32.4 C
Bangkok
วันศุกร์, มีนาคม 5, 2021
หน้าแรก ข่าวดัง

ข่าวดัง

ใครที่จะได้เข้าสรวงสวรรค์ทางประตู ” อัรรอยยาน “

พระองค์อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงให้เกรียติบรรดาผู้ที่มีศรัทธาและยำเกรงต่อพระองค์ด้วยหัวใจอันบริสุทธ์อย่างแท้จริงโดยการประทานรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทุกคนปารถนานั่นก็คือ " สรวงสวรรค์ " หรือในภาษาอาหรับที่เรียกว่า " اَلْجَنَّةُ "ซึ่งคำๆนี้ถูกกล่าวในคัมภีร์อัลกุรอานมากถึง 139 ครั้ง ทั้งในรูปเอกพจน์ ทวิพจน์และพหูพจน์ สรวงสวรรค์เป็นที่พำนักที่บรรดาผู้มีศรัทธาทั้งหลายจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในนั้นตราบเท่านิจนิรันดร์อย่างมีความสุข ตื่นตาตื่นใจและสะดวกสบาย ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้นพระองค์อัลลอฮฺ (ซบ.) ได้ทรงบรรยายคุณลักษณะของสรวงสวรรค์เอาไว้อย่างน่าสนใจ ตัวอย่างเช่น อายะฮ์ที่ 15 ของซูเราะฮ์มูฮัมหมัด قال الله تعالى : ﴿ مَّثَلُ الْجَنَّةِ الَّتِي وُعِدَ الْمُتَّقُونَ ۖ فِيهَا أَنْهَارٌ مِّن...

ความเร้นลับ 5 ประการที่พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ทรงปกปิดเอาไว้

ในยุคปัจจบันเทคโนโลยีต่างๆมีความเจริญก้าวหน้าไปมาก มนุษย์สามารถสร้างเครื่องมือที่ทันสมัย เช่น ดาวเทียมที่นำมาใช้ในการตรวจสอบสภาพอากาศได้อย่างน่าทึ่งด้วยมันสมองที่พระองค์อัลลอฮ์ ( ซบ. ) ทรงประทานให้แก่มนุษย์ เครื่องมือที่ทันสมัยเหล่านี้ในบางครั้งสามารถบอกเราได้เลยว่าวันพรุ่งนี้ หรือวันมะรืนนี้สภาพอากาศจะเป็นอย่างไร ฝนจะตก หรือไม่ตก แต่ก็มีหลายครั้งที่ไม่เป็นไปตามพยากรณ์อากาศ นั่นหมายความว่าอย่างไร ? นั้นหมายความว่าเครื่องมือที่ทันสมัยเหล่านนี้นั้นมีความสามารถในการคาดการณ์สภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เท่านั้น อาจจะมีปัจจัยอื่นมาเปลี่ยนแปลงการคาดการณ์นั้นก็ย่อมได้ เราจะเห็นได้ว่าในบางครั้งท้องฟ้ามืดครึ้มมีลมแรง มีฟ้าแลบฟ้าร้องจนทำให้เราคิดว่าในไม่ช้าฝนคงจะตกลงมาอย่างแน่นอน แต่มันไม่เป็นไปตามนั้นฝนกลับไม่ตกตามการคาดการณ์ของเรา นั่นหมายความว่าฝนจะตกที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ไม่มีผู้ใดสามรถล่วงรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างแน่ชัดนอกจากพระองค์อัลลอฮ์ ( ซบ. ) แต่เพียงผู้เดียว มีรายงานจากท่านอิบนุอุมัรว่า ครั้งหนึ่งท่านร่อซู้ล ( ซ.ล. ) ได้กล่าวว่า " กุญแจแห่งความเร้นลับนั้นมีอยู่ 5 ดอก ไม่มีผู้ใดล่วงรู้สิ่งดังกล่าวได้นอกจากพระองค์อัลลอฮ์...

หัวใจที่ไม่สงบขาดการนอบน้อมถ่อมตนต่อพระผู้เป็นเจ้าขณะทำการละหมาด เราควรทำอย่างไร ?

การละหมาดเป็นอิบาดะฮ์ (ความดี) ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับมุมินผู้ศรัทธา เพราะการละหมาดนั้นเปรียบเสมือนเสาหลักของศาสนา อีกทั้งยังเป็นสิ่งแรกที่มุมินผู้ศรัทธาจะต้องถูกสอบสวนในโลกหน้าอาคีเราะฮ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถ้าหากว่าการละหมาดของมุมินผู้ศรัทธามีความสมบูรณ์แบบ อิบาดะฮ์อื่นๆก็จะพลอยสมบูรณ์แบบตามไปด้วย ในทางตรงกันข้ามถ้าหากว่าการละหมาดของมุมินผู้ศรัทธานั้นบกพร่อง อิบาดะฮ์อื่นๆก็จะบกพร่องตามไปด้วยเช่นกัน ในซูเราะฮ์อัลมุอฺมีนูน พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงตรัสว่า قالَ الله تعالى (قَدْ أَفْلَحَ الْمُؤْمِنُونَ) المؤمنون /1 ความว่า “ บรรดามุมินผู้ศรัทธานั้นพวกเขาได้รับชัยชนะแล้ว قالَ الله تعالى (الَّذِينَ هُمْ فِي صَلَاتِهِمْ خَاشِعُونَ) المؤمنون /2 ความว่า “ พวกเขาเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขาสงบนิ่งนอบน้อมถ่อมตนต่อพระองค์อัลลอฮ์ในยามที่พวกเขาละหมาด ” จากโองการดังกล่าวข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าการทำให้หัวใจสงบนิ่งมีสมาธิและรำลึกถึงพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.)...

เราะมะฎอน เดือนแห่งการประทานคัมภีร์

ทุกศาสนามีหลักศรัทธาเป็นพื้นฐาน หลักศรัทธาสำคัญอย่างหนึ่งในอิสลามคือศรัทธาในคัมภีร์ของพระเจ้า เพราะคัมภีร์เป็นบันทึกวจนะของพระเจ้าที่ถูกส่งมาเป็นกฎกติกาในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มุสลิมคนใดไม่ศรัทธาในคัมภีร์ของพระเจ้าถือว่าไม่ศรัทธาในพระเจ้าโดยปริยาย ทำไมพระเจ้าต้องประทานคัมภีร์? คำตอบคือมนุษย์ไม่ได้สร้างชีวิต มนุษย์จึงไม่รู้จักวิธีการใช้ชีวิต คัมภีร์จึงเป็นแนวทางและกฎในการใช้ชีวิตของมนุษย์ เป็นความเมตตาอย่างหนึ่งของพระเจ้า พระเจ้าไม่ได้สร้างดาวนับล้านดวงขึ้นมาเหมือนโยนลูกเต๋า เมื่อพระองค์สร้างดวงดาวขึ้นมาแล้ว พระองค์ได้สร้างระบบการหมุนและการโคจรของดาวแต่ละดวงขึ้นมาควบคุมมันอย่างมีระเบียบจนมนุษย์สามารถคำนวณการโคจรของมันได้อย่างแม่นยำ กฎการโคจรของดวงดาวเหล่านี้ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง ลองนึกภาพดูว่าถ้าดาวนพเคราะห์ในระบบสุริยะไม่มีการควบคุม อะไรจะเกิดขึ้น? มนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาบนโลกใบนี้โดยมีชีวิตเหมือนสัตว์ สัตว์ไม่มีสติปัญญาเหมือนมนุษย์ แต่มันอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มประชากรที่ถูกควบคุมโดยสัญชาติญาณและไม่มีเสรีภาพในการเลือก ด้วยเหตุนี้ สัตว์จึงไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องบาปบุญคุณโทษ ส่วนมนุษย์แตกต่างจากสัตว์ตรงที่มนุษย์มีสติปัญญา แต่ถึงกระนั้น มนุษย์ยังจำเป็นต้องมีคู่มือหรือกฎระเบียบในการใช้ชีวิตทั้งในด้านส่วนตัวและในด้านสังคม จะแตกต่างจากสัตว์ก็ตรงที่มนุษย์มีเสรีภาพที่จะเลือกปฏิบัติตามหรือไม่ก็ได้ ด้วยเหตุนี้ มนุษย์จึงต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองกระทำไป มนุษย์ได้รับคัมภีร์ทางศาสนาจากเบื้องบนมานานแล้ว คัมภีร์ทางศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกขณะนี้คือคัมภีร์พระเวทที่ถูกบันทึกเป็นภาษาสันสกฤตโบราณ ไม่มีใครอ้างว่าเป็นผู้เขียนคัมภีร์พระเวทขึ้นมา คัมภีร์พระเวทเป็น “ศรุติ” นั่นคือสิ่งที่ได้ถูกสดับตรับฟังมาและถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ในอิสลาม พระเจ้าได้คัดเลือกมนุษย์บางคนให้รับวจนะของพระองค์เพื่อนำมาสั่งสอนมนุษย์และปฏิบัติตามคำสอนให้เป็นแบบอย่าง คนที่ถูกคัดเลือกขึ้นมาทำหน้าที่นี้ในภาษาอาหรับเรียกว่า “นบี” ซึ่งแปลว่า“ผู้บอกข่าวจากพระเจ้า”ถึงมนุษยชาติ บางครั้ง นบีเหล่านี้ยังถูกเรียกว่า “ผู้ตักเตือน” นบีจึงมิใช่ศาสดาผู้ก่อตั้งศาสนา แต่เนื่องจากมนุษย์มีจำนวนมากมายและกระจายตัวกันอยู่เป็นชุมชนต่างๆทั่วโลก พระเจ้าจึงให้มีนบีเกิดขึ้นในทุกชุมชนเพื่อสอนวิธีการดำเนินชีวิตให้แก่ผู้คนในชุมชนของนบี และนบีแต่ละคนจะสอนผู้คนด้วยภาษาของคนในเวลานั้น คัมภีร์กุรอานกล่าวว่าในทุกชุมชนเคยมีนบีของตนมาแล้ว ในบันทึกคำสอนของนบีมุฮัมมัดบอกให้เราได้รู้ว่านับตั้งแต่อาดัมผู้เป็นมนุษย์และเป็นนบีคนแรกมาจนถึงท่าน มีนบีเกิดขึ้นบนโลกนี้เป็นจำนวนถึง...

ภาวะโลกร้อนในมุมมองของอิสลาม

ปัญหาสิ่งแสดล้อมถือได้ว่าเป็นปัญหาที่ผู้คนในยุคปัจจุบันทั่วทุกมุมโลกให้ความสำคัญและมองว่าเป็นปัญหาระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่เป็นปัญหาระดับประเทศ หรือเป็นปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะเท่านั้น เราจะเห็นได้จากช่วงเวลาที่ผ่านมา มีผู้คนจากหลายทวีป หลายประเทศ หลายเชื้อชาติออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้ประชาคมโลกเห็นความสำคัญและเอาจริงเอาจังกับปัญหาภาวะโลกร้อนที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงตรัสถึงความเสื่อมโทรมของธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ของเราเอาไว้อย่างชัดเจนในอายะฮ์ที่ 41 ของซูเราะฮ์อัรรูมความว่า قال الله تعالى : " ظَهَرَ الْفَسَادُ فِي الْبَرِّ وَالْبَحْرِ بِمَا كَسَبَتْ أَيْدِي النَّاسِ لِيُذِيقَهُم بَعْضَ الَّذِي عَمِلُوا لَعَلَّهُمْ يَرْجِعُونَ " سورة الروم /41 ความว่า “ความเสียหาย ความเสื่อมโทรม และการบ่อนทำลายได้เกิดขึ้นแล้วทั้งทางบกและทางน้ำ...

พี่ชายของฉันช่วยฉันให้เปลี่ยนเป็นอิสลาม

ฉันชื่ออนิสา คิสสูน(Anisa Kissoon) อายุ 26 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่หลังของอังกฤษใน ช่วงชีวิตของฉันเริ่มต้นเมื่ออายุสัก 5 ขวบ วันหนึ่งฉันหนีออกจากโรงเรียนเพราะครูพยายามโน้มน้าวฉันว่าพระเจ้าเป็นหนึ่งเดียว แต่ก็เป็นสามคนในเวลาเดียวกัน ฉันไม่เชื่อเขา ฉันยังไม่โตพอที่จะถามและถกเถียงกันดังนั้นฉันจึงต่อต้านและหนีไป โรงเรียน พอช่วงวัยรุ่นฉันไปเยี่ยมชมหลาย ๆ คริสตจักรรวมถึงโบสถ์คาทอลิก ฉันพบว่าสิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือพวกเขาเชื่อในพระเจ้ามากกว่าหนึ่ง ฉันพบว่ามันแปลกที่คนที่โตแล้วจะคิดอย่างไร้เหตุผล และในเวลานั้นศาสนาอิสลามไม่ได้อยู่ในความคิดของฉันเพราะฉันมาคิดว่ามันเป็นศาสนาในเอเชีย สมัยที่ฉันยังเป็นเด็กฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม แต่เมื่อฉันอายุ 11 ปี พี่ชายของฉันเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ฉันรู้ในปีต่อมาว่าเขาได้เข้ารับศาสนาอิสลามแล้ว แต่ก็เก็บเป็นความลับ เขามักจะบอกฉันว่าอย่าดื่มเหล้าเดทหรือเสพยาเสพติดเป็นต้น ซืงฉันฟังเขาแล้วก็หลีกเลี่ยงอันตรายมากมาย ความจริงที่ว่าเขาปลูกฝังค่านิยมทางศีลธรรมเหล่านี้ในตัวฉันเป็นจุดเริ่มต้นของรากฐานในศาสนาอิสลาม ฉันหยุดรับประทานหมูและในใจฉันเชื่อเสมอว่ามีพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้นฉันจึงเป็นคนที่พูดออกมาและต่อสู้เพื่อสิ่งที่ฉันเชื่อ ฉันมีมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับชีวิต - การดูแลสิ่งแวดล้อมพูดต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและอื่น ๆ ; และนี่ทำให้ฉันเข้าใจหลักการอิสลามและต่อมาก็ได้ยอมรับเมื่อฉันอ่านอัลกุรอาน จุดเปลี่ยนของฉันเริ่มมาจากเพื่อนของฉันบอกฉันควรไปที่ไฮด์พาร์คที่ซึ่งพวกเขามีที่สำหรับให้คนพูดได้อย่างอิสระในทุกเรื่อง ชาวมุสลิมเป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปที่นั่นพูดคุยกับสาธารณชนเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม...

ท้องทะเลสีคราม เครื่องหมายยืนยันการมีอยู่จริงของพระเจ้า

ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้นพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.)ได้ทรงตรัสถึงสิ่งต่างๆมากมายที่พระองค์ทรงรังสรรค์มันขึ้นมาอย่างปราณีตและเต็มไปด้วยหิกมะฮ์ (เหตุผล) เพื่อแสดงให้เห็นถึงเดชานุภาพของพระองค์อย่างแท้จริง หนึ่งในนั้นก็คือ ท้องทะเล ในภาษาอาหรับเราจะเรียกทะเลว่า ( بَحْرٌ ) แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงตรัสถึงท้องทะเลเอาไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานหลายต่อครั้งด้วยกัน ตัวอย่างเช่นในอายะฮ์ที่ 12 ของซูเราะฮ์ อัลญาซิยะฮ์ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงกล่าวถึงประโยชน์ของทะเลเอาไว้ความว่า قال الله تعالى : " اللَّهُ الَّذِي سَخَّرَ لَكُمُ الْبَحْرَ لِتَجْرِيَ الْفُلْكُ فِيهِ بِأَمْرِهِ وَلِتَبْتَغُوا مِن فَضْلِهِ وَلَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ...

ที่มาของซะกาตุลฟิฏร์

เมื่อนบีมุฮัมมัดเริ่มเผยแผ่อิสลามในเมืองมักก๊ะฮฺ ไม่เพียงแต่ท่านเท่านั้นที่ถูกต่อต้าน แต่ใครก็ตามที่หันมารับความศรัทธาและคำสอนของนบีมุฮัมมัดจะถูกข่มเหงรังแกด้วยไม่ว่าคนผู้นั้นจะยากดีมีจนหรือมีสถานะทางสังคมอย่างไรก็ตาม การกดขี่ข่มเหงดำเนินไปเป็นเวลา 13 ปีโดยที่นบีมุฮัมมัดสั่งบรรดาสาวกของท่านมิให้โต้ตอบ แต่ให้ใช้ความอดทนและวิงวอนขอความช่วยเหลือต่อพระเจ้า แต่เมื่อการต่อต้านรุนแรงจนถึงขั้นหัวหน้าเผ่าที่เป็นผู้นำชาวเมืองมักก๊ะฮฺวางแผนลอบสังหารนบีมุฮัมมัด พระเจ้าจึงบัญชาให้ท่านและบรรดาสาวกอพยพไปยังเมืองยัษริบ การอพยพเป็นไปแบบลับๆโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มๆและเดินทางในเวลากลางคืนเพื่อมิให้มีใครรู้ความเคลื่อนไหว จนกระทั่งทุกคนเดินทางไปหมดแล้ว นบีมุฮัมมัดจึงออกเดินทางอพยพเป็นรายสุดท้ายโดยมีสหายสนิทติดตามไปเพียงคนเดียว มุสลิมที่อพยพไปยังเมืองยัษริบอยู่ในสภาพเดียวกัน นั่นคือ ทุกคนอยู่ในสภาพยากจน เพราะสาวกของท่านนบีส่วนใหญ่เป็นคนจนหรือไม่ก็เป็นทาส ส่วนคนที่มีฐานะก็ต้องทิ้งทรัพย์สินเช่นบ้าน สัตว์เลี้ยงและสวนไว้ในมักก๊ะฮฺ ไม่สามารถนำอะไรติดตัวมาได้ เมื่อนบีมุฮัมมัดอพยพตามมาถึง ท่านจำเป็นต้องแก้ปัญหาปากท้องของสาวกของท่านก่อนเป็นเบื้องแรก ท่านขอร้องชาวเมืองมะดีนะฮฺที่เป็นมุสลิมให้รับผู้อพยพจากมักก๊ะฮฺไปอุปการะโดยจับคู่สร้างความสัมพันธ์ฉันญาติธรรมให้จนถึงขั้นสามารถรับมรดกจากกันได้ แต่ถึงกระนั้นก็ทำได้ไม่กี่คน ยังมีผู้ศรัทธาที่ยากจนอีกหลายๆสิบคนรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในมัสยิดที่ท่านสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักพิง ในสภาพลำบากยากจนดังกล่าว นบีมุฮัมมัดสั่งสาวกของท่านให้ช่วยกันบริจาคสิ่งที่มีแก่คนที่ไม่มี สาวกบางคนเข้าใจเจตนาของท่าน แม้ไม่มีอะไรจะให้ แต่ก็ไปทำงานหรือค้าขายเพื่อหาสิ่งของมาบริจาคตามคำสั่ง สาวกที่ทำเช่นนี้หลายคนได้มีฐานะมั่งคั่งในเวลาต่อมา ในตอนที่อพยพไปถึงเมืองยัษริบใหม่ๆ ยังไม่มีคำสั่งเรื่องการถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน นบีมุฮัมมัดได้สั่งให้มุสลิมถือศีลอดตามแบบอย่างชาวยิวในยัษริบ แต่เมื่อชาวยิวปฏิเสธการเป็นนบีของท่าน พระเจ้าจึงได้มีบัญชาให้มุสลิมถือศีลอดตามแบบอิสลามในเดือนรอมฎอนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในช่วงเวลานั้น แม้ชาวเมืองยัษริบจะมอบความเป็นผู้นำให้แก่นบีมุฮัมมัด แต่ท่านยังไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลสวัสดิการประชาชน ท่านได้สั่งให้มุสลิมดูแลกันเองโดยทุกคนที่มีอาหาร เช่น ข้าว แป้ง อินทผลัมเหลือกินหนึ่งวันต้องนำอาหารเหล่านี้ในปริมาณสี่กอบมือไปให้คนยากจนก่อนสิ้นสุดเดือนเราะมะฎอน อาหารจำนวนนี้ถูกเรียกว่า “ซะกาตุลฟิฏร์” และท่านกล่าวว่าใครถือศีลอดแล้วไม่จ่ายซะกาตุลฟิฏร์...

อัพเดททั่วโลกป่วย COVID-19 3.39 ล้าน เสียชีวิต 2.39 แสน สหรัฐฯยังคงวิกฤตยอดสะสม 1.1 ล้านราย

  เว็ปไซต์ worldometersรายงาน สถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากทั่วโลก ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 พบว่าเวลา 07.30 น. มีผู้ติดเชื้อจำนวน 3,398,473 เพิ่มขึ้น 94,333 ราย เสียชีวิต 239,448 เพิ่มขึ้น 5,619 ราย รักษาหาย 1,080,101 ราย โดยประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 1,131,030 ราย เพิ่มขึ้น 36,007 ราย เสียชีวิต 65,753 ราย เพิ่มขึ้น 1,897...

อัพเดททั่วโลกติดเชื้อ COVID-19 กว่า 3.2 ล้าน เสียชีวิตกว่า 2.2 แสน จีนไม่มียอดเสียชีวิตเพิ่ม

  เว็ปไซต์ worldometers ได้รายงานสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อประจำวันที่ 30 เม.ย.63 ทั่วโลกพบผู้ป่วยติดเชื้อ จำนวน 3,216,808 เพิ่มขึ้น 80,576 ราย เสียชีวิต 227,906 ราย เพิ่มขึ้น 10,107 ราย รักษาหาย 999,234 ราย สำหรับประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย 1. ประเทศสหรัฐอเมริกา พบผู้ติดเชื้อ 1,063,351 ราย เพิ่มขึ้น 27,586 ราย ผู้เสียชีวิต 61,618 ราย เพิ่มขึ้น 2,352 รักษาหาย 147,114 ราย 2.ประเทศสเปน...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

เปิด“ค่ายเยาวชนญาลันนันบารูจูเนียร์” จัด โครงการ “เสริมทักษะภาษาไทยฯหน่วยเฉพาะกิจยะลา”

เปิด“ค่ายเยาวชนญาลันนันบารูจูเนียร์” จัด โครงการ “เสริมทักษะภาษาไทยฯหน่วยเฉพาะกิจยะลา” โรงเรียนบ้านคูวอ อำเภอรามัน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41...