ทำไมศาสนาอิสลามจึงอนุญาตให้มีภรรยาได้ถึง 4 คน?

มีแนวคิดอยู่แนวคิดหนึ่งนึงว่าการแต่งงานมีภรรยาเป็นเรื่องของผู้ที่ยังมีกิเลส ยังมีความอยากได้ / อยากเป็น / อยากมี / อยู่ วิธีละซึ่งกิเลสวิธีหนึ่งคือการครองตนให้เป็นโสดจะทำให้หลุดออกจากการอยากครองและมีอีกแนวคิดหนึ่งเห็นว่าคนเราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่มีความสุขจึงไม่ใช่เรื่องที่ มนุษย์ควรทิ้งขว้างไปง่ายๆ การมีเพศสัมพันธ์เป็นความเสรีสุขที่ฝังตัวมากับมนุษย์ ในเมื่อเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ก็ไม่ควรมีอะไรมาจำกัดมัน ไม่ว่าจะมีศีลธรรม ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม จำนวน กาละ หรือเทศะ

คำถามที่ตามมา “แล้วทำไมอิสลามไม่กำหนดจำนวนภรรยาไว้แค่คนเดียว”

บัญญัติอิสลามเป็นอิสระจากกาลเวลา ถ้ามองไปที่ประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า วัฒนธรรมการมีภรรยาคนเดียวอย่างเคร่งครัดนั้นเพิ่งมีมาไม่กี่ร้อยปี หมายความว่าคนในยุคไม่กี่ร้อยปีทานี้มองว่าการมีภรรยามากกว่าหนึ่งเป็นเรื่องแปลก แต่ในทางกลับกันในยุคก่อนหน้านั้นสังคมมองว่าการมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนเป็นเรื่องปกติ

อิสลามไม่ใช่ศาสนาแรกที่อนุญาตให้มีภรรยาได้หลายคน และไม่ได้ริเริ่มเรื่องนี้ขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามอิสลามเป็นศาสนาแรกที่วางระเบียบการสมรสและจำกัดจำนวนภรรยายภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด การมีภรรยาได้หลายคนนั้น มีมาก่อนที่อิสลามจะเกิดขึ้นมาบนโลกนี้เสียอีก และไม่ใช่เฉพาะชนเผ่าอาหรับเท่านั้น เผ่าอื่นๆก็มีเช่นกัน อิสลามจึงจัดระเบียบใหม่โดยยกเลิกประเพณีที่ผิด ในสังคมสมัยนั้น ซึ่งเป็นการยากที่จะยกเลิกประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในคราวเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นอิสลามจึงได้ทำการยกเลิกประเพณีดังกล่าวทีละขั้นตอน ซึ่งแม้แต่ในเรื่องการกำหนดจำนวนภรรยาก็ตาม

 

1437508882-o

 

อิสลามได้จำกัดจำนวนภรรยาให้เหลือเพียง 4 คนจากเดิมซึ่งไม่มีการจำกัดจำนวน ดังหลักฐานปรากฏอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ อันนิซา โองการที่ 3 ความว่า

“พวกเจ้าทั้งหลายจงทำการสมรสกับสตรีที่พวกเจ้าปราถนา 2 คน 3 คน 4 คน”

อย่างไรก็ตามการอนุญาตดังกล่าวนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ที่ภรรยาทุกคนจะต้องได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันอย่างเป็นธรรม ในทุกๆด้าน โดยไม่มีการยกเว้น เพราะศาสดามุฮัมมัด ได้กล่าวเตือนเกี่ยวกับเรืองนี้ซึ่งมีความว่า

“ชายใดที่สมรสกับสตรีสองคน และมีความเอนเอียงไปยังคนใดคนหนึ่ง โดยไม่มีความยุติธรรมแล้ว ในวันสอบสวน(วันสิ้นโลก)ร่างของเขาครึ่งหนึ่งจะเอนเอียง”

คัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวเตือนถึงการให้ความยุติธรม ระหว่างภรรยานั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง หรือเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลย แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะใช้ความเพียรพยายามสักปานใดก็ตาม ก็ไม่สามารถที่จะให้ความยุติธรรมดังกล่าวได้ ดังปรากฏในอัลกุรอาน ซูเราะฮ์ อันนิซาโองการที่ 129 ได้ชี้แจงว่า

“พวกเขาทั้งหลายจะไม่สามารถให้ความยุติธรรมนระหว่างภรรยาได้ แม้ว่าพวกเขาจะเพียรพยายามสักปานใดก็ตาม”

ด้วยเหตุดังกล่าวทางออกที่ดีที่สุดคือการ มีภรรยาเพียงคนเดียว ดังหลักฐานในอัลกุรอาน ซูเราะฮ์ อันนิซา โองการที่ 3 ความว่า

“หากพวกเจ้าไม่สามารถให้ความยุติธรรมได้ก็จงสมรสกับสตรีเพียงคนเดียว”

บทบัญญัติดังกล่าวของอิสลามเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มีมานานมากกว่า 1400 ปีแล้ว

จึงเห็นชัดเจนว่าอิสลามไม่ได้เป็นศาสนาที่นำระบบการมีภรรยาหลายคนมาใช้ ซึ่งระบบดังกล่าวมีมาก่อนอิสลามเสียอีก แต่อิสลามต้องการแก้ไขปัญหานี้ในทางปฏิบัติ เพื่อป้องกันวิกฤตในสังคม และประสงค์ที่จะให้ผู้ชายมีภรรยาได้เพียงคนเดียวเท่านั้น โดยถือว่าการมีภรรยาหลายคนนั้นเป็นเพียงข้อยกเว้น เช่น ผู้ชายจำนวนมากเสียชีวิตในยามสงครามทำให้เด็กและสตรีจำวนมากขาดผู้ดูแล ในภาวะการณ์เช่นนี้อนุญาตให้ผู้ชายแต่งงานกับสตรีที่สามีเสียชีวิตในสมรภูมิได้หลายคน เพื่อเป็นการดูแลและปกป้องสตรีเหล่านั้นไม่ให้หันเหไปในทางที่ผิดๆ หรือกรณีที่ภรรยาเจ็บป่วยเรื้อรัง และไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ฉันท์สามีภรรยาได้ หรือไม่สามารถให้กำเนิดบุตรสืบสกุลได้ การมีภรรยาหลายคนจึงได้รับการอนุญาตภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว และผู้ชายจะต้องให้สิทธิต่างๆแก่เธอเสมือนกับภรรยาคนแรก

ทั้งนี้อิสลามประสงค์ที่ป้องกันไม่ให้เกิดความสัมพันธ์ที่ต้องห้ามขึ้น ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบกระเทือนต่อสังคมอย่างร้ายแรง แต่ทว่าในเรื่องดังกล่าวกลับไม่ได้เป็นข้อห้ามในสังคมตะวันตก

 

ขอขอบคุณ : ศาสตราจารย์ ดร. มะห์มูด ฮัมดี ซักซูก
ที่มา : islammoreislamhouse

แบ่งปัน