30.2 C
Bangkok
วันศุกร์, มีนาคม 22, 2019
หน้าแรก ข่าวดัง

ข่าวดัง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน โดย ผศ.ดร.ฮัสบุ้ลเลาะหฺ เซ็มมี

  มนุษย์เราทุกคนนั้นมีชื่อ แต่ละคนจะถูกตั้งชื่อแตกต่างกันออกไปตามความเชื่อ ภาษาและวัฒนธรรมของตนเองที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ มีหลายชื่อที่เป็นภาษาโบราณสืบทอดกันมายาวนานหลายชั่วอายุคน และมีอีกหลายชื่อที่เกิดขึ้นใหม่ตามกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ในสังคมมุสลิมก็เช่นเดียวกัน เราจะพบว่าผู้คนในยุคปัจจุบันมักจะสรรหาชื่อแปลกๆไม่คุ้นหูมาตั้งให้กับเด็กทารกแรกเกิดมากมายหลายชื่อ ซึ่งบางชื่อก็ทำเอาผู้รู้ทั้งหลายหนักใจเพราะต้องพยายามหาความหมายให้ได้ จนทำให้ทุกวันนี้ชื่อดั้งเดิมที่เคยนำมาตั้งให้กับเด็กทารกแรกเกิดค่อยๆเลือนหายไปกับกาลเวลา ทั้งๆที่ชื่อเหล่านั้นเป็นชื่อที่ดีที่ศาสนาสนับสนุนให้นำมาตั้งชื่อให้กับเด็กทารกแรกเกิด แต่ด้วยกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงทำให้ผู้คนในยุคสมัยนี้มีความรู้สึกว่าชื่อเหล่านั้นเป็นชื่อทีเชยไม่ทันสมัยอีกต่อไป เช่น อับดุลเลาะฮ์, อับดุรเราะห์มาน, อับดุรร่อฮีม, มูฮัมหมัด, อีซา, มูซา, อิบรอฮีม, อาอีชะฮ์, ฟาฏีมะฮ์, ค่อดีญะฮ์, อุมมุกัลซูม, หะวาอฺ เป็นต้น ในอิสลามนั้นการเลือกชื่อที่ดีให้กับเด็กทารกแรกเกิดที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากประการหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อแม่จะต้องกระทำ ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวเอาไว้ในอัลหะดีษบทหนึ่งซึ่งรายงานโดยท่านอะบีดัรดาอฺ (ร.ฏ.) ความว่า   عَنْ أَبِي الدَّرْدَاءِ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ...

จริงหรือ? “สาวซาอุฯ ทิ้งศาสนาขอลี้ภัยอ้างกลับไปอาจถูกฆ่า” วิเคราะห์ตามหลักอิสลาม โดย อ.ซารีฟ ศรีเจริญ

  เท่าที่ปรากฏเป็นข่าวดังตามสื่อไทยและโลกอย่างรวดเร็วกรณี น.ส. ราฮัฟ มูฮัมหมัด อัล-กอนนูน (หญิงสาววัยสิบแปดจากประเทศซาอุดิอาระเบีย) ที่ต้องการลี้ภัยเพื่อหนีจากครอบครัวในประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยอ้างว่าทนไม่ได้ที่ถูกพ่อและพี่ชายทำร้ายมาตลอดชีวิต ยิ่งกว่านั้นคือเธอประกาศไม่นับถือศาสนาในประเทศที่กษัตริย์ประกาศว่ากุรอ่านคือรัฐธรรมนูญและอิสลามคือศาสนาประจำชาติ ความผิดฐานละทิ้งศาสนาในสังคมอิสลามแบบซาอุจึงอาจมีโทษขั้นประหารชีวิตทันที โดยท้ายที่สุดหญิงคนนี้ก็ได้เดินทางออกจากประเทศไทยโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ประเทศแคนาดา ประเทศที่ยอมให้เธอไปพำนัก ซึ่งนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ได้แถลงข่าวเรื่องการตอบรับการร้องขอจากสหประชาชาติด้วยตัวเองว่า “ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชน สิทธิของผู้หญิงจากทั่วโลก และผมขอยืนยันว่าเราตอบรับการร้องขอของสหประชาชาติ” จากข่าวดังกล่าวทำให้คนทั่วโลกและคนไทยประณามรัฐบาลก่อนหน้านี้ว่า หากส่งสาวซาอุกลับไปเท่ากับส่งไปตาย บทลงโทษดังกล่าวจริงเท็จอย่างไร? สกู๊ปข่าวฉบับนี้เรามาหาคำตอบกัน โดย “อาจารย์ซารีฟ (ประสาน) ศรีเจริญ” ผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมาตรี ให้เกียรติมาวิเคราะห์เรื่องราวดังกล่าวตามหลักการอิสลาม     อ.ซารีฟ กล่าวว่า “ประเด็นเรื่องของเด็กสาวชาวซาอุฯ คนนี้ หลังจากที่เกิดเรื่องแล้ว มีข่าวคราวอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก สรุปไปๆมาๆ กลายเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งมันมีปัจจัยที่จะมองได้หลายประการ ประการแรกคือ การลี้ภัยไปออสเตรเลียหรือไปแคนนาดา โดยมี UN เข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งดูเหมือนทุกอย่างมันจะรวดเร็วผิดปกติ ทั้งที่ปัญหาชาวโรฮิงยาซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่โลกก็รับรู้แต่ไม่ได้รับคำตอบ...

บ้านนบี (ซ.ล.) بَيْتُ النَّبِي (ตอนที่ 3)

  การผ่านเหตุการณ์สำคัญ ๆ ดังกล่าวได้ส่งผลต่อบุคลิกภาพและสภาพจิตใจของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ซึ่งเจริญวัยอยู่ภายในบ้านนบี ทั้งในด้านแรงศรัทธา ความขันติ และความกล้าหาญ โดยเฉพาะเมื่อท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ผู้เป็นมารดา  และอบูฏอลิบซึ่งคอยปกป้องท่านนบี (ซ.ล.) ได้เสียชีวิตในปีแห่งความโศกเศร้า พวกกุรอยช์ได้กระทำการประทุษร้ายต่อท่านนบี (ซ.ล.) หลายต่อหลายครั้ง และผู้ที่ปัดป้องการประทุษร้ายนั้นให้พ้นไปจากท่านนบี (ซ.ล.) ก็คือท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) และเมื่อพวกกุรอยช์ประทุษร้ายและกระทำทารุณกรรมหนักข้อมากขึ้นกับบรรดาผู้ศรัทธาในนครมักกะฮฺ ท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) จึงได้อพยพสู่นครมะดีนะฮฺในช่วงเวลาที่ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้สมรสกับท่านหญิงเสาดะฮฺ บินตุ ซัมอะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) หลังการสิ้นชีวิตของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) (42) หลังการอพยพสู่นครมะดีนะฮฺและภายหลังสมรภูมิบัดร์ในปีฮ.ศ.ที่ 2 เดือนซุลเกาะอฺดะฮฺ ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ได้สมรสกับท่านอิมามอะลี อิบนุ อบีฏอลิบ...

กราบ สัญลักษณ์ของการคารวะขั้นสูงสุด โดย อ.บรรจง บินกาซัน

  การแสดงความเคารพเป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่งที่บอกว่าคนที่แสดงความเคารพถือว่าผู้ที่ตัวเองให้ความเคารพมีอะไรหลายๆอย่างที่เหนือกว่าตน เช่น ความรู้ เกียรติ อำนาจ หน้าที่หรือบารมี เป็นต้น แต่ไม่ว่ามนุษย์จะมีอำนาจมากมายเพียงใดก็ตาม มนุษย์รู้ดีว่าโลกนี้ยังมีสิ่งเร้นลับหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจเหนือตนอยู่ การแสดงความเคารพจึงต้องแสดงด้วยการสักการะ ทุกศาสนาจึงมีพิธีการแสดงความเคารพสักการะสิ่งที่มนุษย์ถือว่ามีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถยังคุณให้โทษแก่ตนเองได้ อับราฮัมหรืออิบรอฮีม เชื่อมั่นและยืนยันว่าพระเจ้ามีองค์เดียวและพระเจ้าได้ยืนยันให้เขาเห็นอำนาจของพระองค์หลายครั้งด้วยกัน เขาจึงศรัทธาในพระเจ้าอย่างมั่นคงและแสดงออกถึงความศรัทธานี้โดยไม่เคารพสักการะ ไม่วิงวอนบนบานหรืออธิษฐานต่อสิ่งอื่นใดนอกจากพระเจ้าองค์เดียว     ในช่วงเวลานั้น ดูเหมือนว่าผู้คนบนโลกใบนี้เคารพสักการะผีสางนางไม้ ภูตผีปีศาจและดวงดาวบนท้องฟ้า อับราฮัมจึงเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่รักษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าไว้ อย่างไรก็ตาม อับราฮัมรู้ว่าตัวเองเป็นมนุษย์ที่ต้องตายในวันหนึ่ง ถึงกระนั้น เขาก็มิได้กังวลเรื่องความตาย แต่สิ่งที่เขากังวลก็คือหากเขาตายไปโดยไม่มีใครมาสืบสานความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวต่อจากเขา ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์จะขาดสะบั้นลง และถ้าหากมนุษย์ต่างตั้งตัวเป็นพระเจ้าบนโลกใบนี้ หายนะจะเกิดขึ้นกับมนุษย์เอง เขาจึงวิงวอนขอต่อพระเจ้าให้ประทานบุตรที่จะมาสืบทอดความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวของเขา พระเจ้าตอบรับคำวิงวอนของอับราฮัมด้วยการให้เขามีลูกชายที่เป็นต้นตระกูลของศาสนาที่ชาวยิว ชาวคริสเตียนและชาวมุสลิมให้ความเคารพนับถือ อับราฮัมแสดงความเคารพสักการะพระเจ้าอย่างไรไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆและมีหลักฐานปรากฏในคัมภีร์ไบเบิลคือเขาก้มลงกราบแสดงความเคารพสักการะพระองค์และยกมือขึ้นวิงวอน การกราบเป็นท่าทางการแสดงความเคารพที่สูงสุดที่มนุษย์สามารถทำได้ หลังจากนั้น เราได้พบอีกว่าลูกหลานของอับราฮัมที่เป็นผู้นำศาสนาของพระเจ้ามายังโลก เช่น โมเสส เยซัสก็แสดงความเคารพสักการะพระเจ้าด้วยการโค้งและการกราบโดยที่ไม่มีการนำสิ่งใดมาบูชาหรือถวายเป็นการสักการะ     หลังสมัยเยซัส การแสดงความเคารพสักการะพระเจ้าด้วยการก้มลงกราบได้หายไปในหมู่ชาวยิวและชาวคริสเตียน แม้บรรดานักบวชผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของมนุษย์ในการรักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้าก็ไม่มีการกราบในพิธีกรรม อย่างมากที่สุดก็แค่คุกเข่าทั้งสองลงบนพื้น หลังสมัยเยซัส 570 ปี ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาทางราชการของอาณาจักรโรมันไบแซนติน...

เลี้ยงแมวแล้วได้อะไร? โดย อ.อับดุลอะซีซ ขำเจริญ

  อิสลามเป็นศาสนาที่สอนให้ผู้ศรัทธามีความอ่อนโยน เมตตา สงสารอยู่เสมอ ไม่ว่าจะกับคนด้วยกัน หรือแม้กระทั่งกับสัตว์เล็กๆ ก็ตาม ท่านนบีมุฮำหมัด (ซ.ล.) เป็นผู้ที่มีความเมตตาอ่อนโยน และชมชอบแมวเป็นอย่างมาก รายงานวิจัยฉบับนี้จะพาท่านผู้อ่านไปเห็นถึงประโยชน์ในการเลี้ยงแมว เลี้ยงแล้วได้อะไร? เลี้ยงแบบทิ้งขว้าง กักขังแมวจะบาปไหมอย่างไร? หรือแม้กระทั่งการซื้อ-ขายแมวสามารถทำได้ไหมในอิสลาม ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนกำลังสงสัยอยู่ เรามาหาคำตอบกันโดย “อาจารย์อับดุลอะซีซ ขำเจริญ” หัวหน้าฝ่ายวิชาการแห่งสภายุวมุสลิมโลก (WAMY) จะมาช่วยไขข้อข้องใจต่างๆ อ.อับดุลอะซีซ กล่าวว่า ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.) ท่านถูกส่งมาเพื่อเป็นความเมตตาต่อสรรพสิ่งต่างๆ ในโลกใบนี้  อัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ว่า:   وَمَا أَرْسَلْنَاكَ إِلَّا رَحْمَةً لِّلْعَالَمِينَ   “และเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใดนอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่ประชาชาติทั้งหลาย” (อัลอัมบิยาอฺ 107)     ดังที่ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ได้บอกเล่าเรื่องราวในทำนองดังกล่าวกับบรรดาอัครสาวกของท่านในวันที่ท่านได้ทำการส่งเสริมให้พวกเขามีความเมตตาต่อสัตว์ว่า   « بَيْنَمَا رَجُلٌ يَمْشِى بِطَرِيقٍ...

ฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว ตอนที่ 11 : โอกาสทองของ Halal Tourism ที่ไม่ควรมองข้าม

  โลกในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างมาก จึงทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวในปัจจุบันจึงเปลี่ยนไป พูดจาภาษาเท่ห์ๆ ถูกเรียกว่ายุค  Disruption คือ การเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด จนทำให้ยักษ์ใหญ่อย่าง โนเกีย ล้มมาแล้ว ในแวดวงการท่องเที่ยวก็เช่นกัน พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ไม่ง้อบริษัททัวร์ ตั๋วเครื่องบินจองเอง เดินทางด้วยตนเอง เพียงมี Smartphone เครื่องเดียวก็เพียงพอแล้ว ASEAN คือจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง รวมถึงนักท่องเที่ยวผู้นับถือศาสนาอิสลามทั่วทุกมุมโลก เพราะเหตุใด ? ทำไมต้อง ASEAN ? คำตอบคือ เพราะเส้นทางการท่องเที่ยวในยุโรบและอเมริกาไม่เป็นมิตรต่อมุสลิม เห็นได้ชัดจากการที่นโยบายของนายทรัมป์ ห้ามพลเมือง 6 ชาติมุสลิมเข้าสหรัฐฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกเหนือจากนั้นแล้วสถานการณ์ islamophobia โรคหวาดกลัวอิสลาม ที่ถูกสื่อตะวันตกวาดขึ้นมาให้กับชาวโลก จึงเป็นชนวนเหตุในการเปลี่ยนเส้นทางการท่องเที่ยวของพี่น้องมุสลิมนั้นเอง     จากกรณีดังกล่าวจึงทำให้นักท่องเที่ยวจากยุโรบหลั่งไหลมายัง ASEAN เพิ่มขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นลำพังเฉพาะนักท่องเที่ยวในกลุ่มเศรษฐกิจอาเซี่ยนเอง นิยมชมชอบประเทศไทยเป็นอย่างมากเช่นกัน ประเทศไทยมีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามไม่เกิน...

แจงชัด! เราร้องไห้เนื่องจากคนใกล้ชิดเราตายจากไปจะบาปหรือไม่?

  การร้องไห้และมีน้ำตาไหลรินออกมาไม่ถือว่าหะรอม(บาป) และไม่มักโระห์ด้วย ยิ่งกว่านั้นมันแสดงออกถึงการมีจิตใจที่เมตตาด้วยซ้ำไป ส่วนที่เป็นบาปคือการร้องไห้ที่ตีโพยตีพาย ตีออกชกลม หรือในทำนองซึ่งคล้ายกับไม่จำนนต่อสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนดมา หรือพร่ำรำพัน เป็นต้น …วั้ลลอฮุอะอฺลัม ขอขอบคุณ : อ.อาลี กองเป็ง

เผย! หากเข้ารับอิสลามแล้ว จะรับแม่ที่ยังไม่เข้ารับอิสลามมาดูแลเลี้ยงดูท่านได้ไหม?

  จำเป็นเหนือผู้เป็นลูกต้องเลี้ยงดูแม่โดยเฉพาะเข้าสู่วัยชรา ถึงแม้ว่าท่านไม่เข้ารับอิสลามก็ตาม ลูกต้องมีคุณธรรมต่อท่าน ทำดีต่อท่านจนสุดความสามารถ และเชื่อฟังท่านในสิ่งที่ไม่ผิดต่อหลักการศาสนา ดั่งอายะฮ์กุรอานในซูรอฮ์ลุกมานอายะฮ์ที่๑๕ และคำกล่าวของท่านนบี(ซ.ล)แก่ท่านหญิงอัสมาอฺซึ่งนางถามท่านนบี(ซ.ล)ขณะที่มารดาของนางมาพบซึ่งในขณะนั้นมารดาของนางยังเป็นมุชริก(มิใช่มุสลิม)อยู่ว่า ฉันจะติดต่อเชื่อมสัมพันธิ์กับเธอได้หรือไม่? ท่านนบี(ซ.ล)ตอบว่า เธอจงติดต่อเชื่อมสัมพันธิ์กับนางเถิด งั้นนำมารดามาเลี้ยงดูและสอนอิสลามแก่นางและเลี้ยงดูนางให้ดี …วั้ลลอฮุอะอฺลัม   ขอขอบคุณ : อ.อาลี กองเป็ง

เผย รอยสักที่ยังมีอยู่และยังไม่ได้สลายหรือขจัดออกไป ละหมาดจะเศาะห์หรือไม่?

  ในมัษฮับชาฟิอียะฮ์แจงว่า ที่ซึ่งมีรอยสักนั้นกลายสภาพเป็นนะยิส และจำเป็นต้องขจัดออกไป อันเนื่องจากละหมาดนั้นจะใช้ได้ต้องสะอาดจากนะยิส เหตุนี้เองศาสนาจึงบัญญัติให้ขจัดหรือทำการสลายรอยสักเท่าที่สามารถและมีความเป็นไปได้ หากว่าผู้ถูกสักนั้นมีความสมัครใจทำการสักและพอใจโดยมิถูกบังคับ และถ้าหากว่าการขจัดออกมันเกิดความลำบากมากถึงขั้นต้องผ่าตัดและมีอันตราย เช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องขจัดออกไป และพอเพียงแล้วด้วยการเตาบัตตัวต่ออัลลอฮฺ และก็เศาะห์(ใช้ได้)ในการละหมาดด้วยไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย …วั้ลลอฮุอะอฺลัม   ขอขอบคุณ : อ.อาลี กองเป็ง

ไขข้อของใจ รักษาเบาหวานด้วยการฉีดอินซูลีน ที่สกัดมาจากตับอ่อนของสุกร อยากทราบว่าเป็นที่อนุญาตหรือไม่?

  ก่อนอื่นขอนำเสนอเพื่อปูทางสู่ความเข้าใจว่า 1) แหล่งที่มาของอินซูลีนนั้น มีสองแหล่งคือ ได้มาจากการสกัดจากตับอ่อนของหมู(สุกร)และวัว ส่วนอีกแหล่งได้มาจากการสังเคราะห์โดยวิธีพันธุวิศวกรรม ทำให้ได้อินซูลินที่เหมือนกับอินซูลินของมนุษย์ ซึ่งมีโอกาสเกิดการแพ้น้อยกว่าแบบแรก และนิยมใช้กันในปัจจุบัน 2) อินซูลีนที่สกัดมาจากตับอ่อนของหมูเป็นนะญิส. จึงต้องเข้าใจว่าการรักษาโรคด้วยตัวยาที่เป็นนะญิสได้หรือไม่นั้น ส่วนใหญ่ของชาฟิอียะฮ์.บางส่วนของหะนะฟียะฮ์.และซอฮิ่รียะฮ์  ถือว่าอนุญาตใช้ตัวยาที่เป็นนะญิสหรือที่หะรอมนำมารักษาโรคได้ ด้วยเงื่อนไขดังนี้ เกิดมีความจำเป็นต้องใช้ ด้วยการวินิจฉัยของแพทย์เฉพาะทางที่เชื่อถือได้ ไม่มีตัวยาอื่นมาทดแทนที่มันได้ หรือมีแต่ลำบากมากในการค้นหา หรือต้องมีค่าใช้จ่ายด้วยทรัพย์สินที่แพงมาก …วั้ลลอฮุอะอฺลัม   ขอขอบคุณ : อ.อาลี กองเป็ง

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

ผู้แทนพิเศษยูเอ็นเบรกบังกลาเทศส่งโรฮีนจากลับประเทศชี้เสี่ยงถูกข่มเหง

  ผู้สืบสวนด้านสิทธิมนุษยชนว่าด้วยพม่าของสหประชาชาติเรียกร้องให้บังกลาเทศระงับแผนการที่จะเริ่มส่งผู้ลี้ภัยโรฮีนจาหลายแสนคนไปยังรัฐยะไข่ในเดือนนี้ โดยเตือนว่า ผู้ลี้ภัยจะเผชิญกับ “ความเสี่ยงสูงที่จะถูกกดขี่ข่มเหง” ผู้ลี้ภัยโรฮีนจามากกว่า 700,000 คน ข้ามแดนไปยังฝั่งบังกลาเทศจากภาคตะวันตกของพม่า ตามการระบุของหน่วยงานสหประชาชาติ หลังกลุ่มติดอาวุธโรฮีนจาโจมตีกองกำลังความมั่นคงของพม่าเมื่อเดือน ส.ค.2560 และส่งผลให้ฝ่ายทหารดำเนินการปราบปรามอย่างรุนแรง สองประเทศเห็นพ้องกันเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่จะเริ่มส่งผู้ลี้ภัยกลับพม่าในกลางเดือน พ.ย. แต่หน่วยงานผู้ลี้ภัยสหประชาชาติได้กล่าวว่า สภาพเงื่อนไขในรัฐยะไข่ยังไม่เหมาะสมต่อการเดินทางกลับ ยางฮี ลี ผู้แทนพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในพม่าของสหประชาชาติ ระบุในคำแถลงว่า เธอได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากผู้ลี้ภัยในเมืองคอกซ์บาซาร์ ว่า พวกเขาหวาดกลัวอย่างมาก ว่าชื่อของพวกเขาจะอยู่ในรายชื่อผู้ที่ถูกส่งตัวกลับประเทศ นอกจากนั้น...