27 C
Bangkok
วันพุธ, มกราคม 23, 2019
หน้าแรก ข่าวดัง

ข่าวดัง

จะมีผู้ดำรงตำแหน่งค่อลีฟะหฺ 12 คน จากตระกูลกุรอยฺช์ ปกครองประชาชาติอิสลาม โดย อ.อาลี เสือสมิง

  สัจจพยากรณ์บ่งชี้ว่าจะมีผู้ดำรงตำแหน่งค่อลีฟะหฺ 12 คน จากตระกูลกุรอยฺช์ ปกครองประชาชาติอิสลามด้วยความเที่ยงธรรมและเกียรติภูมิอันสูงส่ง ท่านอับดุลม่าลิก อิบนุ อุมัยร์ ได้รายงานจากท่านญาบิร อิบนุ สะมุเราะห์ จากท่านศาสนทูต ว่า يَكُونُ اثْنْا عَشَرَخَلِيْفَةً كُلُّهُمْ مِنْ قُرَيْشٍ “จะมีผู้ดำรงตำแหน่งค่อลีฟะหฺ 12 คน ทั้งหมดล้วนแล้วมาจากตระกูลกุรอยฺช์” รายงานโดยอัลบุคอรียฺ, มุสลิม, อบู ดาวูด, อัตติรมีซียฺ และอะหฺหมัด ท่านอบูดาวูดได้รายงานจากอีกสายรายงานหนึ่งจากท่านญาบิร อิบนุสะมุเราะหฺเช่นกันว่า ท่านญาบิร เคยได้ยินท่านศาสนทูต กล่าวว่า : لا يَزَالُ هَزَاالدِّيْنُ قَائمًا حَتّى يَكُوْنَ اثْنَاعَشَرَخَلِيْفَةً كُلُّهُمْ مِنْ...

ไม่มีการประนีประนอมในเรื่องศรัทธา โดย อ.บรรจง บินกาซัน

  ชาวอาหรับกับชาวยิวเป็นชนชาติเซมิติคซึ่งเป็นชนชาติเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี นักวิชาการกล่าวว่าชนชาตินี้เป็นลูกหลานของเชม บุตรชายคนหนึ่งของโนอาห์ และคำว่าเซมิติคนี้มาจากคำว่าเชมนี่เอง จะอย่างไรก็ตาม ชาวอาหรับและชาวยิวมีลักษณะทางวัฒนธรรมร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ การรักษาลำดับเชื้อสายวงศ์ตระกูลของตนไว้เพื่อให้รู้ว่าตัวเองเป็นลูกหลานใครและใครเป็นต้นตระกูลบรรพบุรุษของตน ในคัมภีร์ไบเบิลมีการลำดับเชื้อสายบรรพบุรุษของลูกหลานอิสราเอลไว้อย่างละเอียดจนทำให้ลูกหลานอิสราเอลหรือชาวยิวสามารถไล่ย้อนขึ้นไปถึงอับราฮัมผู้เป็นบรรพบุรุษทางเชื้อชาติและศาสนาของตน ชนชาติอาหรับก็มีการลำดับเชื้อสายบรรพบุรุษของตนและสามารถไล่ย้อนขึ้นไปถึงอิบรอฮีมหรืออับราฮัมเช่นกัน ในคัมภีร์กุรอานมิได้มีการบันทึกลำดับเชื้อสายของชาวอาหรับไว้ แต่มีการบันทึกไว้ในเอกสารและความจำของคนบางคน ในอดีต ชาวอาหรับคนใดที่สามารถจดจำเชื้อสายของบรรพบุรุษถือว่าเป็นผู้มีความรู้ที่ได้รับการยกย่องในสังคม ด้วยการจดจำเชื้อสายบรรพบุรุษของชาวอาหรับนี้เองที่ทำให้เรารู้ว่าอิบรอฮีมหรืออับราฮัมเป็นบรรพบุรุษทางเชื้อชาติและศาสนาของชาวอาหรับเช่นเดียวกับลูกหลานอิสราเอล     ในการศึกษาประวัติศาสตร์ นักวิชาการมุสลิมไม่ปฏิเสธการบันทึกลำดับเชื้อสายของนบีบางคนในคัมภีร์ไบเบิลและอาศัยข้อมูลเหล่านี้ในการอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ คัมภีร์ไบเบิลบันทึกไว้ว่าอับราฮัมมีลูกชายคนแรกชื่ออิชมาเอลกับนางฮาการ์ภรรยาคนที่สอง และยังบันทึกต่อไปอีกว่าอิชมาเอลมีลูกชายหลายคน หนึ่งในนั้นคือเคดาร์ที่ชาวอาหรับถือว่าเป็นต้นตระกูลของชาวอาหรับเผ่ากุเรชซึ่งในเผ่านี้เองที่นบีมุฮัมมัดถือกำเนิดขึ้นมา หลังจากมีลูกชายคนแรกกับภรรยาคนที่สองแล้ว อับราฮัมได้มีลูกชายคนที่สองชื่ออิชอัคกับนางซาราห์ภรรยาคนแรก ต่อมาอิชอัคมีลูกชายคนหนึ่งชื่อยาโกบ(หรือยะกู๊บ)ผู้ได้ฉายาว่า “อิสราเอล” อับราฮัมมีความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวและเขาต่อต้านการเคารพกราบไหว้วัตถุ ดวงดาวและผีสางนางไม้ถึงขึ้นยอมเอาชีวิตเข้าแลก ความเชื่อและแนวทางการดำเนินชีวิตของอับราฮัมถูกเรียกว่า “ฮะนีฟ” ในภาษาอาหรับซึ่งหมายถึงความเชื่อและแนวทางอันบริสุทธิ์ นอกจากนี้แล้ว อับราฮัมยังได้รับคัมภีร์จากพระเจ้าเช่นเดียวกับโมเสส คัมภีร์นี้ถูกเรียกว่า “ศุฮุฟ” ซึ่งสูญหายไร้ร่องรอยไปหมดแล้ว แต่กระนั้น ความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวยังคงถูกถ่ายทอดสู่ลูกหลานของอับราฮัมมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม หลังสมัยนบีอีซา ความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวที่ท่านพร่ำสอนกลับถูกตีความบิดเบือนจนกลายเป็นความเชื่อในพระเจ้าสามองค์หรือ “ตรีเอกานุภาพ”     เมื่อนบีมุฮัมมัดเริ่มเผยแผ่อิสลาม ความเชื่อของชนเผ่ากุเรชซึ่งเป็นเผ่าใหญ่ที่มีอำนาจและอิทธิพลในเมืองมักก๊ะฮฺได้ผิดเพี้ยนไปจากความเชื่อของอิบรอฮีมบรรพบุรุษของตน นบีมุฮัมมัดจึงได้เรียกร้องให้ชาวอาหรับเลิกเคารพกราบไหว้รูปปั้นและหันมาศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวเหมือนอิบรอฮีมบรรพบุรุษของพวกตน แต่ท่านกลับถูกต่อต้านโดยกลุ่มหัวหน้าเผ่าชาวกุเรช ในเวลานั้น เผ่าอาหรับประกอบด้วยหลายตระกูลและหัวหน้าตระกูลใหญ่ๆจะเป็นสมาชิกสภาผู้ปกครอง แม้ผู้มีอำนาจหลายคนในเผ่ากุเรชไม่พอใจการเผยแผ่ศาสนาของนบีมุฮัมมัด แต่ก็ไม่กล้าทำร้ายท่านเพราะลุงของท่านเป็นสมาชิกสภาผู้ปกครองคนหนึ่งได้ให้ความคุ้มครอง เมื่อกำจัดนบีมุฮัมมัดด้วยกำลังไม่ได้ พวกผู้นำชาวกุเรชจึงส่งคนมาเจรจาประนีประนอมกับนบีมุฮัมมัดโดยยื่นข้อเสนอว่าให้ต่างฝ่ายต่างผลัดกันนับถือศาสนาของอีกฝ่ายหนึ่งคนละปี นบีมุฮัมมัดจึงขอคำตอบจากพระเจ้าและพระองค์ได้มีบัญชามายังท่านว่า...

เผย! พ่อให้ทรัพย์สินอย่างหนึ่งแก่ลูกและลูกก็รับสิ่งของนั้นแล้ว ต่อมาพ่อต้องการเอาสิ่งของนั้นคืน ถือว่าได้หรือไม่?

  มีหะดิษแจงว่า ไม่อณุญาตแก่ผู้หนึ่งเมื่อได้ให้ของกำนัลแก่ผู้ใดไปแล้ว ต่อมาก็ยึดคืนในสิ่งของที่มอบให้ไปนั้น เว้นแต่พ่อที่จะเอาสิ่งที่ให้ลูกไป ท่านอิหม่ามชาฟิอีย์กล่าวว่า ไม่อณุญาตให้เอาคืนแก่ผู้ให้สิ่งของหนึ่งแก่ผู้หนึ่งผู้ได เว้นแต่ผู้เป็นพ่อที่มอบของให้แก่ลูก ดังนั้นสิ่งของที่พ่อให้ลูกและครบชะรัฏการให้แล้ว ถึงแม้นลูกจะรับไปแล้วก็ตาม พ่อสามารถเอาคืนได้ ...วั้ลลอฮุอะอฺลัม   ขอขอบคุณ : อ.อาลี กองเป็ง

เผยให้รู้ ถ้ากำลังอ่านกุรอานก็ได้ยินเสียงอะซานร้องเชิญไปสู่ละหมาด เราต้องหยุดอ่านกุรอานหรือไม่?

  อัฟฎ๊อล(ประเสริฐยิ่ง)ให้หยุดอ่านกุรอาน เพื่อที่จะกล่าวตามสำนวนที่ผู้อะซานได้กล่าว ดังท่านนบีแจงส่งเสริมไว้ว่าเมื่อพวกท่านได้ยินเสียงอะซาน ก็ให้ท่านทั้งหลายจงกล่าวเฉกเช่น ผู้อะซานได้กล่าว ท่านอิหม่ามนะวาวีย์กล่าวว่า ถ้าแม้นว่าคนหนึ่งกำลังอ่านกุรอานแล้วขณะนั้นได้ยินเสียงอะซาน ก็ให้เขาหยุดอ่านกุรอาน และทำการกล่าวเหมือนผู้อะซานได้กล่าว หลังจากนั้นก็ให้ทำการอ่านกุรอานต่อไป นี่แหละเป็นความเห็นพร้องต้องกันในหมู่พวกเรา ...วั้ลลอฮุอะอฺลัม   ขอขอบคุณ : อ.อาลี กองเป็ง

ไขข้อข้องใจ การยืนปัสสาวะเป็นที่ต้องห้าม (หะรอม) ทางด้านศาสนาหรือไม่?

  ญุมฮูรอุละมาอฺแจงว่า การยืนปัสสาวะโดยไม่มีเหตุที่สมควรถือว่ามักโระฮ์ตันซิฮ์ อันเนื่องจากไม่สอดคล้องกับลักษณะส่วนใหญ่ของท่านนบี(ศ.ล) ที่งดงาม ซึ่งเข้าใจจากการปฏิเสทของท่านหญิงอาอิชะฮ์ต่อการยืนปัสสาวะของท่านนบี(ซ.ล) และบางทีอาจนำไปสู่การเปิดเอาเราะฮ์ หรือการเปรอะเปื้อนนะยิสที่มันกระเซ็นมา ท่านอิหม่ามนะวาวีย์ได้แจงใว้ในมัจญ์มัวะอฺว่า ในมัษฮับพวกเราเห็นว่าการยืนปัสสาวะเป็นมักโระฮ์ หากมีอุโษร(อุปสรรค)ก็ไม่ถือว่ามักโระฮ์ ...วั้ลลอฮุอะอฺลัม   ขอขอบคุณ : อ.อาลี กองเป็ง

ฮาลาลหรือฮะรอม! แก้ พ.ร.บ. เปิดทางให้ “กัญชา-กระท่อม” ใช้ทางการแพทย์

  หลายประเทศทั่วโลกผ่อนปรนกฎหมายอนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชาทางการแพทย์หรือเพื่อสันทนาการได้อย่างถูกต้อง แต่กัญชายังถือเป็นสิ่งเสพติดให้โทษประเภท 5 ในไทย ซึ่งผู้เสพต้องระวางโทษปรับ และ/หรือ จำคุก ล่าสุดคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ เปิดทางให้ "กระท่อม-กัญชา" นำมาศึกษาวิจัยและใช้ทางการแพทย์ ภายใต้การควบคุมของแพทย์ เตรียมส่ง สนช.พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป แม้ผู้ป่วยไทยบางส่วนลักลอบใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคร้ายมาหลายปีแล้ว ในแง่ของอิสลามสามารถนำกัญชา และกระท่อม มาเป็นยารักษาโรคได้หรือไม่อย่างไร? สกู๊ปข่าวฉบับนี้เรามาหาคำตอบกันกับอาจารย์สอนศาสนา ทั้ง 3 ท่าน จะมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เชิญผู้อ่านติดตามไปพร้อมๆ กัน     อ.สมิตร มะดะเรส อาจารย์ประจำสถานีโทรทัศน์ TMTV กล่าวว่า “เรื่องของกระท่อม ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า ยาเสพติด เครื่องดื่ม จะฮะรอมหรือไม่อุลามาอฺจะทำการกิยาส (เปรียบเทียบ) จากเหล้าทั้งสิ้น โดยดูผลของสิ่งนั้นๆ ว่าทำให้มึนเมาหรือไม่เหมือนกับที่ท่านนบี(ซ.ล.) บอกได้รับแจ้งถึงเครื่องดื่มในเยเมนชนิดหนึ่งที่ทำมาจากการหมักน้ำผึ้งและนบีก็ตอบว่า...

พ่อข่มขืนลูกในไส้! อิสลามมีทางออก โดย อ.อับดุลลาตีฟ ตำราเรียง

  สังคมสมัยนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน ทุกครั้งที่เราดูข่าวผ่านหน้าจอหรือเช็คเฟซบุ๊ก มักจะเจอข่าวสารที่เพื่อนแชร์กันมาแต่ละข่าว น้อยครั้งที่เป็นข่าวน่ายินดี อาทิ ยิงกันตายด้วยเรื่องผิดใจกันนิดเดียว, พี่เลี้ยงทำร้ายเด็กจนตายหรือเป็นเจ้าชายนิทราก็มี, ข่าวเด็กหาย, ฉกชิงวิ่งราว, ขบวนการต้มตุ๋นหลอกหญิงสาวไปขายตัวต่างประเทศ, ทำร้ายหลอกลวงนักท่องเที่ยว, ฆ่าแมวแลกบิตคอยน์ หรือแม้กระทั่งพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกในไส้นานนับหลายปี บางรายมีแม่รู้เห็นเป็นใจไปอีก เห็นแล้วช่างสลดหดหู่ใจเสียจริง เพราะสังคมหรือจิตใจคนที่ต่ำลง!? หรือนี่เป็นอีกสัญญาณหนึ่งของวันกิยามะห์ที่ใกล้เข้ามาทุกที… รายงานวิจัยฉบับนีได้รับเกียรติจาก “อาจารย์อับดุลลาตีฟ ตำราเรียง” โต๊ะครูและวิทยากรบรรยายศาสนา ซึ่งจบการศึกษาจากคณะชารีอะห์และดิรอซาตอิสลามียะห์ มหาวิทยาลัยคูเวต ประเทศคูเวต ได้ชี้แจงถึงการข่มขืนในหลักการอิสลามถือเป็นความผิดอย่างไร? และอิสลามมีบทลงโทษอย่างไรกับคนที่ทำสิ่งชั่วช้าเช่นนี้ เรามาติดตามกันค่ะ อ.อับดุลลาตีฟ กล่าวว่า “การข่มขืนถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงมากในอิสลาม ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำเป็นอย่างมาก อิสลามจึงได้วางกฎเกณฑ์อย่างเคร่งคัดเพื่อกำจัดปัญหานี้ให้ห่างไกลจากผู้ศรัทธา หนึ่งในนั้นคือการกำหนดบทลงโทษ โดยยึดหลักการเดียวกันกับการผิดประเวณีกับผู้ที่ทำการข่มขืน ส่วนผู้ที่ถูกข่มขืนนั้นไม่มีความผิดบาปใดๆ กับตัวเขา ซึ่งบทลงโทษนี้อยู่ในเรื่องอัล-หุดูด ว่าด้วยเรื่องการผิดประเวณี” การกำหนดบทลงโทษ (อัล-หุดูด) คือ...

บ้านนบี (ซ.ล.) بَيْتُ النَّبِي (ตอนที่ 1)

  บ้านนบี (ซ.ล.) بَيْتُ النَّبِي   หมายถึง บ้านอันเป็นที่พำนักของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) และครอบครัวของท่านหรือหมายถึงตัวท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  พร้อมด้วยภริยาและบุตรธิดาของท่าน ซึ่งในแง่นี้จะมุ่งหมายถึงตัวบุคคลที่อาศัยอยู่ภายในบ้านหลังนั้น มิได้จำกัดความเอาเฉพาะตัวบ้านหรือสถานที่อันเป็นสิ่งปลูกสร้างสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น บ้านนบี เริ่มต้นด้วยการออกเรือนและการครองเรือนของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  กับภริยาของท่าน ต่อมาบุตรธิดาของท่านก็ถือกำเนิดและใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านหลังนั้น บ้านนบีมีอยู่ 2 แห่ง แห่งแรกเป็นบ้านของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตุ คุวัยลิด (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ภริยาท่านแรกของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  ซึ่งตั้งอยู่ที่นครมักกะฮฺ ส่วนบ้านนบีแห่งที่สองตั้งอยู่บริเวณด้านข้างของมัสยิดนะบะวียฺ ณ นครมะดีนะฮฺ บ้านนบีหลังแรก ณ นครมักกะฮฺ เมื่อท่านนบีมุฮัมมัด(ซ.ล.)  มีอายุได้ 25 ปีท่านได้สมรสกับท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตุ คุวัยลิด (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ซึ่งมีอายุได้ 40...

“มุฮัมมัด อมีร : นิวซีแลนด์คือโอกาสสร้างความเข้าใจอิสลาม” โดย อิมรอน โสะสัน

  ผมเกิดและเติบโตในเมือง Mubarakpur รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย เป็นเมืองที่โลกมุสลิมรู้จักกันดี นักวิชาการมุสลิมมีชื่อหลายคนมาจากเมืองนี้ หลังจากสำเร็จการศึกษาผมตัดสินใจอพยพย้ายมาอยู่นิวซีแลนด์ ถ้าดูประวัติชีวิตและการศึกษา ผมเองก็จินตนาการไม่ออกเหมือนกันว่า ผมมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? จำได้ว่า ตอนมาถึงนิวซีแลนด์ใหม่ๆ ผมพูดอังกฤษไม่ได้เลย ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ แค่คิดจะออกไปซื้อของร้านค้าผมยังทำไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าจะสื่อสารกับผู้คนอย่างไร? ผมพยายามเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เข้าไปเรียนหลักสูตรการเขียน มันช่วยให้ผมเข้าใจวัฒนธรรมและรู้จักผู้คนที่นี่มากขึ้น จากนั้นไม่นาน ผมได้มีโอกาสเดินทางไปยังประเทศราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ตั้งใจเอาไว้ว่า อยากจะได้สัมผัสชีวิตในประเทศมุสลิม ผมศึกษาอยู่ที่นั่นห้าปี  ช่วงนั้น ผมเริ่มคิดหนัก ควรจะกลับไปนิวซีแลนด์ หรือจะกลับไปอินเดีย หรือที่อื่นๆ สุดท้ายผมตัดสินใจ เอาละ! เราควรจะอยู่ที่นิวซีแลนด์ต่อไปดีกว่า ที่นี่มีมุสลิมไม่มากนัก ห่างไกลจากโลกมุสลิม มีนักวิชาการมุสลิมไม่กี่คน ที่สำคัญ ผมคงจะช่วยทำอะไรได้บ้างไม่มากก็น้อย ชุมชนมุสลิมในประเทศนิวซีแลนด์เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังสิ้นสุดสงครามอ่าวเปอร์เซีย...

ฮาลาลเพื่ออการท่องเที่ยว ตอนที่ 9 อิสลามกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว

  ในความเป็นจริงแล้วอิสลามส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยว เพื่อให้มนุษย์ได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของผู้สร้าง นั้นก็คือเอกองค์อัลลอฮ์ ซ.บ ไม่เพียงเท่านั้นแล้วการท่องเที่ยวไปในโลกใบกว้างยังช่วยลดความตรึงเครียด และนำความสงบสุขมาสู่จิตใจ ร่างกาย และสมองของมนุษย์ นอกเหนือจากนั้นแล้ว ในการท่องเที่ยวแต่ละครั้งของผู้ศรัทธาจะต้องนำมาซึ่งความดี กล่าวคือเรียนรู้จากสิ่งที่ได้พบเห็น ศึกษาเรื่องราวในอดีต คำสอน คำเตือน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต ออกไปดูว่าสถานที่แห่งนี้ในอดีตที่ผ่านมานั้นเกิดอะไรขึ้น ผู้ที่ฝ่าฝืนต้องได้รับบทเรียนอย่างไร และบรรดาผู้ที่ศรัทธามั่นเขาได้รับสิ่งใดเป็นการตอบแทน จากสิ่งดังกล่าวนั้นพระองค์ทรงตรัสเอาไว้ว่า فَلَمْ يَسِيرُوا فِي الْأَرْضِ فَتَكُونَ لَهُمْ قُلُوبٌ يَعْقِلُونَ بِهَا  أَوْ آذَانٌ يَسْمَعُونَ بِهَا فَإِنَّهَا لَا تَعْمَى الْأَبْصَارُ وَلَٰكِن تَعْمَى الْقُلُوبُ الَّتِي فِي الصُّدُورِ อัล-หัจญ์...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

รัฐบาลซีเรียโจมตีกลุ่มกบฏ ในขณะที่ยังอยู่ในช่วงหยุดยิง

กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวซีเรียรายงานว่า กองทัพรัฐบาลซีเรีย ออกโจมตีกลุ่มกบฏที่ภาคใต้ของซีเรียวันนี้ แม้จะยังคงอยู่ในช่วงช่วงหยุดยิง ด้านสำนักข่าวทางการซีเรียรายงานว่าเป็นการโจมตีใส่กลุ่มไอเอส กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวซีเรียรายงานว่า กองทัพรัฐบาลซีเรียออกโจมตีจังหวัดซุเวย์ดาของซีเรีย 1 ใน 3 จังหวัดทางภาคใต้ของประเทศที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง ทำให้มีการปะทะกันระหว่างกองทัพรัฐบาลกับกลุ่มกบฏ ด้านนายรามี อับเดล เราะห์มาน ผู้อำนวยการกลุ่มสังเกตการณ์กล่าวว่า กลุ่มกบฏที่ถูกโจมตีอยู่เคยได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐในการเข้าสู้รบกับกลุ่มไอเอสด้วย แต่สำนักข่าวซานาของทางการซีเรียรายงานว่ากองทัพรัฐบาลเข้าโจมตีกลุ่มไอเอสเพื่อชิงพื้นที่เชิงเขา และหมู่บ้านจำนวนหนึ่งในจังหวัดซุเวย์ดากลับมาได้