียงพอสำหรับการรื้อค้นอาคารที่พังถล่มจำนวนมาก รองประธานาธิบดียูซุฟ คัลลา...

อินโดนีเซียยันร่วมรักษาสันติภาพและความมั่นคงทั่วโลกในที่ประชุม UN

  นายยูซุฟ คัลลา รองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ยืนยันต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติว่า อินโดนีเซียยังคงให้ความร่วมมือในปฏิบัติการรักษาสันติภาพและความมั่นคงทั่วโลก โดยจะส่งกำลังทหารเพิ่มอีกประมาณ 500 นายในปีหน้า พร้อมระบุด้วยว่า ปัญหาความยากจนและความไม่เท่าเทียม ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกกำลังเผชิญ รวมทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการบ่อนทำลายประชาธิปไตย นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน   ที่มา : สำนักข่าวไทย

ประธานาธิบดีอิหร่านเรียกร้องประธานาธิบดีสหรัฐฯให้ “ยุติการระราน” อิหร่าน ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

  ระหว่างการแถลงข่าวกับสื่อจากชาติตะวันตก นายโรฮานีกล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนว่าการประชุมของเขากับบรรดาผู้นำโลกนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติหรือ ยูเอ็นจีเอ. ทำให้สหรัฐ “โดดเดี่ยว” จากการที่นายทรัมป์ตัดสินใจถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และว่า การตัดสินใจดังกล่าวของสหรัฐไม่ได้รับการยอมรับจากฝ่ายใด และประเทศต่างๆ ก็ถือเป็นความผิดของสหรัฐ นายโรฮานียังกล่าวอีกว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ซึ่งอาจจะเร็วหรือช้า สหรัฐจะกลับสู่ข้อกตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และว่า สิ่งที่อิหร่านต้องการคือ ให้สหรัฐกลับสู่สิ่งที่เป็นไปตามกฎหมายและจุดยืน ซึ่งเป็นมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือ ยูเอ็นเอสซี. และ ให้สหรัฐ “ยุติการระราน” อิหร่าน   ที่มา : ThaiNews

สหรัฐฯ รับปากจะช่วยผู้ลี้ภัยโรฮีนจา 5.9 พันล้านบาทที่หนีจากพม่าไปบังกลาเทศ

  นางนิกกิ เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติประกาศว่า สหรัฐจะจัดตั้งกองทุนใหม่สำหรับความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำ การดูแลสุขภาพ และความช่วยเหลือสำคัญอื่นๆ มูลค่า 185 ล้านดอลลาร์ แก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาซึ่งหลบหนีการปราบมปรามของกองทัพเมียนมาเข้าไปอาศัยพักพิงอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ โดยการประกาศดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับวิกฤติชาวโรฮีนจา นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาติในนครนิวยอร์ก ทั้งนี้สหประชาชาติ และสหรัฐ รวมทั้งพันธมิตรชาติตะวันตก ต่างกล่าวหากองทัพเมียนมาว่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา ขณะที่พลเอกมีน ออง ไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมากล่าวเมื่อวานนี้ว่า ไม่มีประเทศ องค์กรหรือกลุ่มใดมีสิทธิที่จะแทรกแซงและตัดสินใจเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยของเมียนมา   ที่มา : ThaiNews

ผบ.สส.พม่า โต้ UN ไม่มีสิทธิก้าวก่ายกรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา

  หลังจากคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงของสหประชาชาติ เรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ผลักดันส่งตัวบรรดานายทหารเมียนมาเข้ารับการพิจารณาคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮีนจา พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา ได้พูดพาดพิงเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ระหว่างกล่าวกับทหารเมื่อวานว่า ไม่มีประเทศใด องค์กรใดหรือกลุ่มใด มีสิทธิ์แทรกแซงและตัดสินใจอยู่เหนืออธิปไตยของเมียนมา นอกจากนี้ กองทัพ หรือ ตั้ตม่ะด่อว์ ไม่มีความคิดถอยห่างจากการเมือง อย่างที่สหประชาชาติชี้แนะแต่ละประเทศในโลกนี้ ใช้ระบอบประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับตนเอง เมียนมายังจำเป็นต้องยุติการสู้รบบนเส้นทางสู่ประชาธิปไตยแท้จริง และกองทัพจะยังดำเนินความพยายามรักษาความสงบภายในต่อไป นอกจากนี้ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ยังย้ำทัศนคติที่ชาวเมียนมาส่วนใหญ่ยึดถือ ที่ว่า ชาวโรฮีนจาเป็นคนนอก และกฎหมายเมียนมาที่ไม่ยอมรับ ชาวเบงกาลี เป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งของประเทศ จะยังบังคับใช้ต่อไป รายงานสหประชาชาติความยาว 444 หน้า จากการรวบรวมกว่า 18 เดือน ลงรายละเอียดถึงสารพัดวิธีการกดขี่ชาวโรฮีนจา ทั้งฆาตกรรม ข่มขืน...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

รถไฟความเร็วสูง Haramain มาถึงสถานีเจดดาห์แล้ว

มีรายงานว่ารถไฟความเร็วสูงสายแรกของ Haramain ได้มาถึงเมืองสถานีเจดดาห์แล้ว โดยเป็นการทดสอบระบบปฏิบัติการรถไฟฟ้าความเร็วสูงของซาอุดิอาระเบีย Rumaih bin Mohammed Al-Rumaih ประธานกรมขนส่งสาธารณะและรักษาการหัวหน้าองค์การรถไฟซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า " ทางรถไฟทั้งหมดจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2017 นี้ โดยมีระยะทางทั้งสิ้น 450 กิโลเมตร มีการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนต่อปี ผ่านรถไฟความเร็วสูงทั้งหมด 35 ขบวน โครงการรถไฟความเร็วสูงนี้เป็นการทำแผนงานตามวิสัยทัศน์ 2030 ของเมือง...