9 ชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ขอให้ที่ประชุมยูเอ็นเอสซีเรื่องเมียนมารับฟังรายงานจากคณะค้นหาความจริงที่กล่าวหากองทัพเมียนมาว่ากระทำโหดร้ายกับชาวมุสลิมโรฮีนจา

9 ชาติประกอบด้วยสมาชิกถาวร 3 ชาติคือสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส และสมาชิกหมุนเวียน 6 ชาติคือเปรู สวีเดน ไอวอรีโคสต์ เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์และคูเวต ทำหนังสือร่วมกันขอให้ประธานคณะค้นหาความจริงรายงานสรุปต่อยูเอ็นเอสซีในเดือนนี้ เพื่อให้ยูเอ็นเอสซีมีโอกาสได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและนัยยะที่มีต่อสันติภาพเสถียรภาพประชาคมโลก การที่มีสมาชิกสนับสนุนมากถึง 9 ชาติจากทั้งหมด 15 ชาติ ทำให้โอกาสที่จะมีสมาชิกอื่นขัดขวางเป็นอันตกไป เพราะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งในการอนุมัติวาระต่างๆ ของยูเอ็นเอสซี อีกทั้งวาระลักษณะนี้สมาชิกถาวรไม่สามารถใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต้) ได้ ด้านเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำยูเอ็นส่งหนังสือถึงยูเอ็นเอสซีว่า รัฐบาลเมียนมาขอคัดค้านอย่างยิ่งต่อการเปิดรับฟังรายงานสรุปดังกล่าวที่เป็นรายงานด้านเดียว อ้างอิงจากคำบอกเล่า ไม่ใช่หลักฐานมีน้ำหนัก

คณะค้นหาความจริงออกรายงานเมื่อเดือนก่อนเรียกร้องให้ยูเอ็นเอสซีนำเรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ของเมียนมาเข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) หรือตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศเฉพาะกิจเหมือนที่เคยตั้งศาลพิจารณาคดีอดีตยูโกสลาเวียเมื่อปี 2535 ไต่สวนผู้กระทำผิดในสงครามยูโกสลาเวีย รายงานระบุชื่อ พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่ายและนายทหารระดับสูงเมียนมาหลายนายว่าจะต้องถูกสอบสวนและดำเนินคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

แบ่งปัน