35 C
Bangkok
วันจันทร์, เมษายน 23, 2018
หน้าแรก ข่าวดัง

ข่าวดัง

Halal Tourism ฮาลาล เพื่อการท่องเที่ยว ตอนที่ 1

  การท่องเที่ยวทุกวันนี้มีหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก การท่องเที่ยววิถีมุสลิม (Halal Tourism)  ในปัจจุบันมีการขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรมุสลิม โดยรายงานข้อมูลจาก Global Muslim Travel Index 2015 (GMTI) หรือดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลก จัดทำโดย Master Card ร่วมกับ CrescentRating ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาในเรื่องของการท่องเที่ยววิถีมุสลิมรายงานว่า จำนวนประชากรมุสลิมจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 26.5 ของจำนวนประชากรโลกภายในปี ค.ศ. 2030 จำนวนประชากรมุสลิมที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะมาจากประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี รวมถึงกลุ่มประเทศจากตะวันออกกลาง (Global Muslim Travel Index ,2015) จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่าการท่องเที่ยววิถีฮาลาลในอนาคตเป็นเรื่องที่น่าสนใจและไม่ควรมองข้าม ไม่เพียงเท่านั้นผู้ประกอบการต้องศึกษาแนวทางการบริการการท่องเที่ยววิถีฮาลาลเพื่อตอบสนองกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิม เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้น...

สารพันคำถาม เดือนรอมฎอน

  1.อะไรคือความหมายของคำว่า “อัซเซาม์” การถือศีลอด ในทางภาษาและศาสนบัญญัติ การถือศีลอด “อัซเซาม์” ในทางภาษาคือ การยับยั้งจากสิ่งหนึ่ง และละเว้นไม่กระทำสิ่งนั้น เช่น ผู้อดกลั้นจากอาหาร เครื่องดื่ม และการประเวณี หรือไม่พูดจา เป็นต้น เรียกอาการเหล่านี้ว่า “ซอฮิม” ผู้ถือศีลอด ในทางภาษา ในทางศาสนบัญญัติหมายความว่า “การงดเว้นจากสิ่งที่ถูกจำกัด (การกิน การดื่ม การประเวณี และอื่นๆ) โดยมีเจตนาต่อการนั้น นับจากแสงอรุณครั้งที่สองขึ้นจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า จากบุคคลที่จำกัด (คือ มุสลิม บรรลุศาสนภาวะ มีสติสัมปชัญญะ มีความสามารถ คนไม่เดินทาง ไม่มีเฮดและนิฟาส” ดังนั้น การถือศีลอดจึงไม่เป็นการบังคับสำหรับคนที่มีเหตุขัดข้องทางศาสนา ทว่าต้องมีการชดใช้เมื่อข้อขัดข้องนั้นหายไป ดังจะได้กล่าวในโอกาสต่อไป)   2.ทำไมจึงให้ชื่อเดือนแห่งการถือศีลอดว่า เดือนรอมฎอน? มีผู้ให้คำอธิบายว่า:เมื่อชาวอาหรับได้เปลี่ยนชื่อเดือนต่างๆจากภาษาเดิมคือภาษา “สะมูด”...

ไขข้อข้องใจ การลบปานบนใบหน้า มุสลิมสามารถทำได้หรือไม่

  เรื่องความสวยงามมักอยู่คู่สาวๆ เราเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีบางครั้งที่อาจมีสิ่งไม่พึงประสงค์อย่างเช่น ปาน เกิดขึ้นบนใบหน้าโดยที่เราไม่สามารถห้ามมันได้ วันนี้เราเลยมาไขข้องใจว่าการลบปานบนใบหน้านั้นเหล่ามุสลิมสามารถทำได้หรือไม่ : الحمد لله، والصلاة والسلام على سيدنا رسول الله บรรดานักวิชาการฟิกฮ์มีความเห็นดังรายละเอียดต่อไปนี้.. 1..หากแม้นการขจัดปานมีอันตราย..ก็จำเป็นต้องปล่อยใว้อย่างนั้น..เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย.. 2..หากปล่อยใว้มันนำมาซึ่งอันตรายก็จำเป็นต้องขจัดออกไปเพื่อป้องกันอันตราย.. 3..หากขจัดออกไปหรือปล่อยทิ้งใว้มีค่าเท่ากัน..กล่าวคือไม่มีผลในอันตรายใดใด แต่การขจัดออกไป เพื่อให้เกิดความสวยงามและขจัดความน่ารังเกียจในกรณีนี้การขจัดออกไปก็มิเป็นการต้องห้ามเช่นกัน.. ขอขอบคุณอาจารย์อาลี กองเป็ง

ดุอาอฺขอให้มีบ้านเป็นของตัวเอง

            อามาลดุอาอฺนี้ ดุอาอฺเพื่อให้เรามีบ้านได้เร็วขึ้น อินชาอัลลอฮฺ ไม่เกินหนึ่งปีเราก็จะสามารถได้รับรุสกีในเรื่องของบ้านของตัวเราเอง           รายงานจาก alhabib Tohir Alkaff ได้กล่าวว่าเขาได้รับดุอาอฺนี้จาก Alhabib Thohir bin Muhammad bin Sholeh Alhamid เขาได้กล่าวว่า นี่ก็คือดุอาอฺจาก Alhabib Sholeh Tanggul นี่ก็คือดุอาอฺให้ได้มาซึ่งบ้านของตัวเอง   اللهم رب البيت أسألك بجاه أهل البيت أن تيسر لي خير بيت حتى...

พหุวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์โลกมุสลิม (ตอนที่ 4)

             การที่ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) พูดภาษาเปอร์เซียในบางโอกาสกับสาวกของท่าน และการที่ท่านได้ใช้ให้ท่านซัยดฺ อิบนุ ษาบิต (ร.ฎ.) ศึกษาภาษาฮิบรูว์ของชาวยิวและภาษาสุรฺยานียะฮฺซึ่งเป็นภาษาของชนต่างศาสนาที่เป็นพวกอัศ-ศอบิอะฮฺ นั่นเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการยอมรับในพหุวัฒนธรรมและการเรียนรู้ภาษาตลอดจนวัฒนธรรมของชนต่างศาสนาโดยการส่งเสริมของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) และการมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของท่าน            นักปราชญ์ทางภาษาและไวยากรณ์อาหรับส่วนมากเป็นชาวอาหรับโดยกำเนิด แต่นักไวยากรณ์อาหรับผู้ช่ำชองซึ่งไม่ใช่ชาวอาหรับโดยเชื้อสายก็มีเป็นจำนวนมาก เช่น นักไวยากรณ์อาหรับผู้เจนจัดนามว่า สีบะวัยฮฺ (เสียชีวิตราวค.ศ.796) เป็นชาวเมืองชีราซในอิหร่านที่เติบโตในนครอัล-บัศเราะฮฺ (อีรัก) และเป็นผู้นำของสำนักไวยากรณ์แห่งนครอัล-บัศเราะฮฺ และอิบรอฮีม นิฟเฏาะวัยฮฺ (ค.ศ.858-935) ก็มีบรรพบุรุษเป็นชาวเปอร์เซีย            ในขณะที่อะลี อิบนุ อัล-อับบาส ที่รู้จักกันในนาม...

เราจะต้อนรับเดือนรอมฏอนอย่างไร?? โดย อ.ซารีฟ ศรีเจริญ

  ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ อีกไม่กี่วันข้างนี้เดือนรอมฏอนที่พี่น้องมุสลิมทั่วโลกรอคอยก็กำลังจะหวนมาพบกับพวกเราอีกครั้งหนึ่ง เราต้องยอมรับว่าเดือนรอมฏอนนั้นมีความพิเศษในหลายมิติ บรรยากาศในเดือนรอมฏอนก็ไม่เหมือนกับเดือนอื่นๆ ท่านผู้อ่านลองสังเกตุดูสิครับแล้วท่านจะพบว่าเดือนรอมฏอนนั้นมันมีกลิ่นไอของมัน ความพิเศษหลายอย่างมารวมตัวกันอยู่ในเดือนนี้อย่างน่าอัศจรรย์ สมัยที่ผู้เขียนเรียนอยู่ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ผู้เขียนมีประสบการณ์ดีๆมากมายเกี่ยวกับเดือนรอมฏอน เพราะบริเวณบ้านที่ผู้เขียนอาศัยอยู่ก่อนที่จะเข้าสู่เดือนรอมฏอน บรรดาวัยรุ่นก็จะมารวมตัวกัน แล้วก็พากันมาขอรับบริจาคเงินเพื่อนำไปซื้อไฟกระพริบมาติดบริเวณภายในซอยที่พวกเราอาศัยอยู่ ดังนั้นค่ำคืนในกรุงไคโรช่วงเดือนรอมฏอนจะสว่างไสว สวยสดงดงามมากกว่าเดือนอื่นๆ ทั้งหมด ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผู้เขียนเรียนอยู่ที่นั่นก็จะพบเห็นบรรยากาศอย่างนี้เป็นประจำทุกปี หลายท่านกำลังวางแผนต้อนรับเดือนรอมฏอนอย่างใจจดใจจ่อ ผู้เขียนอ่านพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวทางการต้อนรับเดือนรอมฏอนมากมายหลายแนวทาง ซึ่งแนวทางเหล่านี้จะทำให้เราใช้เวลาในช่วงเดือนรอมฏอนได้อย่างคุ้มค่าจริงๆ แนวทางที่หนึ่ง  ขอดุอาจากพระองค์อัลลอฮฺ ( ซบ. ) ให้เรามีชีวิตอยู่จนกระทั่งถึงเดือนรอมฏอนที่กำลังจะมาเยือนนี้ พร้อมทั้งมีสุขภาพกาย และใจที่แข็งแรงพร้อมที่จะปฏิบัติอิบาดะห์ในเดือนอันทรงเกรียตินี้อย่างเต็มรูปแบบ มีรายงานจากท่านอะนัส บิน มาลิก ( ร.ฏ. ) ว่า เมื่อเข้าเดือนร่อญับท่านศาสดามูฮัมหมัด ( ซ.ล....

มีเงินมหาศาล แต่ซื้อสวรรค์ไม่ได้ โดย อ.บรรจง บินกาซัน

  ในคัมภีร์กุรอานมีเรื่องราวของบุคคลในอดีตมากมายที่สามารถเป็นบทเรียนสำหรับคนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องราวของสามบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินไอยคุปต์หรืออียิปต์โบราณเมื่อประมาณสี่พันปีก่อนรวมอยู่ด้วย นั่นคือ ฟาโรห์รามเสส กอรูนและโมเสส(นบีมูซา) ยุคของฟาโรห์เป็นยุคที่พวกลูกหลานอิสราเอลตกต่ำหลังจากรุ่งเรืองเฟื่องฟูอยู่ในสมัยที่ยูซุฟเป็นผู้ปกครองอียิปต์ สาเหตุแห่งความตกต่ำก็เพราะพวกลูกหลานอิสราเอลหลงลืมสัญญาที่ทำไว้กับยะอ์กู๊บ(ยาโกบ)บิดาของตนเองว่าจะนับถือศาสนาของบิดาและของอับราฮัมผู้เป็นบรรพบุรุษของพวกตน นั่นคือศาสนาแห่งการศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว แต่เมื่อยูซุฟจากไปไม่นาน พวกลูกหลานอิสราเอลได้หันไปกราบไหว้รูปเคารพที่พวกตนทำขึ้นมาเองและหลงระเริงในความมั่งคั่งจนละเมิดขอบเขตของศาสนา พระเจ้าจึงลงโทษคนพวกนี้ด้วยการถูกโค่นอำนาจและตกเป็นทาสของชาวไอยคุปต์เป็นเวลาหลายร้อยปี     ฟาโรห์เป็นกษัตริย์ไอยคุปต์ที่ชาวอียิปต์โบราณเคารพนับถือเหมือนดังเทพเจ้า ส่วนกอรูนและโมเสสเป็นลูกหลานอิสราเอล ทั้งสองคนใช้ชีวิตอยู่ในราชสำนักของฟาโรห์ กอรูนทำมาหากินกับฟาโรห์ท่ามกลางลูกหลานอิสราเอลที่ถูกกดขี่จนเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของไอยคุปต์ในเวลานั้นถ้าไม่นับฟาโรห์ คัมภีร์กุรอานเล่าว่าทรัพย์สมบัติและเงินทองของกอรูนมีมากมายมหาศาลจนถึงขนาดแค่กุญแจกำปั่นเก็บสมบัติต่างๆของเขาต้องใช้ชายฉกรรจ์หลายคนแบก กอรูนมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จของตนเองเป็นอย่างมาก เขาคุยโตโอ้อวดเสมอว่าความสำเร็จของเขามาจากความรู้และความสามารถของเขาล้วนๆ เขาดูถูกพวกลูกหลานอิสราเอลซึ่งเป็นญาติพี่น้องของเขาเองว่าไม่มีความสามารถและพระเจ้าไม่รัก ส่วนลูกหลานอิสราเอลเมื่อเห็นกอรูนมาปรากฏตัวก็อยากเป็นอยากมีอย่างกอรูนบ้าง ส่วนโมเสสรอดจากการถูกฆ่าในตอนเกิดและได้มีโอกาสไปเติบโตในวังของฟาโรห์ แต่ในตอนเป็นหนุ่ม โมเสสได้พบชาวชาวไอยคุปต์กำลังทะเลาะอยู่กับชาวอิสราเอลคนหนึ่ง เขาจึงเข้าไปช่วยพวกของเขา และระหว่างชุลมุนกันนั้นเอง เขาได้ชกชาวไอยคุปต์จนล้มคว่ำตายคาที่ เขาจึงหนีออกจากอียิปต์ไปหลบภัยอยู่ในแผ่นดินของชาวมัดยัน     เมื่อโมเสสได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสนทูตของพระเจ้า เขาได้รับภารกิจให้ไปช่วยเหลือลูกหลานอิสราเอลจาการตกเป็นทาสและเชิญชวนฟาโรห์สู่การศรัทธาในพระเจ้าที่แท้จริง ก่อนเข้าพบฟาโรห์ โมเสสได้เข้าหากอรูนก่อนเพราะเป็นลูกหลานอิสราเอลด้วยกัน ถ้ากอรูนเห็นด้วยกับเขาและช่วยเขา การปลดปล่อยลูกหลานอิสราเอลก็จะง่ายขึ้น ตามคัมภีร์กุรอาน โมเสสได้บอกกอรูนว่า “จงใช้สิ่งที่พระเจ้าประทานแก่ท่านสร้างที่พำนักในโลกหน้า แต่ก็อย่าลืมส่วนของท่านที่ต้องใช้ในโลกนี้ จงทำดีเช่นเดียวกับที่พระเจ้าทำดีกับท่านและจงอย่าสร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน เพราะพระเจ้าไม่ชอบผู้ก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน” (คำเตือนนี้มีอยู่ในคัมภีร์กุรอาน) คำเตือนดังกล่าวเป็นคำพูดง่ายๆที่คนทั่วไปก็สามารถเข้าใจได้ แต่เพราะความทะนงในความมั่งคั่งของตนผนวกกับความเชื่อมั่นว่าฟาโรห์จะหนุนหลังตน กอรูนจึงปฏิเสธความปรารถนาดีของโมเสส เขาดูถูกโมเสสและลูกหลานอิสราเอล ทั้งๆที่โมเสสได้บอกเขาแล้วว่าเขาได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าให้เป็นศาสนทูตของพระองค์ แต่เขาหารู้ไม่ว่าการปฏิเสธตัวแทนของพระเจ้าก็เท่ากับการปฏิเสธพระเจ้าโดยปริยาย     ในที่สุด คัมภีร์กุรอานได้เล่าว่าพระเจ้าได้ลงโทษกอรูนด้วยการให้ธรณีสูบคฤหาสน์ ทรัพย์สินจำนวนมากมายรวมทั้งตัวของเขาจมหายไป...

การวิงวอนขอดุอาอฺให้แก่พี่น้องมุสลิมในเชิงลับ โดย อ. ชุกรี จารู

  مَنْ دَعَا لأَخِيْهِ بِظَهْرِ الغَيْبِ . قَالَ المَلَكُ المُوَكَّلُ بِهِ: آمِيْنَ وَلَكَ بِمِثْلِهِ . صحيح الجامع الصغير وزياداته “ผู้ใดวิงวอนขอดุอาอฺให้แก่พี่น้อง (พี่น้องแท้ๆ หรือพี่น้องมุสลิมทั่วไป) ของเขาในเชิงลับ (โดยที่คนนั้นไม่รู้ ไม่ได้ยิน ไม่เห็น) มลาอิกะฮฺ ที่ถูกมอบหมายให้แก่ผู้ที่ขอดุอาอฺคนนี้จะกล่าว อามีน และขอให้ท่านได้เหมือนกับที่ท่านได้ขอให้แก่พี่น้องของท่าน” เราทุกคนมีมลาอิกะฮฺหลายฝ่ายที่จะดูแล มีมลาอิกะฮฺฝ่ายบันทึกความดี มลาอิกะฮฺฝ่ายบันทึกความชั่ว มลาอิกะฮฺรักษาความปลอดภัยและมลาอิกะฮฺที่จะติดตามการขอดุอาอฺโดยเฉพาะ การขอดุอาอฺในเชิงลับให้แก่พี่น้องเป็นสิ่งที่สมควรกระทำ ถึงแม้คนที่เราขอดุอาอฺให้นั้นเสมือนเป็นศัตรู เป็นคนที่เราเกลียดชังมาก แต่หากเราขอดุอาอฺให้เขา นั่นแสดงถึงความบริสุทธิ์ของเรา ฉะนั้น เราเกลียดใคร ไม่พอใจใคร ก็ขอให้มีส่วนหนึ่งดีๆ ขอดุอาอฺให้เขา...

รู้ไว้เป็นเรื่องดี! 9 อาม้าลในชีวิตประจำวัน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง

  อาม้าล คือ การงานที่ดีที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงสั่งใช้ให้มนุษย์ทุกคนปฏิบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหล่ามุสลิมทุกคนมุ่งหวังจะทำให้สำเร็จ และเหนือสิ่งอื่นใดหากเราทุกคนตั้งใจที่จะประกอบ อาม้าล ที่ดีแล้วพระองค์ย่อมจะทรงตอบแทนด้วยกับผลบุญอย่างมหาศาล วันนี้เราเลยมาว่าถึง 9 อาม้าลในชีวิตประจำวันที่จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองซึ่งทุกคนสามารถปฏิบัติได้ โดยมีดังนี้ อยากมีความสุข / ละหมาดให้ตรงเวลา อยากให้ใบหน้ามีรัศมี / ละหมาดตะฮัจญุด อยากสบายใจ / อ่านกุรอ่าน อยากสุขภาพดี / ถือศีลอด อยากหมดทุกข์ / ขออภัยโทษตลอดเวลา อยากคลายกังวล / ขอดุอาอฺมากๆ อยากพ้นวิกฤต / กล่าว “ลาเฮาล่ะ ว่ะลากูว่ะต่ะ อิ้ลลา บิ้ลลาฮฺ” อยากมีบ่ะร่อกะห์(ความจำเริญ) /...

รางวัล 9 ประการ สำหรับผู้ที่ระวังรักษาการละหมาด

  ในหนังสือตัมบีฮุ้ลฆอฟีลีน มีปรากฎในฮะดีษหนึ่่งว่า การละหมาดทำให้อัลลฮฺพอใจ เป็นสิ่งที่มะลาอิกะฮฺรักและเป็นแบบอย่างของบรรดานบีต่างๆ ทำให้เกิดนูร์(รัศมี) แห่งการรู้จักอัลลอฮฺ อัลลอฮฺทรงรับดุอาฮฺ ทำให้ปัจจัยังชีพมีบะรอกะฮฺ เป็นรากฐานของอีหม่าน เป็นความสบายของร่างกาย เป็นอาวุธต่อสู้ศัตรู มีสิ่งช่วยเหลือคนทำละหมาด เป็นแสงสว่างในหลุมสุสาน เป็นเพื่อนเมื่ออยู่โดดเดี่ยวในหลุมสุสาน เป็นการตอบคำถามของมะลาอิกะฮฺ คือมุงกัดร์และนากีดร์ เป็นร่มเงากำบังจากความร้อนแรงในวินกิยามะฮฺ เป็นแสงสว่างในความมืด เป็นเครื่องกำบังจากไฟนรก เป็นน้ำหนักในตาชั่งแห่งความดี ทำให้ผ่านสะพานซีร็อฏได้รวดเร็วมาก เป็นลูกกุญแจไขสวรรค์ฮาฟิซ อิบนุฮะญัดร์ ได้เล่าจากอุษมาน ระบุในหนังสือมุนับบิฮาต ว่าอัลลฮฺจะประทานเก้ารางวัลให้แก่ผู้ที่ระวังรักษาละหมาดและทำในเวลาที่ถูกกำหนดไว้ กล่าคือ 1. อัลลอฮฺทรงรักเขา 2. เขาจะมีสุขภาพแข็งแรง 3. มะลาอีกะฮฺคุ้มครองเขาอยู่เสมอ 4. บ้านของเขาจะมีบะรอกะฮฺ 5. นูดร์(รัศมี) ของคนซอและฮ์จะปรากฎอยู่บนใบหน้าของเขา 6. เขาจะมีจิตใจอ่อนโยน 7. เขาจะผ่านสะพานซิร็อฏดุจสายฟ้าแลบ 8. เขาจะปลอดภัยจากนรก 9. เพื่อนๆของเขาในสวนสวรรค์ คือบรรดาผู้ที่อัลลอฮฺตรัสไว้คือ “พวกเขาเหล่านั้นไม่มีความกลัวและไม่มีความทุกระทมเลย”...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

วัยรุ่นโหด!! รุมกระทืบ 2 ผัวเมียอาการปางตาย เพราะอะไรไปดู ( ชมคลิป )

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.60 เมื่อเพจดังอย่างเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 ได้มีการแชร์วีดีโอเหตการณ์ชุลมุนบริเวณตลาดขี้ตม หน้าร้านแม็คกี้ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อมีเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายสองสามีภรรยาบาดเจ็บ ซึ่งก่อนเกิดเหตุบนถนนเป็นวันเวย์ แล้วผู้ขับรถคันนี้คงเลี้ยวมาผิดทาง แล้วกลุ่มที่อยู่ข้างทางเลยบอกให้เลี้ยวออก แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมไป จึงทำให้มีปากเสียงกัน กลุ่มข้างทางก็เลย ทุบประตู กระชากประตู ทุบกระจก ถึบกระจก เพื่อจะให้ลงมาเคลียร์ แต่คนขับรถก็ค่อยๆขับจนจะพ้นแยก ก็โดนถึบกระจกอีก เค้าเลยเปิดประตูลงมา พร้อมถือปืนในมือหลังจากที่โดนทุบทำลายรถแล้ว...