28.6 C
Bangkok
วันพุธ, มกราคม 29, 2020
หน้าแรก ข่าวมุสลิม ข่าวโลกมุสลิม

ข่าวโลกมุสลิม

เมียนมาสรุปผลไต่สวนทหารก่ออาชญากรรมกับโรฮีนจา ไม่ใช่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

  คณะกรรมการไต่สวนอิสระซึ่งประกอบด้วยชาวเมียนมาสองคน นางโรซาริโอ มานาโล นักการทูตฟิลิปปินส์ และนายเคนโซ โอชิมะ อดีตเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสหประชาชาติ เผยแพร่ผลการไต่สวนเมื่อวันจันทร์ก่อนที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลกที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์จะชี้ขาดในวันพฤหัสบดีว่า จะออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อหยุดยั้งการกระทำของเมียนมาหรือไม่ คณะกรรมการสรุปว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงบางนายใช้กำลังอย่างไม่เหมาะสม ก่ออาชญากรรมสงคราม ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง เช่น สังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ทำลายบ้านเรือนของชาวบ้าน แต่อาชญากรรมเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพราะไม่มีหลักฐานมีน้ำหนักมากพอจะโต้แย้งว่า อาชญากรรมที่เกิดขึ้นทำไปโดยมีเจตนาจะทำลายกลุ่มทางเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ หรือศาสนา บางส่วนหรือทั้งหมด องค์การโรฮีนจาเมียนมาในสหราชอาณาจักรไม่ยอมรับรายงานดังกล่าว โดยเห็นว่าเป็นการประชาสัมพันธ์อย่างโจ่งแจ้ง หวังเบี่ยงเบนความสนใจจากการชี้ขาดของศาลโลก ด้านกลุ่มฮิวแมนไรท์วอตช์เรียกร้องให้เมียนมาเปิดเผยรายงานฉบับเต็ม เพราะกระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการเมียนมาไม่โปร่งใส และดูเหมือนจะหาทหารเป็นรายบุคคลมาเป็นแพะรับบาปแทนระบบการบังคับบัญชาในกองทัพ กองทัพเมียนมายกกำลังเข้าไปในรัฐยะไข่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2560 ทำให้ชาวโรฮีนจา 740,000 คนหนีข้ามพรมแดนเข้าไปในบังกลาเทศ เมียนมายืนกรานว่า เข้าไปกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮีนจาที่ก่อเหตุร้ายกับเจ้าหน้าที่ แต่ผู้อพยพชาวโรฮีนจาอ้างว่า ถูกทหารทรมาน ข่มขืน ฆ่า วางเพลิงบ้านเรือน จึงไม่อยากเดินทางกลับเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย   ที่มา...

ผบ.ทบ.ไทยหารือผู้บัญชาการทหารอินโดนีเซียพร้อมลงนามข้อตกลงแลกเปลี่ยนข่าวกรอง

  พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.อันดิกา เปอร์คาซา ผู้บัญชาการทหารอินโดนีเซีย ร่วมหารือกันที่จังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย และได้ลงนามในข้อตกลงแลกเปลี่ยนข่าวกรองระหว่างกัน ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย นอกจากนี้ ยังช่วยให้กองทัพบกของสองประเทศตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มหรือบุคคลที่เป็นภัยคุกคามได้อีกด้วย   ที่มา : สำนักข่าวไทย  

นายกฯญี่ปุ่น เยือนเมืองอารยธรรมโบราณที่เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาของซาอุดีอาระเบีย

  นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น เยือนเมืองอารยธรรมโบราณของซาอุดีอาระเบีย และเป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาของประเทศ ซึ่งต้องการเบนเข็มจากเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ที่เมืองอัล-อูลา เมืองอารยธรรมโบราณของซาอุดีอาระเบีย และเป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาของประเทศ ซึ่งต้องการเบนเข็มจากเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก โดยรัฐบาลซาอุดีอาระเบียจะพัฒนาสถานที่โบราณในยุคก่อนศาสนาอิสลามในเมืองอัล-อูลา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม ตั้งเป้าหมายไว้มากถึง 2 ล้านคนต่อปี นายกรัฐมนตรีอาเบะกำลังอยู่ระหว่างการเยือนภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากซาอุดีอาระเบียแล้ว ยังมีกำหนดจะไปเยือนโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย   ที่มา : สำนักข่าวไทย

สุลต่านโอมานผู้ครองราชย์นานที่สุดในโลกอาหรับสวรรคต พระชนมพรรษา 79 พรรษา

  สำนักพระราชวังโอมานแถลงวันนี้ว่า สุลต่านกอบูส บิน ซะอีด อัล ซะอีด ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกอาหรับยุคใหม่ เสด็จสวรรคตแล้วเมื่อวานนี้ ขณะมีพระชนมพรรษา 79 พรรษา สุลต่านกอบูสทรงปกครองโอมานตั้งแต่ปี 2513 ด้วยการยึดอำนาจจากพระราชบิดา ทรงพระประชวรมาระยะหนึ่งแล้ว เชื่อกันว่าทรงเป็นมะเร็งพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) พระองค์ไม่มีพระมเหสี จึงไม่พระราชโอรสหรือพระราชธิดา อีกทั้งยังไม่มีพระเชษฐาหรือพระอนุชาด้วย รัฐธรรมนูญโอมานบัญญัติให้พระบรมวงศานุวงศ์เลือกสุลต่านองค์ใหม่ภายใน 3 วันที่ราชบัลลังก์ว่าง หากไม่สามารถตกลงกันได้ บุคคลที่สุลต่านกอบูสทรงระบุชื่อไว้ในพระราชหัตเลขาถึงสมาชิกราชวงศ์จะได้เป็นสุลต่านองค์ต่อไป คุณสมบัติของสุลต่านจะต้องเป็นสมาชิกราชวงศ์ เป็นมุสลิม มีความเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุมีผลและเป็นบุตรตามกฎหมายของคู่สมรสชาวโอมานที่เป็นมุสลิม ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายชี้ว่า ชายโอมานกว่าร้อยละ 80 เข้าเกณฑ์เหล่านี้ แต่มีเพียงคนเดียวที่โดดเด่นคือ อะซาด บิน ตอริก อัล ซะอีด วัย 65...

เปิดฉาก! อิหร่าน ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐอเมริกาในอิรัก

  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เผย วันที่ 8 ม.ค. 63 กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา แถลงการณ์ว่า ช่วงเวลาประมาณ 23.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) เปิดฉากยิงขีปนาวุธมากกว่า 10 ลูก ข้ามฝั่งมายังฐานทัพอากาศอัล-อัดซาด และฐานทัพอากาศอีบิลในอิรัก ที่กองทัพของสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรตั้งกำลังอยู่ โดยล่าสุดยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีครั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐอเมริกาสังหาร พล.ต.คาเซม โซเลมานี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ เมื่อวันศุกร์ที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ผ่านทางสื่อของรัฐบาลอิหร่าน พร้อมขู่ว่าจะตอบโต้ให้รุนแรงกว่าเดิม หากสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีอีก นอกจากนี้ ยังระบุให้สหรัฐอเมริกาถอนกำลังทหารออกจากภูมิภาคนี้ ขณะที่ทำเนียบขาวรายงานเพิ่มเติม ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกประชุมฉุกเฉินหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมดแล้ว เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น   ที่มา...

สถานทูตไทยในกรุงอัมมานเตือนคนไทยงดไปอิรักชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะสงบ

  วันที่ 5 ม.ค. 2563 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ออกประกาศเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบในอิรัก เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2563 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดความไม่สงบและความรุนแรงในอิรัก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน จึงขอประกาศให้คนไทยที่พำนักในอิรักใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินทางใกล้สถานที่ชุมนุม รวมทั้งขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปอิรัก ยกเว้นการเดินทางเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ สามารถติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน ได้ทางหมายเลข +962 79 8485558 หรือ +962 79 957 3335 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และทางเฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy...

สลด… เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันในจาการ์ตเมืองหลวงของอินโดนีเซียเสียชีวิตแล้ว 21 คน

  เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในกรุงจาการ์ตาและปริมณฑลคร่าชีวิตชาวอิเหนาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 21 รายวันนี้ (2 ธ.ค.) ขณะที่ทางการอินโดนีเซียเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับฝนที่จะตกหนักต่อเนื่อง หลายพื้นที่ในกรุงจาการ์ตาและเมืองใกล้เคียงอยู่ในสภาพจมบาดาล หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. เรื่อยมาจนถึงเช้าวันขึ้นปีใหม่ อุทกภัยซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบหลายปีทำให้ชาวอินโดนีเซียกว่า 30,000 คนต้องพลัดถิ่นฐานบ้านเรือน และสร้างความปั่นป่วนต่อผู้คนในเมืองหลวง เนื่องจากรถไฟต้องหยุดให้บริการและไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ โจโค ฮาริยันโต โฆษกกระทรวงกิจการสังคมของอินโดนีเซีย ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่ายอดผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยคราวนี้เพิ่มขึ้นเป็น 21 ราย ทางการอิเหนาไม่ได้แจ้งรายละเอียดว่าเหยื่อแต่ละรายเสียชีวิตจากสาเหตุใดบ้าง แต่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าพบผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 4 ราย, ถูกไฟฟ้าช็อต 4 ราย, ถูกดินถล่มทับ 4 ราย และอีก 3 รายเสียชีวิตจากภาวะตัวเย็น (hypothermia) สำนักงานธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซียพยากรณ์ว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในช่วงบ่ายวันนี้ ประธานาธิบดี โจโค วิโดโด ให้สัมภาษณ์สื่อในวันนี้ (2) ว่า แผนการอพยพประชาชนและมาตรการรักษาความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด...

สลด… เกิดอุบัติเหตุรถบัสไปเมืองปาการ์อลัมของอินโดนีเซียพุ่งตกเหวตาย 25 เจ็บ 1

  ดอลลี กูมารา โฆษกตำรวจท้องถิ่น แถลงวันนี้ (24 ธ.ค.) ว่า รถบัสคันดังกล่าวซึ่งบรรทุกผู้โดยสารมาหลายสิบคนพุ่งแฉลบตกลงไปในหุบเขาลึก 150 เมตรในจังหวัดสุมาตราใต้เมื่อเวลาก่อนเที่ยงคืนเพียงเล็กน้อย และไปจมแน่นิ่งอยู่ในแม่น้ำสายหนึ่ง “รถบัสพุ่งชนแบร์ริเออร์คอนกรีตก่อนจะตกลงไปในเหว ขณะนี้ยังมีคนติดอยู่ในรถ” กูมารา ให้สัมภาษณ์ พร้อมยืนยันว่าไม่มียานพาหนะคันอื่นเกี่ยวข้องในอุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งทีมกู้ภัยและช่วยชีวิตกำลังเร่งค้นหาผู้โดยสารที่อาจติดอยู่ภายในซากรถ ส่วนผู้ที่รอดชีวิตถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่าใกล้ๆ กับเมืองปาการ์อลัม (Pagar Alam) และเนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นหุบเหวจึงทำให้การกู้ภัยค่อนข้างยากลำบาก รถบัสคันนี้เดินทางออกจากจังหวัดเบิงกูลูมุ่งหน้ามายังเมืองปาการ์อลัมโดยมีรายชื่อผู้โดยสารเพียง 27 คน ทว่าผู้รอดชีวิตยืนยันกับตำรวจว่าขณะเกิดอุบัติเหตุมีผู้โดยสารอยู่บนรถจริงๆ ถึง 50 คน โดย กูมารา กล่าวอีกว่า “เข้าใจว่าคนขับมีการรับผู้โดยสารเพิ่มระหว่างทาง จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้สูญหายในแม่น้ำอีก” อินโดนีเซียมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนค่อนข้างสูง โดยเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ยานพาหนะที่เก่าและขาดการซ่อมบำรุง รวมถึงการไม่เคารพกฎจราจร   ที่มา : MGR Online

สภายุโรปลงมติให้คว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่จีนกรณีปฏิบัติมุสลิมอุยกูร์ไม่เหมาะสม

  จีนกล่าวโจมตีสภายุโรป หลังสภายุโรปลงมติเรียกร้องให้คว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่จีน กรณีปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยอุยกูร์อย่างไม่เหมาะสม จีนเผชิญการประณามจากนานาชาติ กรณีควบคุมชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ที่ส่วนมากเป็นชาวมุสลิมราวล้านคนที่ค่ายกักกันในเขตซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ สมาชิกสภายุโรปกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า มีการบันทึกสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่เลวร้ายลงในจีนเมื่อปีที่แล้ว และได้เรียกร้องให้รัฐบาลจีนยุติการควบคุมตัวชนกลุ่มน้อยเหล่านี้โดยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ โดยทันที หรือไม่เช่นนั้นก็จะถูกดำเนินคดี ขณะที่จีนได้ตอบโต้และเรียกร้องให้สภายุโรปไม่ใช้สองมาตรฐานในการต่อต้านกลุ่มก่อการร้าย และให้ยุติการแทรกแซงกิจการภายในของจีน   ที่มา : ThaiNews

แกมเบีย กล่าวโจมตี อองซานซูจี นิ่งเงียบต่อชะตากรรมของมุสลิมโรฮีนจา

  แกมเบียกล่าวโจมตีการนิ่งเงียบของอองซานซูจีต่อชะตากรรมของชาวมุสลิมโรฮีนจาวันที่ 12 ธ.ค. หลังเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพกล่าวป้องพม่าต่อข้อกล่าวหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ศาลสูงสุดของสหประชาชาติ ทนายความฝ่ายแกมเบีย กล่าวว่า ถ้อยแถลงของซูจีที่ว่าการปราบปรามของทหารในปี 2560 ของพม่านั้นเป็นปฏิบัติการกวาดล้างที่มุ่งเป้าโจมตีกลุ่มกบฏ เป็นการเพิกเฉยต่อข้อกล่าวหาอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการสังหารหมู่ การข่มขืน และถูกบังคับให้ต้องออกจากประเทศ ซึ่งการนิ่งเงียบของซูจีนั้นได้พูดออกมามากยิ่งกว่าคำพูดของซูจีเสียอีก “คำว่า ‘ข่มขืน’ ไม่เคยหลุดออกจากปากของผู้แทนเลย” ฟิลิปป์ แซนด์ ทนายความฝ่ายแกมเบีย กล่าวถึงซูจีที่นั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดีซึ่งไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาขณะรับฟัง แกมเบียยื่นฟ้องศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กล่าวหาพม่าละเมิดอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และเรียกร้องมาตรการฉุกเฉินเพื่อปกป้องคุ้มครองโรฮีนจา จากที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชน แต่ชื่อเสียงของซูจีต้องมัวหมองจากการตัดสินใจของเธอที่จะอยู่ฝั่งเดียวกับทหารในวิกฤตโรฮีนจา ซูจีกล่าวแถลงต่อศาลเมื่อวันพุธที่ 11 ธ.ค. ว่า ปฏิบัติการที่นำไปสู่การอพยพหลบหนีของชาวโรฮิงญากว่า 740,000 คน ไม่มีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อยู่เบื้องหลัง ซึ่งพม่าเผชิญต่อความขัดแย้งภายใน และทหารดำเนินการปฏิบัติการกวาดล้างหลังการโจมตีของกลุ่มกบฏโรฮิงญาในเดือน ส.ค.2560 แต่พอล ไรช์เลอร์ ทนายความฝ่ายแกมเบียอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า ผู้ที่เสียชีวิตยังรวมถึง “เด็กทารกที่ถูกทุบตีจนตาย หรือถูกแยกออกจากอ้อมแขนของแม่และถูกโยนลงแม่น้ำจนจมน้ำตาย พวกเขากี่คนที่เป็นผู้ก่อการร้าย?...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

ผู้นำกาตาร์เรียกร้องให้มีการประชุมระดับชาติเพื่อยุติปัญหาอ่าวอาหรับ

สมาชิกราชวงศ์กาตาร์ได้เรียกร้องให้ประชาชนกาตาร์เป็น "ทูตแห่งสันติภาพ" ในการเจรจากับประเทศต่างๆ ในอ่าวอาหรับ "เพื่อครอบครัว ลูกหลาน บรรดานักธุรกิจและประชาชนชาวกาตาร์ ผมขอเชิญท่านร่วมเรียกร้องเจรจาสู่สันติสุข"      เชคอับดุลลาห์ บิน อาลี อัลธานี กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขากล่าวว่า รู้สึกเจ็บปวดเมื่อเห็นข้อพิพาทแย่ลงเรื่อยๆ และเรียกร้องให้มีการประชุมระดับชาติในประเทศกาตาร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตเพราะไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ข้อพิพาทดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อกลุ่ม Anti-Terror Quaret ประกอบด้วยซาอุดิอาระเบียสหรัฐอาหรับเอมิเรต บาห์เรน และอียิปต์...