27.4 C
Bangkok
วันเสาร์, ตุลาคม 31, 2020
หน้าแรก ข่าวดัง

ข่าวดัง

ข้อเท็จจริงบางประการที่เกี่ยวข้องกับการสวมใส่ทองคำและผ้าไหมในมุมมองของอิสลาม

ในยุคปัจจุบันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นยุคแห่งแฟชั่นและเทคโนโลยีอย่างแท้จริง เพราะในบางครั้งเรารู้สึกว่าโลกใบนี้มันช่างหมุนไปเร็วเหลือเกินจนทำให้เรารู้สึกว่าบางทีเราอาจจะก้าวไม่ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือที่กลายเป็นปัจจัยหนึ่งของชีวิตมนุษย์ไปแล้ว และเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่สังคมมุสลิมของเราจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่โดยทางตรงก็โดยทางอ้อม ในความเป็นจริงแล้วพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงอนุมัติให้มวลผู้ศรัทธาทั้งหลายสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งต่างๆที่พระองค์ทรงสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ทั้งหมด ยกเว้นบางสิ่งบางอย่างเท่านั้นที่พระองค์ทรงห้ามเอาไว้เนื่องจากไม่สมควรที่จะนำมาใช้และอาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้ได้ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงตรัสเอาไว้ในอายะฮ์ที่ 29 ของซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ความว่า قال الله تعالى : " هُوَ الَّذِي خَلَقَ لَكُم مَّا فِي الْأَرْضِ جَمِيعًا ثُمَّ اسْتَوَىٰ إِلَى السَّمَاءِ فَسَوَّاهُنَّ سَبْعَ سَمَاوَاتٍ ۚ وَهُوَ بِكُلِّ شَيْءٍ...

เพราะเหตุใดวันศุกร์จึงเป็นวันที่ประเสริฐที่สุดในรอบสัปดาห์

พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) นั้นพระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะให้สิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมาบางอย่างนั้นประเสริฐกว่าอีกบางอย่าง เช่น พระองค์ทรงประสงค์ให้ศาสดาบางท่านประเสริฐกว่าศาสดาอีกบางท่าน พระองค์ประสงค์ให้เดือนบางเดือนประเสริฐกว่าอีกบางเดือน เช่น เดือนรอมฏอนประเสริฐกว่าเดือนใดทั้งหมดในรอบปี เฉกเช่นเดียวกันกับการที่พระองค์ทรงประสงค์ให้วันศุกร์นั้นประเสริฐกว่าวันใดๆทั้งหมดในรอบสัปดาห์ คุณสมบัติพิเศษที่ทำให้วันศุกร์ประเสริฐกว่าวันอื่นๆในรอบสัปดาห์ในมุมมองของอิสลามนั้นมีมากมายหลายประการ เช่น 1. วันศุกร์นั้นเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญๆขึ้นมากมายหลายเหตุการณ์ดังที่ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้ในอัลหะดีษบทหนึ่งของท่านความว่า قال النبيّ صلّى الله عليه وسلّم: "خيرُ يومٍ طلعت عليه الشَّمسُ يومُ الجمعةِ، فيه خُلِق آدمُ، وفيه أُدخل الجنَّةَ، وفيه أُخرج منها، ولا تقومُ السَّاعةُ...

การนิกะห์อย่างถูกต้องตามหลักการของอิสลามแก้ปัญหาสังคมได้จริงหรือไม่ ???

คำว่านิกะห์ ( نِكَاحٌ )เป็นคำภาษาอาหรับที่สังคมมุสลิมคุ้นหูและทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีความมหมายว่า “การแต่งงาน หรือการสมรส” ซึ่งในทางภาษาแล้วคำๆนี้แต่เดิมทีมีความหมายว่า “การรวมกัน” เพราะการแต่งงานนั้นคือการที่คนสองคนตัดสินใจร่วมชีวิตและครองคู่เป็นสามีภรรยากัน แต่ในทางนิติบัญญัตินั้นนักนิติศาสตร์อิสลามได้ให้นิยามนิกะห์ว่า “นิกะห์คือข้อตกลงที่อนุญาติให้ทั้งสองฝ่าย (เจ้าบ่าวและเจ้าสาว) อยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายอิสลาม” ส่วนคำว่าวะลีมะฮ์ ( وَلِيْمَةٌ ) ที่เราได้ยินอยู่เป็นประจำก็เป็นคำภาษาอาหรับเช่นเดียวกันซึ่งในพจนานุกรมให้ความหมายคำๆนี้เอาไว้ว่า วะลีมะฮ์หมายถึง “การเลี้ยงอาหารค่ำรับรอง หรือการเลี้ยงอาหารเนื่องในงานมงคลสมรส” ซึ่งเรามักจะได้ยินการเรียกงานฉลองมงคลสมรสโดยการนำคำทั้งสองมาสนธิกันว่า “งานวะลีมะตุนนิกะห์” ซึ่งมีความหมายเป็นภาษาไทยโดยสรุปว่า “งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส” นั่นเอง สังคมยุคปัจจุบันมีค่านิยมของสังคมหลายอย่างที่ทำให้คนหนุ่มสาวมากมายไม่มีโอกาสได้แต่งงานเมื่อถึงวัยอันควร ไม่ว่าจะเป็นค่าสินสอดที่แพงลิบลิ่ว สภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยสู้จะดีนักทำให้คนหนุ่มสาวแต่งงานช้าลง หรือค่านิยมอยู่ก่อนแต่งที่ทำให้เกิดปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของเยาวชน ซึ่งเป็นสิ่งที่อิสลามต่อต้านมาโดยตลอด ผลพวงของปัญหานี้ลุกลามบานปลายทำให้จำนวนประชากรในบางประเทศขาดความสมดุล และในที่สุดบางประเทศต้องเผชิญหน้ากับสังคมผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากข้อมูลประชากรของประเทศไทยปี 2558 จำนวนประชากรในประเทศไทยอยู่ที่ 65,203,979 คน เป็นผู้ที่มีอายุ...

ความเร้นลับ 5 ประการที่พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ทรงปกปิดเอาไว้

ในยุคปัจจบันเทคโนโลยีต่างๆมีความเจริญก้าวหน้าไปมาก มนุษย์สามารถสร้างเครื่องมือที่ทันสมัย เช่น ดาวเทียมที่นำมาใช้ในการตรวจสอบสภาพอากาศได้อย่างน่าทึ่งด้วยมันสมองที่พระองค์อัลลอฮ์ ( ซบ. ) ทรงประทานให้แก่มนุษย์ เครื่องมือที่ทันสมัยเหล่านี้ในบางครั้งสามารถบอกเราได้เลยว่าวันพรุ่งนี้ หรือวันมะรืนนี้สภาพอากาศจะเป็นอย่างไร ฝนจะตก หรือไม่ตก แต่ก็มีหลายครั้งที่ไม่เป็นไปตามพยากรณ์อากาศ นั่นหมายความว่าอย่างไร ? นั้นหมายความว่าเครื่องมือที่ทันสมัยเหล่านนี้นั้นมีความสามารถในการคาดการณ์สภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เท่านั้น อาจจะมีปัจจัยอื่นมาเปลี่ยนแปลงการคาดการณ์นั้นก็ย่อมได้ เราจะเห็นได้ว่าในบางครั้งท้องฟ้ามืดครึ้มมีลมแรง มีฟ้าแลบฟ้าร้องจนทำให้เราคิดว่าในไม่ช้าฝนคงจะตกลงมาอย่างแน่นอน แต่มันไม่เป็นไปตามนั้นฝนกลับไม่ตกตามการคาดการณ์ของเรา นั่นหมายความว่าฝนจะตกที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ไม่มีผู้ใดสามรถล่วงรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างแน่ชัดนอกจากพระองค์อัลลอฮ์ ( ซบ. ) แต่เพียงผู้เดียว มีรายงานจากท่านอิบนุอุมัรว่า ครั้งหนึ่งท่านร่อซู้ล ( ซ.ล. ) ได้กล่าวว่า " กุญแจแห่งความเร้นลับนั้นมีอยู่ 5 ดอก ไม่มีผู้ใดล่วงรู้สิ่งดังกล่าวได้นอกจากพระองค์อัลลอฮ์...

ศาสนาเป็นที่มาของกฎหมาย

ก่อนที่โลกนี้จะมีรัฐบาลหรือรัฐสภาออกกฎหมายจัดระเบียบครอบครัวและสังคม มนุษย์ใช้คำสอนของศาสนาเป็นกฎหมายโดยมีคัมภีร์ทางศาสนาเป็นธรรมนูญสูงสุด และลักษณะที่เหมือนกันอย่างหนึ่งของศาสนาคือ ทุกศาสนามีคำสั่งใช้และคำสั่งห้าม ทั้งนี้เพราะศาสนามีวัตถุประสงค์คล้ายๆกัน ทุกศาสนามีคำสั่งห้ามการฆ่าเพราะต้องการรักษาชีวิต ห้ามผิดประเวณีเพราะต้องการรักษาเชื้อสาย ห้ามเสพสิ่งมึนเมาเพราะต้องการรักษาสติปัญญา ห้ามเล่นการพนันเพราะต้องการรักษาทรัพย์สิน และที่มีคำสั่งใช้ให้ศาสนิกปฏิบัติศาสนกิจก็เพื่อให้ศาสนิกช่วยกันรักษาศาสนาและศาสนาจะได้คุ้มครองชีวิตของศาสนิกผู้ปฏิบัติ แต่ในความเหมือนอาจมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง เช่น การบังคับในเรื่องการปฏิบัติศาสนกิจ สำหรับผู้นับถืออิสลาม การละหมาดและถือศีลอดเป็นข้อบังคับ ใครไม่ทำถือเป็นบาป อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนข้อห้ามทางศาสนา เมื่อโมเสสเป็นผู้นำลูกหลานอิสราเอลหลังจากอพยพออกมาจากแผ่นดินไอยคุปต์ พระเจ้าได้ทานคัมภีร์โตราห์(กฎหมาย)ให้เขาเพื่อนำมาใช้ในการปกครองลูกหลานอิสราเอล คัมภีร์โตราห์มีบทลงโทษอาชญากรรมแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน เป็นมาตรการป้องปรามมิให้มีการฆ่ากัน หลังสมัยโมเสส คัมภีร์โตราห์มีบันทึกเรื่องราวต่างๆเพิ่มเติมเข้าไปมากมายจนลูกหลานอิสราเอลหลงลืมแก่นแท้ของโตราห์ พระเจ้าจึงส่งพระเยซูมายืนยันธรรมบัญญัติเดิมที่พระองค์ประทานแก่โมเสส หลังสมัยพระเยซู ธรรมบัญญัติที่พระเจ้าประทานแก่โมเสสและพระเยซูถูกรวมเป็นคัมภีร์ไบเบิลต่อมา เมื่ออาณาจักรโรมันไบแซนตินรับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำอาณาจักร คัมภีร์ไบเบิลจึงเป็นรัฐธรรมนูญประจำอาณาจักรไบแซนตินเป็นเวลาหลายร้อยปี ต่อมา ใน ค.ศ.610 พระเจ้าได้ประทานคัมภีร์กุรอานแก่นบีมุฮัมมัดเพื่อยืนยันธรรมบัญญัติเดิมที่พระองค์ประทานแก่โมเสสและพระเยซู เพราะในเวลานั้น ผู้คนเริ่มมีความเชื่อในตรีเอกานุภาพหรือพระเจ้าสามองค์ซึ่งผิดไปจากคำสอนที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ไบเบิล คัมภีร์กุรอานถูกประทานลงมายังนบีมุฮัมมัดตามความจำเป็นและความต้องการของสังคมตลอดระยะเวลา 23 ปีจึงครบถ้วน ในช่วงเวลาที่นบีมุฮัมมัดเริ่มเผยแผ่อิสลามเมื่ออายุ 40 ปี สังคมชาวอาหรับเป็นสังคมที่แยกกันเป็นเผ่า แต่ละเผ่าประกอบด้วยตระกูลต่างๆ เผ่าที่มีอิทธิพลมักจะเป็นเผ่าใหญ่ที่มีจำนวนคนมากและจะมีเผ่าอื่นๆที่เล็กกว่ามาเป็นพันธมิตรเพื่อแลกกับการคุ้มครอง ในเวลานั้น สังคมอาหรับไม่มีกฎหมายและไม่มีรัฐบาล ชาวอาหรับดำเนินชีวิตตามความเชื่อที่สืบต่อมาจากบรรพบุรุษ ช่วงเวลาแห่งการปฏิบัติภารกิจอิสลามของนบีมุฮัมมัดเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญไม่เพียงแต่สังคมอาหรับเท่านั้น...

เจอินาแสดงความงดงามของศาสนาอิสลามผ่านการกระทำ

ฉันชื่อเจอิยา(Jayina) ฉันกลับมารับอิสลามเมื่อปี 2014 ตอนที่ฉันหวนกลับไปนับถือศาสนาอิสลามนั้น ฉันอายุ 26 ปี และที่ฉันใช้คำว่าย้อนกลับเพราะชาวมุสลิมเชื่อว่าเราทุกคนเกิดมาเป็นมุสลิมและเราเพิ่งกลับไปใช้ศาสนาอีกครั้ง ฉันเกิดในครอบครัวนักคิดอิสระ ในฐานะคนที่เชื่อในข้อเท็จจริงและวิทยาศาสตร์ ฉันรู้สึกว่าคัมภีร์อัลกุรอานสะท้อนได้อย่างยิ่งกับความเชื่อของฉัน เพราะฉันพบข้อทางวิทยาศาสตร์มากมายในหนังสือศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ มีครั้งหนึ่งที่แม่ของฉันจับได้ว่าฉันอ่านอัลกุรอานในห้องและฉันก็เห็นว่าเธออารมณ์เสียจริง ๆ ... ความสัมพันธ์ของเราแย่ลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เมื่อเธอรู้ว่าไม่มีอะไรที่เธอจะทำได้เพื่อหยุดยั้งฉันจากการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามและฝึกฝนมัน จนในที่สุดเธอก็ยื่นคำขาดให้ฉันย้ายออกจากบ้านในช่วงรอมฎอนเมื่อฉันอดอาหาร ฉันคิดว่ามันยากสำหรับแม่ที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงและยอมรับว่าฉันเป็นมุสลิม และสิ่งที่เธอรู้เกี่ยวกับมุสลิมมาจากสื่อ ฉันเดาว่าความไม่รู้บางอย่างที่ขัดขวางเธอจากการพยายามยอมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในตอนแรกฉันพยายามโน้มน้าวใจพวกเขาด้วยคำพูดและการอภิปราย แต่ในที่สุดการอภิปรายเหล่านี้ก็กลายเป็นข้อโต้แย้งและข้อโต้แย้ง ฉันตัดสินใจว่ามันไม่ได้แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ ดังนั้นฉันต้องย้ายออกเพื่อให้ทุกคนสงบลง ฉันจึงคิดว่าการกระทำจะเป็นวิธีที่ดีกว่าในการแสดงให้เห็นว่าศาสนาอิสลามทำให้ฉันเป็นคนดีขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาตระหนักว่าฉันเป็นคนที่เคารพฉันสงบฉันเดาว่าเพราะฉันพบความสงบภายใน ฉันสนใจศาสนาอิสลามมากเพราะเป็นศาสนาที่สวยงาม มันนำมาซึ่งสันติภาพและความสงบมากมายและมันเป็นสิ่งที่ฉันชอบและปลอบใจในเวลาที่ป่วย เมื่อพูดถึงความอดทนทางศาสนาในสิงคโปร์ฉันรู้สึกว่าเรามีความสุขมากที่มีคนมากมายที่ยอมรับทุกคนด้วยใจที่เปิดกว้างและจิตใจ อย่างไรก็ตามฉันคิดว่ามีผู้คนจำนวนมากที่ต้องการการศึกษาความเข้าใจและความอดทนที่มากขึ้นเมื่อพูดถึงความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกัน เมื่อฉันบอกคนอื่นว่าฉันกลับใจรับอิสลามฉันมักได้รับปฏิกิริยาของความประหลาดใจและความตกใจ ฉันมีความเห็นตื้น ๆ ที่ทำด้วยความรังเกียจจากคนจีนคนอื่น ๆ พวกเขาจะถามคำถามเช่น คุณไม่รู้หรือว่าคุณไม่สามารถทานหมูได้อีก คุณไม่รู้หรือว่าสามีของคุณสามารถแต่งงานกับภรรยาสี่คนได้? คุณไม่รู้หรือว่ามันเป็นศาสนาที่รุนแรงมาก แต่ฉันแค่ยิ้มและสลัดมันออกไปออก มีข้อหนึ่งในอัลกุรอานซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันชอบที่สุดว่า “ไม่มีการบังคับในศาสนา ทางที่ถูกต้องชัดเจนแตกต่างจากความผิดพลาดอย่างแท้จริง” ฉันเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะได้รับความสามารถในการคิดและวิทยาศาสตร์ในการตัดสินใจด้วยตนเองว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการในชีวิตไม่ว่าจะเป็นศาสนาหรืออะไรก็ตาม ผู้คนต้องเข้าใจว่าไม่มีแบบมาตรฐานสำหรับเผ่าพันธุ์หรือศาสนาใด...

หัวใจที่ไม่สงบขาดการนอบน้อมถ่อมตนต่อพระผู้เป็นเจ้าขณะทำการละหมาด เราควรทำอย่างไร ?

การละหมาดเป็นอิบาดะฮ์ (ความดี) ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับมุมินผู้ศรัทธา เพราะการละหมาดนั้นเปรียบเสมือนเสาหลักของศาสนา อีกทั้งยังเป็นสิ่งแรกที่มุมินผู้ศรัทธาจะต้องถูกสอบสวนในโลกหน้าอาคีเราะฮ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถ้าหากว่าการละหมาดของมุมินผู้ศรัทธามีความสมบูรณ์แบบ อิบาดะฮ์อื่นๆก็จะพลอยสมบูรณ์แบบตามไปด้วย ในทางตรงกันข้ามถ้าหากว่าการละหมาดของมุมินผู้ศรัทธานั้นบกพร่อง อิบาดะฮ์อื่นๆก็จะบกพร่องตามไปด้วยเช่นกัน ในซูเราะฮ์อัลมุอฺมีนูน พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงตรัสว่า قالَ الله تعالى (قَدْ أَفْلَحَ الْمُؤْمِنُونَ) المؤمنون /1 ความว่า “ บรรดามุมินผู้ศรัทธานั้นพวกเขาได้รับชัยชนะแล้ว قالَ الله تعالى (الَّذِينَ هُمْ فِي صَلَاتِهِمْ خَاشِعُونَ) المؤمنون /2 ความว่า “ พวกเขาเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขาสงบนิ่งนอบน้อมถ่อมตนต่อพระองค์อัลลอฮ์ในยามที่พวกเขาละหมาด ” จากโองการดังกล่าวข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าการทำให้หัวใจสงบนิ่งมีสมาธิและรำลึกถึงพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.)...

อาหรับเผ่ากุเรซต้นตระกูลของท่านนบี

ท่านศาสดามูฮัมหมัด ( ซ.ล. ) เป็นศาสดาที่มีเชื้อสายมาจากชาวอาหรับเผ่ากุเรซ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสายตระกูลที่มีเกรียติและเป็นที่ยอมรับของผู้คนทั้งหลายอย่างปฏิเสธไม่ได้ ท่านศาสดามูฮัมหมัด ( ซ.ล. ) เป็นศาสนทูตของพระองค์อัลลอฮ์ ( ซบ. ) ที่ถูกส่งลงมาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ การเรียกร้อง เชิญชวนผู้คนทั้งหลายสู่การให้เอกภาพแก่พระองค์อัลลอฮ์ ( ซบ. ) แต่เพียงผู้เดียวในการเป็นพระเจ้า เช่นเดียวกับบรรดาศาสดาที่ถูกส่งลงมาก่อนหน้านี้ทั้งหลาย การมาของท่านศาสดามูฮัมหมัดนั้นถือได้ว่าเป็นความเมตตาต่อมวลมนุษยชาติทั้งมวล ดังที่พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงตรัสถึงเรื่องนี้เอาไว้ในอายะฮ์ที่ 107 ของซูเราะฮ์อัลอันบิยาอฺ ﴿ وَمَا أَرْسَلْنَاكَ إِلَّا رَحْمَةً لِّلْعَالَمِينَ ﴾ سورة الأنبياء ( 107 ) ความว่า " และเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใดนอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่ประชาชาติทั้งหลาย...

มัสยิดที่ไหนบ้างทำการงดละหมาดอีดิ้ลฟิตริ

มัสยิดบางอ้อ จรัญสนิทวงศ์86 กทม. งดละหมาดอีดิ้ลฟิตริและละหมาดวันศุกร์ มัสยิดมิฟตาฮุ้ลยีนาน(คลองลำเจียก) กรุงเทพฯประกาศงดละหมาดอีดิ้ลฟิตริ มัสยิดมหานาค กทม.งดจัดกิจกรรมละหมาดวันอีดิ้ลฟิตริขอให้ละหมาดกันที่บ้าน มัสยิดอัลอะติ๊ก เจริญกรุง103 กทม.งดการจัดละหมาดวันอีดิ้ลฟิตริ ฮ.ศ.1441 มัสยิดนูรุ้ลอิสลาม(สุเหร่าเขียว)นนทบุรี มีมติให้งดการละหมาดอีดิ้ลฟิตริ มัสยิดฮีดาญาตุลญันนะฮ์ ดอนขี้เหล็ก สงขลา มีการลงมติงดละหมาดอีดิ้ลฟิตริ มัสยิดอีกอม่าตุ้ลอิสลาม โรงกระโจม จ.นนทบุรี ประกาศงดละหมาดอีดิ้ลฟิตริ มัสยิดดารุ้ลอาบิดีน ตรอกจันทน์ กทม.งดละหมาดในวันอีดและกิจกรรมทั้งหมด มัสยิดนูรุ้ลอิสลาม(บ้านป่า)กรุงเทพฯมีมติให้งดทำการละหมาดวันอีดิ้ลฟิตริ มัสยิดย่ามาลุดดีน(สุเหร่าใหม่) จ.นนทบุรี ขอประกาศงดละหมาดอีดิ้ลฟิตริ มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์(บ้านครัว)กรุงเทพฯงดจัดละหมาดวันอีดิ้ล ฮ.ศ.1441 มัสยิดสวนพลู กทม. งดละหมาดอีดิ้ลฟิตริและขอให้ทุกท่านละหมาดที่บ้านแทน

การบำบัดโรคต่างๆด้วยการอ่านอัลกุรอาน

ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ ในยุคปัจจุบันเราต้องยอมรับว่า มีโรคร้ายสายพันธ์ใหม่ๆเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ของเรามากมมายจนนับไม่ถ้วน โรคบางชนิดปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่บางโรคก็มีการค้นคว้าหาตัวยารักษาจนกระทั่งพบตัวยารักษาที่สามารถรักษาให้ผู้ป่วยหายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องมาจากพระประสงค์ของพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ประกอบกับวิวัฒนาการทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย อีกทั้งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบัน หลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการรักษาโรคต่างๆด้วยการอ่านอัลกุรอาน ถ้าเราได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด เราก็จะพบว่าในคัมภีร์อัลกุรอานนั้นมีคำว่า " شِفَاءٌ " และ " يَشْفِيْ " ซึ่งอยู่ในรูปของคำนามและคำกริยา มีความหมายเป็นภาษาไทยว่า " การรักษาเยียวยา หรือการบำบัด " ถูกกล่าวถึง 6 ครั้งในคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งอายะฮ์ทั้ง 6 นี้ถูกเรียกว่า ( آيَاتُ الشِّفَاءِ )...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคเพื่อซ่อมแซมอาคารมัสยิดนูรุ้ลฮิดายะห์ (บ้านคลองทราย) จ.สระแก้ว เนื่องจากมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก

  มัสยิดแห่งนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 จากการรวมกลุ่มของมุสลิมมุอั้ลลัฟในหมู่บ้านคลองทราย อ.โคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยสร้างเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว และใช้เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจเป็นประจำทุกวันตลอดมา โดยผู้ที่มาใช้มัสยิดส่วนใหญ่เป็นมุสลิมมุอั้ลลัฟ จากวันนั้นถึงวันนี้มัสยิดที่สร้างจากไม้ได้ผุพังไปตามเวลาและมีปลวกกัดแทะ ทำให้โครงสร้างไม้ในส่วนของเสาและหลังคามีสภาพชำรุดมาก จำเป็นต้องใช้เงินในการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 400,000 บาท (สี่แสนบาทถ้วน) *** การบริจาคเพื่อศาสนาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งอัลลอฮฺได้ให้การสนับสนุน และถือเป็นการงานที่สร้างความใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ การงานที่ดีและกุศลกรรมที่สูงส่งที่สุด มีประโยชน์มากมายมหาศาลและครอบคลุมทั่วถึง เป็นการทาความดีที่มีความต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสายแม้หลังจากที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว มัสยิดนูรุ้ลฮิดายะห์(บ้านคลองทราย) จึงใคร่ขอรับบริจาคสมทบทุนในการก่อสร้างมัสยิดให้ชาวบ้านคลองทรายและมุสลิมทั่วไปสามารถใช้เป็นสถานที่ที่ปฏิบัติศาสนกิจได้ หากท่านมีจิตศรัทธา ขอเชิญบริจาคเพื่อสมทบทุนได้โดยบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย...