30.6 C
Bangkok
วันอังคาร, พฤศจิกายน 19, 2019

สลามทูเดย์

มุสลิมบนเส้นทางความขัดแย้งทางชาติพันธ์ในศรีลังกา และกระแสต่อต้านมุสลิม (ตอนจบ)

  อย่างที่ผมได้เรียนรับใช้ไปในบทความตอนที่แล้ว ชาวมุสลิมในศรีลังกาเป็นกลุ่มคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงนับตั้งแต่เริ่มต้นสงครามกลางเมืองจนกระทั่งความขัดแย้งได้สิ้นสุดลงในปี 2009 พอสงครามความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสิงหลกับพวกพยัคฆ์ทมิฬอีแลมสิ้นสุดลง ปัญหาใหม่ของชาวมุสลิมก็เริ่มตนทันที แต่คราวนี้เป็นปัญหาอันเกิดจากขบวนการชาตินิยมอิงพุทธศาสนา (Buddhist Nationalists) ที่ลุกขึ้นมาปลุกกระแสต่อต้านมุสลิมผ่านรูปแบบและช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งสื่อสาธารณะและโซเซียลมีเดีย กลุ่มชาตินิยมอิงพุทธศาสนาที่เป็นหัวหอกออกมาสร้างกระแสต่อต้านมุสลิมมีอยู่หลายกลุ่มครับ หลัก ๆ คือกลุ่ม โบดู บาลา เสนา หรือ บีบีเอส (Bodu Bala Sena : BBS) กลุ่มสิงหล ราวายา (Sinhala Ravaya) กลุ่มราวานา เบลายา (Ravana Balaya) และกลุ่มอื่น ๆ อีกหลายกลุ่ม ซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับขบวนการชาตินิยมพุทธศาสนา 969 ในเมียนมาภายใต้การนำของพระวีระธู มีการรายงานข่าวยืนยันว่า นับตั้งแต่ปี...

มุสลิมบนเส้นทางความขัดแย้งทางชาติพันธ์ในศรีลังกา และกระแสต่อต้านมุสลิม (ตอนที่ 1)

  มุสลิมเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศศรีลังกาที่มีจำนวนกว่า 2 ล้านคน อันประกอบไปด้วยชาว “มัวมุสลิมศรีลังกา” “อินเดียมุสลิม” และ “มลายูมุสลิม” คำว่า “มัว” (Moor) ในความหมายเชิงประวัติศาสตร์อาจหมายถึงมุสลิมที่มีเชื้อสายมาจากอาหรับหรือคนแทบแอฟริกาเหนือดั้งเดิม แต่คำว่า “มัว” ในความเข้าใจของชาวบ้านทั่วไปก็อาจหมายรวมถึงชาวมุสลิมเชื้อสายอินเดียด้วย ส่วนมลายูมุสลิมคือพวกที่อพยพย้ายถิ่นเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเอเชียใต้นับตั้งแต่ยุคที่ศรีลังกาตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของดัตช์หรือเนเธอร์แลนด์ในช่วงศตวรรษที่ 17 แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องถือว่าชาว “มัวมุสลิม” คือคนกลุ่มใหญ่ที่สุดในบรรดามุสลิมเชื้อสายต่างๆ ในประเทศศรีลังกา ชาวมุสลิมเหล่านี้อาศัยอยู่หนาแน่นในพื้นที่ทางภาคตะวันออกของประเทศ คิดจำนวนเป็น 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมดของภูมิภาค มุสลิมส่วนที่เหลือก็กระจายกันอยู่ทั่วไป แต่ส่วนใหญ่จะอยู่กันหนาแน่นตามหัวเมืองใหญ่ๆ ของประเทศ พวกเขาประกอบอาชีพที่แตกต่างหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่ของมุสลิมที่อยู่ทางภาคตะวันออกมักเป็นเกษตรกร ขณะที่มุสลิมนอกพื้นที่ภาคตะวันออกที่กระจัดกระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ก็มักเป็นพ่อค้านักธุรกิจทั้งรายย่อยและรายใหญ่ มุสลิมที่อาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศเป็นกลุ่มคนที่ใช้ภาษาทมิฬในการสื่อสาร   มุสลิมในบริบททางประวัติศาสตร์ศรีลังกา ศรีลังกาเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางเชื้อชาติมายาวนานระหว่างชาวสิงหล (พุทธ) ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ กับชาวทมิฬ (ฮินดู) ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยที่ต้องการปกครองตนเอง ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อทำให้เกิดข้อเรียกร้องทางการเมืองของชาวทมิฬหนักข้อขึ้น...

ทำความรู้จัก “อาจารย์อับดุลฮากีม (อนันต์) วันแอเลาะ” ประธานจัดงานเมาลิดกลาง ฮ.ศ. 1440

  งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยถือเป็นงานสำคัญของพี่น้องชาวไทยมุสลิมได้ร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีคณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย จุฬาราชมนตรี เป็นประธานอำนวยการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เป็นกรรมการอำนวยการ มีหน้าที่กำกับดูแลและควบคุมการดำเนินงานของคณะกรรมการจัดงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ “อาจารย์อับดุลฮากีม (อนันต์) วันแอเลาะ” ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิดการจัดงาน“ศาสดามูฮัมมัด ผู้ยืนหยัดในสัจธรรม ผู้นำการปฏิรูปสังคม” อาจารย์อับดุลฮากีมกล่าวว่า “ในฐานะประธานจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ฮ.ศ. 1440 หลังจากที่ได้มีการแต่งตั้งจากจุฬาราชมนตรี โดยมติของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ผมได้มีโอกาสเรียกประชุมคณะกรรมการจัดงานเมาลิดที่ได้ทำการแต่งตั้งไปแล้วเป็นจำนวน 2 ครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะให้งานออกมามีคุณภาพสูงสุดและแน่นอนว่า งานที่มีความยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่องค์กรมุสลิมและหมู่มวลมุสลิมทั้งประเทศได้ร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และในทุกปีที่ผ่านมา     นับจากการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยก็ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยเสมอมามิได้ขาด แต่สิ่งที่อยากจะได้เน้นและเรียนเป็นกรณีพิเศษคือ ตลอดงานเมาลิดกลาง 3 วัน 3 คืน จะเป็นอยู่ด้วยเสียงสดุดีในพระเกียรติของพระบรมศาสดาด้วยบทซอลาวาตพระจริยวัตร ตลอดจนคำสอนของพระบรมศาสดานบีมูฮัมมัด(ซ.ล.)” รายการที่ได้มีการบรรจุลงไปล้วนแล้วแต่เป็นมิติใหม่ในการที่จะปฏิรูปสังคมมุสลิม ได้เป็นรากฐานสำคัญที่จะมีต่อไปในอนาคต “ทั้งหมดทั้งปวงนี้เป็นบรรยากาศโดยรวมของงานเมาลิดกลาง การที่จะรังสรรค์งานนี้ให้ออกมามีมาตรฐานและมีคุณภาพสูงสุดต่ออนาคตของสังคมมุสลิมที่จะมีต่อไปอีกส่วนหนึ่งด้วย ขอขอบคุณท่านทั้งหลายในการติดตามและขอให้ได้มามีส่วนร่วมในงานเมาลิดกลางโดยพร้อมเพรียงกัน...

สุดยอด!! “อับดุลเลาะห์ และขวัญ” จากเด็กปอเนาะสู่เส้นทางอาชีพนักบิน

  อาชีพนักบิน เป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่ไม่ง่ายนัก ที่จะมุ่งมั่นนำพาตัวเองสู่อาชีพที่ชอบและเดินตามหาฝันสู่อาชีพที่ตามที่ปรารถนา จากเด็กปอเนาะสู่อาชีพนักบิน ด้วยความพยายามที่ไม่ลดละบวกกับดุอาอฺอย่างตั้งใจทำให้เขามีวันนี้ “ณัฐธร (อับดุลเลาะห์) และขวัญ” หรือ “คุณหนุ่ม” วัย 36 ปี ปัจจุบันเขาเป็นนักบินประจำสายการบินไทย (Thai Airways‎) และยังเป็นประธานชมรมมุสลิมการบินไทยอีกด้วย เรียกได้ว่าเส้นทางการเป็นนักบินพาณิชย์นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เขาเติบโตจากครอบครัวฐานะปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวย เรียนจบจากคณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ด้วยเป้าหมายอยากเป็นนักบินเขาจึงต้องเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อไปสอบชิงทุนเป็นนักบิน     จากเด็กธรรมดา แต่เรียนดี คุณอับดุลเลาะห์เปิดเผยว่า “ผมเริ่มจากเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสุเหร่าทรายกองดิน กรุงเทพมหานคร หลังจบประถม 6 ได้ไปเรียนต่อมัธยมที่โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน จ.ปัตตานี เป็นระบบปอเนาะควบคู่สามัญ หลังจากนั้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ หลังจากเรียนจบทำงานเป็นนักเทคนิคการแพทย์อยู่ 2 ปี...

เส้นทางชีวิตอดีตเด็กปอเนาะสู่ผู้บริหารการศึกษามุสลิม “อับดุลอาซีซ มะหะหมัด”

  อาจารย์ในดวงใจของนักศึกษาสาขาวิชาอิสลามศึกษาและภาษาอาหรับ ม.รังสิต และครูผู้บริหารในดวงใจของเด็กๆ ที่สถานพัฒนาอัจฉริยภาพเด็กฮานีน จากนักเรียนปอเนาะผู้ที่มีความฝันอยากจะเป็นหมอ แต่ทางบ้านอยากให้เรียนศาสนา ด้วยการกำหนดลิขิตของอัลลอฮฺ(ซบ.) และด้วยความตออัตต่อพ่อแม่ทำให้ได้มาไกลจนทุกวันนี้ เรื่องราวชีวิตของอาจารย์ “อาจารย์อำนาจ มะหะหมัด” เป็นอย่างไร? เรามาติดตามกัน “อาจารย์อำนาจ มะหะหมัด” มีชื่อมุสลิมว่า “อับดุลอาซีซ” วัย 41 ปี ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาอิสลามศึกษาและภาษาอาหรับ ม.รังสิต, หัวหน้าศูนย์โลกมุสลิม สถาบันวิทยาการอิสลามและอาหรับศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.รังสิต, เป็นคอเต็บ ประจำมัสยิดนูรุนยากีน ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี, ประธานมูลนิธิมุสลิมศรีปทุม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาล ชื่อสถานพัฒนาอัจฉริยภาพเด็กฮานีน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อ.อับดุลอาซีซ เล่าว่า...

มั่นใจในอิสลาม! “อามีน สันลี” เจ้าของแบรนด์ VOODOO นำสินค้ามุสลิมโกอินเตอร์

  นิยามของคำว่า “ประสบความสำเร็จในชีวิต” คงไม่ได้หมายถึงคนที่มีความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีฐานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องเป็นบุคคลมีหลักการคิด การครองตน ครองคน ครองงาน มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิต และที่สำคัญต้องยึดหลักอิสลามด้วยจึงจะประสบความสำเร็จทั้งดุนยาและอาคีเราะห์ บุคคลตัวอย่างที่สลามทูเดย์จะพามารู้จักในฉบับนี้ จากชีวิตมนุษย์เงินเดือนสู่เจ้าของธุรกิจปลุกปั้นสินค้าจนประสบความสำเร็จส่งขายได้ต่างประเทศเป็นที่ยอมรับถึงขนาดได้รับรางวัลระดับประเทศจากมือของนายกรัฐมนตรี ซึ่งกว่าจะถึงวันนี้ได้เส้นทางชีวิตไม่ได้สวยหรู เขามีหลักคิดในการทำงานอย่างไร มีการนำหลักอิสลามมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างไร และมีส่วนช่วยเหลือสังคมอย่างไรบ้าง เรามาติดตามกันค่ะ บุคคลที่เรากำลังกล่าวถึงคือ “คุณปรีชา สันลี” หรือ “อามีน” วัย 38 ปี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง วูดู (Voodoo) จาก บริษัท บิ๊กไอเดีย คอร์ปอเรท (ประเทศไทย) เล่าจุดเริ่มต้นก่อนที่จะมีวันนี้ว่าเริ่มต้นจากศูนย์ “ผมเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิดเกิดที่ชุมชนบึงพระราม9 ครอบครัวฐานะปานกลาง คุณพ่อเปิดบริษัทเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้าง มีพี่น้อง 3 คน ผมเป็นลูกคนโต...

กว่าจะมีวันนี้! เปิดใจ “ฮัจยีอิสมาแอล บินซอและห์” เจ้าของสินธรมีทซัพพลาย

  พูดถึง “สินธรสเต็กเฮ้าส์” ร้านสเต็กและบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างเกาหลีชื่อดังย่านรามคำแหงนาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก ไปกี่ครั้งก็เจอผู้บริหารอารมณ์ดี “ฮัจยีอิสมาแอล บินซอและห์” คอยต้อนรับลูกค้าทุกคนเหมือนพี่น้อง ด้วยบุคลิกที่เป็นมิตร รอยยิ้มที่เป็นกันเองทำให้ลูกค้าประทับใจถึงทุกวันนี้ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้สินธรสเต็กส์เฮ้าส์ขึ้นแท่นร้านอาหารมุสลิมอันดับหนึ่งคือ “ฮัจยะห์โสภา รัตนภิบาล” CEO บริษัท สินธรมีทซัพพลาย จำกัด ที่ทั้งคู่ร่วมกันสร้างจนกลายเป็นเจ้าของ “ธุรกิจเนื้อแปรรูปฮาลาลที่ใหญ่ที่สุด” แห่งหนึ่งของประเทศไทย ก่อนจะก้าวพ้นอุปสรรคสู่ความสำเร็จในวันนี้มีคนอีกจำนวนมากไม่รู้ว่าเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรบ้าง “ฮัจยีอิสมาแอล” หรือ “กิตติศักดิ์ บินซอและห์” วัย 70 ปี ย้อนอดีตธุรกิจให้ฟังว่า “ดั้งเดิมเป็นคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ.ลาดบัวหลวง เกิดมาในครอบครัวใหญ่มีพี่น้อง 15 คน เป็นคนที่ 4 สมัยก่อนช่วยพ่อแม่ทำนา ล่องเรือซื้อข้าวตามลานชาวบ้าน บางทีก็ช้อนกุ้ง ทอดแหจับปลามากิน เคยเชือดวัวขายเนื้อตามบ้าน...

“สมยศ หวังอับดุลเลาะ” ผู้บุกเบิกอิสลามศึกษาในมหาวิทยาลัย

  จากเด็กท้องนาที่ชอบใฝ่หาความรู้พยายามพลิกผันตนเองให้ได้เรียนทั้งศาสนาและสามัญ สู่ผู้ที่คร่ำวอดในแวดวงการศึกษาและการทำงานศาสนาอย่างต่อเนื่อง แม้อาจจะไม่ใช่ตำแหน่งสูงแต่ก็เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมาก อะไรที่ทำให้ท่านมีวันนี้เรามารู้จักท่านให้มากขึ้นกันดีกว่า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณผู้อ่านหลายๆ ท่าน อาจารย์สมยศ หวังอับดุลเลาะ หรือชื่อมุสลิมนามว่า ฆอซาลี วัย 59 ปี พื้นเพคนหนองจอก มีพี่น้อง 11 เป็นคนที่ 2 ซึ่งเปรียบเสมือนเหมือนพี่ชายคนโต นับเป็นเสาหลักของทางบ้านช่วยพ่อแม่ทำไร่ไถนา ใช้ควายจนพัฒนาเป็นควายเหล็ก ช่วยเลี้ยงน้อง ด้วยความยากลำบากพยายามพลิกผันตัวเองที่จะไปเรียนหนังสือ ซึ่งได้เรียนด้านสามัญและศาสนาไปด้วย พื้นฐานฟัรดูอีนเรียนกับอ.เราะห์ฮีม เปียมิน  เรียนนักศึกษาผู้ใหญ่ภาคค่ำจนจบระดับมัธยมศึกษาปีที่6 พร้อมเรียนศาสนาที่โรงเรียนมิฟตาห์ฮุ้ลอุลูมมิดดีนียะห์ควบคู่ไปด้วย จากนั้นเรียนวิชาชีพครูจนจบที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ต่อยอดจนกระทั่งได้ทุนการศึกษาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอัลอิสลามมียะห์ ที่มาดีนะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย จนจบคณะชารีอะห์ นิติศาสตร์อิสลาม จบกลับมาเรียนต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) ตอนนั้นช่วงที่ไปเรียนกำลังพลิกผันตัวเองค่อนข้างเยอะเพราะอายุเริ่มมากแล้ว สอนศาสนาและเรียนปริญญาโทไปด้วย บางคนถามทำไมไปเรียนที่มอ.ปัตตานี...

“สุวณีย์ ทิพย์หมัด” ผู้นำปู(อัด)กระป๋องโกอินเตอร์ สำเร็จด้วยคุณธรรมอิสลาม

  จากชีวิตติดลบ ทำหน้าที่แทนผู้เป็นแม่ที่จากเธอไปตั้งแต่เยาว์วัยด้วยการดูแลพ่อ ต้องกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใช้หนี้สินนับล้าน สำหรับ “สุวณีย์ ทิพย์หมัด” หญิงแกร่ง แห่ง ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เธอสามารถปลดหนี้ให้พ่อได้ภายในเวลาไม่กี่ปี ด้วยการรับซื้อเนื้อปูจากชาวประมง แล้วนำไปบรรจุลงกระป๋อง ส่งขายต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการแปรรูปอาหารจากปูม้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสินค้าในเครือหลากหลายแบรนด์ในห้วงเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ ที่ผ่านมา มีพนักงาน 500 คน พื้นที่โรงงาน 40 ไร่ ขณะเดียวกันยังต่อยอดด้วยการเปิดร้านอาหาร “ชาวเลซีฟู๊ดส์” นำอาหารทะเลสดๆ มาเสิร์ฟคนกรุงเทพฯ อีกด้วย “สุวณีย์ ทิพย์หมัด” หรือ “คุณวิยะ”  ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด...

“ฮัจยะห์มารียะห์ เดวี” กับเส้นทางการเป็นผู้ให้ อุทิศตนเพื่อสังคมส่วนรวม

  “คนที่เสียสละในเรื่องศาสนาของเรา เราจะประทานความดีงามให้แก่เขา” คงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่า ชื่อเสียง เกียรติยศ และคำชมเชยนั้น เป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา และนั่นก็เป็นเหมือนชิพตัวหนึ่งที่อัลลอฮฺ ทรงฝังไว้ให้อยู่ในหัวใจของพวกเราทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะควบคุมมันอย่างไร และหนึ่งในตัวควบคุมที่ดีก็คือ ความยำเกรงต่อพระองค์ เชื่อมั่นในผลตอบแทนที่พระองค์จะทรงมอบให้กับเรา ซึ่งมิอาจประเมินค่าได้ “นางสะอาด เดวี” หรือ “ฮัจยะห์มารียะห์” อายุ 70 ปี ผู้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนเอื้ออารีย์ เขตสวนหลวง (อ่อนนุช56) ผู้อุทิศตัวให้กับงานด้านศาสนาและสังคมมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ไม่เคยหวังชื่อเสียง เกียรติยศ หรือคำชมเชย ขอแค่ได้ช่วยเหลือเยาวชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากแม่ค้าขายข้าวเหนียวมูนแม่สะอาดในตลาดอารีย์ (ซ.อ่อนนุช43) อุทิศตัวเองมาช่วยเหลืองานด้านสังคมและศาสนา โดยเริ่มจากเห็นเด็กยากจนในชุมชนมีจำนวนมาก และเล็งเห็นว่าปัจจัยสำคัญยิ่งคือ การศึกษา ซึ่งการศึกษาที่ดี และเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กนั้นจะทำให้เด็กในชุมชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้ จึงคิดจะสร้างโรงเรียนขึ้นมา     “เมื่อประมาณปี 2543 หลังจากเลิกขายของมาสักระยะหนึ่งแล้ว...

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

อองซาน ซูจี ยันจำคุกนักข่าว 2 คนที่รายงานวิกฤติโรฮีนจาเป็นไปตามหลักนิติธรรม

  นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา กล่าวปกป้องคำตัดสินของศาลที่ตัดสินจำคุกผู้สื่อข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์สที่รายงานข่าวเกี่ยวกับวิกฤติชาวโรฮีนจาในเมียนมา 2 คน นางซูจี กล่าวว่า พวกเขาไม่ได้ถูกตัดสินจำคุกเพราะเป็นผู้สื่อข่าว แต่เพราะศาลตัดสินว่าพวกเขามีความผิดในกฎหมายการครอบครองเอกสารลับของรัฐบาล พร้อมยืนกรานว่าคดีนี้เป็นการไต่สวนแบบเปิดแก่สาธารณะ และเป็นไปตามหลักนิติธรรม พร้อมย้ำว่าผู้สื่อข่าวทั้ง 2 คนมีสิทธิในการยื่นอุทธรณ์คดี ด้านผู้สื่อข่าวรอยเตอร์สทั้ง 2 คนปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมยืนกรานว่าพวกเขาถูกจัดฉากให้มีความผิดระหว่างจะรายงานข่าวการประหัตประหารนอกกระบวนการยุติธรรมชาวโรฮีนจา 10 คน ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐยะไข่ของเมียนมา เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว   ที่มา : ThaiNews