29.9 C
Bangkok
วันศุกร์, เมษายน 19, 2019
หน้าแรก ข่าวดัง

ข่าวดัง

โรคซึมเศร้า! ภัยเงียบทำลายชีวิต บำบัดจิตแบบอิสลาม โดย นพ.กษิดิษ ศรีสง่า

  เชื่อว่าหลายคน น่าจะได้ยินข่าวกันอยู่บ้าง เรื่องโรคซึมเศร้า ที่ฟังดูแล้วไม่น่าจะหนักหนา แต่ก็คร่าชีวิตคนมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง นักธุรกิจร่ำรวยพันล้าน คนทั่วไป หรือแม้แต่ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มักมีอาการซึมเศร้า จะเห็นได้ว่าโรคซึมเศร้านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ควรมองข้ามอีกต่อไป เรามารู้จักกับโรคนี้กันให้มากขึ้นเผื่อมีคนใกล้ตัวกำลังคิดท้อแท้ สิ้นหวังในชีวิต ทำให้เป็นโรคนี้ขึ้นมาจะได้มีวิธีป้องกันได้ทันท่วงที สกู๊ปข่าวฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก “นพ.กษิดิษ ศรีสง่า” แพทย์ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ มาช่วยให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงอาการที่ควรเฝ้าสังเกตและวิธีการแก้ปัญหาทางออกของโรคซึมเศร้านี้ทั้งด้านการแพทย์และการบำบัดจิตแบบอิสลาม นพ.กษิดิษ กล่าวว่า เราหลายๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า โรคซึมเศร้า และหลายๆ คนคงคุ้นเคยกับอาการซึมเศร้า และหลายๆ คนอีกเช่นกัน คงเคยมีอาการเศร้า เสียใจ จากความผิดหวัง หรือสูญเสียในเรื่องต่างๆ มากันแล้วมากมาย วันนี้เรามาลองเรียนรู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้ากัน อย่างแรกคือ โรคซึมเศร้า หรือที่ภาษาอังกฤษใช้ว่า Depression นั้น เป็นโรคชนิดหนึ่ง ส่วนคำว่า...

Halal Tourism ฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว ตอนจบ

  อัลฮัมดุลิ้ลละห์ ในที่สุดฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยวได้เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายซึ่งเป็นตอนจบ แต่มิได้หมายความว่าคอลัมน์ ฮาลาลโฟกัส (halal focus) จะจบลงไปด้วย ผู้เขียนยังคงโฟกัสในเรื่องราว ฮาลาล แต่จะเป็นรูปแบบใด แนวไหน ติดตามได้ในฉบับถัดไป คราวนี้ลองมาย้อนรำลึกถึงความหลังกันสักนิดว่าที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม กับ 12 ตอน ฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยวได้นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจเรื่องใดบ้าง ตอนที่ 1 Halal Tourism ตอนที่ 2 แนวทางการปฏิบัติการจัดที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ภาค 1 ตอนที่ 3 แนวทางการปฏิบัติการจัดที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ภาค 2 ตอนที่ 4 แนวทางการพัฒนาร้านอาหารฮาลาลสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 5 โรงพยาบาลตามวิถีอิสลาม ตอนที่ 6 ประเทศไทยรับรองฮาลาลเยอะที่สุดในโลก ตอนที่ 7 สปาฮาลาล มีด้วยหรือ ? ตอนที่ 8 การท่องเที่ยววิถีอิสลาม ตอนที่ 9 อิสลามกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ตอนที่...

หยุดโพสต์ หยุดแชร์ หยุดฟิตนะห์ โดย อ.ฮุไซนี เมฆลอย

  อินเตอร์เน็ตอาจจะนับเป็นปัจจัยที่ห้าของผู้คนในสังคมปัจจุบันรองจากอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคเลยก็ว่าได้  เพราะอินเตอร์เน็ตนั้นสามารถส่งข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างรวดเร็ว และสามารถติดตามข่าวสารของบุคคลทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วมือเท่านั้น ดังกล่าวนี้เป็นเพียงมุมบวกของอินเตอร์เน็ตที่เราสามารถสัมผัสได้ เพราะถ้าเราพิจารณาอย่างละเอียดเราจะพบด้านลบของอินเตอร์เน็ตหลบซ่อนอยู่ในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโพสต์ในสิ่งที่ไม่เป็นจริง หรือเป็นเรื่อง จริงแต่เบื้องหลังเพื่อประจานผู้ที่ตนไม่ชอบหน้า รายงายวิจัยฉบับนี้ ได้รับเกียรติจาก “อ.ฮุไซนี เมฆลอย” อาจารย์ประจำโรงเรียนอิสลามศรีวนา สวนหลวง กรุงเทพฯ และโรงเรียนริยาดุ้ลอุลูม ประเวศ กรุงเทพฯ มาพูดถึงเรื่องของการนินทากันแล้วโพสต์หรือเผยแพร่สิ่งที่ไม่ดีสู่สังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นสังคมสาธารณะ มีโทษบาปในอิสลามอย่างไร? อ.ฮุไซนี กล่าวว่า “การโพสต์ การประจานหรือข่าวลวง ในอินเตอร์เน็ตนั้น เราจะพบเห็นได้ทุกวี่ทุกวันในสังคมออนไลน์ จนบัดนี่กลายเป็นสิ่งเคยชิน เป็นสิ่งที่กระทำแล้วจะไม่รู้สึกอายหรือรู้สึกผิดแต่อย่างใด การเปิดเผยสิ่งไม่ดีของผู้อื่นต่อหน้าสาธารณะโดยไม่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเท่ากับเป็นการนินทาว่าร้ายซึ่งศาสนาถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องห้าม ดังในอายะห์ที่กล่าวว่า وَيْلٌ لِكُلِّ هُمَزَةٍ لُمَزَةٍ “ความว่าความหายนะจะประสบกับทุกคนที่นินทาใส่ร้าย” (ซูเราะห์ตุ้ลลุมาซะห์ อายะห์ที่...

ศรัทธาพัฒนาชีวิต โดย อ.บรรจง บินกาซัน

  กว่าจะเป็นโลกศิวิไลซ์อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทุกสังคมและทุกประเทศล้วนมีการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาที่เกิดมาจากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือความเชื่อทางศาสนา เดิมทีผู้คนในอาณาจักรโรมันเคารพสักการะเทพเจ้าต่างๆมากมาย แต่หลังสมัยพระเยซู หลักความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวที่พระเยซูพร่ำสอนได้ถูกตีความใหม่จนกลายเป็นหลักศรัทธาในพระเจ้าสามองค์(ตรีเอกานุภาพ)และถูกนำไปเผยแพร่ในอาณาจักรไบแซนตินจนเป็นความเชื่อของชาวคริสเตียน ขณะที่ชาวโรมันเลิกเคารพกราบไหว้รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆและหันมารับหลักความเชื่อในตรีเอกานุภาพนั้น ในแผ่นดินอาหรับ ชาวอาหรับเคารพกราบไหว้รูปเคารพมากมาย นักประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าเฉพาะรอบก๊ะอฺบ๊ะฮฺมีเจว็ดบูชาที่ผู้คนมาเคารพกราบไหว้จำนวน 360 ตัว ในขณะที่มหาอาณาจักรไบแซนตินและอาณาจักรเปอร์เซียมีความเจริญมั่งคั่งเข้มแข็ง ผู้คนมีความกินดีอยู่ดี ชาวอาหรับในเวลานั้นส่วนใหญ่ยังไร้อารยธรรม คนรู้หนังสือมีน้อยมาก ผู้คนใช้ชีวิตเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์และทำการค้า ไม่สามารถทำการเกษตรได้เพราะแผ่นดินเป็นทะเลทราย ด้วยความที่น้ำเป็นสิ่งหายากในทะเลทราย ชาวอาหรับจึงใช้น้ำอย่างประหยัด การซักเสื้อผ้ามีน้อยครั้งในแต่ละปี และเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้ง ทำให้ไม่มีเหงื่อเหนียวเหนอะตัว ชาวอาหรับจึงไม่มีความรู้สึกอยากอาบน้ำ และชาวอาหรับในเวลานั้นกินซากสัตว์ตาย ชาวยิวและชาวคริสเตียนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอาหรับต่างพยายามที่จะชักชวนให้ชาวอาหรับเลิกบูชาสักการะเจว็ดเหล่านี้และหันมานับถือศาสนาของตนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต แต่ไม่ประสบความสำเร็จ     ชาวอาหรับเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงอย่างหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อนบีมุฮัมมัดเริ่มประกาศอิสลาม หากใครศึกษาประวัติศาสตร์ ทุกคนจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของชาวอาหรับมิได้เกิดจากการใช้กำลังอาวุธหรือกำลังมวลชน แต่เกิดจากความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในสู่ภายนอก และความศรัทธานี้เกิดขึ้นจากคัมภีร์กุรอานล้วนๆ นบีมุฮัมมัดเป็นผู้ไม่รู้หนังสือ ไม่มีกองทัพ แต่หลังจากได้รับกุรอานจากพระเจ้า ท่านเพียงทำหน้าที่นำสิ่งที่พระเจ้าดลใจไปอ่านให้ชาวอาหรับฟัง แม้จะถูกต่อต้าน แต่ในที่สุด ท่านก็สามารถทำให้ชาวอาหรับเลิกเคารพกราบไหว้เจว็ดบูชาและหันมาศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวเป็นผลสำเร็จในเวลา 23 ปี เนื่องจากความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวกำหนดว่าความศรัทธาต้องถูกแสดงให้เห็นเป็นการปฏิบัติในรูปของการละหมาดประจำวันห้าเวลาและการทิ้งละหมาดถือเป็นบาปใหญ่ และก่อนการละหมาด ผู้ละหมาดต้องทำความสะอาดร่างกายบางส่วน ชาวอาหรับจึงต้องทำความสะอาดร่างกายบางส่วนทุกวันจากที่ก่อนหน้านี้แทบจะไม่ได้ทำความสะอาดกันเลย นอกจากนี้ พระเจ้าได้มีบัญชาให้ผู้ศรัทธาโดยเฉพาะผู้ชายต้องไปละหมาดและฟังเทศนาธรรมทุกบ่ายวันศุกร์ นบีมุฮัมมัดได้กำชับว่าก่อนไปละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด...

“บันทึกบทใหม่ในแดนกีวี : ฉันรู้น้อยเหลือเกิน” โดย อิมรอน โสะสัน

  บันทึกประจำวันที่ 9 มกราคม 2562 : มนุษย์กับองค์กร "ในท้ายที่สุด ความหมายของ "องค์กร" ที่แท้จริงคือ "ชุมชนของมนุษย์ที่มีชีวิต มีอารมณ์ มีความรู้สึก มีจุดอ่อน จุดแข็ง ไม่หยุดนิ่ง" (human beings)ไม่ใช่สถานที่รวมตัวกันของทรัพยากรมนุษย์เพียงมิติเดียว" (human resource) ด้วยเหตุนี้ การบริหารจัดการองค์กรจึงต้องคำนึงและเข้าถึง "ความเป็นมนุษย์" ที่ดำรงอยู่ภายในองค์กรอย่างแท้จริง อาจถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องมองข้ามภาวะผู้นำแบบบุคคล (enough leadership) และ เอาจริงเอาจังกับภาวะผู้นำของทุกคนในชุมชนที่ต้องมีส่วนร่วมกำหนด "อนาคตขององค์กร" ได้อย่างแท้จริง ซึ่งข้าพเจ้าเรียกสิ่งนี้ว่า “community-ship" ดังนั้น สมาชิกในองค์กรที่อยากเห็นองค์กรของตนมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล หรือคิดว่าตัวเองมีอนาคตและความหวังอยู่กับองค์กร ทุกคนต้องช่วยกันสร้าง community-shipให้เกิดขึ้น ศักยภาพของทุกคนในองค์กรต้องได้รับการรื้อฟื้นและปลุกให้ตื่น เพราะโลกทางการบริหารทุกวันนี้...

เผย! คนที่ป่วยหนักจะทำการละหมาดแบบญะเมาะอฺ (ญัมอฺ/รวม) ได้หรือไม่?

  ในหลักการญะเมาะอฺ (ญัมอฺ) ละหมาดมีสองประเภท 1.)ญัมอฺตักดีม คือ นำละหมาดอัศริไปรวมกับละหมาดซุฮ์ริในเวลาของละหมาดซุฮ์ริโดยละหมาดซุฮ์ริก่อนแล้วตามด้วยอัศริ 2.)ญะเมาะอฺ (ญัมอฺ) ตะอฺคีร คือ นำละหมาดซุฮ์ริไปละหมาดรวมกับอัศริในเวลาของละหมาดอัศริ และเช่นเดียวกันในรวมมัฆริบกับอิชาอฺ. ส่วนในกรณีป่วยหนักก็เป็นที่อนุญาตให้ญัมอฺได้ทั้งสองแบบคือตะอฺคีรและตักดีม โดยไม่อนุญาตทำการย่อ (ก้อศ๊อร์) ละหมาด ณ ทัศณะของท่านอิหม่ามนะวาวีย์และอีกหลายท่านของชาฟิอียะฮ์แล้วเป็นมัษฮับของหะนาบิละฮ์ ท่านอิบนุรุสลานกล่าวว่า ในเรื่องอาการป่วยที่อนุญาตให้ละหมาดญัมอฺได้เป็นคำพูดที่แข็งแรง ท่านอะห์มัดและท่านนะวาวีย์ได้เลือกมัน แต่ที่ (มัชโฮ๊ร) ล่ำลือในมัษฮับชาฟิอียะฮ์คือไม่อนุญาตให้ญัมอฺละหมาดในสาเหตุของการป่วย ลมแรง มืด กลัว โคลนลื่น และอื่นคล้ายๆเช่นนี้   ได้สรุปมาจาก อิอานะฮ์,มัจญ์มัวะอฺ,รอวเฎาะฮ์ ขอขอบคุณ : อ.อาลี กองเป็ง

ไขข้อข้องใจ พี่หรือน้องชายเรามีค่าใช้จ่ายไม่พอใช้ในครอบครัวทั้งๆ ที่เขาก็ทำมาหากินและไม่ฟุ่มเฟือย เราจะช่วยเหลือเขาด้วยการให้ซะกาตแก่เขาได้หรือไม่?

  เครือญาติของเรามีสองประเภท 1.) อุซู้ล คือเช่นพ่อแม่/ลูก 2.) หะวาชีย์ คือเช่นพี่น้อง/พีป้าน้าอา เป็นต้น พ่อแม่/ลูก (อุซู้ล) ไม่มีสิทธิรับซะกาตจากเราเพราะจำเป็นเหนือเราต้องเลี้ยงดู หรือจ่ายนะฟะเกาะฮ์แก่พวกเขา แต่หากพ่อแม่หรือลูกเรามีหนี้สิน ก็มีสิทธิรับซะกาตได้ในฐานะฆอริมีน ซึ่งท่านอิหม่ามนะวาวีย์ได้แจงไว้ในมัจมัวะอฺ พี่ป้าน้าอา(หะวาชีย์) หากเขาทั้งหลายยากจนก็มีสิทธิรับสะกาตจากเราได้ และที่น่าทึ่งคือผู้ให้สะกาตแก่พี่ป้าน้าอาที่ขัดสนได้รับสองผลบุญ 1.ผลบุญศ่อดะเกาะฮ์ 2.ผลบุญติดต่อเครือญาติ(ศิละตุ้ลอัรฮาม) ดังท่านนบี(ซ.ล)กล่าวว่า ศ้อดะเกาะฮ์แก่มิสกีน(คนจน)ได้ผลบุญการศ้อดะเกาะฮ์ และศ้อดะเกาะฮ์แก่เครือญาติใกล้ชิด …วั้ลลอฮุอะอฺลัม   ขอขอบคุณ : อ.อาลี กองเป็ง  

ฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว ตอนที่ 12 สถาปัตยกรรมอิสลาม พลังแห่งแรงดึงดูด

  เมื่อกล่าวถึงสถาปัตยกรรมอิสลามในโลกใบนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรือง ความงดงาม ความสามารถของบรรพชนในอดีต  ร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์อันน่าจดจำและภาคภูมิใจ ที่ยังคงมีให้เห็นในทั่วทุกมุมโลก ฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยวครั้งนี้จะนำพาทุกท่าน เรียนรู้ ซึมซับ ความงดงามของสถาปัตยกรรมอิสลาม พลังแห่งแรงดึงดูด ที่สามารถทำให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 6 สร้างพระราชวังดุสิต โดยมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมอิสลาม รวมถึงพระราชวังพญาไท ด้วยเช่นกัน (ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ Bangkok Halal 2017 ปาฐกถาพิเศษ) สถาปัตยกรรมอีกชิ้นหนึ่งที่มีความงดงามได้รับอิทธิพลมาจาก อาณาจักรอันดาลูส ANDALUS ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของสเปน ได้แก่พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นเรือนไม้ทั้งหลัง ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชวังอัลฮัมรออ์ (อาหรับ: الْحَمْرَاء )  ซึ่งมีลวดลายที่สวยงาม ไม่เพียงเท่านั้นยังมีห้องหนึ่ง ในพระที่นั่งสวนอัมพร ที่มีชื่อว่า : อาหรับอันดาลูส สิ่งต่างๆเหล่านี้บ่งชี้ให้เห็นว่า...

บ้านนบี (ซ.ล.) بَيْتُ النَّبِي (ตอนจบ)

  หมายถึงบรรดาผู้ปฏิบัติตามท่านนบี (ซ.ล.) จนกระทั่งถึงวันสิ้นโลก อัล-บัยฮะกียฺเล่าจากท่านญาบิรฺ อิบนุ อับดิลลาฮฺ (ร.ฎ.) และจากอิมามสุฟยาน อัษ-เษารียฺ เป็นทัศนะของนักปราชญ์บางส่วนในมัซฮับอัช-ชาฟิอียฺ และอัล-อัซฮะรียฺได้เลือกทัศนะนี้ รวมถึงอัส-สะฟารินียฺระบุไว้ในละวามิอุล อันว็ารฺ และอิมามอันนะวาวียฺได้ให้น้ำหนักไว้ในชัรหุ เศาะฮีหฺ มุสลิม (64) หมายถึง บรรดาผู้มีความยำเกรงจากประชาคมของท่านนบี (ซ.ล.) อัล-กอฎียฺ หุสัยนฺและอัร-รอฆิบและปราชญ์ท่านอื่น ๆ ได้เล่าไว้ แต่หลักฐานของทัศนะนี้อ่อนถึงอ่อนมาก (65) และทัศนะที่มีน้ำหนักคือ สมาชิกบ้านนบี (อาลุลบัยต์) หมายถึง บรรดาญาติสนิทของท่านนบี (ซ.ล.) ซึ่งการทำทานบริจาคแก่พวกเขาเป็นที่ต้องห้าม เช่น ครอบครัวของท่านอะลี , อะกีล , ญะอฺฟัรและอับบาส เป็นต้น รวมถึงบรรดาภรรยาและลูกหลานผู้สืบเชื้อสายของท่านนบี...

ชื่อนั้นสำคัญไฉน โดย ผศ.ดร.ฮัสบุ้ลเลาะหฺ เซ็มมี

  มนุษย์เราทุกคนนั้นมีชื่อ แต่ละคนจะถูกตั้งชื่อแตกต่างกันออกไปตามความเชื่อ ภาษาและวัฒนธรรมของตนเองที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ มีหลายชื่อที่เป็นภาษาโบราณสืบทอดกันมายาวนานหลายชั่วอายุคน และมีอีกหลายชื่อที่เกิดขึ้นใหม่ตามกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ในสังคมมุสลิมก็เช่นเดียวกัน เราจะพบว่าผู้คนในยุคปัจจุบันมักจะสรรหาชื่อแปลกๆไม่คุ้นหูมาตั้งให้กับเด็กทารกแรกเกิดมากมายหลายชื่อ ซึ่งบางชื่อก็ทำเอาผู้รู้ทั้งหลายหนักใจเพราะต้องพยายามหาความหมายให้ได้ จนทำให้ทุกวันนี้ชื่อดั้งเดิมที่เคยนำมาตั้งให้กับเด็กทารกแรกเกิดค่อยๆเลือนหายไปกับกาลเวลา ทั้งๆที่ชื่อเหล่านั้นเป็นชื่อที่ดีที่ศาสนาสนับสนุนให้นำมาตั้งชื่อให้กับเด็กทารกแรกเกิด แต่ด้วยกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงทำให้ผู้คนในยุคสมัยนี้มีความรู้สึกว่าชื่อเหล่านั้นเป็นชื่อทีเชยไม่ทันสมัยอีกต่อไป เช่น อับดุลเลาะฮ์, อับดุรเราะห์มาน, อับดุรร่อฮีม, มูฮัมหมัด, อีซา, มูซา, อิบรอฮีม, อาอีชะฮ์, ฟาฏีมะฮ์, ค่อดีญะฮ์, อุมมุกัลซูม, หะวาอฺ เป็นต้น ในอิสลามนั้นการเลือกชื่อที่ดีให้กับเด็กทารกแรกเกิดที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากประการหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อแม่จะต้องกระทำ ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวเอาไว้ในอัลหะดีษบทหนึ่งซึ่งรายงานโดยท่านอะบีดัรดาอฺ (ร.ฏ.) ความว่า   عَنْ أَبِي الدَّرْدَاءِ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด