28.6 C
Bangkok
วันพุธ, ตุลาคม 23, 2019
หน้าแรก ข่าวดัง

ข่าวดัง

จากน้ำดิน จนมาถึง สบู่ดิน โดย อ.มูฮัมมัดราชา ฟิรเดาซ์

  ประสบการณ์ตรงของผมเมื่อตอนจัดงาน Phuket Andaman Halal 2016 ได้มีส่วนร่วมในการจัดแสดงนิทรรศการวิทยาศาสตร์ฮาลาล  ในบูทที่จัดแสดงนิทรรศการนั้นก็มีงานวิจัยต่างๆ ของ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งทาง ม.อ.พัฒนาเทคนิค พีซีอาร์ ตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเอหมูในเนื้อสัตว์ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคอาหารฮาลาล รองรับการให้บริการแก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในภาคใต้ เป็นผลงานของ อ.พจชนาถ จันทรัศมี นักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาด ใหญ่ ในระหว่างที่ผมกำลังให้ข้อมูลต่างๆในงานนิทรรศการวิทยาศาสตร์ฮาลาลภายในบูทนั้น มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งเดินมาพร้อมครอบครัว สุภาพสตรี:             ขอโทษนะคะมีสบู่ดินจำหน่ายหรือเปล่าคะ ผม:                     ไม่มีครับ สุภาพสตรี:             แล้วสามารถหาซื้อได้ที่ไหนคะ ผม:   ...

คำยืนยันที่วิญญาณต้องไม่ลืม โดย อ.บรรจง บินกาซัน

  ทุกศาสนามีความเชื่อร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ ความเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะความเชื่อในการมีอยู่ของสิ่งที่มองไม่เห็นคือความศรัทธาที่เป็นพื้นฐานของทุกศาสนา ในอิสลาม สิ่งที่มองไม่เห็นที่มุสลิมถูกกำหนดให้ต้องศรัทธาคือ พระเจ้า นรก สวรรค์ มลาอิก๊ะฮฺ(ทูตสวรรค์) ญิน และวิญญาณ แม้บางสิ่งที่มองไม่เห็น แต่พระเจ้าได้ให้ข้อมูลบางอย่างไว้เพื่อให้มนุษย์ได้รู้ เช่น มลาอิก๊ะฮฺ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างจากแสงสว่าง มีปีก ไม่กินไม่ดื่ม ไม่มีความต้องการทางเพศ มีจำนวนมากมายสุดคณานับ ทำหน้าที่รับใช้พระเจ้าโดยไม่ฝ่าฝืน มลาอิก๊ะฮฺที่มีชื่อว่าญิบรีล(กาเบรียล)ทำหน้าที่นำวจนะของพระเจ้ามายังนบีเพื่อให้นบีนำไปสั่งสอนผู้คน มลาอิก๊ะฮฺบางองค์ทำหน้าที่เอาวิญญาณของมนุษย์ เป็นต้น โดยมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นมลาอิก๊ะฮฺ แต่มลาอิก๊ะฮฺสามารถมองเห็นมนุษย์ ญิน เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างจากไฟ ญินถูกส่งมายังโลกนี้พร้อมกับมนุษย์ ญินสามารถมองเห็นมนุษย์ แต่มนุษย์มองไม่เห็นมัน ญินมีการแพร่พันธุ์บนโลกใบนี้เหมือนกับมนุษย์ ดังนั้น ญินจึงมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย ญินมีทั้งดีและชั่ว ญินชั่วถูกเรียกว่าชัยฏอนหรือซาตาน มลาอิก๊ะฮฺสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ และญินสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สี่เท้าได้ เป็นเรื่องน่าแปลกที่คัมภีร์กุรอานได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งเร้นลับทั้งสองว่าถูกสร้างมาจากอะไร แต่ในเรื่องวิญญาณซึ่งเป็นสิ่งเร้นลับและมนุษย์เชื่อว่ามีอยู่ คัมภีร์กุรอานกลับไม่ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ มนุษย์อยากรู้ว่าวิญญาณถูกสร้างมาจากอะไรและพยายามหาคำตอบมานานแล้ว แม้ในสมัยของนบีมุฮัมมัด...

การทำ “กุรบาน” ของกอบีลและฮาบีล ที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์อัลกุรอาน

  ท่านนบีอาดัม (อ.ล.) นั้นถือได้ว่าเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงบังเกิดขึ้นมาจากดินและถูกขนานนามว่าบิดาแห่งมวลมนุษยชาติทั้งหลาย ( أَبُو الْبَشَرِيَّةِ ) หลังจากนั้นพระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงบังเกิดพระนางเฮาวาอ์ผู้เป็นภรรยาขึ้นมาจากกระดูกซี่โครงของนบีอาดัม (อ.ล.) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสตรีคนแรกของโลก ทั้งสองครองคู่กันอยู่ในสวนสวรรค์อย่างมีความสุข พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงอนุญาติให้ทั้งสองกระทำทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ ยกเว้นห้ามเข้าใกล้ต้นไม้ต้องห้าม  หากแต่ว่าอิบลีสผู้ที่มีหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความอิจฉาริษยาและความแค้นที่สุมแน่นอยู่ในหัวใจซึ่งเป็นผลมาจากเมื่อครั้งที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงบัญชาใช้ให้มวลมะลาอีกะฮ์รวมถึงอิบลีสทำการสุหยูดต่อนบีอาดัม (อ.ล.) เพื่อเป็นการให้เกรียติไม่ใช่สุหยูดเพื่อทำอิบาดะฮ์ แต่อิบลีสก็ปฏิเสธที่จะทำเช่นนั้นเนื่องจากความยะโสโอหังที่มีอยู่เต็มหัวใจของเขา อิบลีสได้หลอกล่อและยุยงส่งเสริมให้ทั้งสองเข้าไปใกล้ต้นไม้ต้องห้ามและรับประทานผลของมัน ท่านบีอาดัม (อ.ล.) และภรรยาหลงเชื่อคำยุยงของของอิบลีสจนหลงลืมคำสั่งห้ามของพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทั้งสองจึงได้เข้าไปใก้ลต้นไม้ต้นนั้นและรับประทานผลของมันจนเป็นเหตุให้ทั้งสองถูกขับไล่ออกจากสวนสวรรค์ และแล้วชีวิตของมนุษย์คู่แรกของโลกก็ได้เริ่มต้นขึ้นบนโลกดุนยาใบนี้ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ไม่ได้ปล่อยให้ท่านนบีอาดัม (อ.ล.) และภรรยาดำเนินชีวิตโดยลำพัง หากแต่พระองค์ได้ทรงสอนให้ทั้งสองรู้จักสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกใบนี้ทั้งหมดด้วยพระเมตตาของพระองค์อย่างแท้จริง  ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมดได้ถูกเล่าเอาไว้ในซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์อย่างชัดเจน ตั้งแต่อายะฮ์ที่ 30...

สัญลักษณ์และเครื่องหมาย จากดินแดนมุสลิมสู่ยุโรป

  ท้ายเล่มหนังสือ “อาซารุ้ลหัรบิ ฟิล ฟิกฮิลอิสลามี่ย์” ที่แต่งโดย ดร.วะฮฺบะฮฺ อัซ-ซุฮัยลิยฺ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์อิสลาม มหาวิทยาลัยดามัสกัส ซีเรีย จัดพิมพ์โดย ดารุ้ลฟิกริ พิมพ์ครั้งที่ 4 ค.ศ.1992 หน้าหลังสุดปรากฏภาพด้านล่าง มีกรอบเป็นเส้นทึบรูปทรงรีเหมือนไข่ตามแนวตั้ง ตรงกลางมีสัญลักษณ์ที่คุ้นตา มองผ่านก็นึกออกในทันใดว่าเป็นเครื่องหมายของลูกเสือ ด้านใต้ของภาพเขียนอธิบายด้วยภาษาอาหรับมีความหมายว่า : “เครื่องหมาย (สัญลักษณ์) แห่งพลัง (อำนาจ) ที่รู้จักกันว่า “อัน-นัคละฮฺ” (ต้นอินทผลัม) สำหรับอาณาจักร อัซซังกียะฮฺ จากโบราณวัตถุของป้อมปราการแห่งเมือง หะลับ (อเล็ปโป) ประตู อัล-อะสะดัยนฺ วันนัคละฮฺ (ประตูราชสีห์ 2 ตนกับต้นอินทผลัม) ซึ่งมีประวัติย้อนกลับไปยังปี ค.ศ.1212” เหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้นำเรื่องนี้เขียนลงไว้ใน...

มุสลิมกับวิกฤตสิ่งแวดล้อม (ตอนจบ) โดย อิมรอน โสะสัน

  ด้วยเหตุนี้ โลกอิสลามหรือประชาคมมุสลิมอยู่ในส่วนไหนต่อประเด็นข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว? ซึ่งจากประสบการณ์ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมากว่า 40 ปี ได้ยืนยันต่อข้าพเจ้าว่า มุสลิมสามารถช่วยเหลือให้สิ่งต่างๆหันกลับไปสู่สิ่งที่ดีงามได้มากมายเช่นกัน มุสลิมมีจำนวนร้อยละ 20 ของประชากรโลก และการช่วยกันบรรเทาปัญหาต่างๆร่วมกันสามารถก่อให้เกิดประโยชน์สำหรับมนุษย์ทุกคน ข้าพเจ้าพยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงประเด็นนี้ในหนังสือของข้าพเจ้า “Signs on the Earth: Islam, Modernity and the Climate Crisis” กล่าวคือ “สิ่งแวดล้อมนิยม”ถูกอธิบายและฝังรากอยู่ในหลักคำสอนของอิสลามอย่างลึกซึ้ง ซึ่งในระดับความเข้าใจที่ง่ายที่สุด สิ่งแวดล้อมนิยมเกี่ยวข้องกับหลักจริยธรรมที่ดี พฤติกรรมส่วนบุคคล และพฤติกรรมนั้นควรมีความสัมพันธ์อย่างไรต่อผู้อื่น แน่นอน ย่อมเกี่ยวโยงกับการปฏิบัติดีในความสัมพันธ์ต่อโลกแห่งธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต (สัตว์โลก) อื่นๆอีกด้วย ข้าพเจ้าขอนำ“ตัวแบบ” อันน่ายกย่องมาแสดงไว้ ณ ที่นี้ นั่นคือ ท่านศาสนทูตมุฮัมมัด (ขอความจำเริญและความสันติจงมีแด่ท่าน) ได้สร้างแบบอย่างจากรากฐานอันแข็งแกร่งจนนำไปสู่การวางระบบการปกครองและการสร้างสถาบันที่เข้มแข็งซึ่งปรากฏให้เห็นเป็น “แนวทางที่ครอบคลุมวิถีชีวิต”...

คำยืนยันที่วิญญาณต้องไม่ลืม โดย อ.บรรจง บินกาซัน

  ทุกศาสนามีความเชื่อร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ ความเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะความเชื่อในการมีอยู่ของสิ่งที่มองไม่เห็นคือความศรัทธาที่เป็นพื้นฐานของทุกศาสนา ในอิสลาม สิ่งที่มองไม่เห็นที่มุสลิมถูกกำหนดให้ต้องศรัทธาคือ พระเจ้า นรก สวรรค์ มลาอิก๊ะฮฺ(ทูตสวรรค์) ญิน และวิญญาณ แม้บางสิ่งที่มองไม่เห็น แต่พระเจ้าได้ให้ข้อมูลบางอย่างไว้เพื่อให้มนุษย์ได้รู้ เช่น มลาอิก๊ะฮฺ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างจากแสงสว่าง มีปีก ไม่กินไม่ดื่ม ไม่มีความต้องการทางเพศ มีจำนวนมากมายสุดคณานับ ทำหน้าที่รับใช้พระเจ้าโดยไม่ฝ่าฝืน มลาอิก๊ะฮฺที่มีชื่อว่าญิบรีล(กาเบรียล)ทำหน้าที่นำวจนะของพระเจ้ามายังนบีเพื่อให้นบีนำไปสั่งสอนผู้คน มลาอิก๊ะฮฺบางองค์ทำหน้าที่เอาวิญญาณของมนุษย์ เป็นต้น มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นมลาอิก๊ะฮฺ แต่มลาอิก๊ะฮฺสามารถมองเห็นมนุษย์ ญิน เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างจากไฟ ญินถูกส่งมายังโลกนี้พร้อมกับมนุษย์ ญินสามารถมองเห็นมนุษย์ แต่มนุษย์มองไม่เห็นมัน ญินมีการแพร่พันธุ์บนโลกใบนี้เหมือนกับมนุษย์ ดังนั้น ญินจึงมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย ญินมีทั้งดีและชั่ว ญินชั่วถูกเรียกว่าชัยฏอนหรือซาตาน มลาอิก๊ะฮฺสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ และญินสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สี่เท้าได้ เป็นเรื่องน่าแปลกที่คัมภีร์กุรอานได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งเร้นลับทั้งสองว่าถูกสร้างมาจากอะไร แต่ในเรื่องวิญญาณซึ่งเป็นสิ่งเร้นลับและมนุษย์เชื่อว่ามีอยู่ คัมภีร์กุรอานกลับไม่ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ มนุษย์อยากรู้ว่าวิญญาณถูกสร้างมาจากอะไรและพยายามหาคำตอบมานานแล้ว แม้ในสมัยของนบีมุฮัมมัด มีชาวอาหรับถามท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน...

อาชีพที่ดีที่สุดของมุสลิม โดย อ.อ๊าดนาน มินกาเซ็ม

  การประกอบอาชีพ เพื่อสนองตอบความต้องการในการดำเนินชีวิตของครอบครัว ในทัศนะอิสลามถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก และอิสลามได้ตอกย้ำประเด็นนี้ เรียกร้องเชิญชวนให้มนุษยชาติขวนขวายแสวงหาปัจจัยยังชีพจากการประกอบอาชีพ ท่านศาสดามูฮัมหมัด(ซ.ล.) ได้กล่าวความว่า “การแสวงหาปัจจัยยังชีพที่อนุมัติ (ฮาลาล) เป็นหน้าที่จำเป็น (วาญิบ) เหนือชายและหญิงทุกคน” รู้หรือไม่ว่า?! อาชีพที่ดีที่สุดของมุสลิม คืออะไร? สกู๊ปข่าวหลัก ฉบับนี้ ได้รับเกียรติจาก “อ.อัศวิน (อ๊าดนาน)  มินกาเซ็ม” อาจารย์ประจำโรงเรียนอิสลามสันติชน และคอเต็บประจำมัสยิดอัตตั๊กวา (คลองสองต้นนุ่น) มาช่วยชี้แจงให้ชาวกัมปงไทยได้ทราบกัน... โดย อ.อ๊าดนาน กล่าวว่า “100 เปอร์เซ็นต์ทุกคนอยากมีอาชีพ ต้องการความเป็นอยู่สุขสบาย แล้วเราจะทำอย่างไร ? คงเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนแสวงหาและต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคนี้ พ.ศ.นี้ ผู้คนต่างแย่งแข่งขันกันทำมาหากินเพื่อให้ตนเองและครอบครัวสบาย แต่ทำอย่างไรล่ะจะได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จ ที่สำคัญประสบความสำเร็จทั้งโลกนี้(ดุนยา) และโลกหน้า(อาคิเราะห์) พี่น้องทั้งหลายลองมาอ่านประเด็นต่างๆ...

ผู้ไม่รู้หนังสือ แต่รู้อนาคต โดย อ.บรรจง บินกาซัน

  ไม่มีใครที่เรียนประวัติศาสตร์โลกแล้วไม่รู้จักอาณาจักรโรมันไบแซนตินและอาณาจักรเปอร์เซีย สองมหาอาณาจักรนี้เคยยิ่งใหญ่ในอดีตนานนับพันปีและต่างทำสงครามสู้รบกันเพื่อแย่งชิงดินแดนยุทธศาสตร์ที่เรียกว่าชามซึ่งเป็นแคว้นที่ประกอบด้วยซีเรีย ปาเลสไตน์ จอร์แดนและเลบานอน เนื่องจากแคว้นชามเป็นชุมทางการค้าของชาวอาหรับ การต่อสู้กันของสองมหาอาณาจักรจึงเป็นเหมือนมวยคู่เอกสำหรับชาวอาหรับที่เชียร์อาณาจักรเปอร์เซียเพราะความเชื่อที่คล้ายๆกัน ในเวลานั้น อาณาจักรเปอร์เซียนับถือศาสนาโซโรแอสเตอร์ที่บูชาไฟ ชาวอาหรับบูชารูปปั้น ส่วนอาณาจักรไบแซนตินนับถือศาสนาคริสต์ที่ห้ามเคารพรูปปั้น ชาวอาหรับจึงไม่ชอบความเชื่อของชาวไบแซนติน ค.ศ.610 ซึ่งเป็นปีที่นบีมุฮัมมัดเริ่มปฏิบัติภารกิจเผยแผ่อิสลาม สองมหาอาณาจักรเริ่มเตรียมกำลังประจัญหน้ากัน ค.ศ.614 กองทัพอาณาจักรเปอร์เซียสามารถยึดเมืองเยรูซาเล็มได้และสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ให้แก่โลกคริสเตียน เพราะเยรูซาเล็มเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาของชาวคริสเตียนและชาวยิว ชาวคริสเตียนเกือบแสนคนถูกฆ่า แท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลาย ไม้กางเขนดั้งเดิมซึ่งชาวคริสเตียนเชื่อว่าเป็นไม้กางเขนที่ตรึงพระเยซูถูกยึดและย้ายไปที่อื่น โบสถ์สำคัญหลายแห่งในเมืองถูกทำลาย ชัยชนะครั้งนั้นทำให้คุสโร ปาร์เวซ จักรพรรดิ์เปอร์เซียเกิดความลำพองใจจนถึงขนาดเขียนจดหมายไปถึงเฮราคลิอุส แม่ทัพฝีมือดีที่จักรพรรดิ์โรมันในกรุงคอนสแตนติโนเปิลส่งเขามาปกครองแคว้นชามด้วยสำนวนที่เย้ยหยันดูถูก จดหมายมีใจความดังนี้ “จากคุสโร ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งบรรดาเทพเจ้าทั้งหมด ผู้เป็นนายของโลกทั้งหมด ถึงเฮราคลิอุส บ่าวผู้ย่อยยับและโง่ที่สุด ท่านกล่าวว่าท่านไว้วางใจในพระเจ้าของท่าน แล้วทำไมพระเจ้าของท่านจึงไม่รักษาเมืองเยรูซาเล็มไว้ให้พ้นจากฉัน”     เมื่ออาณาจักรเปอร์เซียยึดครองเมืองเยรูซาเล็มไว้ได้ ชาวอาหรับที่เคารพบูชารูปปั้นต่างพากันดีใจ แต่ก่อนการรบขั้นเด็ดขาดของอาณาจักรเปอร์เซียจะเกิดขึ้น นบีมุฮัมมัดผู้ไม่รู้หนังสือได้นำข้อความในคัมภีร์กุรอานมาประกาศในเมืองมักก๊ะฮฺว่า : “พวกโรมันได้ถูกพิชิตแล้วในแผ่นดินใกล้ๆ แต่หลังจากความพ่ายแพ้ อีกไม่นาน พวกเขาจะได้รับชัยชนะภายในเวลาไม่กี่ปี” (กุรอาน 30:2-3) เมื่อได้ยินข้อความดังกล่าว ชาวอาหรับที่ดีใจกับชัยชนะของอาณาจักรเปอร์เซียต่างพากันหัวเราะเยาะมุสลิม เพราะแสนยานุภาพทางทหารของอาณาจักรเปอร์เซียในเวลานั้นไม่เปิดโอกาสให้ใครคิดเช่นนั้นได้ ดังนั้น...

มุสลิมกับวิกฤตสิ่งแวดล้อม (ตอนที่1) โดย อิมรอน โสะสัน

  ทุกวันนี้พื้นที่ว่างสำหรับ “สิ่งที่เกี่ยวข้องกับอิสลาม” เหลือน้อยลงไปทุกที ทั้งนี้ในความหมายที่สื่อได้ถึงคุณค่าของการอธิบายสิ่งต่างๆแบบองค์รวม ซึ่งผ่านการพิจารณาด้วยทัศนคติแบบบูรณาการ รวมถึงทัศนคติที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์เชิงลึกกับประเด็นสิ่งแวดล้อมโลก โดยทั่วไป เป็นที่รับรู้กันมานานแล้วว่า  “อิสลาม” ไม่สามารถนิยามเพียงแค่ “ศาสนา” “อิสลาม” ถูกบัญญัติขึ้นให้เป็น “วิถีชีวิต” ที่มองไกลไปกว่าพิธีกรรม “อิสลาม” ได้จัดเตรียมวิถีแบบองค์รวมเพื่อการดำรงอยู่ของสรรพสิ่งทั้งหลาย “อิสลาม” ไม่คิดแบ่งแยกระหว่าง  ศาสนธรรมกับโลกฆราวาส และ เช่นเดียวกัน “อิสลาม”ไม่ได้ทำให้สังคมมนุษย์และโลกแห่งธรรมชาติแยกขาดจากกัน ดังที่ อัลกุรอานบทฆอฟิร โองการที่ 57 กล่าวไว้ ความว่า “แน่นอน การสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นใหญ่ยิ่งกว่าการสร้างมนุษย์ แต่ว่าส่วนมากของมนุษย์ไม่รู้”     ด้วยเหตุนี้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่รัฐชาติมุสลิมและประชาชนในประเทศเหล่านี้ถูกปล่อยทิ้งไว้ข้างหลัง ? เมื่อมีการกล่าวถึงความกังวลถึงความหายนะด้านสิ่งแวดล้อมที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ก่อขึ้นเพื่อทำลายตัวเอง คำตอบสั้นๆข้อหนึ่งที่เราได้รับก็คือ สังคมมุสลิมและสังคมความเชื่ออื่นๆต่างยอมจำนนต่ออิทธิพลของโลกตะวันตกที่ยึดหลักการขับเคลื่อนแบบจริยธรรมโลกฆราวาสด้วยระบบทุนนิยมอันก่อให้เกิดการลดทอนความภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าและ ศาสนธรรมจนนำไปสู่การแสวงหาความสุขส่วนตนเป็นที่ตั้ง การตัดขาดจากโลกแห่งธรรมชาติที่มีให้เห็นจนชินตาเริ่มด้วยปัจเจกชนบริโภคจนลืมตัว และระดับรัฐเองก็มีรสนิยมแข่งขันกันสร้างตึกสูง สร้างโครงการแบบหรูหราใหญ่โตจนเลยเถิด     ระหว่างปี...

ไขข้อข้องใจ ไก่ทอดชื่อดัง “ฮาลาล” จริงหรือ? โดย อ.มูฮัมมัดราชา ฟิรเดาซ์

  โดยปกติแล้วเรามักเลือกบริโภคอาหารฮาลาลจากผู้ประกอบการที่นับถือศาสนาอิสลามเพราะเรามีความเชื่อมั่นว่า อาหารที่ปรุงโดยมุสลิมในเบื้องต้นถือว่าฮาลาลด้วยตัวของมันเองนอกจากจะพบว่ามันฮารอมโดยชัดเจน เช่นการเลือกซื้อวัตถุดิบในการนำมาปรุงอาหารที่มาจากแหล่งที่มาไม่ฮาลาล สำหรับอาหารที่ปรุงโดยผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมถือว่าฮารอมโดยพื้นฐานจนกว่าจะพิสูจน์ว่ามันฮาลาลโดยชัดเจน สิ่งนี้คือแนวคิดขั้นพื้นฐานที่มุสลิมส่วนใหญ่ของประเทศใช้ในการตัดสินใจเลือกบริโภคอาหาร ดังนั้นจึงสบายใจที่จะเข้าไปใช้บริการในร้านอาหารของมุสลิมโดยไม่สนใจว่ามีการรับรองฮาลาลขององค์กรใด หรือหน่วยงานใดก็ตาม สำหรับร้านอาหารที่ไม่ใช่มุสลิมเป็นผู้ประกอบการนั้นจะต้องระมัดระวังที่จะไม่เข้าไปบริโภคจนกว่าจะมั่นใจว่าฮาลาล คำถามคือแล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าฮาลาล คงไม่ใช่คำบอกเล่าของเจ้าของร้านอาหารหรือหรือเจ้าของกิจการ เพราะคนที่จะยืนยันให้ผมมั่นใจได้ต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นมิฉะนั้นร้านอาหารที่มีป้ายบอกว่า “ร้านนี้ไม่มีหมูมุสลิมทานได้”  “ร้านนี้ไม่มีหมู” หรือจะด้วยสำนวนใดก็แล้วแต่ คงจะเต็มไปด้วยด้วยพี่น้องมุสลิมเข้าไปใช้บริการ อีกประการหนึ่งที่ได้ยินกันมาเยอะในเรื่อง franchise ไก่ทอดชื่อดังใช้วัตถุดิบที่ผ่านการรับรองฮาลาลจนเป็นที่ถกเถียงกันในวงกว้างของสังคมมุสลิม ณ ปัจจุบัน เราจะมั่นใจได้อย่างไร จึงขอตั้งข้อสังเกตดังนี้ franchise ดังกล่าวใช้ไก่สดและวัตถุดิบอื่นๆ ในกระบวนการผลิต ที่ผ่านการรับรองฮาลาลทุกๆ สาขาในประเทศไทยใช่หรือไม่ บุคคลใด หน่วยงานใด กล้ารับรองกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอนของ franchise ดังกล่าวหรือไม่ สาขาใดบ้างที่เลือกใช้วัตถุดิบที่ผ่านการรับรองฮาลาล และบุคคลใด หน่วยงานใดเป็นผู้รับรองสาขานั้นๆ จากการตั้งข้อสังเกตและการตั้งคำถาม หากยังไม่มีบุคคลคนใด หรือหน่วยงานไหน หรือองค์กรมุสลิมใดๆ  เข้ามาตรวจสอบอย่างเป็นระบบ และสามารถชี้แจงได้ด้วยเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนแล้วสิ่งนั่นเป็นสิ่งคลุมเครือ     มีคำกล่าวว่า Franchise  ดังกล่าวใช้วัตถุดิบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันอยู่แล้ว จากการศึกษาในกรณีดังกล่าวนั้นขอตอบว่า ไม่มีมาตรฐานตัวใดในโลกที่บอกว่าต้องใช้ไก่ที่เชือดให้ถูกต้องตามหลักการศาสนาอิสลามนอกจากมาตรฐานฮาลาล เพราะมาตรฐานอาหารอื่นๆ...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

เจ๋ง!!ผู้ก่อตั้ง Quanticapps ชาวโมร็อกโกพัฒนาแอพพลิเคชันละหมาด On-the-Go

ราบัต-โมฮัมเหม็ด อโลอี ผู้ก่อตั้งQuanticapps, ได้มีการพัฒนาแอพพลิเคชันใหม่ที่จะทำให้ง่ายขึ้นสำหรับการละหมาดของชาวมุสลิมที่จะปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โปร อะซาน และโปร คัมภีร์อัลกุรอาน มีการพัฒนาโดยQuanticapps ที่ครอบคลุมและใช้งานง่าย แอพพลิเคชันเกี่ยวกับศาสนาอิสลามที่มีอยู่ในแอฟสโตร์ และกูเกิลเพล์สโตร์ การเชื่อมต่อเรียบง่าย แสดงสิ่งปลูกสร้างอาคารมัสยิดที่มีชื่อเสียงเป็นสิ่งแรกที่ทักทายผู้ใช้โปร อะซาน การออกแบบของแอพและการจัดการที่ใช้งานง่ายที่อยู่ในหมู่คุณลักษณะที่ดึงดูดผู้ใช้มากขึ้น ที่กำลังมองหาการใช้งานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเตือนพวกเขาของเวลาละหมาด โปรแกรมประยุกต์ที่ไม่จำกัด เพียงการเรียกร้องในมีการละหมาด แต่มีความหลากหลายของฟังก์ชันที่มีประโยชน์และคุณสมบัติ ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานอะซานบางส่วนหรือทั้งหมดของการละหมาด และเลือกเสียงของละหมาด(คนที่อะซานเรียกร้องให้มีการละหมาด) ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะรับการแจ้งเตือนก่อนที่จะมีการละหมาด และหากิบลัต(ทิศทางของการละหมาด) นอกเหนือไปจากรูปถ่ายที่สามารถดาวน์โหลดได้ของรูปมัสยิดที่มีชื่อเสียงแล้ว ก็มีแอพปฏิทินรายเดือนกับเวลาละหมาดในแต่ละวันด้วย นอกจากนี้ ยังมีลูกประคำอิเล็กทรอนิกส์ในการซาลาวาต...