ชีวิตที่มีบารอกัต พูดเข้าใจง่ายๆ คือชีวิตที่มีความสุขนั่นเอง วันนี้ทุกคน ทุกศาสนา อยากได้ชีวิตที่มีความสุข อยากได้ชีวิตที่อยู่อย่างไม่เดือดร้อน อยู่อย่างสุขกายสบายใจ ไม่มีใครต้องการประสบปัญหา แต่วันนี้ชีวิตที่มีความสุขที่แท้จริง เราจะหาอะไรเป็นบรรทัดฐาน บางคนอาจคิดว่าความร่ำรวยเงินทองจะทำให้สะดวกสบาย เมื่อใดที่เราตั้งมาตรฐานผิด เราก็จะเดินตามผิด ทำให้เราไม่พบบารอกัตหรือไม่พบกับความสุขอีกเลยตลอดชีวิต แล้วชีวิตที่มีบารอกัต (ความจำเริญ) ที่แท้จริงเป็นอย่างไร?

รายงานวิจัยฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก “อาจารย์ซารีฟ (ประสาน) ศรีเจริญ” ผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี จะมาอธิบายความหมายของคำว่า “บารอกัต” และบอกถึง 10 เคล็ดลับการสร้างบารอกัตให้ชีวิตให้เราได้ทราบกัน…

คำว่า “บารอกัต” เรามักจะแปลกันว่าความจำเริญ, ความมีสิริมงคล รากศัพท์เดิมคือ บ่อน้ำสำหรับอูฐกิน ทางวิชาการ หมายถึง การมีความดีที่หลากหลาย หรือการมีคุณธรรม ดังนั้น “บารอกัต” หมายถึงความจำเริญ ความมงคล การมีความสุข เพราะความสุขที่แท้จริงคือความดีที่มีคุณธรรม ท่านนบีเคยแปลให้ฟังว่า ความดีหมายถึงการมีคุณธรรม

“บารอกัต” ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้แต่ยืนยันโดยหลักการว่ามี เหมือนวิญญาณของมนุษย์ที่ไม่สามารถสัมผัสได้แต่เราเชื่อว่ามีจริง  เรื่องของบารอกัตก็เช่นเดียวกัน

“บารอกัต” เกิดขึ้นได้ที่ไหนบ้าง? ตัวบุคคล สถานที่ ช่วงเวลา อาหาร เช่น อัลลอฮฺ(ซบ.) บอกว่า บารอกัตจากฟ้า คือน้ำฝนตกลงมาเพื่อให้มนุษย์เย็นสบายสรรพสิ่งทั้งหลายได้อยู่รอด ที่ตัวบุคคล เช่น ตัวท่านศาสดามีบารอกัต บางหลักฐานมีสาวกหรือซอฮาบะห์ต้องการจะพบท่านศาสดา ขอเสื้อจับเสื้อเพื่อที่จะเอาบารอกัตจากท่านศาสดา หรือเรื่องเวลา การใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ไม่หมดไปกับเรื่องไร้สาระ เพราะเวลามีคุณค่าบารอกัต

 

making-dua-for-parents-resized

 

จากหะดีษและอัลกุรอานกล่าวถึงเรื่องของบารอกัตไว้มากมาย แม้แต่สถานที่ หรือบริเวณ ที่เรียกว่าเป็นบารอกัต เช่น มัสยิดอักซอ อัลลอฮฺ(ซบ.) ทรงตรัสความว่า “เราได้ให้ความมีบารอกัตรอบๆ มัสยิดอัลอักซอ” มหานครมักกะห์ ที่เราไปทำฮัจย์และอุมเราะห์ กิจกรรมอิบาดะห์ที่เราทำมันจะมีผลเป็นทวีคูณ เช่น ละหมาดที่มัสยิดหะรอมได้ผลเป็นทวีคูณ 100,000 เท่า หรือแม้แต่ในมัสยิดนบี(ซล.) เมืองมาดีนะห์ก็เช่นเดียวกัน การปฏิบัตอะมั้ลของเราได้รับผลบุญเพิ่มเป็นทวีคูณ หรือน้ำซัมซัม ท่านนนบีก็เรียกว่าเป็นอาหารชนิดที่มีบารอกัต หรือช่วงเวลาที่มีบารอกัต เช่น กุรอานกล่าวถึงเรื่อง “ลัยละตุ้ลก็อดร์”, รอมฎอน 10 วันสุดท้าย, 10 วันแรกมุฮัรรอม เป็นต้น

เราเข้าใจแล้วว่าคำว่าบารอกัตเกิดได้ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ เวลา บุคคล แม้ในตัวของเรา การเป็นอยู่ วิถีชีวิตสามารถที่จะมีบารอกัต มีความสิริมงคล จำเริญได้ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง มันต้องมีการปฏิบัติด้วย เปรียบเสมือนดังต้นข้าวที่อยู่ๆ มันจะเกิดขึ้นมาเองไม่ได้ต้องมีคนปลูกคนว่านเมล็ดก่อน

ดังนั้นการมีบารอกัตในวิถีชีวิตของเรา ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ หรือความร่ำรวย ทั้งหมดไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าชีวิตของเราจะมีบารอกัต บางครั้งการมีทรัพย์มากก็ไม่ได้ทำให้คนมีความสุขเสมอไป ความร่ำรวยก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะมีบารอกัตเสมอไป ดังนั้นการดำเนินชีวิตในความเป็นมุสลิมของเราสำคัญที่สุด หากเราต้องการบารอกัต ต้องการความสุขทั้งกายใจ อาจลำบากกายแต่จิตใจมีความสุข เพียงเท่านี้ถือเป็นบารอกัตแล้ว

หากต้องการให้ชีวิตของเราเต็มไปด้วยความดีงามและมีความสุขที่แท้จริงควรปฏิบัติให้ได้ ดังนี้

 

2016_flint-water-crisis-w2_089 barakah-how-can-we-obtain-blessings-in-ramadan

 

10 เคล็ดลับสร้างบารอกัตให้ชีวิต

  1. تقوى الله   มีหัวใจภักดีต่ออัลลอฮฺ

มีความสุขแม้ว่าเราจะยาก ดี มี จน สภาพร่างกายของเราจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าหากว่าใจของเรามีอัลลอฮฺ(ซบ.) ใจจะรู้สึกสงบ เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีเราก็พลอยดีใจด้วยไม่อิจฉาริษยา ไม่ละโมบ สิ่งเหล่านี้อยู่ในคำว่าตักวัลลอฮฺ คือการปฏิบัติสิ่งที่ศาสนาใช้และห่างไกลสิ่งที่ศาสนาห้าม ไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น ช่วยเหลือคนอื่น ไม่เบียดเบียนคนอื่น มีคุณธรรมจริยธรรม การมีศรัทธา มีการขออภัยโทษ (อิสติฆฟาร) อยู่เสมอ

  1. الصدق   มีความสัจจริง

โดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจ การทำธุรกิจให้มีบารอกัต มีความเพิ่มพูน มีความสุข เราต้องพูดจริงทำจริง อย่าโกหก เพราะการโกหกทำให้เราก็ไม่สบายใจ ได้เงินมาก็ไม่มีความสุข ดังนั้นการที่เราพูดจริง ทำจริง และอธิบายธุรกิจของเราให้ชัดเจน ไม่ใช่คุมเครือ หลอกลวง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราไม่มีความสุข ทำให้เราไม่มีบารอกัต การมีบารอกัตต้องมีความดีด้วย นบี(ซ.ล.) บอกความดีคือการมีคุณธรรม สิ่งไม่ดีคือสิ่งที่มีความสับสนในหัวใจทำให้ใจของเราไม่ปลอดโปร่ง ฉะนั้นเราจะต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่ปกปิด ตลบตะแลง

  1. قراءة القران  อ่านอัลกุรอาน

อย่าลืมว่าในตัวกุรอานมีบารอกัต จากหลักฐานอัลกุรอาน และหะดีษของท่านรอซูล(ซ.ล.) บอกว่าในกุรอานมีบารอกัตในตัว การอ่านกุรอานทำให้จิตใจเราสงบ เป็นสุดยอดของซิกรุ้ลลอฮฺ (การที่เราจะระลึกถึงอัลลอฮฺตะอาลา) บทซิเกรก็เป็นการระลึกถึงอัลลอฮฺ(ซบ.) แต่การอ่านกุรอานเป็นยอดของการซิเกร สุดยอดของการระลึกถึงอัลลอฮฺ(ซบ.)

ที่ใดมีการอ่านอัลกุรอานตรงนั้นจะเกิดความสงบ จะเกิดเป็นบารอกัต ทำให้มีความสุข ดังนั้นเวลาอัลกุรอานถูกอันเชิญ ศาสนาจึงบอกให้เรานิ่งฟัง นอกเหนือจากการอ่านเราจะต้อง ฟัง ทบทวน ท่องจำ และปฏิบัติตาม หากสามารถรับรู้ความหมายได้ยิ่งทำให้เรามีความรู้ยิ่งมีบารอกัต

อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่าการอ่านกุรอานจะเป็นบารอกัตทั้งหมด หากเราอ่านเพื่อโอ้อวด หรืออ่านเพราะหวังผลประโยชน์ทางดุนยา การอ่านกุรอานจะเป็นบารอกัตที่แท้จริงคือ อ่านแล้วต้องมีความรู้สึกใจสงบ เมื่อรู้ความหมายก็ปฏิบัติตามไม่ขัดแย้งกับกุรอาน เช่น กุรอานให้เราพูดจริงแต่เราพูดปด การอ่านแบบนี้ไม่มีบารอกัต

 

p04m4qz1 day_of_dignity-rdr_vo-w3

 

  1. الشكرلله ขอบคุณอัลลอฮฺ

ต้องอย่าลืมที่พระองค์ทรงประทานชีวิตให้เรา ทรงประทานทรัพย์สิน ลูกหลาน และสิ่งต่างๆ ในการอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตเรา ทุกอย่างมาจากอัลลอฮฺ(ซบ.) ทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อเราขอบคุณต่อพระองค์ พระองค์ก็เพิ่มความจำเริญให้ อัลลอฮฺ(ซบ.) ทรงสัญญาในอัลกุรอาน ความว่า “หากว่าสูเจ้าทั้งหลาย ได้ขอบคุณต่อเรา เราก็จะเพิ่มพูนให้กับสูเจ้าทั้งหลาย”

ฉะนั้นเวลาเราได้เงินเดือน หรือได้ตำแหน่งใดก็ตาม เราต้องขอบคุณต่ออัลลอฮฺ(ซบ.)  อย่าให้ตำแหน่งหรือเงินมาเป็นตัวบ่อนทำลายความสุขของเรา ไม่ว่าเงินจะมากน้อย ตำแหน่งจะเล็กหรือใหญ่ สิ่งที่เราได้มาคือความโปรดปราน (เนี๊ยะมัต) ของอัลลอฮฺตะอาลา และความโปรดปรานของอัลลอฮฺนั้นมันไม่สามารถที่จะคิดคำนวณได้ ชีวิตของเราที่ดำรงอยู่ได้ พูด หายใจ เดิน ทุกอย่างเป็นความโปรดปรานของอัลลอฮฺ(ซบ.) แม้กระทั่งทรัพย์สมบัติของเรา ดังนั้นเราควรอัลฮัมดุลิลลาห์ ขอบคุณต่อพระองค์

  1. العيش بالحلال ดำรงอยู่บนวิถีฮาลาล

การดำเนินชีวิต การทำงานของเราต้องฮาลาล ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องอาหาร ความเป็นอยู่ของเรา ทั้งเรื่องวิชาชีพ และพฤติกรรมต้องฮาลาล “การทำงานจะต้องประกอบไปด้วยสิ่งที่ถูกต้องตามหลักการศาสนา” เมื่อเราฮาลาลแล้ว “จะต้องไม่ฟุ่มเฟือย” บางคนทำธุรกิจถูกต้องมีเงินมาก แต่มาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย อันนี้เรียกว่าเงินฮาลาลแต่เวลาใช้ไม่ฮาลาล เช่น ใช้เงินไปซื้อสิ่งที่ผิดศาสนา สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ชีวิตของเราไม่มีความสุข แม้จะเป็นความสุขในดุนยา แต่ไม่ใช่โลกอาคีเราะห์

  1. الدعاء มีการขอพร

ต้องมีการขอพร การขอดุอาอฺเปรียบเสมือนอาวุธของมุสลิม ต้องขอแบบมีเหตุมีผล เมื่อขอแล้วเราจะต้องปฏิบัติด้วย “ฝนมันไม่ตกมาเป็นทอง” ฉะนั้นถ้าเราอยากได้ทองเราต้องขวนขวาย ต้องทำงาน การขอพรเป็นส่วนหนึ่งที่จะได้มาซึ่งบารอกัต

ตัวอย่างการขอดุอาอฺเพื่อให้ได้มาซึ่งบารอกัต ท่านนบี(ซ.ล.)ขอไว้เยอะ เช่น การขอให้นครมาดีนะห์มีความจำเริญ ขอให้พืชผลในมหานครมะดีนะห์มีความจำเริญ เราจะสังเกตได้ว่ามาดีนะห์เป็นเมืองกลางทะเลทรายแต่มีต้นอินทผลัม อุดมสมบูรณ์ เมืองมักกะห์ก็เช่นเดียวกันมีทุกอย่างเพราะท่านนบีขอจากอัลลอฮฺ(ซบ.)

หรือการขอพรคู่บ่าวสาว ท่านศาสดาจะให้พร กล่าวว่า “บารอกัลลอฮ ฮูลากูมา วาบารอกา อาลัยกา วาญามาอา บัยนากูมาฟี คอยริน”

ความว่า “ขออัลเลาะห์ทรงประทานความสิริมงคลแด่ท่าน และทรงประทานสิริมงคลเหนือท่าน ตลอดจนระหว่างท่านทั้งสองในคุณงามความดี”

 

dsc_0549-1024x680

 

  1. القناعة อยู่แบบพอเพียง

การพอใจในสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบให้กับเรา ความพอเพียงทำให้ใจเรามีความสงบ ไม่ละโมบ เพราะเราพอใจในสิ่งที่พระเจ้าทรงแบ่งปันให้ ความพอเพียงเป็นส่วนหนึ่งให้ชีวิตของเรามีความสุข มีบารอกัต ศาสดารอซูล(ซ.ล.) จึงบอกว่า “จงมองคนที่ต่ำกว่า อย่าไปมองคนที่สูงกว่า” ไม่เช่นนั้นเราก็จะอิจฉาเขา การที่ให้มีคนรวย-จน ก็เพื่อที่จะได้พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ฉะนั้นความหลากหลายตรงนี้คือความโปรดปรานของอัลลอฮฺ

  1. البكور เริ่มภารกิจแต่เช้า

การตื่นแต่เช้าตรู่ ศาสนาให้มีการละหมาดซุบฮิเพื่อให้เราตื่นแต่เช้าตรู่ ออกทำมาหากิน มีความสดชื่นกระปรี่กระเปร่า อากาศดี ท่านนบีขอดุอาอฺให้กับประชาชาติของท่าน บารอกัตมันอยู่ในช่วงเช้า ถ้าเราตื่นสายไม่ได้ละหมาดไปทำงานก็สายทำให้ไม่มีบารอกัต ไปทำงานไม่ทัน ดังนั้นการตื่นเช้าตรู่จึงเป็นบารอกัต

  1. صلة الرحم สัมพันธ์เครือญาติ

สังคมปัจจุบันเราอาจจะไม่ค่อยได้พบเจอกันเพราะเราไม่ได้อยู่เป็นชุมชนเหมือนในอดีตที่ญาติพี่น้องเจอกันง่าย สัมพันธ์ก็จะแนบแน่น การทำบุญก็เป็นการรวมญาติได้อีกวาระหนึ่ง เช่น งานแต่งงาน งานอากีเกาะห์ สิ่งเหล่านี้ทำให้พี่น้องมารวมกัน

ปัจจุบันเหตุผลที่เราไม่มีความสัมพันธ์ติดต่อเครือญาติ เพราะอยู่ห่างไกลชุมชน ซื้อหมู่บ้าน และไม่ค่อยได้นัดรวมญาติจัดงาน เช่นจัดงานวันอีด พอห่างกันลูกหลานไม่ค่อยได้เจอกันรู้จักกัน ต่างคนต่างอยู่ทำให้พี่น้องมุสลิมไปรวมกับคนอื่นกระจายออกไป ความสัมพันธ์เครือญาติจึงขาดหายไป จึงทำให้เราขาดบารอกัต เพราะท่านนบี(ซ.ล.) บอกว่า “วิธีที่เราจะมีริสกีมาก มีปัจจัยที่ดี มีความพอเพียง อายุยืน จะต้องมีการสัมพันธ์เครือญาติ”

  1. الجماعة   มีความรัก ความสามัคคี

การมีบารอกัตได้นั้นต้องมีลักษณะที่เป็นญะมาอะห์ ศาสนาส่งเสริมให้เรารวมกันแม้กระทั่งการอิบาดะห์ ปฏิบัติศาสนกิจ เช่น การไปละหมาดวันศุกร์ หรือการละหมาดฟัรดูร่วมกัน ผลบุญก็จะเกิดเป็นทวีคูณ การละหมาดญะมาอะห์ได้ผลบุญมากกว่าละหมาดคนเดียวถึง 27 เท่า

การรับประทานอาหาร ท่านนบีบอกให้ทานรวมกัน อาหารสองคนสามารถกินได้สามคน สามคนกินได้สี่คน เพราะเกิดเป็นบารอกัต จงได้รวมกันทานพร้อมกัน วันนี้ครอบครัวเราเป็นอย่างไร อยู่ที่การรวมกัน การมีความรัก สามัคคีกันหรือไม่ ในสังคมครอบครัวเราถ้าต่างคนต่างกิน ไม่มีเวลาสนทนา ไม่ปรึกษาหารือ เข้าห้องก็ไม่คุยกับพ่อแม่ ไปคุยกับเพื่อนทางแชทจนดึกดื่นตื่นเช้าไม่ได้ละหมาดซุบฮิ ในบ้านจึงไม่มีบารอกัต เมื่อเข้าบ้านต้องให้สลามกัน

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าต้องทานรวมกันทุกมื้อแต่สัปดาห์ละครั้งควรต้องมีพร้อมกัน การอยู่พร้อมหน้ากันนั้น ท่านนบี(ซ.ล.) เคยรับประทานอาหารกับเด็กๆ และมีการสอนเด็กไปด้วย เช่น นบีสอนว่า เด็กน้อยจงบิสมิลลาห์ก่อนกิน สอนในวงสำรับ ก่อนที่จะมีการทานต้องล้างมือ ทานเสร็จอัลฮัมดุลิลลาห์ในวงญะมาอะห์ เป็นต้น

ดังนั้นส่วนนี้จึงเป็นส่วนสำคัญแม้กระทั่งในชุมชนเองก็ตาม เราจะต้องสร้างญะมาอะห์ มีความสามัคคี ทำให้มีความจำเริญเกิดเป็นบารอกัต

“นี่คือ 10 เคล็ดลับในการสร้างบารอกัตให้ชีวิต ความจริงอาจจะมีมากกว่านี้ หวังว่าเพียง 10 ประการถ้าทำได้ชีวิตท่านก็จะมีบารอกัต มีความสุข อินชาอัลลอฮฺ”

 

dsc08409

 

“สุดท้ายขอฝากไว้อย่าลืมว่า “บารอกัต” นั้นอย่าได้คิดว่าไม่มี แต่อยู่ที่เราปฏิบัติ ลองสังเกตในชีวิตของท่านเองเถิด ตราบใดที่ท่านบ้านหลังใหญ่ มีลูกหลานเยอะ คิดว่าเรามีความสุขหรือไม่ หรือเรามีตำแหน่งมากมายแต่ไม่มีความสุข เราได้ทำตามหน้าที่แล้วหรือไม่ ตำแหน่งได้มาอย่างไร ทำไมจึงไม่มีความสุข ไม่มีบารอกัต ทรัพย์ของเราออกซะกาตหรือยัง เพราะซะกาตคือบารอกัต คนตระหนี่ไม่ช่วยเหลือคน ไม่ออกซะกาต แปลว่าเรากำลังละเมิดสิทธิ์ทรัพย์คนอื่น  ฉะนั้นบารอกัตสำคัญ เป็นเรื่องที่มีจริงสามารถแสวงหาได้โดยที่เราปฏิบัติ” อ.ซารีฟ กล่าวทิ้งท้าย