พวกลูกหลานอิสราเอลผิดสัญญากับพระเจ้าโดยหันไปเคารพวัตถุบูชาสารพัดรูปแบบ พระเจ้าจึงลงโทษคนพวกนี้ให้ตกเป็นทาสของฟาโรห์

แม้โมเสสจะช่วยพวกลูกหลานอิสราเอลให้พ้นจากการเป็นทาสด้วยอำนาจของพระเจ้าแล้ว แต่สักพัก พวกลูกหลานอิสราเอลได้ขอให้โมเสสทำวัตถุบูชาให้พวกตนเคารพสักการะแทนพระเจ้าอีก เมื่อโมเสสขึ้นไปรับคัมภีร์โตราห์จากพระเจ้าบนภูเขาซีนาย พวกลูกหลานอิสราเอลก็ทำรูปหล่อโคทองคำขึ้นมาบูชาสักการะอีก

ด้วยเหตุนี้ ลูกหลานอิสราเอลจึงถูกพระเจ้าลงโทษให้ต้องร่อนเร่พเนจรไร้ถิ่นฐานในทะเลทรายเป็นเวลาหลายสิบปีและถูกชนชาติต่างๆรุกรานอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งกษัตริย์เดวิดขึ้นมามีอำนาจสามารถสร้างอาณาจักรอิสราเอลขึ้นมาได้ พวกลูกหลานอิสราเอลจึงอยู่เย็นเป็นสุข

เมื่อกษัตริย์เดวิดล่วงลับไป กษัตริย์โซโลมอนได้ขึ้นครองอำนาจต่อ กษัตริย์โซโลมอนได้รับอำนาจพิเศษจากพระเจ้าให้รู้ภาษาของนกและสามารถควบคุมญินสิ่งมีชีวิตเร้นลับที่มีพลังอำนาจเหนือมนุษย์ได้ กองทัพของกษัตริย์โซโลมอนจึงเกรียงไกรที่สุดในโลกเวลานั้น

หลังสมัยกษัตริย์โซโลมอน อาณาจักรอิสราเอลได้แตกออกเป็นสองส่วนและถูกชนชาติต่างๆเช่น บาบิโลน แอสซีเรียและเปอร์เซียโจมตีและตกเป็นทาสของชาติเหล่านี้

เมื่อกษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียปล่อยพวกลูกหลานอิสราเอลให้เป็นอิสระ คนพวกนี้ได้อพยพไปยังเมืองเยรูซาเล็มและสร้างวิหารหลังใหม่ขึ้นมาแทนวิหารของโซโลมอนที่ถูกทำลายไป

แต่หลังจากสมัยพระเยซู พวกลูกหลานอิสราเอลได้ถูกกองทัพโรมันไบแซนตินโจมตีและเมืองเยรูซาเล็มถูกทำลาย พวกลูกหลานอิสราเอลต้องอพยพหนีตายไปหลบภัยในดินแดนต่างๆ ในจำนวนนี้มีสามเผ่าที่หลบมาอาศัยอยู่ที่ชานเมืองยัษริบในคาบสมุทรอาหรับ

ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม พวกลูกหลานอิสราเอลมักจะหวนระลึกถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกรในอดีต ด้วยความคิดเช่นนี้เอง พวกลูกหลานอิสราเอลจึงถูกหลอกหรือเข้าใจผิดคิดว่าอาณาจักรอิสราเอลยิ่งใหญ่ได้เพราะกษัตริย์โซโลมอนมีความรู้ทางไสยศาสตร์ที่สามารถควบคุมญินได้ แต่พวกลูกหลานอิสราเอลลืมไปว่าอำนาจพิเศษที่กษัตริย์โซมอนมีนั้นเป็นอำนาจที่พิเศษที่พระเจ้ามอบให้ พวกลูกหลานอิสราเอลจึงเริ่มศึกษาไสยศาสตร์ที่ทำให้ต้องหันไปพึ่งพิงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ

 

201822394171

 

เมื่อนบีมุฮัมมัดอพยพจากมักก๊ะฮฺไปยังยัษริบและต้องมีปฏิสัมพันธ์กับพวกลูกหลานอิสราเอล คนพวกนี้ได้นำวิชาไสยศาสตร์มาใช้ในการทำให้สามีภรรยาแตกแยกกันและอ้างว่าวิชาไสยศาสตร์มาจากกษัตริย์โซโลมอน พระเจ้าจึงได้เปิดเผยให้นบีมุฮัมมัดรู้ว่า

“พวกเขาได้เริ่มปฏิบัติตามสิ่งที่พวกซาตานอ้างอย่างผิดๆว่ามันมาจากอาณาจักรของสุลัยมาน ทั้งๆที่ความจริงแล้ว สุลัยมานมิได้เกี่ยวข้องกับการปฏิเสธศรัทธา แต่พวกชัยฏอนที่พร่ำสอนไสยศาสตร์ให้แก่ผู้คนต่างหากที่ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกส่งมายังทูตสวรรค์ทั้งสองคือฮารูตและมารูตที่เมืองบาบิล(บาบิโลน) แต่เมื่อใดก็ตามที่ทูตสวรรค์ทั้งสองได้สอนไสยศาสตร์แก่ผู้ใด เขาทั้งสองจะเตือนล่วงหน้าไว้อย่างชัดเจนว่า “เราเป็นเพียงการทดลองอย่างหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น พวกท่านจงอย่าปฏิเสธศรัทธา”” (กุรอาน 2:102)

ข้อความจากคัมภีร์กุรอานดังกล่าวข้างต้นทำให้เรารู้ว่าไสยศาสตร์เป็นศาสตร์ของซาตานและการเล่นไสยศาสตร์เป็นการปฏิเสธศรัทธาเพราะต้องบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นบีสุลัยมานมิได้เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ แต่วิชาไสยศาสตร์เกิดขึ้นในระหว่างที่พวกลูกหลานอิสราเอลตกเป็นทาสของอาณาจักรบาบิโลน และในช่วงนั้นเอง พระเจ้าได้ส่งทูตสวรรค์สององค์ที่ชื่อว่าฮารูตและมารูตแปลงร่างเป็นมนุษย์สองคนมาสอนวิชาไสยศาสตร์แก่พวกลูกหลานอิสราเอล

ทุกครั้งที่ฮารูตและมารูตสอนวิชาไสยศาสตร์ ทั้งสองคนจะบอกก่อนว่าวิชาไสยศาสตร์ที่สอนไปนั้นก็เพื่อจะทดสอบว่าพวกลูกหลานอิสราเอลจะเชื่อในอำนาจของพระเจ้าหรือซาตาน การทำเช่นนี้ก็เหมือนกับตำรวจจะจับโจรโดยการทำเครื่องหมายบนธนบัตรเพื่อซื้อของจากโจรนั่นเอง

ไสยศาสตร์มีจริงแต่มันเป็นศาสตร์ของซาตาน

 

ขอขอบคุณ : อ.บรรจง บินกาซัน

 

552000010024901