33.7 C
Bangkok
วันศุกร์, กรกฎาคม 19, 2019
หน้าแรก ข่าวดัง

ข่าวดัง

เจาะลึก! “ขวาจัดคลั่งผิวขาว” ก่อเหตุสังหารมุสลิม 2 มัสยิดนิวซีแลนด์ โดย ดร.ศราวุฒิ อารีย์

  นับเป็นเหตุการณ์ช็อกโลกอีกครั้ง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศนิวซีแลนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีความสุขสงบและเต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม ที่หลายคนขนานนามให้เป็น “ดินแดนแห่งเมฆขาว” เมื่อดินแดนแห่งนี้ต้องเผชิญเหตุก่อการร้ายรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งเมื่อวันศุกร์ 15 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา เมื่อผู้ก่อการร้ายผิวขาวที่นิยมลัทธิ ไวท์สุพรีมาซิสต์ บุกโจมตีมัสยิด 2 แห่งด้วยการกราดยิงใส่มุสลิมขณะละหมาดวันศุกร์ เมื่อเวลา 13.45 น. (ตามเวลาประเทศนิวซีแลนด์) ซึ่งเป้าโจมตีมัสยิดแห่งแรกคือมัสยิดอัลนูรฺ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไครสต์เชิร์ช ขณะนั้นมีคนไปละหมาดประมาณ 200 คน และอีกแห่งคือมัสยิดที่ลินวูด ซึ่งมีผู้ไปละหมาดประมาณ 300 คน ในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 50 คน และมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน ในจำนวนผู้บาดเจ็บมีผู้บาดเจ็บสาหัส 30 คน ผู้ก่อการร้ายที่ตำรวจจับได้คือ นายเบรนตัน ทาร์เรนท์ อายุ 28...

“สามีฆ่าฝังดินภรรยาทั้งที่ยังรัก” คนบ้าหรือคนผิด พินิจเอาเอง!

  ทุกวันนี้ เด็กและสตรีถูกกระทำความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายคนรู้ แต่ยื่นมือเข้าช่วยไม่ได้ เพราะคิดว่า เป็นเรื่องภายในครอบครัว ซึ่งไม่ถูกต้อง จากคดีสะเทือนขวัญเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา “สามีฆ่าภรรยาฝังศพซ่อนเร้นภายในบ้าน” ซึ่งต่อมานายนพ โสภณวสุ (สามี) วัย36 ปี ได้เข้ามอบตัวต่อตำรวจ สน.ทุ่งครุ ยอมรับฆ่านางอิษฎา อุส่าห์เพียร (ภรรยา) ฝังดินทรายในรั้วบ้าน สารภาพว่าที่ทำไปเกิดจากการหึงหวง พร้อมเผย “รู้สึกเสียใจที่ก่อเหตุขึ้น และยังรักภรรยาอยู่ จึงอยากขอโทษครอบครัวของภรรยาในครั้งนี้” หลังจากที่ก่อเหตุยิงภรรยาแล้วได้พาลูกทั้ง 4 คนไปฝากไว้กับพ่อที่บ้านใน จ.ชลบุรี จากนั้นได้กลับมาจัดการศพภรรยา โดยผู้เป็นแม่ได้กลับมาด้วย ซึ่งพ่อที่เป็นทนายความส่วนตัวของนายนพ ระบุว่า ลูกชายมีอาการของโรคซึมเศร้า และได้นำยารักษาโรคซึมเศร้าที่ลูกชายกินเป็นประจำมาแสดงกับตำรวจในชั้นสอบสวนด้วย ล่าสุดได้ทำเรื่องขอประกันตัวแล้ว รายงานวิจัยฉบับนี้ ได้รับเกียรติจาก “อาจารย์ไฟซอล อยู่เป็นสุข” อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนคุณธรรมวิทยา...

การวางรากฐานรัฐอิสลาม (ตอนที่ 1) โดย อ.อาลี เสือสมิง

  อุบัติการณ์แห่งศาสนาอิสลามในยุคสุดท้ายเริ่มต้นขึ้นด้วยการรับวะหียฺ (วิวรณ์) ของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) จากพระองค์อัลลอฮฺ ผ่านท่านญิบรีล (อ.ล.) ณ ถ้ำหิรออฺ เหนือยอดเขาอัน-นู๊ร และการประกาศศาสนาอิสลามแก่พลเมืองมักกะฮฺ ในปีค.ศ.610 ขณะท่านนบีมุฮัมมัด(ซ.ล.) มีอายุได้ 40 ปี การประกาศศาสนา ณ นครมักกะฮฺเป็นไปอย่างลับๆในช่วงแรกราว 3 ปี โดยเป็นไปอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการปะทะกับพวกกุรอยช์ซึ่งทรงอิทธิพลในนครมักกะฮฺ กลุ่มสาวกรุ่นแรกที่ศรัทธาต่อท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  จะเป็นญาติสนิทมิตรสหายและบุคคลในครอบครัวของท่าน จนกระทั่งมีผู้เข้ารับอิสลามทั้งบุรุษและสตรีเกินกว่า 30 คน ก็เริ่มมีการรวมตัวภายในบ้านของอัล-อัรฺก็อม อิบนุ อบีอัล-อัรก็อมเพื่อเรียนรู้หลักคำสอนของอิสลามผ่านโองการอัล-กุรอานที่ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  ได้นำมาประกาศและอ่านให้เหล่าสาวกภายในบ้านหลังนั้นได้รับฟังและทำความเข้าใจ ผลพวงจากการประกาศศาสนาอย่างลับๆในช่วง 3 ปีแรกทำให้มีกลุ่มสาวกเพิ่มขึ้นเกือบ 40 คน ทั้งบุรุษและสตรี ซึ่งส่วนมากเป็นผู้ยากจน ทาส...

สารพันคำถามเดือนรอมฎอน บางคนชอบที่จะทำบุญเลี้ยงอาหารละศีลอด การเช่นนี้ศาสนาสนับสนุนหรือไม่ อย่างไร?

  การเลี้ยงอาหารผู้ถือศีลอดเมื่อถึงเวลาละศีลอดนั้น เป็นกิจกรรมที่ศาสนาสนับสนุนให้กระทำ ท่านนบี (ซ.ล.) ได้เชิญชวนประชาชาติของท่านในบันทึกของอาหมัด ติรมิซี และนะซาอี ความว่า “ผู้ใดเลี้ยงอาหารละศีลอดแก่ผู้ถือศีลอด เขาจะได้รับผลบุญ เช่นเดียวกับผู้ถือศีลอด โดยผลบุญนั้นมิได้ลดหย่อนเลยแม้แต่น้อย”   ขอขอบคุณ : อ.ซารีฟ ศรีเจริญ

หัวใจที่ไม่สงบขาดการนอบน้อมถ่อมตนต่อพระผู้เป็นเจ้าขณะทำการละหมาด เราควรทำอย่างไร?

  การละหมาดเป็นอิบาดะฮ์ (ความดี) ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับมุมินผู้ศรัทธา เพราะการละหมาดนั้นเปรียบเสมือนเสาหลักของศาสนา อีกทั้งยังเป็นสิ่งแรกที่มุมินผู้ศรัทธาจะต้องถูกสอบสวนในโลกหน้าอาคีเราะฮ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถ้าหากว่าการละหมาดของมุมินผู้ศรัทธามีความสมบูรณ์แบบ อิบาดะฮ์อื่นๆก็จะพลอยสมบูรณ์แบบตามไปด้วย ในทางตรงกันข้ามถ้าหากว่าการละหมาดของมุมินผู้ศรัทธานั้นบกพร่อง อิบาดะฮ์อื่นๆก็จะบกพร่องตามไปด้วยเช่นกัน ในซูเราะฮ์อัลมุอฺมีนูน พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงตรัสว่า قالَ الله تعالى (قَدْ أَفْلَحَ الْمُؤْمِنُونَ) المؤمنون /1 ความว่า “ บรรดามุมินผู้ศรัทธานั้นพวกเขาได้รับชัยชนะแล้ว قالَ الله تعالى (الَّذِينَ هُمْ فِي صَلَاتِهِمْ خَاشِعُونَ) المؤمنون /2 ความว่า “ พวกเขาเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขาสงบนิ่งนอบน้อมถ่อมตนต่อพระองค์อัลลอฮ์ในยามที่พวกเขาละหมาด ”             จากโองการดังกล่าวข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าการทำให้หัวใจสงบนิ่งมีสมาธิและรำลึกถึงพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ( خُشُوْعٌ...

สารพันคำถามเดือนรอมฎอน คนหนึ่งมีอาการป่วยเมื่อเข้ารอมฎอนทำให้เขาไม่อาจถือศีลอดได้ เขาต้องถือศีลอดใช้ในวันที่เขาไม่ถือศีลอดเมื่อเขาหายป่วย หรือเขาต้องเสียค่าปรับอะไรอย่างไร?

  ผู้ป่วยที่มีโอกาสหายป่วยได้ เมื่อเข้าสู่รอมฎอนเขาไม่อาจถือศีลอดได้ เขาไม่ต้องเสียค่าปรับด้วยการจ่ายอาหาร ทว่าต้องรอให้อาการนั้นหายก่อน จากนั้นให้เขาทำการถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนวันที่เขาขาดถือศีลอดรอมฎอน ทั้งนี้ต้องหลังจากพ้นรอมฎอนไปแล้ว เพราะอัลเลาะห์ทรงตรัสในอัลกุรอานซูเราะห์ อัลบาก้อเราะห์ โองการที่ 184 ความว่า “พวกเจ้าคนใดที่ป่วยหรืออยู่ใรภาวะเดินทาง ให้ไปทำ (การถือศีลอดใช้) ในวันอื่นๆ”   ขอขอบคุณ : อ.ซารีฟ ศรีเจริญ

สารพันคำถามเดือนรอมฎอน ผู้ป่วยเรื้อรังซึ่งนายแพทย์วินิจฉัยว่าไม่อาจหาย และด้วยอาการป่วยทำให้เขาไม่อาจทำการถือศีลอดได้ ศาสนาจะให้เขาทำอย่างไร?

  ผู้ป่วยเรื้อรังที่ไม่อาจรักษาให้หายได้ ศาสนาอนุญาตให้เขางดถือศีอลอดได้ และให้จ่ายอาหารแก่คนยากจนคนหนึ่งวันต่อหนึ่งทะนานต่อคน แทนการถือศีลอด อัลลอฮฺทรงตรัสในอัลกุรอาน ซูเราะห์อัลฮัจย์ โองการที่ 78 ความว่า “และพระองค์มิได้ทำความลำบากให้พวกเจ้าในเรื่องศาสนา”   ขอขอบคุณ : อ.ซารีฟ ศรีเจริญ

สารพันคำถามเดือนรอมฎอน หากชายสูงอายุไม่สามารถทำการถือศีลอดได้ ศาสนาจะให้ทำอย่างไร?

  คนสูงอายุ เมื่อเขาลำบากที่จะทำการถือศีลอด ก็อนุญาตให้เขางดถือศีลอดได้ โดยเอกฉันท์ แต่ให้เขาออกอาหารให้แก่คนยากจนวันละหนึ่งทะยานต่อคน ตามทัศนะส่วนใหญ่ของนักวิชการ เช่น ในมัซฮับหะนะฟี ฮำบะลี และซาฟีอีที่อะซอห์ อัลลอฮฺทรงตรัสในอัลกุรอานซูเราะห์อัลบาก้อเราะห์โองการที่ 184 ความว่า “และบรรดาที่ลำบากต่อการถือศีลอด ให้จ่ายอาหารแก่คนยากจน” ท่านอิบนุอับบาส(ร.ฎ.)อธิบายว่า : โองการนี้ประทานมาสำหรับชายและหญิงสูงอายุ   ขอขอบคุณ : อ.ซารีฟ ศรีเจริญ

สารพันคำถามเดือนรอมฎอน เมื่อหญิงคนหนึ่งมีประจำเดือนหรือมีเลือดหลังคลอดบุตร (เฮดและนิฟาส) ในเดือนรอมฎอน เธอต้องทำอย่างไร?

  หญิงที่มีเฮดหรือนิฟาสในเดือนรอมฎอน ศาสนาไม่อนุญาตให้เธอถือศีลอด และแม้เธอจะถือศีลอดก็ใช้ไม่ได้ เธอจำเป็นต้องไม่ถือศีลอด และเธอไม่ต้องเสียค่าปรับ(ฟิดยะห์) ใดๆ แต่เธอจะต้องถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนวันที่เธอไม่ได้ถือศีลอดระหว่างการมีเฮดหรือนิฟาส หลังจากพ้นเดือนรอมฎอนแล้ว พระนางอาอิซะห์ อุมมิลมุมินีน(ร.ฎ.) กล่าวว่า “พวกเราประสบกับการมีเฮด พวกเราถูกใช้ให้มีการถือศีลอดชดใช้ แต่เรื่องการละหมาดพวกเรามิได้ถูกใช้ให้ละหมาดชดใช้”   ขอขอบคุณ : อาจารย์ซารีฟ ศรีเจริญ

สารพันคำถามเดือนรอมฎอน เมื่อฉันเริ่มถือศีลอดที่เมืองไทย ต่อมาต้องเดินทางไปมักกะห์ตอนกลางเดือนรอมฎอน พบว่าที่มักกะห์นั้นเขาเริ่มถือศีลอดและออกอีดต่างกับที่เมืองไทย ฉันควรทำอย่างไร?

  ให้ท่านออกอีดพร้อมกับพวกเขาขณะที่ท่านอยู่ในมักกะห์ เมื่อรวมวันนับแต่วันแรกที่ท่านถือศีลอดมาจนวันสุดท้ายได้ 29 วันหรือมากกว่านั้น แม้จะเกิน 30 วันก็ตาม เพราะท่านนบี(ซ.ล.) กล่าวว่า “การถือศีลอดนั้นคือ วันที่ท่านถือศีลอดกัน และการออกอีดคือ วันที่พวกท่านไม่ได้ถือศีลอด และอีดอัฎฮาคือ วันที่พวกท่านทำกุรบานกัน” บันทึกโดยตินมีซี หมายความว่า : จำเป็นที่ท่านต้องถือศีลอด ต้องเลิกถือศีลอด และต้องออกอีกอัฎฮา พร้อมๆกับบรรดามุสลิมีนในประเทศนั้นๆ นอกจากว่าหากท่านถือศีลอดแต่แรกจนวันสุดท้ายนับดูแล้วไม่ถึง 29 วัน ให้ท่านทำการชดใช้ส่วนที่ขาดหลังเดือนรอมฎอน เพราะว่าท่านนบี(ซ.ล.) กล่าวว่า “เดือน(ในศาสนาอิสลาม)นั้นมี 29 วัน และมี 30 วัน”   ขอขอบคุณ : อาจารย์ซารีฟ ศรีเจริญ

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

ละหมาดตะรอเวี๊ยะห์เท่าไรดี 8 หรือ 20 รอกอัต (มีคลิป)

https://www.youtube.com/watch?v=DYzOije8aFg&t=65s การละหมาดตารอเวี๊ยะห์ ที่จริงแล้วคำว่าตารอเวี๊ยะห์คือการพักผ่อน ตารอเวี๊ยะห์ก็คือกิยามุลลัยน์ถ้าถามว่ามีกี่รอกอัต ก็มีจำนวนต่างๆ กัน เอากันว่านักวิชาการทั้ง 4 มัซฮับ ไม่ว่าอิหม่มฮานาฟี อิหม่ามมาลิกี อิหม่ามชาฟีอีน อิหม่ามฮัมบาลี ไม่มีใครบอกว่าต่ำกว่า 20 มีแต่ 20 มีแต่ 36 มีแต่ 41 ร่วมทั้งวิติรด้วย นี่คือนักวิชาการได้ประมวลหลักฐานต่างๆ ถ้าเราย้อนไปถึงสมัยท่านนบี(ซ.ล.) ในเรื่องของการกิยามุลลัยน์หรือละหมาดกลางคืน ท่านนบี(ซ.ล.)ละหมาดที่มัสยิดเพียง...