25.5 C
Bangkok
วันศุกร์, ตุลาคม 29, 2021
หน้าแรก กัมปงไทย

กัมปงไทย

เปิดใจ “สมาน อาดัม” จากเด็กธรรมดาสู่ผู้นำองค์กรมุสลิมจังหวัดตราด

  “ผมยึดหลักอีหม่านสำคัญที่สุด ไม่ว่าเราจะอยู่จุดไหน เมื่อมียศถาบรรดาศักดิ์ อัลลอฮฺให้ริสกี เราต้องควบคุมไม่ให้หลงตัวเองนี่คือสิ่งที่ผมยืนหยัด” “นายสมาน อาดัม” หรือ อ.อุสมาน วัย 55 ปี เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตราด ปัจจุบันท่านยังเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ล่าสุดถูกแต่งตั้งให้เป็นประธานจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปี ฮ.ศ.1439 ที่ผ่านมาอีกด้วย จากเด็กธรรมดาคนหนึ่ง เกิดในครอบครัวฐานะยากจน ไม่มีทรัพย์สิน ต้องอพยพจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดตราดตั้งแต่วัยเด็กพร้อมพ่อแม่ที่ไปเริ่มต้นประกอบอาชีพเกษตรกรที่นั่น จนวันนี้เขาคือผู้นำมุสลิมจากจังหวัดตราด ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในด้านสังคมและชุมชนมุสลิมได้รับความไว้วางใจให้เป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตราด จนก้าวเป็นประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตราด อะไรที่ทำให้เขามีวันนี้ “สลามทูเดย์” ฉบับนี้จะพาไปพูดคุยพร้อมกับล้วงลึกเคล็ดลับการทำงานของท่านเส้นทางกว่าจะถึงวันนี้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคแค่ไหนเรามาติดตามกัน...     อ.สมาน อาดัม เล่าว่า “พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิดเกิดที่พระโขนง เขตประเวศ มีพี่น้อง 10 คน...

จากรุ่นสู่รุ่น “ตังเมกรอบฟาตีมะห์” ขนมไม้เจ้าแรกในไทย ต้นตำรับเมืองตราด

  “ตังเมกรอบ” ขนมไทยที่มีมาแต่โบราณ รสชาติหอม หวาน กรอบ ที่ตกทอดจาก “คุณยายละมุน ถนอมวงษ์” กลายมาเป็นวิชาติดตัวจากรุ่นสู่รุ่น  สู่ธุรกิจขนม “ตังเมกรอบฟาตีมะห์” ปัจจุบัน  “อัลฮัมดุลิลลาห์” ฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านมารู้จัก ต้นตำรับ “ตังเมกรอบโบราณ” หรือที่เด็กๆ เรียกว่า “ขนมไม้” อายุกว่าร้อยปี เจ้าแรกของเมืองไทย ถือเป็นเรื่องราวที่น่าภาคภูมิใจมากที่ยังมีขนมไทยโบราณหากินยากโดยมุสลิมเป็นเจ้าของ นับหนึ่งมรดกที่ล้ำค่าของสยามประเทศที่คนรุ่นใหม่ควรรู้จัก “ตังเมกรอบฟาตีมะห์” ตังเมกรอบ หรือน้ำตาลชักเป็นขนมไทยที่มีมาแต่โบราณทำจากน้ำตาลกับกะทิเคี่ยวจนเหนียวได้ที่แล้วแปรรูปออกมาเหมือนกับแท่งไม้ ต้นกำเนิดอยู่ที่บ้านน้ำเชี่ยว ตั้งอยู่ใน ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด “คุณฟาตีมะห์ กัลยา หอมศิริ” วัย 60 ปี ผู้สืบทอดวิชาการทำตังเมกรอบมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า...

บอกเลยต้องลอง! “Abbas’Pizza” พิซซ่าแสนอร่อยจากเชฟกระทะเด็ก

  หากพูดถึงเมนูอาหารสไตล์ อิตาเลียน ที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน เชื่อว่าต้องมีเมนูพิซซ่ารวมอยู่ด้วยแน่นอน “กัมปงชวนหิว” ฉบับนี้ขอเอาใจคนรักพิซซ่าและอาหารอิตาเลียน ร้านนี้ไม่ธรรมดาเพราะเจ้าของร้านมีดีกรีเป็นรองแชมป์ Iron Chef Kids 2016 เอ่ยมาขนาดนี้คงอยากรู้จักร้านนี้กันแล้ว ร้านนี้มีชื่อว่า Abbas’Pizza อยู่แถวถนนพัฒนาการ ซอยพัฒนาการ20 หรือใกล้ซอยอ่อนนุช 17 แยก24 สวนหลวงนี่เองสามารถจอดรถในร้านได้ คุณมาเรียม หมัดนุรักษ์ คุณแม่น้องอนัส และน้องอับบาส เล่าให้ฟังว่า “ชื่อร้าน “อับบาสพิซซ่า” มาจากน้องคนเล็กชื่ออับบาส ตอนนี้อายุ 13 ปี ซึ่งเมื่อสองปีที่แล้วได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันรายการเชฟกระทะเหล็กเด็ก (Iron chef Kids) ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ และก็เข้าร่วมการแข่งขันทำอาหารของเด็กมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง คุณพ่อเสียชีวิต...

“อิดรีสสูท” ร้านตัดสูทคลาสนอกแต่ราคาคนไทย

  หากใครมองหาร้านตัดสูทมาตรฐานสากลหลากหลายแบบ หลายสไตล์ มีตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผูหญิง ขอแนะนำร้านอิดรีสสูท ของคุณอดิศักดิ์ ตันประเสริฐ หรือคุณอิดรีส ซึ่งเป็นช่างตัดอยู่ในวงการสูทมา 30 ปี มีทั้งทักษะและประสบการณ์ในการผลิตสูทเป็นอย่างดี     จุดเริ่มต้นของคุณอิดรีสในอาชีพสูทมาจากความยากจนสมัยเด็ก ชีวิตของเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่อยากมีชีวิตที่ดีกว่าจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯมาหาอาชีพ และความสำเร็จในกรุงเทพฯ เชื่อว่าหลายๆ คนคงเป็นเช่นเดียวกัน แรกเริ่มคือมีคนหมู่บ้านเดียวกันเป็นช่างตัดสูทที่สุขุมวิทซึ่งในสมัยนั้นคนต่างจังหวัดหรือพ่อแม่เวลาจะฝากใครสักคนเขาจะมองคนที่ประสบความสำเร็จเพราะคิดว่าลูกจะประสบความสำเร็จตามรอยไป ก็คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวเพราะงานเย็บผ้าน่าจะเป็นเรื่องของผู้หญิง แต่พอเข้ามาทำจริงๆ มีแต่ผู้ชาย การทำสูทบางครั้งอาจจะต้องอยู่จนสว่าง เพื่อที่จะให้ทันกับลูกค้าที่จะบินกลับต่างประเทศ ซึ่ง 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นลูกค้าต่างประเทศทั้งหมด ตอนนั้นที่คุณอิดรีสทำเพราะคิดว่าจบแค่ ป.6 จึงอยากจะเดินในอาชีพนี้ให้สุดจะได้มีวิชาชีพติดตัว เพราะถ้าหวังแค่ค่าแรงวันละ 300 ก็คงจะเลี้ยงครอบครัวไม่ได้ คุณอิสรีสได้กล่าวอีกว่าการฝึกทำสูทนั้นไม่นานใช้เวลาเพียง 4-5 เดือน แต่ด้วยความที่ตอนนั้นเป็นช่วงวัยรุ่นจึงชอบเดินทางไปหลายที่ ตรงไหนที่เขาบอกว่ามีงานสูทเยอะก็จะเดินทางไปทำซึ่งก็เหมือนเราได้ศึกษาเพิ่มทักษะเพื่อให้เชี่ยวชาญมากขึ้น จากปีที่เริ่มเข้าสู่อาชีพนี้เมื่อ พ.ศ. 2530...

เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการกินกับสุดยอดโมเดิร์นกริลล์ที่ “PRIMAL”

  ช่วงรอมฎอนแบบนี้หลายท่านคงอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาละศีลอดนอกบ้านบ้าง “กัมปงชวนหิว” ขอแนะนําร้านอาหารแนวโมเดิร์นกริลล์ สไตล์ ยุโรป-อเมริกัน ฟิวชั่น หรูหรา ชื่อ Primal (ไพรมัล) ย่านพระราม 9 ซึ่งตกแต่งได้ทันสมัย สวยงาม โดดเด่นด้วยเมนูเนื้อซึ่งผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันของเชฟฝีมือเยี่ยมทุกเมนูเน้นวัตถุดิบคุณภาพบวกกับกรรมวิธีการปรุงให้ได้อาหารที่ดีต่อสุขภาพด้วย อีกทั้งมีความสดใหม่ทุกเมนูรับรองว่าได้สัมผัสรสชาติความอร่อยที่แสนเพอร์เฟค มอบความประทับใจตั้งแต่คําแรกที่ได้ลิ้มลอง เชฟย๊ะกู๊บ ตั้งทรงศิริศักดิ์ วัย 25 ปี ลูกศิษย์ของเชฟเอียน หนึ่งในหุ้นส่วนของร้านเผยว่า “ร้านอาหารแห่งนี้เกิดจากกลุ่มเพื่อน 5 คน เห็นตรงกันว่าอยากทําร้านอาหารแบบ Community น่านั่ง สบายๆ สไตล์โมเดิร์น ให้เพื่อนพ้อง ครอบครัว ได้มาพบปะกันในบรรยากาศที่อบอุ่น เช่นเดียวกับการตกแต่งร้านเริ่มมาจากชื่อร้าน Primal ความหมายมันเหมือนกับจุดเริ่มต้น เหมือนกับสัญชาติญาณของคน คือความหิว...

“แซ่บสุดสาก” อร่อยนัว….ต้องไปตำ

  ถ้าอยากจะทานอาหารอีสานพวกส้มตำ ร้านเด็ด ร้านดังที่วัยรุ่นมุสลิมไปเช็คอินกันบ่อยๆ เห็นจะเป็นร้าน แซ่บสุดสาก (Seab sud sak) มีนบุรี-ร่มเกล้า ร้านนี้การันตีเรื่องความนัว ทีมงานกัมปงชวนหิวไม่รอช้าเดินทางไปพิสูจน์กันถึงที่ ร้านตั้งอยู่ริมถนน มีป้ายร้านสีส้มชัดเจน แม้ว่าจะเป็นร้านข้างทางแนวบ้านๆ แต่รสชาตินี้จี๊ดจ๊าดไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่าย สไตล์พื้นบ้าน ใช้ไม้ไผ่เป็นวัสดุหลักในการตกแต่ง ให้บรรยากาศเหมือนนั่งกินในบ้านต่างจังหวัดโปร่งโล่งสบาย “บังลี” หรือ “อาลี ฤทธิ์เดช” เจ้าของร้าน วัย 31 ปี หนุ่มรุ่นใหม่หลงใหลในอาหารอีสาน จบการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่ด้วยความชอบทำและชอบทานอาหารอีสาน เพื่อนพ้องน้องพี่ต่างพากันชื่นชอบในรสชาติอาหาร ในที่สุดจึงเปิดเป็นร้านอาหารอีสานแบบบ้านๆ ใช้ชื่อว่า “แซ่บสุดสาก” โดยเปิดร้านเป็นปีที่ 3 แล้ว พูดถึงจุดเด่นของร้านเรื่องรสชาติไม่เป็นรองใคร และความสะอาดที่ได้มาตรฐานฮาลาล     มาถึงเมนูขึ้นชื่อที่ใครมาแล้วต้องสั่งคือ เมนูส้มตำแทบทุกเมนู...

“หิวมะห์” ร้านอาหารพื้นบ้านที่บอกเลยว่ารสชาติไม่ธรรมดา!!

  ย่านคู้ขวา มีนบุรี นอกจากมีร้านเสื้อผ้าสไตล์มุสลิมอยู่หลายร้านแล้วยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารฮาลาลต่างๆ มากมายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารสไตล์อิตาเลี่ยน, ญี่ปุ่น, จีน หรือเกาหลี กัมปงชวนหิวฉบับนี้จะพาทุกท่านไปสัมผัสร้านอาหารไทยสไตล์พื้นบ้านธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดาเลยทีเดียว หากมาจากมีนบุรีเลี้ยวเข้าเส้นคู้ขวา ถ.ราษฎร์อุทิศ ตามทางมาเรื่อยๆ สังเกตป้ายซอยราษฎร์อุทิศ 21/4 จะเห็นร้าน “หิวมะห์” อย่างชัดเจน “หิวมะห์” เป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ ครบครันไปทั้งอาหาร ขนมและเครื่องดื่ม จากวัตถุดิบคุณภาพดีในราคาที่ใครๆ ก็จับต้องได้ ซึ่งร้านตกแต่งโดยเน้นการใช้สีขาวสลับกับสีดำและเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน ตัดด้วยโลโก้สีเขียว เติมชีวิตชีวาให้ร้านด้วยภาพตกแต่งต่างๆ อีกทั้งยังครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้ง Wifi ปลั๊กไฟ มีมุมให้นั่งทำงาน สไตล์คนกันเอง และเจ้าของร้านบริการประทับใจ     “ฮัจยีอารี สืบวงค์” เจ้าของร้านเปิดเผยกับทางทีมงานกัมปงไทยว่า “ดั้งเดิมเป็นคนชุมชนบ้านครัวย้ายมาอยู่คู้ขวาได้ 30 กว่าปีแล้ว หลังจากเกษียณจากงานเจ้าหน้าที่รัฐจึงอยากเปิดร้านอาหารเพราะชอบทำอาหารเข้าครัวช่วยมะมาตั้งแต่เด็ก...

กว่าจะมีวันนี้! เปิดใจ “ฮัจยีอิสมาแอล บินซอและห์” เจ้าของสินธรมีทซัพพลาย

  พูดถึง “สินธรสเต็กเฮ้าส์” ร้านสเต็กและบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างเกาหลีชื่อดังย่านรามคำแหงนาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก ไปกี่ครั้งก็เจอผู้บริหารอารมณ์ดี “ฮัจยีอิสมาแอล บินซอและห์” คอยต้อนรับลูกค้าทุกคนเหมือนพี่น้อง ด้วยบุคลิกที่เป็นมิตร รอยยิ้มที่เป็นกันเองทำให้ลูกค้าประทับใจถึงทุกวันนี้ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้สินธรสเต็กส์เฮ้าส์ขึ้นแท่นร้านอาหารมุสลิมอันดับหนึ่งคือ “ฮัจยะห์โสภา รัตนภิบาล” CEO บริษัท สินธรมีทซัพพลาย จำกัด ที่ทั้งคู่ร่วมกันสร้างจนกลายเป็นเจ้าของ “ธุรกิจเนื้อแปรรูปฮาลาลที่ใหญ่ที่สุด” แห่งหนึ่งของประเทศไทย ก่อนจะก้าวพ้นอุปสรรคสู่ความสำเร็จในวันนี้มีคนอีกจำนวนมากไม่รู้ว่าเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรบ้าง “ฮัจยีอิสมาแอล” หรือ “กิตติศักดิ์ บินซอและห์” วัย 70 ปี ย้อนอดีตธุรกิจให้ฟังว่า “ดั้งเดิมเป็นคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ.ลาดบัวหลวง เกิดมาในครอบครัวใหญ่มีพี่น้อง 15 คน เป็นคนที่ 4 สมัยก่อนช่วยพ่อแม่ทำนา ล่องเรือซื้อข้าวตามลานชาวบ้าน บางทีก็ช้อนกุ้ง ทอดแหจับปลามากิน เคยเชือดวัวขายเนื้อตามบ้าน...

“สุวณีย์ ทิพย์หมัด” ผู้นำปู(อัด)กระป๋องโกอินเตอร์ สำเร็จด้วยคุณธรรมอิสลาม

  จากชีวิตติดลบ ทำหน้าที่แทนผู้เป็นแม่ที่จากเธอไปตั้งแต่เยาว์วัยด้วยการดูแลพ่อ ต้องกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใช้หนี้สินนับล้าน สำหรับ “สุวณีย์ ทิพย์หมัด” หญิงแกร่ง แห่ง ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เธอสามารถปลดหนี้ให้พ่อได้ภายในเวลาไม่กี่ปี ด้วยการรับซื้อเนื้อปูจากชาวประมง แล้วนำไปบรรจุลงกระป๋อง ส่งขายต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการแปรรูปอาหารจากปูม้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสินค้าในเครือหลากหลายแบรนด์ในห้วงเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ ที่ผ่านมา มีพนักงาน 500 คน พื้นที่โรงงาน 40 ไร่ ขณะเดียวกันยังต่อยอดด้วยการเปิดร้านอาหาร “ชาวเลซีฟู๊ดส์” นำอาหารทะเลสดๆ มาเสิร์ฟคนกรุงเทพฯ อีกด้วย “สุวณีย์ ทิพย์หมัด” หรือ “คุณวิยะ”  ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด...

“สมยศ หวังอับดุลเลาะ” ผู้บุกเบิกอิสลามศึกษาในมหาวิทยาลัย

  จากเด็กท้องนาที่ชอบใฝ่หาความรู้พยายามพลิกผันตนเองให้ได้เรียนทั้งศาสนาและสามัญ สู่ผู้ที่คร่ำวอดในแวดวงการศึกษาและการทำงานศาสนาอย่างต่อเนื่อง แม้อาจจะไม่ใช่ตำแหน่งสูงแต่ก็เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมาก อะไรที่ทำให้ท่านมีวันนี้เรามารู้จักท่านให้มากขึ้นกันดีกว่า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณผู้อ่านหลายๆ ท่าน อาจารย์สมยศ หวังอับดุลเลาะ หรือชื่อมุสลิมนามว่า ฆอซาลี วัย 59 ปี พื้นเพคนหนองจอก มีพี่น้อง 11 เป็นคนที่ 2 ซึ่งเปรียบเสมือนเหมือนพี่ชายคนโต นับเป็นเสาหลักของทางบ้านช่วยพ่อแม่ทำไร่ไถนา ใช้ควายจนพัฒนาเป็นควายเหล็ก ช่วยเลี้ยงน้อง ด้วยความยากลำบากพยายามพลิกผันตัวเองที่จะไปเรียนหนังสือ ซึ่งได้เรียนด้านสามัญและศาสนาไปด้วย พื้นฐานฟัรดูอีนเรียนกับอ.เราะห์ฮีม เปียมิน  เรียนนักศึกษาผู้ใหญ่ภาคค่ำจนจบระดับมัธยมศึกษาปีที่6 พร้อมเรียนศาสนาที่โรงเรียนมิฟตาห์ฮุ้ลอุลูมมิดดีนียะห์ควบคู่ไปด้วย จากนั้นเรียนวิชาชีพครูจนจบที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ต่อยอดจนกระทั่งได้ทุนการศึกษาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอัลอิสลามมียะห์ ที่มาดีนะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย จนจบคณะชารีอะห์ นิติศาสตร์อิสลาม จบกลับมาเรียนต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) ตอนนั้นช่วงที่ไปเรียนกำลังพลิกผันตัวเองค่อนข้างเยอะเพราะอายุเริ่มมากแล้ว สอนศาสนาและเรียนปริญญาโทไปด้วย บางคนถามทำไมไปเรียนที่มอ.ปัตตานี...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

บรูไนจะเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19เข็มกระตุ้นให้กลุ่มแนวหน้า ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 10,000 คนแล้ว

บรูไนจะเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19เข็มกระตุ้นให้กลุ่มแนวหน้า เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้กลุ่มคนเหล่านี้ซึ่งมีความเสี่ยงติดเชื้อสูง แถลงการณ์กระทรวงสาธารณสุขบรูไนระบุว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจะดำเนินการเป็นระยะ โดยผู้ฉีดวัคซีนเข็มสองในเดือนพฤษภาคม จะได้รับการนัดหมายเพื่อเข้ารับการฉีดเข็มสาม หรือเข็มกระตุ้น ซึ่งก่อนหน้านี้บรูไนประกาศว่า จะใช้วัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค โมเดอร์นา...