33.3 C
Bangkok
วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 17, 2019
หน้าแรก ข่าวมุสลิม

ข่าวมุสลิม

ผู้แทนคณะกรรมการกลางอิสลามฯร่วมกิจกรรมช่วยเหลือสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้

  วันที่ 16 พ.ย. 62 นางอลิสรา มะแซ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ร่วมต้อนรับ นายไพศาล พรหมยงค์ ประธานฝ่ายซากาตและสังคมสงเคราะห์ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยี่ยมเยียน และหารือแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมช่วยเหลือทางสังคม โดยมีผู้แทนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ จชต. จำนวน 30 คน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมปัญจเพชร ชั้น 3 อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยตลอดการประชุมได้มีการหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้ให้ความสำคัญถึงการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อาทิ การสร้างบ้านสุขใจ คนยากจน , การแจกทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้า , การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส คนเปราะบาง และการสร้างเครือข่ายภาคีความร่วมมือในการทำงานระดับพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมีประสิทธิภาพมากที่สุดต่อไป นางอลิสรา...

ศาลอาญาระหว่างประเทศไฟเขียวอัยการสอบสวนคดีพม่าละเมิดโรฮีนจาเต็มรูปแบบ

  ผู้พิพากษาหนุนคำร้องของอัยการที่ร้องขอการสอบสวนในข้อกล่าวหาการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและการข่มเหงรังแกจากเหตุการณ์การปราบปรามของทหารต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮีนจาในปี 2560 ซึ่งการตัดสินใจของศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี (ICC) มีขึ้นหลังนางอองซานซูจี ตกเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกระบุชื่อในการยื่นฟ้องที่อาร์เจนตินาเกี่ยวกับอาชญากรรมต่อชาวโรฮีนจา ทั้งนี้ชาวโรฮีนจามากกว่า 740,000 คน จำต้องหลบหนีข้ามแดนไปอาศัยในค่ายแออัดที่บังกลาเทศ จากความรุนแรงที่ผู้สืบสวนของสหประชาชาติระบุว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ศาลไอซีซี ที่กรุงเฮก ระบุว่า ได้อนุญาตให้อัยการดำเนินกระบวนการสอบสวนข้อกล่าวหาการก่ออาชญากรรมภายในขอบเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับพม่า ที่ยังรวมถึงข้อกล่าวหาของความรุนแรงที่กระทำอย่างเป็นระบบ การเนรเทศที่เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการกดขี่ข่มเหงในเรื่องศาสนาหรือชาติพันธุ์ต่อชาวโรฮิงญา ซึ่งพม่าได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้มาโดยตลอด พม่าไม่ได้เป็นสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ศาลระบุเมื่อปีก่อนว่ามีขอบเขตอำนาจต่อคดีการก่ออาชญากรรมต่อชนกลุ่มน้อยโรฮีนจาเพราะบังกลาเทศ ที่ชาวโรฮีนจาอาศัยอยู่ในฐานะผู้ลี้ภัย เป็นสมาชิกศาล โดย "ฟาโต เบนโซดา" หัวหน้าอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ ได้รับอนุญาตให้เปิดการสอบสวนเบื้องต้นกรณีพม่าในเดือน ก.ย.2561 และยื่นขอดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบในเดือน ก.ค.2562 เบนโซดา ระบุว่า "รู้สึกยินดีกับการตัดสินใจของศาล และระบุว่า เป็นการพัฒนาที่สำคัญและส่งสัญญาณบวกไปถึงผู้ที่เป็นเหยื่อของอาชญากรรมอันโหดร้ายในพม่าและที่อื่นๆ"   ที่มา : MGR Online

ไสยศาสตร์ ศาสตร์ของซาตาน โดย อ.บรรจง บินกาซัน

  พวกลูกหลานอิสราเอลผิดสัญญากับพระเจ้าโดยหันไปเคารพวัตถุบูชาสารพัดรูปแบบ พระเจ้าจึงลงโทษคนพวกนี้ให้ตกเป็นทาสของฟาโรห์ แม้โมเสสจะช่วยพวกลูกหลานอิสราเอลให้พ้นจากการเป็นทาสด้วยอำนาจของพระเจ้าแล้ว แต่สักพัก พวกลูกหลานอิสราเอลได้ขอให้โมเสสทำวัตถุบูชาให้พวกตนเคารพสักการะแทนพระเจ้าอีก เมื่อโมเสสขึ้นไปรับคัมภีร์โตราห์จากพระเจ้าบนภูเขาซีนาย พวกลูกหลานอิสราเอลก็ทำรูปหล่อโคทองคำขึ้นมาบูชาสักการะอีก ด้วยเหตุนี้ ลูกหลานอิสราเอลจึงถูกพระเจ้าลงโทษให้ต้องร่อนเร่พเนจรไร้ถิ่นฐานในทะเลทรายเป็นเวลาหลายสิบปีและถูกชนชาติต่างๆรุกรานอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งกษัตริย์เดวิดขึ้นมามีอำนาจสามารถสร้างอาณาจักรอิสราเอลขึ้นมาได้ พวกลูกหลานอิสราเอลจึงอยู่เย็นเป็นสุข เมื่อกษัตริย์เดวิดล่วงลับไป กษัตริย์โซโลมอนได้ขึ้นครองอำนาจต่อ กษัตริย์โซโลมอนได้รับอำนาจพิเศษจากพระเจ้าให้รู้ภาษาของนกและสามารถควบคุมญินสิ่งมีชีวิตเร้นลับที่มีพลังอำนาจเหนือมนุษย์ได้ กองทัพของกษัตริย์โซโลมอนจึงเกรียงไกรที่สุดในโลกเวลานั้น หลังสมัยกษัตริย์โซโลมอน อาณาจักรอิสราเอลได้แตกออกเป็นสองส่วนและถูกชนชาติต่างๆเช่น บาบิโลน แอสซีเรียและเปอร์เซียโจมตีและตกเป็นทาสของชาติเหล่านี้ เมื่อกษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียปล่อยพวกลูกหลานอิสราเอลให้เป็นอิสระ คนพวกนี้ได้อพยพไปยังเมืองเยรูซาเล็มและสร้างวิหารหลังใหม่ขึ้นมาแทนวิหารของโซโลมอนที่ถูกทำลายไป แต่หลังจากสมัยพระเยซู พวกลูกหลานอิสราเอลได้ถูกกองทัพโรมันไบแซนตินโจมตีและเมืองเยรูซาเล็มถูกทำลาย พวกลูกหลานอิสราเอลต้องอพยพหนีตายไปหลบภัยในดินแดนต่างๆ ในจำนวนนี้มีสามเผ่าที่หลบมาอาศัยอยู่ที่ชานเมืองยัษริบในคาบสมุทรอาหรับ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม พวกลูกหลานอิสราเอลมักจะหวนระลึกถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกรในอดีต ด้วยความคิดเช่นนี้เอง พวกลูกหลานอิสราเอลจึงถูกหลอกหรือเข้าใจผิดคิดว่าอาณาจักรอิสราเอลยิ่งใหญ่ได้เพราะกษัตริย์โซโลมอนมีความรู้ทางไสยศาสตร์ที่สามารถควบคุมญินได้ แต่พวกลูกหลานอิสราเอลลืมไปว่าอำนาจพิเศษที่กษัตริย์โซมอนมีนั้นเป็นอำนาจที่พิเศษที่พระเจ้ามอบให้ พวกลูกหลานอิสราเอลจึงเริ่มศึกษาไสยศาสตร์ที่ทำให้ต้องหันไปพึ่งพิงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ     เมื่อนบีมุฮัมมัดอพยพจากมักก๊ะฮฺไปยังยัษริบและต้องมีปฏิสัมพันธ์กับพวกลูกหลานอิสราเอล คนพวกนี้ได้นำวิชาไสยศาสตร์มาใช้ในการทำให้สามีภรรยาแตกแยกกันและอ้างว่าวิชาไสยศาสตร์มาจากกษัตริย์โซโลมอน พระเจ้าจึงได้เปิดเผยให้นบีมุฮัมมัดรู้ว่า “พวกเขาได้เริ่มปฏิบัติตามสิ่งที่พวกซาตานอ้างอย่างผิดๆว่ามันมาจากอาณาจักรของสุลัยมาน ทั้งๆที่ความจริงแล้ว สุลัยมานมิได้เกี่ยวข้องกับการปฏิเสธศรัทธา แต่พวกชัยฏอนที่พร่ำสอนไสยศาสตร์ให้แก่ผู้คนต่างหากที่ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกส่งมายังทูตสวรรค์ทั้งสองคือฮารูตและมารูตที่เมืองบาบิล(บาบิโลน) แต่เมื่อใดก็ตามที่ทูตสวรรค์ทั้งสองได้สอนไสยศาสตร์แก่ผู้ใด เขาทั้งสองจะเตือนล่วงหน้าไว้อย่างชัดเจนว่า “เราเป็นเพียงการทดลองอย่างหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น พวกท่านจงอย่าปฏิเสธศรัทธา”” (กุรอาน 2:102) ข้อความจากคัมภีร์กุรอานดังกล่าวข้างต้นทำให้เรารู้ว่าไสยศาสตร์เป็นศาสตร์ของซาตานและการเล่นไสยศาสตร์เป็นการปฏิเสธศรัทธาเพราะต้องบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นบีสุลัยมานมิได้เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ แต่วิชาไสยศาสตร์เกิดขึ้นในระหว่างที่พวกลูกหลานอิสราเอลตกเป็นทาสของอาณาจักรบาบิโลน และในช่วงนั้นเอง...

เกิดเหตุคาร์บอมใกล้กระทรวงมหาดไทยในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถานตาย 7 เจ็บ 7

  เอเอฟพี เผย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คนและบาดเจ็บ 7 คนเมื่อระเบิดติดรถยนต์ถูกจุดชนวนในช่วงชั่วโมงเร่งตอนเช้าของกรุงคาบูลวันที่ 13 พ.ย. 62 โดยโฆษก นัสรัต ราฮิมี กล่าวว่า "เหตุระเบิดเกิดขึ้นในชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กระทรวงมหาดไทยและห่างจากสนามบินคาบูลไปทางเหนือ ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นพลเรือนทั้งหมด นี่เป็นข้อมูลเบื้องต้น รายละเอียดเพิ่มเติมจะตามมาในภายหลัง" แหล่งข่าวที่กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ระเบิดถูกจุดชนวนโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายในรถยนต์คันดังกล่าว และว่า มันมุ่งเป้าขบวนรถรัฐบาลบนถนนใหญ่ เหตุระเบิดเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดี อัชราฟ กานี ของอัฟกานิสถานประกาศว่า คาบูลจะปล่อยตัวนักโทษตอลิบานระดับสูง 3 คนแลกกับตัวประกันชาวตะวันตกที่ถูกตอลิบานลักพาตัวในปี 2016 ซึ่งนักโทษตอลิบาน 3 คนนี้รวมถึง อานัส ฮักกอนี ที่ถูกจับกุมในปี 2014 พี่ชายของเขาเป็นรองผู้นำตอลิบานและหัวหน้าเครือข่ายฮักกอนี กลุ่มย่อยของตอลิบานที่มีชื่อเสียงในทางไม่ดี กานีไม่ได้บอกถึงชะตากรรมของตัวประกันชาวตะวันตก ได้แก่ ชาวออสเตรเลีย...

ไปเที่ยวต่างประเทศก่อนหรือจะไปทำฮัจย์ก่อนดี? โดย อ.อานัส ดาราฉาย

  แท้จริงการทำฮัจย์นั้นคือ สัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่หนึ่งในอิสลาม ทว่ามันคือองค์ประกอบสำคัญหนึ่ง(รุกุ่น)อิสลาม ในฮัจย์นั้นมีผลประโยชน์มากมาย และคุณประโยชน์ที่หลากหลายเกินกว่าจะกล่าวถึงทั้งหมดได้ ทำให้มุสลิมหลายคนปรารถนาที่จะไปเป็นแขกของอัลลอฮฺ แม้จะมีกำลังทรัพย์อันน้อยนิดแต่ก็หมั่นดุอาอฺเก็บหอมรอมริบขอให้ได้ไปเหยียบแผ่นดินหะรอมสักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ผิดกับบางคนที่มีกำลังกายกำลังทรัพย์เพียบพร้อมที่จะไปทำฮัจย์ได้แต่กลับเลือกที่จะไปเที่ยวต่างประเทศ ทัวร์ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี โดยไม่คำนึงว่าค่าใช้จ่ายจะสูงเพียงใด เปรียบไม่ได้เลยกับการที่เราได้ไปทำฮัจย์อาจจะเสียเงินประมาณสองแสนบาท แต่ผลบุญนั้นมหาศาลหาใดเปรียบไม่! สกู๊ปข่าวหลักฉบับนี้ ได้รับเกียรติจาก “อาจารย์อานัส ดาราฉาย” นักวิชาการอิสลาม มาช่วยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำฮัจย์ที่แท้จริง ที่เราไม่ต้องรอถึงตอนแก่เดินไม่ไหวต้องนั่งรถเข็นแล้วอยากไป เราสามารถไปได้ในขณะที่ยังหนุ่มสาวตอนที่มีแรงกำลัง เพื่อให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงคุณค่าของการทำฮัจย์และฮัจย์ที่มับรูร... ในเทศกาลฮัจย์ทุกปี จะมีพี่น้องมุสลิมทั่วทุกมุมโลกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย จำนวนประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งในปีนี้มีชาวไทยมุสลิมรวมอยู่ด้วย จำนวน 8,462 คน เป็นพี่น้องจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 3,892 คน และเป็นพี่น้องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส...

สพป.ยล.1 จัดประชุมผู้บริหารสถานศึกษา พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนักเรียน มอบเกียรติบัตรโครงการการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรต้านทุจริตในสถานศึกษา

  วันที่ 12 พ.ย.62 นายสนิท ผ่องมหึงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกะรอ เข้าร่วมประชุมประจำเดือนผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพป.ยล.1 ครั้งที่ 5/2562 ณ ห้องประชุมรายา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 โดยมี นายวิสุทธิ์ ชูมัง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 เป็นประธาน โดยก่อนการประชุมตามระเบียบวาระต่างๆ ผอ.สพป.ยล.1 ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนโรงเรียนบ้านโกตาบารูที่ประสบอัคคีภัย จำนวน 1 ราย และครอบครัวนักเรียน โรงเรียนบ้านบือมัง ที่ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต จำนวน 1 ราย และได้มอบเกียรติบัตรโครงการการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรต้านทุจริตในสถานศึกษา จำนวน 10 โรงเรียน...

แกมเบียยื่นฟ้องต่ออศาลโลกว่าพม่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยโรฮีนจา

  นายอาบูบาการร์ ทัมบาโด รัฐมนตรียุติธรรมแกมเบีย แถลงข่าวที่กรุงเฮกในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลโลกในวันนี้ว่า แกมเบียได้ยื่นคำร้องตามอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948 ที่ห้ามรัฐภาคีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขัดขวางและลงโทษผู้กระทำความผิดฆ่าล้างพันธุ์ เพื่อให้ศาลลงโทษเมียนมาที่กระทำกับชาวโรฮีนจาที่เป็นประชาชนของตนเอง หากคนรุ่นนี้ไม่ทำอะไรทั้งที่เห็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาจะถือเป็นเรื่องน่าละอายมาก แกมเบียเป็นประเทศในแอฟริกาตะวันตกที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญานี้เช่นเดียวกับเมียนมา ยื่นคำร้องโดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรความร่วมมืออิสลามหรือโอไอซี (OIC) ขอให้ศาลโลกออกมาตรการชั่วคราวที่จะสร้างหลักประกันว่า เมียนมาจะยุติความโหดร้ายและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาที่เป็นประชาชนของตนเองโดยทันที บริษัทกฎหมายที่ช่วยเหลือแกมเบียคาดว่า ศาลจะเปิดการไต่สวนในเดือนหน้า อนึ่ง แม้ศาลโลกซึ่งมีหน้าที่ตัดสินข้อพิพาทระหว่างรัฐกับรัฐไม่สามารถบังคับให้รัฐทำตามคำตัดสิน แต่รัฐที่ไม่ทำตามก็อาจทำให้ชื่อเสียงบนเวทีโลกมัวหมองได้ ชาวโรฮีนจากว่า 730,000 คนหนีข้ามพรมแดนจากเมียนมาเข้าไปในบังกลาเทศตั้งแต่กองทัพเมียนมายกกำลังเข้าไปในปี 2560 คณะผู้สอบสวนของสหประชาชาติระบุว่า เป็นการกระทำโดยมีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ทางการเมียนมาปฏิเสธและยืนยันว่าต้องการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธแยกดินแดนในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของประเทศเท่านั้น   ที่มา : สำนักข่าวไทย

เหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี จัดหน่วยรับบริจาคโลหิต ที่อาคารใหม่ โรงพยาบาลปัตตานี เพื่อสำรองไว้ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน

  วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ที่อาคารใหม่ โรงพยาบาลปัตตานี นางอนุรี วิศิษฎ์วงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาด เจ้าหน้าที่ธนาคารเลือดโรงพยาบาลปัตตานี และผู้เกี่ยวข้อง ออกหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ เพื่อต่อชีวิตให้เพื่อนมนุษย์ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การเปิดใช้อาคารใหม่ ของโรงพยาบาลปัตตานี ด้วย นางอนุรี วิศิษฎ์วงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า สืบเนื่องจากโรงพยาบาลปัตตานี ได้รับงบประมาณสำหรับจัดสร้างอาคารใหม่ เป็นอาคารคอนกรีต 9 ชั้น จำนวน 1 หลัง ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดใช้อาคารใหม่แล้วบางส่วน บางแผนก เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา เช่น การเงิน จ่ายยา เวชระเบียนอายุรกรรม เจาะเลืทอด...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

การที่มุสลิมบน(กับอัลลอฮฺ) เหนียตว่าถ้าภารกิจหนึ่งที่เราต้องการบรรลุผลแล้ว เราจะทำอาหารแจก เป็นการกระทำที่ผิดหลักการหรือไม่ อย่างไร ?

การที่มุสลิมบน(กับอัลลอฮฺ) เหนียตว่าถ้าภารกิจหนึ่งที่เราต้องการบรรลุสำเร็จแล้ว เราทำข้าวเหนียวเหลืองหรือทำอาหารแจกให้มุสลิมหรือคนต่างศาสนิก เป็นการกระทำที่ผิดหลักการศาสนาอิสลามหรือไม่อย่างไร ? ตอบ     การบนบานตามหลักศาสนาคือ การสัญญาว่าจะกระทำความดี หมายถึงการผูกมัดตนเองว่าจะกระทำความดีที่แต่เดิมศาสนามิได้บังคับไว้ จะโดยมีข้อแม้หรือไม่มีข้อแม้ก็ตาม เมื่อได้บนบานอย่างถูกต้องแล้ว ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามที่ได้บนบานไว้ อย่างกรณีในคำถามคือ บนบานแบบมีข้อแม้ว่า หากทำงานบางอย่างบรรลุผล จะทำอาหารแจกจ่ายให้ผู้คนรับประทาน ถือว่าเป็นการบนบานกระทำในสิ่งที่ชอบด้วยศาสนา จึงสามารถกระทำได้และไม่ผิดหลักการศาสนา (อินซาอัลเลาะห์)