26.2 C
Bangkok
วันอังคาร, มิถุนายน 25, 2019
หน้าแรก ข่าวดัง

ข่าวดัง

เพลิงไหม้ มหาวิหารน็อทร์-ดาม และ มัสยิดอัล-อักซอ กับการฉวยโอกาสสุมไฟในวิกฤต

  ทุกครั้งเมื่อเกิดความเสียหายรุนแรงกับศาสนสถานหรือโบราณสถานเก่าแก่ไม่ว่าจะเป็นของศาสนาใด ตั้งอยู่ที่ไหนของโลก และไม่ว่าจะด้วยเหตุจากฝีมือมนุษย์หรือจากภัยธรรมชาติ เช่น ทั้งแผ่นดินไหว อัคคีภัย อุทกภัย สงคราม การก่อการร้าย ฯลฯ ก็จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมวลมนุษยชาติที่มีอารยธรรมทั่วโลกอย่างไม่แบ่งแยก โดยมองว่าเป็นสมบัติหรือมรดกโลกที่ทุกคนเป็นเจ้าของ และต้องร่วมกันรักษาไว้เพื่อให้ได้ชื่นชมส่งต่อความงดงามและร่องรอยประวัติศาสตร์จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ศาสนาอิสลามจึงห้ามไม่ให้ทำลายศาสนสถานใดแม้ในยามสงคราม เพราะเห็นถึงคุณค่าทางใจของศาสนสถานที่เชื่อมโยงกับผู้คนจำนวนมาก ทั้งนักบวช ผู้ศรัทธา นักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี นักท่องเที่ยว สถาปนิก ฯลฯ “ผศ.ดร. มาโนชญ์ อารีย์” อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางหนังสือพิมพ์กัมปงไทยถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้มหาวิหารน็อทร์-ดาม กรุงปารีส จนวอดไปส่วนหนึ่งเมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา และเหตุเพลิงไหม้ที่บริเวณมัสยิดอัล-อักซอ กรุงเยรูซาเล็ม ในเวลาไล่เลี่ยกัน ว่า “สองเหตุการณ์นี้ได้สร้างความเสียไม่เฉพาะในทางกายภาพต่อศาสนสถานที่สำคัญของโลกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความรู้สึกของผู้คนทั่วโลกอีกด้วย” ผศ.ดร....

อย่าสำคัญผิดคิดเหมือนซาตาน โดย อ.บรรจง บินกาซัน

  ถ้าเอาโครงกระดูกของมนุษย์จากทุกส่วนของโลกมากองรวมกัน เราไม่สามารถแยกได้เลยว่าโครงกระดูกเหล่านั้นเป็นโครงกระดูกของมนุษย์เผ่าพันธุ์ใด เพราะโครงกระดูกมีลักษณะเหมือนกันหมด แม้จะมีขนาดแตกต่างกันพอที่จะให้เดาได้ว่าโครงกระดูกเล็กเป็นของคนเอเชียหรือแอฟริกา และโครงกระดูกใหญ่เป็นของคนยุโรป แต่ก็ไม่แน่เสมอไป แต่พอมีเนื้อหนังต่างสีผิวห่อหุ้มและมีชีวิต มนุษย์ผิวขาวกลุ่มหนึ่ง ร่างกายสูงใหญ่ แข็งแรงและมั่งคั่งก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่ามนุษย์ที่มีสีผิวอื่น การถือผิวชังพันธุ์จึงเริ่มเกิดขึ้น การถือผิวชังพันธุ์อย่างเป็นระบบเกิดขึ้นในอินเดียในรูปของระบบวรรณะซึ่งยังมีอยู่จนถึงวันนี้ ระบบวรรณะใช้ความเชื่อเรื่องพรหมลิขิตซึ่งเป็นความเชื่อทางศาสนาสนับสนุน นั่นคือความเชื่อที่ว่ามนุษย์เกิดมาเพราะพรหม ถ้าใครถูกพรหมลิขิตให้เกิดในวรรณะใด คนนั้นก็ต้องอยู่ในวรรณะที่ถูกลิขิตไว้ตลอดไปโดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวรรณะได้ นอกจากในอินเดียแล้ว ความรู้สึกเรื่องชนชาติหรือเผ่าพันธุ์ของตัวเองเหนือกว่ามนุษย์เผ่าพันธุ์อื่นยังมีให้เห็นในหมู่ชาวยิวที่ตีความคำสอนศาสนาเพื่อยกตนข่มท่าน ชาวยิวอ้างจากคัมภีร์ของตนและจากคัมภีร์ไบเบิลว่าชนชาติของตัวเองเป็นชนชาติที่พระเจ้าคัดเลือกเพราะชนชาติยิวเป็นที่รักของพระเจ้า ไม่เพียงเท่านั้น ชาวยิวกลุ่มนี้ยังอ้างว่าพระเจ้าได้สัญญากับพวกตนว่าพระองค์จะมอบดินแดนแห่งพันธะสัญญาที่มีอาณาเขตตั้งแต่แม้น้ำไนล์ถึงแม่น้ำยูเฟรตีสให้แก่พวกตน ความเชื่อว่าตัวเองเป็นชนชาติที่เหนือกว่าชนชาติอื่นถูกปลูกฝังอยู่ในสายเลือดของคนยิวแม้จะถูกชนชาติอื่นโจมตีจนต้องหนีไปอาศัยตามส่วนต่างๆของโลกก็ตาม     หลังจากเมืองเยรูซาเล็มถูกทำลายโดยกองทัพของอาณาจักรไบแซนตินใน ค.ศ.70 ชาวยิวสามเผ่าได้อพยพมาหลบภัยอยู่ที่ชานเมืองยัษริบในคาบสมุทรอาหรับ ชาวยิวกลุ่มนี้ได้เอาความเชื่อในเรื่องเผ่าพันธุ์ของตัวเองเหนือกว่าคนอื่นติดมากับสายเลือดด้วย ชาวยิวกลุ่มนี้ภาคภูมิใจว่าตัวเองเหนือกว่าชาวอาหรับเพราะบรรพบุรุษของพวกตนเป็นลูกหลานของยาโกบผู้ได้ฉายาว่าอิสราเอล หลานของอับราฮัม และบรรพบุรุษของตนเป็นนบีที่ได้รับคัมภีร์จากพระเจ้า เมื่อนบีมุฮัมมัดเริ่มเผยแผ่อิสลาม พระเจ้าได้กำชับท่านว่าอย่าตำหนิหรือด่าทอรูปปั้นที่ชาวอาหรับท้องถิ่นเคารพบูชา และถ้าจะเผยแผอิสลามในหมู่ชาวยิวก็ต้องใช้วิธีการที่ดีและมีเหตุผล ดังนั้น เมื่อนบีมุฮัมมัดอพยพไปยังเมืองยัษริบ ท่านจึงเรียกชาวยิวว่า “ลูกหลานอิสราเอล” หรือไม่ก็ “ชาวคัมภีร์” เพื่อเป็นการให้เกียรติ ต่อเมื่อคนกลุ่มนี้ต่อต้านท่าน ท่านจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่า“ยะฮูด”ซึ่งแปลว่ายิวนั่นเอง ด้วยความทะนงว่าชนชาติตัวเองเหนือกว่าชนชาติอื่น ชาวยิวจึงไม่ยอมรับนบีมุฮัมมัด ชาวยิวเชื่อว่าถ้าพระเจ้าจะแต่งตั้งนบีเพื่อเผยแผ่ศาสนา พระเจ้าต้องแต่งตั้งคนในเชื้อสายอิสราเอลเท่านั้น ด้วยความเชื่อว่าชนชาติของตนเป็นชนชาติที่พระเจ้ารัก ชาวยิวในเวลานั้นมีความเชื่อถึงขนาดว่าพวกตนจะไม่ตกนรกหรือถ้าจะตกนรกก็จะตกเพียงสองสามวัน...

ฮาลาลโฟกัส การละเมิดเครื่องหมายฮาลาลมีความผิดหรือไม่

  ปัจจุบันการละเมิดลิขสิทธิ์เครื่องหมายรับรองฮาลาลมีให้เห็นอยู่เป็นประจำนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด การละเมิดผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหาร เช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ต่างๆ นั้นยังเป็นการละเมิดที่มีผลกระทบต่อผู้จดทะเบียนลิขสิทธิ์เท่านั้น แต่การละเมิดเครื่องหมายรับรองฮาลาลนั้น นอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้จดทะเบียนไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ยังถือเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องมุสลิมที่ต้องการบริโภคอาหารฮาลาลเท่านั้น เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายรับรองฮาลาลติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์นั้น แสดงถึงว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ดังนั้น การละเมิดการใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาลจึงเป็นการละเมิดสิทธิของมุสลิมผู้บริโภคด้วย คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจึงต้องมีการตรวจสอบการใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาล เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมโดยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพื่อดำเนินการคุ้มครองสิทธิดังกล่าว อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจการผลิตภัณฑ์ฮาลาล ติดตามตรวจสอบผลิตภัณฑ์ฮาลาลและการละเมิดการใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาลในท้องตลาด เมื่อทำการตรวจสอบแล้วต้องทำสรุปสำนวนข้อเท็จจริงให้คณะกรรมการประนีประนอมดำเนินการตามหน้าที่ต่อไป สุ่มตรวจผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ หรือสั่งให้ผู้ประกอบการจัดส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อนำมาตรวจสอบการนำเครื่องหมายรับรองฮาลาลไปใช้ มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ กรณีผู้ประกอบการละเมิดเครื่องหมายรับรองฮาลาล สั่งให้ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามเห็นสมควร แต่งตั้งคณะทำงานตามขอบข่ายอำนาจหน้าที่ได้ตามความเหมาะสม ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจการผลิตภัณฑ์ฮาลาลต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกครั้ง การละเมิดเครื่องหมายรับรองฮาลาลของสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และเป็นเครื่องหมายเดียวที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในหมวดเครื่องหมายรับรองจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541     ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในการละเมิดเครื่องหมายการค้า - พรบ.เครื่องหมายการค้า มาตรา 108 / ป.อาญา มาตรา 273 - เครื่องหมายการค้า...

การวางรากฐานรัฐอิสลาม (ตอนที่ 2) โดย อ.อาลี เสือสมิง

  การสร้างมัสยิดนะบะวียฺ ศูนย์กลางการเผยแผ่ศาสนาและการปกครอง การอพยพสู่นครมะดีนะฮฺของท่านนบี(ซ.ล.)  เป็นจุดเริ่มต้นในการอุบัติขึ้นของ ดินแดนแห่งอิสลาม (ดารุลอิสลาม) บนหน้าแผ่นดินโลก ณ เวลานั้น และนั่นเป็นการประกาศว่า รัฐอิสลาม ภายใต้การกำกับดูแลของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้ปรากฏขึ้นแล้วโดยท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้วางรากฐานที่สำคัญสำหรับรัฐอิสลาม 3 ประการด้วยกัน คือ การสร้างมัสยิดนะบะวียฺและบ้านของท่านนบี(ซ.ล.) การผูกสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง (อัล-มุอาคอต) ระหว่างประชาคมมุสลิมโดยทั่วไปและระหว่างบรรดาผู้อพยพ (มุฮาญิรูน) กับบรรดาผู้ให้การช่วยเหลือ (อัล-อันศอรฺ) ซึ่งเป็นพลเมืองเดิมในนครมะดีนะฮฺที่ประกอบด้วยกลุ่มชน 2 เผ่าคือ เอาวฺส์กับค็อซรอจญ์เป็นกรณีเฉพาะ การบันทึกข้อตกลงอันเป็นธรรมนูญการปกครองที่กำหนดระเบียบว่าด้วยสิทธิและหน้าที่พลเมือง ทั้งในส่วนของประชาคมมุสลิมด้วยกัน และความสัมพันธ์กับชนต่างศาสนิกโดยทั่วไปและชาวยิวเป็นกรณีเฉพาะ (17) มัสยิดนะบะวียฺ ในปัจจุบัน การสร้างมัสยิดนะบะวียฺ ณ บริเวณใจกลางของนครมะดีนะฮฺถือเป็นสิ่งแรกและเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในการสร้างสังคมอิสลาม กล่าวคือ ประชาคมมุสลิมที่จะมีคุณลักษณะที่มั่นคงในการยึดมั่นต่อหลักคำสอนของอิสลามในทุกมิติได้ก็ต่อเมื่อมีมัสยิดเป็นศูนย์กลางในการบ่มเพาะจิตวิญญาณและเป็นแหล่งในการเผยแผ่ความรู้และปัญญาแก่ประชาคม เมื่ออิสลามมีหลักคำสอนว่าด้วยการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ร่วมศรัทธาด้วยกัน การมีความกลมเกลียว รักใคร่บนสามัคคีธรรม ภราดรภาพ ความเสมอภาค...

เจาะลึก! “ขวาจัดคลั่งผิวขาว” ก่อเหตุสังหารมุสลิม 2 มัสยิดนิวซีแลนด์ โดย ดร.ศราวุฒิ อารีย์

  นับเป็นเหตุการณ์ช็อกโลกอีกครั้ง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศนิวซีแลนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีความสุขสงบและเต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม ที่หลายคนขนานนามให้เป็น “ดินแดนแห่งเมฆขาว” เมื่อดินแดนแห่งนี้ต้องเผชิญเหตุก่อการร้ายรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งเมื่อวันศุกร์ 15 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา เมื่อผู้ก่อการร้ายผิวขาวที่นิยมลัทธิ ไวท์สุพรีมาซิสต์ บุกโจมตีมัสยิด 2 แห่งด้วยการกราดยิงใส่มุสลิมขณะละหมาดวันศุกร์ เมื่อเวลา 13.45 น. (ตามเวลาประเทศนิวซีแลนด์) ซึ่งเป้าโจมตีมัสยิดแห่งแรกคือมัสยิดอัลนูรฺ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไครสต์เชิร์ช ขณะนั้นมีคนไปละหมาดประมาณ 200 คน และอีกแห่งคือมัสยิดที่ลินวูด ซึ่งมีผู้ไปละหมาดประมาณ 300 คน ในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 50 คน และมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน ในจำนวนผู้บาดเจ็บมีผู้บาดเจ็บสาหัส 30 คน ผู้ก่อการร้ายที่ตำรวจจับได้คือ นายเบรนตัน ทาร์เรนท์ อายุ 28...

“สามีฆ่าฝังดินภรรยาทั้งที่ยังรัก” คนบ้าหรือคนผิด พินิจเอาเอง!

  ทุกวันนี้ เด็กและสตรีถูกกระทำความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายคนรู้ แต่ยื่นมือเข้าช่วยไม่ได้ เพราะคิดว่า เป็นเรื่องภายในครอบครัว ซึ่งไม่ถูกต้อง จากคดีสะเทือนขวัญเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา “สามีฆ่าภรรยาฝังศพซ่อนเร้นภายในบ้าน” ซึ่งต่อมานายนพ โสภณวสุ (สามี) วัย36 ปี ได้เข้ามอบตัวต่อตำรวจ สน.ทุ่งครุ ยอมรับฆ่านางอิษฎา อุส่าห์เพียร (ภรรยา) ฝังดินทรายในรั้วบ้าน สารภาพว่าที่ทำไปเกิดจากการหึงหวง พร้อมเผย “รู้สึกเสียใจที่ก่อเหตุขึ้น และยังรักภรรยาอยู่ จึงอยากขอโทษครอบครัวของภรรยาในครั้งนี้” หลังจากที่ก่อเหตุยิงภรรยาแล้วได้พาลูกทั้ง 4 คนไปฝากไว้กับพ่อที่บ้านใน จ.ชลบุรี จากนั้นได้กลับมาจัดการศพภรรยา โดยผู้เป็นแม่ได้กลับมาด้วย ซึ่งพ่อที่เป็นทนายความส่วนตัวของนายนพ ระบุว่า ลูกชายมีอาการของโรคซึมเศร้า และได้นำยารักษาโรคซึมเศร้าที่ลูกชายกินเป็นประจำมาแสดงกับตำรวจในชั้นสอบสวนด้วย ล่าสุดได้ทำเรื่องขอประกันตัวแล้ว รายงานวิจัยฉบับนี้ ได้รับเกียรติจาก “อาจารย์ไฟซอล อยู่เป็นสุข” อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนคุณธรรมวิทยา...

การวางรากฐานรัฐอิสลาม (ตอนที่ 1) โดย อ.อาลี เสือสมิง

  อุบัติการณ์แห่งศาสนาอิสลามในยุคสุดท้ายเริ่มต้นขึ้นด้วยการรับวะหียฺ (วิวรณ์) ของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) จากพระองค์อัลลอฮฺ ผ่านท่านญิบรีล (อ.ล.) ณ ถ้ำหิรออฺ เหนือยอดเขาอัน-นู๊ร และการประกาศศาสนาอิสลามแก่พลเมืองมักกะฮฺ ในปีค.ศ.610 ขณะท่านนบีมุฮัมมัด(ซ.ล.) มีอายุได้ 40 ปี การประกาศศาสนา ณ นครมักกะฮฺเป็นไปอย่างลับๆในช่วงแรกราว 3 ปี โดยเป็นไปอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการปะทะกับพวกกุรอยช์ซึ่งทรงอิทธิพลในนครมักกะฮฺ กลุ่มสาวกรุ่นแรกที่ศรัทธาต่อท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  จะเป็นญาติสนิทมิตรสหายและบุคคลในครอบครัวของท่าน จนกระทั่งมีผู้เข้ารับอิสลามทั้งบุรุษและสตรีเกินกว่า 30 คน ก็เริ่มมีการรวมตัวภายในบ้านของอัล-อัรฺก็อม อิบนุ อบีอัล-อัรก็อมเพื่อเรียนรู้หลักคำสอนของอิสลามผ่านโองการอัล-กุรอานที่ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  ได้นำมาประกาศและอ่านให้เหล่าสาวกภายในบ้านหลังนั้นได้รับฟังและทำความเข้าใจ ผลพวงจากการประกาศศาสนาอย่างลับๆในช่วง 3 ปีแรกทำให้มีกลุ่มสาวกเพิ่มขึ้นเกือบ 40 คน ทั้งบุรุษและสตรี ซึ่งส่วนมากเป็นผู้ยากจน ทาส...

สารพันคำถามเดือนรอมฎอน บางคนชอบที่จะทำบุญเลี้ยงอาหารละศีลอด การเช่นนี้ศาสนาสนับสนุนหรือไม่ อย่างไร?

  การเลี้ยงอาหารผู้ถือศีลอดเมื่อถึงเวลาละศีลอดนั้น เป็นกิจกรรมที่ศาสนาสนับสนุนให้กระทำ ท่านนบี (ซ.ล.) ได้เชิญชวนประชาชาติของท่านในบันทึกของอาหมัด ติรมิซี และนะซาอี ความว่า “ผู้ใดเลี้ยงอาหารละศีลอดแก่ผู้ถือศีลอด เขาจะได้รับผลบุญ เช่นเดียวกับผู้ถือศีลอด โดยผลบุญนั้นมิได้ลดหย่อนเลยแม้แต่น้อย”   ขอขอบคุณ : อ.ซารีฟ ศรีเจริญ

หัวใจที่ไม่สงบขาดการนอบน้อมถ่อมตนต่อพระผู้เป็นเจ้าขณะทำการละหมาด เราควรทำอย่างไร?

  การละหมาดเป็นอิบาดะฮ์ (ความดี) ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับมุมินผู้ศรัทธา เพราะการละหมาดนั้นเปรียบเสมือนเสาหลักของศาสนา อีกทั้งยังเป็นสิ่งแรกที่มุมินผู้ศรัทธาจะต้องถูกสอบสวนในโลกหน้าอาคีเราะฮ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถ้าหากว่าการละหมาดของมุมินผู้ศรัทธามีความสมบูรณ์แบบ อิบาดะฮ์อื่นๆก็จะพลอยสมบูรณ์แบบตามไปด้วย ในทางตรงกันข้ามถ้าหากว่าการละหมาดของมุมินผู้ศรัทธานั้นบกพร่อง อิบาดะฮ์อื่นๆก็จะบกพร่องตามไปด้วยเช่นกัน ในซูเราะฮ์อัลมุอฺมีนูน พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงตรัสว่า قالَ الله تعالى (قَدْ أَفْلَحَ الْمُؤْمِنُونَ) المؤمنون /1 ความว่า “ บรรดามุมินผู้ศรัทธานั้นพวกเขาได้รับชัยชนะแล้ว قالَ الله تعالى (الَّذِينَ هُمْ فِي صَلَاتِهِمْ خَاشِعُونَ) المؤمنون /2 ความว่า “ พวกเขาเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขาสงบนิ่งนอบน้อมถ่อมตนต่อพระองค์อัลลอฮ์ในยามที่พวกเขาละหมาด ”             จากโองการดังกล่าวข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าการทำให้หัวใจสงบนิ่งมีสมาธิและรำลึกถึงพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ( خُشُوْعٌ...

สารพันคำถามเดือนรอมฎอน คนหนึ่งมีอาการป่วยเมื่อเข้ารอมฎอนทำให้เขาไม่อาจถือศีลอดได้ เขาต้องถือศีลอดใช้ในวันที่เขาไม่ถือศีลอดเมื่อเขาหายป่วย หรือเขาต้องเสียค่าปรับอะไรอย่างไร?

  ผู้ป่วยที่มีโอกาสหายป่วยได้ เมื่อเข้าสู่รอมฎอนเขาไม่อาจถือศีลอดได้ เขาไม่ต้องเสียค่าปรับด้วยการจ่ายอาหาร ทว่าต้องรอให้อาการนั้นหายก่อน จากนั้นให้เขาทำการถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนวันที่เขาขาดถือศีลอดรอมฎอน ทั้งนี้ต้องหลังจากพ้นรอมฎอนไปแล้ว เพราะอัลเลาะห์ทรงตรัสในอัลกุรอานซูเราะห์ อัลบาก้อเราะห์ โองการที่ 184 ความว่า “พวกเจ้าคนใดที่ป่วยหรืออยู่ใรภาวะเดินทาง ให้ไปทำ (การถือศีลอดใช้) ในวันอื่นๆ”   ขอขอบคุณ : อ.ซารีฟ ศรีเจริญ

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

ไอแบงก์เข้าร่วมอบรมการบูรณาการด้าน”social media” และศึกษาดูงานหน่วยงาน สังกัดกระทรวงการคลัง

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) นำโดย ดร.อาบิดีน วันขวัญ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กรธนาคาร นำทีมเข้าร่วมอบรมเพื่อการบูรณาการด้านประชาสัมพันธ์ ในหัวข้อ "การใช้ Social Media อย่างสร้างสรรค์ ตอบโจทย์การประชาสัมพันธ์เชิงรุก ยุค AEC” และการศึกษาดูงานหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลังในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งกระทรวงการคลัง เป็นเจ้าภาพ โดยได้รับเกียรติจาก นายสมชัย สัจจพงษ์...