28 C
Bangkok
วันพฤหัส, พฤษภาคม 24, 2018
หน้าแรก ข่าวมุสลิม ข่าวโลกมุสลิม

ข่าวโลกมุสลิม

ทหารพราน 41 ยะลาเพิ่มความเข้มงวดพร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนช่วงรอมฎอน

  ทหารพราน 41 ยะลา ยกระดับเพิ่มความเข้มงวด พร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในเดือนรอมฎอน เจ้าหน้าที่ทหารพรานจาก กรมทหารพรานที่ 41 ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ได้นำกำลัง 1 ชุดปฎิบัติการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้น บุคคล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ต้องสงสัย เป้าหมาย ที่ใช้เส้นทางสัญจรผ่านไปมาในถนนสายวังพญา เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเขตเมืองยะลาและเมืองปัตตานี อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกัน สกัดกั้นกลุ่มคนร้ายที่อาจจะฉวยโอกาส ใช้เส้นทางในการลักลอบนำวัตถุระเบิดเข้าไปก่อเหตุในพื้นที่เขตเมือง หลังห้วงที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายยังคงมุ่งก่อเหตุ สร้างสถานการณ์ความไม่สงบ ก่อเหตุความในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงเดือนรอมฎอน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางพลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พันเอก สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมหารพรานที่...

ประธานาธิบดีอียิปต์ประกาศให้อภัยโทษประชาชนกว่า 330 คนช่วงเริ่มต้นรอมฎอน

  ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ของอิยิปต์ ประกาศวานนี้ ให้อภัยโทษแก่ประชาชนกว่า 330 คน ในช่วงเริ่มต้นเดือนรอมฎอน ซึ่งสื่อท้องถิ่นรายงานว่า บางคนถูกควบคุมตัวระหว่างการประท้วง นายซิซีกล่าวว่า เขาได้ขอให้รัฐมนตรีมหาดไทยอนุญาตให้ประชาชนวัยหนุ่มเหล่านี้อยู่กับครอบครัวในคืนนี้เพื่อที่จะได้ตื่นขึ้นมารับประทานอาหารก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ก่อนที่จะอดอาหารช่วงเทศกาลรอมฎอน ซึ่งการอดอาหารและน้ำตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินเริ่มวันนี้ในอียิปต์ ทั้งนี้ นายซิซีให้คำมั่นเมื่อปี 2559 ว่า จะปล่อยคนวัยหนุ่มที่ถูกจำคุกจากการประท้วง หลังการปราบปรามผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด มอร์ซี ซึ่งถูกทหารโค่นอำนาจเมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 หลังการประท้วงต่อต้านเขาครั้งใหญ่ ด้านหนังสือพิมพ์ของทางการรายงานวานนี้ว่า นักโทษวัยหนุ่มราว 332 คน ได้รับอภัยโทษในครั้งนี้ และว่า ผู้ที่ได้รับอภัยโทษถูกจับกุมระหว่างการประท้วง   ที่มา : สำนักข่าวไทย

มุสลิมในอินโดฯชุมนุมประท้วงกรณีสหรัฐย้ายสถานทูตของอิสราเอลไปเยรูซาเล็ม

  ชาวมุสลิมหลายพันคนร่วมชุมนุมกันที่บริเวณสวนสาธารณะอนุสาวรีย์แห่งชาติในกรุงจาการ์ตาเมืองหลวงอินโดนีเซียเมื่อวานนี้ เพื่อประท้วงต่อต้านการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐที่ยอมรับนครเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และย้ายสถานทูตจากกรุงเทลอาวีฟไปยังนครเยรูซาเล็ม ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มเปิดทำการในวันจันทร์นี้ นับเป็นการประท้วงล่าสุดหลังมีการประท้วงต่อเนื่องทั่วโลกมุสลิมตั้งแต่ผู้นำสหรัฐประกาศดังกล่าวเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ได้ย้ำถึงการสนับสนุนของอินโดนีเซียต่อประชาชนชาวปาเลสไตน์ และว่าชาวอินโดนีเซียทุกคนจะยังคงต่อสู้ร่วมกับปาเลสไตน์ ทั้งนี้อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล   ที่มา : ThaiNews

ซาอุฯ ประกาศให้ผู้หญิงขับรถได้ในวันที่ 24 มิ.ย.และอายุ 18 ขึ้นไปทำใบขับขี่ได้

  เอเอฟพี – ผู้หญิงชาวซาอุดีอาระเบียจะได้รับอนุญาตให้เริ่มขับรถได้ในราชอาณาจักแห่งนี้ในวันที่ 24 มิถุนายน ผู้อำนวยการสำนักงานการจราจร โมฮัมเหม็ด อัล-บาสซามี กล่าวในวันนี้ (8 พ.ค.) "ได้มีการตั้งข้อกำหนดทั้งหมดสำหรับผู้หญิงที่จะขับรถในราชอาณาจักรแห่งนี้เอาไว้แล้ว" บาสซามี ระบุในถ้อยแถลงที่เผยแพร่โดยรัฐบาล ในเดือนกันยายนปี 2017 พระราชกฤษฎีกาประกาศยุติการห้ามผู้หญิงขับรถที่ใช้มานานหลายสิบปีและมีอยู่ที่เดียวในโลก "ผู้หญิงอายุ 18 ปีขึ้นไปจะได้รับอนุญาตให้ขอทำใบอนุญาตขับขี่ได้" บาสซามี กล่าว โรงเรียนสอนขับรถสำหรับผู้หญิงได้ถูกจัดตั้งขึ้นทั่ว 5 เมืองใหญ่ในราชอาณาจักรอนุรักษนิยมแห่งนี้ และผู้สอนจะเป็นผู้หญิงชาวซาอุดิอาระเบียที่ได้รับใบอนุญาตขับรถจากต่างชาติ ผู้หญิงที่มีใบขับขี่ต่างชาติจะสามารถขอทำใบขับขี่ภายในประเทศผ่านอีกกระบวนการหนึ่งซึ่งก็จะประเมินทักษะการขับขี่ของพวกเธอเช่นกัน “มันเป็นเรื่องที่รู้กันว่าผู้หญิงจำนวนมากในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียมีใบขับขี่จากต่างชาติ” ถ้อยแถลง ระบุ ก่อนหน้านี้ผู้หญิงชาวซาอุดีอาระเบียหลายคนยื่นคำร้องของให้รัฐบาลยกเลิกการแบนดังกล่าวและกระทั่งขับรถเพื่อประท้วง มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน วัย 32 พรรษา ทรงถูกมองว่าเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังการยกเลิกการแบนนี้ ส่วนหนึ่งของการปฏิรูปหลายๆ อย่างที่กำลังถูกผลักดันสมาชิกราชวงศ์ผู้ทรงอำนาจในราชอาณาจักรอนุรักษนิยมแห่งนี้ แผนการปฏิรูป Vision 2030 สำหรับยุคหลังการขายน้ำมันของพระองค์พยายามที่จะยกระดับผู้หญิงให้เป็น...

ซาอุฯเปิดโครงการ “จุดหมายสำหรับมุสลิม” หวังนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลกชื่นชอบ

ซาอุดิอาระเบียได้เปิดตัวโครงการ "Destination for Muslims(จุดหมายสำหรับมุสลิม)" เพื่อทำให้ประเทศเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลกต้องการ ซึ่งกำหนดเป้าหมายไปยังผู้มาทำอุมเราะห์, นักธุรกิจชาวมุสลิม, แขกของรัฐจากประเทศมุสลิมอื่น ๆ และผู้โดยสารชาวมุสลิม คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและมรดกแห่งประเทศซาอุดิอารเบีย (SCTH) ได้ริเริ่มเปิดตัวโครงการที่จะทำให้ซาอุดีอาระเบียเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลกชื่นชอบ และกำลังเชื่อมโยงกับพันธมิตรที่สำคัญ ๆ เช่นกระทรวงมหาดไทยฮัจย์อุเราะห์และซาอุดิอาราเบียแอร์ไลน์

พม่าชี้ผู้ลี้ภัยโรฮีนจากลับประเทศจะปลอดภัยหากอยู่หมู่บ้านที่จัดไว้ให้

  ย่างกุ้ง 5 พ.ค.- พล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาชี้ว่า ผู้ลี้ภัยโรฮีนจาที่กลับเมียนมาจะปลอดภัยตราบใดที่ยังอยู่ในหมู่บ้านที่ทางการจัดไว้ จุดกระแสวิตกว่าเมียนมาจะกักตัวชาวโรฮีนจาเหล่านี้ไว้อย่างไม่มีกำหนด บัญชีเฟซบุ๊กทางการของ พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่ายโพสต์วันนี้ว่า พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่ายบอกกับคณะผู้แทนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่กรุงเนปิดอว์เมื่อวันที่ 30 เมษายนว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของผู้ลี้ภัยตราบใดที่พวกเขายังอยู่ในที่ที่ทางการจัดไว้ ส่วนเรื่องที่ชาวโรฮีนจาในค่ายผู้ลี้ภัยบังกลาเทศอ้างว่าถูกทหารฆ่าตามอำเภอใจ ข่มขืน และเผาบ้านเรือนในรัฐยะไข่นั้น ผบ.สส.เมียนมากล่าวว่า ชาวเบงกาลี (เป็นคำที่เมียนมาเรียกชาวโรฮีนจา) ไม่มีทางบอกว่ากลับมาอย่างมีความสุข แต่จะอ้างว่าตกทุกข์ได้ยากและถูกข่มเหงเพื่อให้ได้รับความเห็นใจและสิทธิตามที่ต้องการ ข้ออ้างเหล่านี้ล้วนเกินจริงทั้งสิ้น ชาวโรฮีนจาราว 700,000 คนอพยพข้ามพรมแดนเข้าไปในบังกลาเทศตั้งแต่กองทัพเมียนมายกกำลังไปปราบกลุ่มติดอาวุธในรัฐยะไข่เมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน เมียนมาและบังกลาเทศตกลงกันเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่าจะเริ่มส่งชาวโรฮีนจากลับตั้งแต่เดือนมกราคม เมียนมาได้สร้างค่ายรับตัวชั่วคราวและบ้านใหม่จำนวนหนึ่ง แต่ชาวโรฮีนจาส่วนใหญ่ไม่ยอมกลับไปเพราะเกรงว่าจะถูกกักตัวไว้อย่างถาวร และต้องการกลับไปตั้งถิ่นฐานในบ้านเกิดที่ถูกเผาเกลี้ยง ที่มา : สำนักข่าวไทย

อินโดนีเซียเตรียมออกวีซ่าท่องเที่ยวให้อิสราเอลโดยตรงเพื่อลดค่าใช้จ่าย

  เทลอาวีฟ 4 พ.ค.- สื่ออิสราเอลรายงานว่า อินโดนีเซียจะตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซา) ท่องเที่ยวให้ชาวอิสราเอลโดยตรงเป็นครั้งแรกในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายลงได้มาก เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ฮาอาเร็ตซ์ของอิสราเอลรายงานว่า ปัจจุบันชาวอิสราเอลสามารถขอวีซาไปอินโดนีเซียได้เฉพาะวีซาธุรกิจเท่านั้น เสียค่าธรรมเนียม 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 25,300 บาท) และต้องใช้เวลานานเนื่องจากทั้งสองประเทศไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ขณะที่บริษัทนำเที่ยวเพิ่งจะสามารถขอวีซาท่องเที่ยวให้ชาวอิสราเอลเป็นหมู่คณะได้อย่างจำกัดเมื่อปี 2558 หลังจากพยายามมานาน ล่าสุดชาวอิสราเอลสามารถยื่นขอวีซาท่องเที่ยวอินโดนีเซียเป็นรายบุคคลได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมาแม้ว่าทั้งสองประเทศไม่ได้ลงนามกันอย่างเป็นทางการ โดยยื่นขอผ่านสำนักงานอินโดนีเซียในอิสราเอลที่เพิ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือนก่อน เสียค่าธรรมเนียม 135 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,270 บาท) พำนักได้สูงสุด 30 วัน หากต้องการอยู่ต่อต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มวันละ 35 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,107 บาท)...

เศร้า… ยอดผู้เสียชีวิตเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในลิเบีย เพิ่มขึ้นเป็น 14 คนแล้ว

  กระทรวงสาธารณะสุขลิเบีย กล่าวว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่สำนักงานใหญ่คณะกรรมการการเลือกตั้งในกรุงตริโปลีของลิเบีย เพิ่มขึ้นเป็น 14 คนแล้ว เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพุธ เมื่อมีผู้ก่อเหตุ 2 คน เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ในอาคารก่อนจุดชนวนระเบิด ซึ่งกลุ่มไอเอส. อ้างว่าเป็นผู้ลงมือ เหตุโจมตีในครั้งนี้ ถูกประณามอย่างหนักจากองค์การสหประชาชาติ สหภาพยุโรป ฝรั่งเศส สหรัฐ อังกฤษ และ รัฐบาลปรองดองแห่งชาติลิเบียที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เหตุโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อนานาชาติพยายามผลักดันให้มีการเลือกตั้งในลิเบีย โดยหวังว่าจะทำให้ความวุ่นวายในประเทศลิเบียสงบลง หลังลิเบียอยู่ในความวุ่นวายมาตั้งแต่การขับไล่นายโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำเผด็จการออกไปได้ในปี 2555   ที่มา : ThaiNews

คณะทูตยูเอ็นแนะพม่าสอบข้อกล่าวหาทารุณโรฮิงญาให้ถูกต้องและน่าเชื่อถือ

  เอเอฟพี - พม่าต้องจัดให้มีการดำเนินการสืบสวนอย่างถูกต้องในข้อกล่าวหากระทำทารุณต่อชาวโรฮิงญา คณะทูตจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กล่าววานนี้ (1) ภายหลังเดินทางเยือนพื้นที่ที่ชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญาราว 700,000 คน ต้องอพยพหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ลี้ภัย และกลุ่มสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า กองทัพพม่า และกลุ่มชาวบ้านได้ก่อเหตุสังหาร และข่มขืนพลเรือน และเผาหมู่บ้านในระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างในรัฐยะไข่ ที่อ้างว่า มุ่งเป้าที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายโรฮิงญา การดำเนินการปราบปรามดังกล่าวเกิดขึ้นในปลายเดือน ส.ค. จนเป็นเหตุให้เกิดการอพยพของชาวโรฮิงญาเป็นจำนวนมากเข้าไปในบังกลาเทศ ระหว่างการเดินทางเยือนพม่า 2 วัน คณะผู้แทนจากสหประชาชาติได้เดินทางไปยังรัฐยะไข่ และพบหารือกับนางอองซานซูจี และ พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย “เพื่อแสดงความรับผิดชอบ จำเป็นต้องดำเนินการสืบสวนอย่างถูกต้อง ซึ่งการสืบสวนนั้นมี 2 วิธี หนึ่งคือ การส่งเรื่องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ และอีกวิธีหนึ่งคือ รัฐบาลพม่าต้องดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างครอบคลุมด้วยตัวเอง” ทูตอังกฤษประจำสหประชาชาติ...

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายบริเวณมัสยิดที่เมืองมูบีของไนจีเรียดับ 27 เจ็บ 56

  ไนจีเรีย 2 พ.ค.- เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรง ทั้งด้านใน และบริเวณโดยรอบมัสยิดแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 รายและบาดเจ็บ 56 คน ผู้บัญชาการตำรวจรัฐอดามาวา เผย มือระเบิดฆ่าตัวตายปลดชนวนระเบิดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น.ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นมือระเบิดคนที่สองได้ปลดชนวนระเบิดขึ้น ห่างออกไปราว 200 เมตร ในขณะที่ผู้คนกำลังแตกตื่นหนีตายจากระเบิดครั้งแรก เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เมืองมูบี ซึ่งกลุ่มโบโกฮารัมมัก ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายตามสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมากอยู่บ่อยครั้งนับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา   ที่มา : สำนักข่าวไทย

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

งงซิ!!ชาติโมร็อกโกที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม 99 %ถูกแบนการผลิตและขายบุรก้า

โมร็อกโกเป็นประเทศที่ 99% ของประชากรมุสลิม ระบุว่า เป็นเพียงการห้ามบุรก้า ตามรายงานท้องถิ่นการผลิต, การขายและการสวมใส่ผ้าคลุมปกปิดใบหน้าเต็มรูปแบบจะไม่ได้รับอนุญาตในประเทศ อ้างกังวลด้านความปลอดภัย, Agence France-Presse รายงานในวันอังคารว่าเว็บไซต์ข่าวโมร็อกโก Le360 รายงาน กฎหมายใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ต่อมาในเดือนมกราคม ที่แบนกฎหมายใหม่จากรายงานของ “ผู้อยู่นอกกฎหมาย” บุรก้าใช้ในการดำเนินการก่ออาชญากรรมอย่างเสรี “เราได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการห้ามนำเข้าผลิตและการตลาดของเสื้อผ้าแบบบุรก้านี้ในทุกเมืองและอาณาจักร” เจ้าหน้าที่โมร็อกโกอาวุโส กล่าว, เว็บไซต์ Le360 รายงาน ในคาซาบลังกา, เมืองที่ใหญ่ที่สุดของโมร็อกโก “สร้างความตระหนัก”...