สังคมปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุมากมาย อาจทำให้หลงลืมอัลลอฮฺ(ซบ.) และแบบอย่างของท่านนบี(ซ.ล.) หากย้อนไปดูในคำกล่าวชาฮาดะห์ก็จะทำให้เราเข้าใจอย่างชัดเจน “อัชฮะดุ อัลลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ, วะอัชฮะดุ อันนะ มุฮัมมะดัร รอซูลลุลลอฮฺ” ความหมายก็คือ “ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ต้องเคารพสักการะนอกจากอัลลอฮฺ และฉันขอปฏิญาณว่ามูฮัมหมัดนั้นเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺ”

การเป็นบ่าวของอัลลอฮฺนั้นจะต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด คือ การเชื่อฟังพระบัญชาของอัลลอฮฺ ในเมื่ออัลลอฮฺทรงมอบศาสนทูตมาเพื่อเผยแผ่พระบัญชาของพระองค์ ฉะนั้นการเชื่อฟังศาสนทูตของพระองค์ก็คือการเชื่อฟังในพระบัญชาของอัลลอฮฺนั่นเอง ดังดำรัสของอัลลอฮฺ(ซบ.) ในซูเราะห์ อันนิซาอ์ อายะห์ที่ 80 ความว่า “ผู้ใดเชื่อฟังรอซูล แน่นอนเขาก็เชื่อฟังอัลลอฮฺแล้ว”

 

“รายงานวิจัย” ฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก “อาจารย์ไฟซอล อยู่เป็นสุข” อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนคุณธรรมวิทยา จ.ฉะเชิงเทรา ได้รวบรวมซุนนะห์หรือแนวทางของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ที่พวกเราสามารถปฏิบัติตามได้อย่างง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน…

 

%e0%b8%ad-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a5-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82

 

โดยอาจารย์ไฟซอล กล่าวว่า “ในการวางกฎหมายและระบบการดำเนินชีวิตในศาสนาอิสลามอาศัยหลักสองประการ คือ อัลกุรอาน และอัลหะดีษ”

อัลกุรอานจึงถือว่าเป็นหลักฐานแรกที่ขับเคลื่อนกฎหมายอิสลาม ซึ่งไม่ถูก แก้ไข ปรับปรุง  เปลี่ยนแปลง เพราะอัลลอฮฺ(ซบ.) ได้สัญญาไว้ว่า “แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาและเราจะรักษามันไว้(โดยไม่ถูกแก้ไขและเปลี่ยนแปลง)” (อัลฮิจรุ 9)

ส่วนแบบฉบับที่พบในตัวของท่านรอซูลที่เราเรียกว่าซุนนะห์ คือสิ่งที่เราพบเจอจากคำพูดของท่านรอซูล(ซ.ล.) การปฏิบัติ และการยอมรับของท่านนบีต่อบรรดาซอฮาบะห์

สิ่งสองประการนี้  ถือว่าเป็นบรรทัดฐานที่มุสลิมทุกคนต้องใส่ใจและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา การใส่ใจซุนนะห์ของท่านรอซูลถือว่าเป็นสิ่งที่อัลกุรอานได้กำชับไว้อย่างชัดเจนดังที่อัลกุรอานได้กล่าวว่า “สิ่งอันใดที่ท่านรอซูลได้นำมาให้แก่พวกท่าน พวกท่านก็จงยึดและปฏิบัติตามต่อสิ่งนั้น และสิ่งอันใดที่รอซูลได้สั่งห้ามพวกท่าน พวกท่านก็จงออกห่างจากมัน และจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ เพราะแท้จริงการลงโทษของอัลลอฮฺนั้นทรงหนักหน่วงยิ่ง)” (อัลฮัชรุ 7)

แบบอย่างที่ท่านรอซูลได้นำมาคือแบบอย่างที่ง่ายต่อง่ายการปฏิบัติ เพราะเราสามารถทำได้ทุกเวลา เวลาที่สะดวก หรือเวลาที่เรียบเร่ง เวลาที่ทุกข์กาย หรือสบายใจ  แน่นอนว่าทุกครั้งที่เรานำซุนนะห์แบบฉบับของท่านรอซูล(ซ.ล.) มาใช้สิ่งที่เราจะได้รับผลบุญจะได้มาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  1. จะได้รับความพอพระทัยจากอัลลอฮฺและความปิติยินดีจากท่านรอซูล
  2. การทำให้ผู้ที่เป็นที่รักของอัลลอฮฺพอใจ เท่ากับว่าเขาได้ทำให้อัลลอฮฺพอพระทัยเช่นกัน
  3. เป็นสาเหตุให้ได้เข้าสวนสวรรค์ของพระองค์
  4. ชีวิตเขาจะมีความสุขและสงบทั้งโลกนี้และโลกหน้า

 

muslim-hug

 

ซุนนะห์หรือที่เราเรียกว่าแบบฉบับของท่านรอซูลที่ท่านทำระหว่างวันมีมากมาย แค่อยากหยิบยกเพียงบางส่วนมานำเสนอเพื่อทำให้เราได้ปฏิบัติในระหว่างวัน  ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ถูกนำมาปฏิบัติ

 

  1. ขณะตื่นนอน

–  เมื่อรอซูลตื่นนอนท่านจะลุกขึ้นนั่งพร้อมกับเอามือลูบหน้า (มุสลิม)

–  และท่านก็จะอ่านดุอาตื่นนอน (บุคอรีย์)

–  และแปรงฟัน (บุคอรีย์และมุสลิม)

 

  1. ซุนนะห์ในการสวมใส่รองเท้า

รอซูลได้กล่าวว่า “เมื่อใครจะสวมรองเท้า ก็จงสวมเท้าขวาก่อน และเมื่อต้องการถอด ก็จงถอดเท้าซ้ายก่อน (มุสลิม)

 

  1. การได้ยินเสียงอาซาน
  • การกล่าวตามผู้อะซานในแต่ละวรรคของการอะซาน (บุคอรีย์และมุสลิม)
  • การกล่าวซอลาวาตต่อท่านนบีหลังจากเสียงอะซานจบลง (มุสลิม)
  • การกล่าวดุอาตอบรับอะซาน (บุคอรีย์)
  • ขอดุอาอฺให้แก่ตนเองในสิ่งที่ต้องการ (อบูดาวูด)

 

  1. เมื่อพบเจอกัน
  • ทักทายด้วยสลามเป็นอย่างแรก เพราะให้สลามคือสิ่งที่เป็นการงานที่ดีในศาสนา (บุคอรีย์และมุสลิม)
  • การส่งยิ้มให้กัน (มุสลิม)
  • การสัมผัสมือ (อบูดาวุด อิบนุมาญะฮฺ ติรมีซีย์)

 

muslim_prayer__islam_810_500_75_s_c1

 

  1. การดื่มน้ำ
  • การกล่าว “บิสมิ้ลลาอฮฺฯ”
  • ใช้มือขวาในการดื่ม
  • การไม่หายใจลงในน้ำขณะดื่ม
  • การนั่งดื่ม
  • การกล่าว “อัลฮัมดุลิลลาห์” เมื่อเสร็จจากการดื่ม

 

  1. การให้ของหรือส่งของ
  • การส่งของกินหรือเครื่องดื่มที่อาจใช้ร่วมกัน รอซูลจะส่งให้ทางด้านขวามือของท่านก่อน โดยไม่ได้ดูว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนระดับไหนของสังคมก็ตาม

 

  1. การแสดงความดีใจ

ท่านรอซูลจะแสดงความดีใจทุกครั้งที่ท่านทราบว่ามีคนได้รับความดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดุนยาหรืออาคีเราะห์ก็ตาม

 

  1. การรักษาน้ำละหมาดก่อนนอน

ท่านรอซูล ได้กล่าวว่า “เมื่อพวกท่านจะเข้านอน ท่านจงอาบน้ำละหมาด เหมือนกับอาบน้ำละหมาดเพื่อละหมาด และเริ่มนอนด้วยการนอนตะแคงด้านขวา……” (บุคอรีย์)

 

  1. การสะบัดหรือปัดที่นอน ก่อนที่จะนอน (มุสลิม)

 

bangun

 

  1. การอ่านอายะห์กุรซีย์ และสองอายะห์สุดท้ายของซูเราะห์อัลบากอเราะห์ (บุคอรีย์)

 

  1. การวางสิ่งของกั้นระหว่างละหมาดเพื่อบอกคนอื่น (มุสลิม)

 

  1. การละหมาดดุฮาอย่างน้อยสองร๊อกอะฮฺ ตอนสาย (มุสลิม)

 

  1. สมควรบ้วนปากทุกครั้งเมื่อดื่มนม (บุคอรีย์และมุสลิม)

 

  1. เมื่อเยี่ยมผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วย ควรวางมือตรงที่เกิดอาการพร้อมขอดุอาอฺให้ (มุสลิม)

 

  1. การขอดุอาอฺให้แก่ผู้อื่นโดยที่เขาไม่รู้ (มุสลิม)

 

  1. การให้อวัยวะบางส่วนได้สัมผัสกับฝนเมื่อมีฝนตก (มุสลิม)

 

  1. เมื่อมีอาการหาวให้เอามือปิดปาก (บุคอรีย์และมุสลิม)

 

  1. การดูแลและทำความสะอาดเล็บมือเล็บเท้าทุกๆ วันศุกร์ (บุคอรีย์และมุสลิม)

 

  1. การไม่เล่าเรื่องทุกเรื่องที่ได้ยินมาจากใครๆ (มุสลิม)

 

  1. การละหมาดสองร๊อกอะฮฺเมื่อสำนึกผิด

 

20 ประการดังกล่าวคือซุนนะห์บางส่วนที่ท่านรอซูล(ซ.ล.) ได้ปฏิบัติเป็นประจำในชีวิตของท่าน  ดังนั้นการนำซุนนะห์ของท่านรอซูลมาใช้เป็นสาเหตุที่ทำให้เราได้เข้าสวรรค์ บางสิ่งบางอย่างเราหลงลืมที่จะปฏิบัติและหลายสิ่งหลายอย่างเราได้ทอดทิ้งมันไป การได้ฟื้นฟูแบบฉบับซุนนะห์ของท่านรอซูล(ซ.ล.) ในการนำมาบอกกล่าวและนำมาปฏิบัติ ถือว่าเป็นสิ่งที่อิสลามส่งเสริม  และยังเป็นผลบุญให้แก่ผู้ที่นำมาเผยแพร่ให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ที่เราเรียกว่า “ซอดาเกาะฮฺญารียะห์”

 

tnews_1509768832_3474

 

ดังที่รอซูล(ซ.ล.) ได้กล่าวว่า “ใครที่นำแบบฉบับของฉันมาปฏิบัติโดยที่มันถูกหลงลืมไปจากผู้คนแล้ว และมีคนนำไปปฏิบัติตาม ต่อเนื่องกันไป เขาผู้นั้นจะได้รับผลบุญต่อเนื่องด้วยเช่นกัน และตรงกันข้าม หากใครได้ทำในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ และมีคนปฏิบัติตามต่อไปเรื่อยๆ ผู้ที่เริ่มทำ เขาจะได้รับความผิดต่อเนื่องตามจำนวนผู้ที่ปฏิบัตินั้น” (ติรมีซีย์)

สรุปว่า ทุกการงานตรวจดูต้นขั้วให้ดี อันไหนของนบี ? อันไหนของคนก่อคดี ……….?????

 

ขอขอบคุณ : อ.ไฟซอล อยู่เป็นสุข