OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

“คำพูด” เรื่องเล็กๆ ที่ใครก็ทำได้ ใครพูดดีก็จะเกิดผลดีแก่ตัว ส่วนใครพูดไม่ดีก็จะอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีเข้ามาในชีวิต ทั้งนี้ คนที่ชอบพูดไม่ดี ชอบโกหก นินทาว่าร้ายผู้อื่น พูดกระทบกระแทก พูดจาหยาบคาย คิดว่าตนเองเป็นใหญ่ ฉลาดเหนือกว่าผู้อื่น ไม่มีความจริงใจ อิสลามว่าอย่างไรต้องรีบอ่าน!!

รายงานวิจัยฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก “อาจารย์อับดุลอาซีซ(อำนาจ) มะหะหมัด” หัวหน้าศูนย์ศึกษาโลกมุสลิม สถาบันวิทยาการอิสลามและอาหรับศึกษา ม.รังสิต จะพาผู้อ่านมาดูมหันตภัยร้ายของคนที่ชอบโกหก นินทาว่าร้ายผู้อื่น สำหรับใครที่เป็นคนพูดจาไม่ดี พูดไม่คิด ชอบใส่ร้ายคนอื่น ห้ามพลาดเพราะบทลงโทษที่จะกล่าวต่อไปนี้ มันจะทำให้คุณเปลี่ยนพฤติกรรมไปตลอดชีวิต!!!

“การนินทา” หรือในภาษาอาหรับเรียกว่า “อัลฆีบะฮฺ” หมายถึง การกล่าวถึงบุคคลหนึ่งตอนที่อยู่ลับหลังเขา ในสิ่งที่เขาไม่ชอบ เเละไม่ปรารถนาที่จะให้ผู้คนเอาไปพูดถึง หรือเผยเเพร่มัน ถึงเเม้ว่ามันจะเป็นความจริงก็ตาม

ท่านอิหม่าม อันนะวาวีย์ ได้ให้ความหมายของการนินทาไว้ว่า การนินทา คือ การที่คน คนหนึ่งได้กล่าวถึงพี่น้องของเขา ในสิ่งที่เขาไม่ชอบ ไม่ว่าในเรื่องของร่างกาย นิสัยใจคอ ทรัพย์สินสมบัติ ลูกๆ และภรรยาของเขา หรือแม้กระทั่งการเคลื่อนไหว  ไม่ว่าจะทำให้เขาไม่พอใจด้วยกับคำพูด หรือแสดงด้วยการกระทำ

 

%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7

 

ในกรณีที่หากแม้ว่าเจตนาของท่านนั้นดีจริง และท่านต้องการจะให้คำแนะนำแก่พี่น้องของท่าน ท่านก็มิควรจะนินทาพวกเขาในที่สาธารณะ หากแต่จงเข้าหาเขาเป็นการส่วนตัว และบอกให้เขาทราบเกี่ยวกับความผิดของเขา เพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสแก้ไขมัน

และการนินทา มิได้เป็นเรื่องที่ถูกจำกัดเพียงแค่ “ลิ้น เท่านั้น หากแต่ยังรวมไปถึงการแสดงออกด้วยกิริยาท่าทางอีกด้วย เช่น การเดินตามหลังคนพิการและเลียนแบบท่าทางของเขา หรือการแสดงท่าทางดูถูกผู้ใดผู้หนึ่งด้วยลิ้น อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

“ความหายนะจงประสบแด่ทุกผู้นินทา และผู้ใส่ร้ายผู้อื่น” (อัลฮุมะซะฮ์ 104.1)

และเจ้าอย่าปฏิบัติตามผู้ที่เป็นนักสาบานที่ต่ำช้า ผู้นินทาตระเวนใส่ร้ายผู้อื่น” (อัลกอลัม 68.10 – 11)

การนินทานั้น เป็นหนึ่งใน “กะบาอิรฺ” (บาปใหญ่) ที่จำเป็นสำหรับมุสลิมทุกคนที่จะต้องระมัดระวังเเละออกห่าง ดั่งที่ท่านอบูดาวุดได้บันทึกหะดิษที่ว่า “บาปใหญ่อย่างหนึ่ง คือการที่คนๆ หนึ่งพูดถึงมุสลิมในทางที่ไม่ดี ทั้งที่เขาไม่มีสิทธิ์”

อัลลอฮฺตะอาลา ตรัสความว่า : “และพวกเจ้าอย่านินทาซึ่งกันและกัน คนหนึ่งในหมู่พวกเจ้านั้นชอบที่จะกินเนื้อพี่น้องของเขาที่ตายไปแล้วกระนั้นหรือ พวกเจ้าย่อมรังเกียจมัน และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลหุญุรอต :12)

จากการบอกเล่าของท่าน อบูฮุร็อยเราะฮฺ(ร.ฎ.) ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) กล่าวว่า “ท่านทราบหรือไม่ว่าใครคือ “บุคคลล้มละลาย”? พวกเขา (บรรดาซอฮาบะห์) ตอบกลับไปว่า “บุคคลล้มละลายในหมู่พวกเราคือผู้ที่ไม่มีแม้แต่ “ดิรฮัม” หรือทรัพย์สินใดๆ ติดตัว” ท่านนบีจึงกล่าวว่า “บุคคล ล้มละลายในประชาชาติของฉันคือผู้ที่จะปรากฏตัวในวันแห่งการตัดสิน (กิยามะห์) พร้อมด้วยการละหมาดทั้งหลาย การถือศีลอด และการจ่ายซะกาต หากแต่ว่า (เขาจะพบว่าเขาได้กลายเป็น บุคคลล้มละลาย” ในวันนั้น เนื่องจากเขาได้เผาผลาญคุณงามความดีทั้งหลายจนมอดแล้ว) ตั้งแต่เขาได้เริ่มทำการด่าทอ หมิ่นประมาทผู้อื่น อีกทั้งกล่าวร้ายและผลาญทรัพย์สินผู้อื่นไปโดยมิชอบ พร้อมกับการหลั่งเลือดของผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นความดีต่างๆ ของเขาจะถูกมอบให้แก่บัญชีของผู้ (ที่ทนทุกข์ทรมานด้วยมือและลิ้นของเขา) และหากว่าความดีของเขามีไม่มากพอ (ต่ำกว่าที่คาดไว้) เช่นนั้นแล้ว บาปต่างๆ ของผู้ (ที่ถูกเขากล่าวร้าย) จะถูกโอนไปยังบัญชีของเขา และเขาจะถูกโยนลงไปในไฟนรก” (มุสลิม)

ครั้งหนึ่งที่ท่านอิหม่ามฆอซาลีร่อฮิมุ้ลลอฮ์ ได้ถูกถามเกี่ยวกับการนินทาผู้ที่ปฏิเสธหลักการของอิสลาม ท่านได้กล่าวว่า การนินทา ที่มีต่อมุสลิมด้วยกันนั้น มันเป็นความหายนะด้วยกับเหตุ 3 ประการ คือ

  1. จะก่อให้เกิดความเดือดร้อน ความระคายเคือง ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเรา กับผู้ที่ถูกนินทา และกับบุคคลที่รับฟัง
  2. ทำให้เกิดการบั่นทอน ลดหย่อน ต่อการที่อัลลอฮฺ(ซบ.) ได้สรรสร้างสิ่งต่างๆเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซบ.)ทรงสร้าง
  3. ทำให้สิ้นเปลืองเวลาไปกับสิ่งที่มันไร้สาระ

จากการบอกเล่าของท่านอิบนุ อับบาส มีครั้งหนึ่งขณะที่ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ได้เดินผ่านหลุมฝังศพ 2 หลุม ท่านได้กล่าวขึ้นมาว่า “บุคคลทั้งสองนี้ (ที่อยู่ในหลุมฝังศพ) กำลังได้รับการทรมานอยู่ และสาเหตุที่ทำให้พวกเขาถูกทรมานนี้ มิได้เกิดจากเรื่องราวที่ใหญ่โต หรือยากลำเค็ญแต่อย่างใด – หนึ่งในสองท่านนี้เป็นผู้ที่ไม่เข้มงวดเกี่ยวกับความสะอาด และเขามักจะทำให้ตัวเองมีรอยเปื้อนเวลาที่เขาปลดทุกข์ (ปัสสาวะ) ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นชอบที่จะปล่อยข่าวโคมลอย (โกหก) (อันเป็นสาเหตุให้หมู่คนเกิดความบาดหมางใจ เป็นศัตรูต่อกัน)” (อัลบุคอรีย์และมุสลิม)

ผู้ที่ชอบนินทานั้นจะถูกลงโทษอย่างไรในหลุมฝังศพ?

จากการบอกเล่าของท่านอนัส อิบนุ มาลิก ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) กล่าวว่า ขณะที่ฉันได้ถูกนำขึ้นไปยังสวนสวรรค์ ฉันได้ผ่านผู้คนที่มีเล็บเป็นเหล็กทองแดง กำลังขีดข่วนใบหน้าและหน้าอกของตัวเอง ฉันจึงถามขึ้นมาว่า “ผู้คนเหล่านั้นคือใครหรือ ญิบรีล”? ญิบรีล ตอบว่า “พวกเขาคือผู้ที่เคยนินทาและละเมิดเกียรติของผู้อื่น” (สุนัน อบูดาวุด)

 

s__49922068

 

“การโกหก” หรือในภาษาอาหรับเรียกว่า “อัลกาซิบ” คือหนึ่งในบาป ซึ่งเกิดจากอารมณ์และกิเลส เพื่อการบรรลุสู่เป้าหมายของตนจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มนุษย์ส่วนใหญ่ต้องตกไปกระทำบาป

โกหกคือการแสดงออกมาโดยตรงข้ามกับความเชื่อของตน ดังนั้นคนโกหกมีจะเรียกว่าเป็นคนโกหกได้ต้องทำในสิ่งที่มีสองเงื่อนไขต่อไปนี้

  1. พูดหรือทำในสิ่งที่ไม่ตรงกับความจริง
  2. 2. พูดหรือทำในสิ่งที่ขัดกับความเชื่อ ความรู้ของตน ดังนั้น หากผู้ใด กล่าวในสิ่งทีขัดแย้งกับความเป็นจริง และในทัศนะของเขาเชื่อว่ามันเป็นความจริง หากเป็นในลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นการโกหก

การโกหกเป็นลักษณะนิสัยหนึ่งที่น่าตำหนิซึ่งอัลลอฮฺตะอาลาและรอซูลของพระองค์ทรงสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด โดยผู้ที่มีนิสัยดังกล่าวจะได้รับโทษอันแสนเจ็บปวดในอาคิเราะห์ อัลลอฮฺตรัสว่า: “และพวกเขาตั้งสิ่งที่พวกเขาชิงชังให้อัลลอฮฺ และลิ้นของพวกเขากล่าวเท็จขึ้นว่าสำหรับพวกเขานั้นคือสิ่งที่ดีเยี่ยม โดยแน่นอนสำหรับพวกเขานั้นคือไฟนรก และพวกเขาจะถูกส่งล่วงหน้าไปก่อน” (อันนะหลฺ: 62)

การโกหกยังเป็นลักษณะนิสัยของพวกผู้ปฏิเสธและผู้กลับกลอก ท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ (ร.ฎ.) เล่าว่า ท่านนบี กล่าวความว่า: “สัญลักษณ์ของผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) มีสามประการ คือ เมื่อเขาพูดเขาจะโกหก เมื่อเขาสัญญาเขาจะบิดพลิ้ว และเมื่อเขาได้รับอะมานะฮฺในสิ่งใดเขาก็จะคดโกง” (บุคอรีย์และมุสลิม)

และท่านนบียังได้บอกอีกว่าการโกหกนั้นเป็นสาเหตุให้ได้รับโทษในนรก ดังหะดิษของท่านอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด (ร.ฎ.) เล่าว่า ท่านนบี กล่าวความว่า: “พวกท่านทั้งหลายจงยึดมั่นในความสัตย์จริง เพราะความสัตย์จริงนั้นจะนำพาไปสู่ความดี และความดีจะนำพาไปสู่สวนสวรรค์ ผู้ใดก็ตามที่มีความสัตย์จริง และใฝ่หาความสัตย์จริง เขาจะได้รับการบันทึก ณ ที่อัลลอฮฺว่าเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความสัตย์จริง และพวกท่านทั้งหลายจงพึงระวังการโกหก เพราะการโกหกนั้นจะนำพาไปสู่ความชั่วร้าย และความชั่วร้ายจะนำพาไปสู่ไฟนรก ผู้ใดก็ตามที่ชอบโกหก และฝักใฝ่การโกหกอยู่เป็นนิจ เขาก็จะถูกบันทึก ณ ที่อัลลอฮฺว่าเป็นจอมโกหก” (อัลบุคอรีย์และมุสลิม)

ผู้ที่โกหกจนเป็นนิสัยนั้นจะถูกลงโทษในหลุมศพก่อนการลงโทษในวันกิยามะห์ ดังปรากฏในหะดิษซึ่งบันทึกโดยท่านสะมุเราะฮฺ บิน ญุนดุบ (ร.ฎ.) เล่าว่า ท่านนบี(ซ.ล.) กล่าวในหะดิษที่เล่าเรื่องความฝันของท่านว่า: “แล้วเราก็เดินผ่านชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ในสภาพนอนหงาย โดยมีชายอีกคน (มลาอิกะห์) ยืนคร่อมลงโทษเขาด้วยท่อนเหล็ก ชายคนนั้นยืนอยู่ทางด้านหนึ่งของใบหน้าเขา แล้วใช้ท่อนเหล็กทิ่มปากจนทะลุออกทางท้ายทอย ทิ่มรูจมูกจนทะลุถึงท้ายทอย และทิ่มดวงตาจะทะลุถึงท้ายทอย จากนั้นก็เปลี่ยนไปยืนอีกข้างหนึ่ง แล้วทำเหมือนกับที่ได้ทำไปในด้านแรก เมื่อลงโทษด้านที่สองเสร็จ ก็พอดีกับที่แผลจากการลงโทษในด้านแรกหายสนิท เขาจึงกลับไปลงโทษในด้านแรกเหมือนกับที่ทำไปในครั้งแรก”

เมื่อท่านนบี ถามถึงชายคนดังกล่าว ก็ได้รับคำตอบว่า “เขาคือผู้ที่ออกจากบ้านในตอนเช้า แล้วพูดโกหก จนเรื่องที่เขาโกหกนั้นกระจายไปทั่วทุกสารทิศ” (อัลบุคอรีย์)

ท่านนบี(ซ.ล.) ได้บอกไว้ว่าผู้ใดละทิ้งการโกหกแม้จะเป็นเรื่องล้อเล่นก็ตาม เขาจะได้รับผลบุญที่ยิ่งใหญ่ ดังหะดิษจากท่านอบีอุมามะฮฺ(ร.ฎ.) เล่าว่า ท่านนบีกล่าวว่า “ฉันขอรับรองว่าจะมีคฤหาสน์เตรียมไว้ในสวรรค์รอบนอก สำหรับผู้ที่ละทิ้งการโต้เถียงทั้งที่เขาเป็นฝ่ายถูก และจะมีคฤหาสน์เตรียมไว้ในส่วนกลางของสวรรค์ สำหรับผู้ที่ละทิ้งการโกหกแม้จะเป็นเรื่องหยอกล้อ และจะมีคฤหาสน์เตรียมไว้ในชั้นสูงสุดของสวรรค์สำหรับผู้ทีมีมารยาทอันงดงาม” (บันทึกโดยอบูดาวูด)

 

%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d

 

การนินทากับการโกหกอะไรบาปกว่ากัน!!

พี่น้องแห่งอิสลามทั้งหลาย ความศรัทธาและความเชื่อของพวกท่านจะไม่สามารถสมบูรณ์ได้ จนกว่าบรรดาพี่น้องมุสลิมของเราจะปลอดภัยจากพฤติกรรมชั่วร้ายที่เกิดจากการ นินทาและการโกหก

จากการบอกเล่าของท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อัมรุ อิบนุ อัลอัซฺ ศาสนทูตมูฮัมหมัด(ซ.ล.) กล่าวว่า มุสลิม คือผู้ที่หลีกห่างจากการทำร้ายมุสลิมอีกคนหนึ่งด้วยลิ้นและมือทั้งสองข้างของเขาและ มูฮาญิรีน (ผู้อพยพ ย้ายถิ่นฐานเพื่ออัลลอฮฺ) นั้น คือผู้ที่ละทิ้งทุกสิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้าม” (อัลบุคอรีย์)

จากการบอกเล่าของท่านอบูมูซา อัลอัชชารียฺ มีหมู่คนบางพวกได้ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ว่า “ศาสนาอิสลามของผู้ใดที่ดีที่สุด (หรือ ผู้ใดเป็นมุสลิมที่ดีที่สุด) ท่านนบีได้ตอบว่า “ผู้ที่หลีกห่างจากการทำร้ายมุสลิมด้วยลิ้นและมือทั้งสองของเขา” (อัลบุคอรีย์)

และอีกหะดิษหนึ่ง ความว่า “บรรดาผู้ที่ยุแหย่ ใส่ร้ายผู้อื่นนั้น จะไม่ได้เข้าสวรรค์” (บุคอรีย์และมุสลิม)

จากหะดิษดังกล่าวข้างต้นจะเห็นว่าอวัยวะที่น่ากลัวที่สุด คือ “ลิ้น” เพราะลิ้นเป็นบ่อเกิดแห่งความชั่ว ในการนำพาสู่การนินทาและการโกหก และทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน การนินทายุแหย่ใส่ร้ายผู้อื่นก็มักจะมีการโกหกในคราวเดียวกัน  โดยที่ทั้งสองนั้นมีลักษณะเหมือนกันคือ

  1. การใส่ร้ายเป็นการโกหกมดเท็จ ซึ่งนั่นคือ คุณสมบัติและลักษณะ อันเลวร้ายของ “พวกมุนาฟิก”
  2. เป็นผู้อธรรมต่อผู้อื่นอย่างร้ายกาจที่สุด
  3. เป็นผู้มีความอิจฉาริษยา ไม่พอใจในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานให้มา
  4. เป็นผู้ที่พยายามก่อความเสียหายให้เกิดขึ้นในสังคม และแผ่นดิน
  5. เป็นผู้ทำลายเกียรติยศของผู้อื่น อย่างน่าละอายที่สุด

 

ดังนั้น พึงระวัง การนินทาใส่ร้ายผู้อื่นเพราะการนินทาว่าร้ายนั้นร้ายแรงยิ่งกว่า การทำผิดประเวณี

เพราะหากบุคคลหนึ่งทำผิดประเวณี หรือดื่มของหะรอม แต่หากเขาได้ทำการขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺตะอาลา (เตาบะฮฺ) อัลลอฮฺจะทรงให้อภัยเขา แต่สำหรับ ผู้ที่ทำการนินทาใส่ร้าย นั้นจะไม่ได้รับการอภัยจากอัลลอฮฺ จนกว่าเขาจะได้รับการให้อภัยจากผู้ที่เขานินทา”

อย่างไรก็ตาม การนินทาและโกหกเป็นโรคร้ายที่เกิดจากนัฟซู (กิเลส) ของมนุษย์ เหมือนจะเป็นโรคเรื้อรัง อาจจะใช้วิธีการหักด้ามพร้ายาก หรือใช้ยาแรงก็อาจจะลงแดงตายได้ จึงควรบำบัดดังนี้ อ.อับดุลอาซีซแนะนำ

ระยะแรก เมื่อเราเลิกนินทาคนอื่นยังไม่ได้ เป็นสิ่งที่ยาก ก็ลองเพียงแต่เปลี่ยนมาเป็นนินทาในความดีของคนอื่น  เริ่มแรกอาจจะรู้สึกขัดๆ เพราะไม่เคย แต่ถ้าทำบ่อยๆ จนกลายเป็นทักษะ รับรองได้อรรถรสไม่แพ้กันแน่ เราจึงควรใช้ทักษะที่ชอบนินทา เปลี่ยนมาเป็นโพทะนาความดีของคนอื่นแทน

ระยะที่สอง ค่อยเปลี่ยนพฤติกรรมจากผู้พูดมาเป็นผู้ฟังมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนสามารถไม่พูดมากขึ้น เมื่อไม่พูดมาก ผิดก็น้อยลงๆ หากมีใครจะชวนพูดสิ่งที่ไม่ดีคนอื่นเราก็เปลี่ยนเรื่องให้เขาพูดในแง่มุมดีๆ ทดแทน แล้วเราฟังมากขึ้นๆ

ระยะที่สาม พฤติกรรมการนินทาและการโกหกนั้นเกิดจากคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป ถือเป็นกลุ่มก๊วน เราจึงควรพิจารณากลุ่มนั้นๆ ใหม่หากมีการตักเตือนกันแล้ว หากกลุ่มเดิมยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ก็ให้ออกห่าง หาเพื่อนกลุ่มใหม่ที่ดีกว่า ที่พูดในประเด็นที่สร้างสรรค์กว่า คือการเปลี่ยนกลุ่มในการคบหา หาเพื่อนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ระยะสุดท้าย หากิจกรรมที่ดีกว่ามาชดเชย เช่น การอ่านกุรอาน ฟังการบรรยาย หาที่เรียนหนังสือหาความรู้เพิ่มเติม หรือการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่นออกไปเยี่ยมญาติ ปลูกต้นไม้ และกิจกรรมที่ควรทำชดเชยมากที่สุดคือการซิเกร(รำลึกถึงอัลลอฮฺ)ให้มากๆ ในแต่ละวัน เพราะผู้ที่ชอบโกหกและนินทาคนอื่นมักจะเป็นคนใจแคบขาดการรำลึกถึงอัลลอฮฺ

 

240_f_222111773_6ahfnhx0ybhbg7l4sabnriszbj7emm5j

 

ฝากถึงพี่น้องมุสลิม

“อิสลามได้สอนให้เราออกห่างจากบาปทั้งหลาย การนินทา ใส่ร้าย และการโกหกนั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในบาปใหญ่ จงตระหนักให้มากๆ ว่า นรกนั้นเตรียมไว้สำหรับผู้ที่โกหกและผู้ที่นินทาว่าร้าย โดยเฉพาะ “นรกอัลหุฏอมะห์” มันคือนรกที่อัลลอฮฺทรงเตรียมไว้ให้กับผู้ที่นินทา ใส่ร้ายผู้อื่น และผลตอบแทนของการโกหกและนินทาในสังคมนั้น แท้จริงแล้วมันคือ “หลุมศพ” และ “ความหายนะอันยิ่งใหญ่” หาก เวลาที่ถูกใช้ไปกับการโกหกและการกล่าวร้ายถึงผู้อื่นลับหลัง หรือการสอดรู้สอดเห็นในเรื่องราวของผู้อื่น ได้ถูกใช้ไปเพื่อการกระทำความดีและเผยแพร่คำสอนของอิสลามแทน ชีวิตของเราคงจะดีขี้นมากแค่ไหน? และเราจะได้รับการยอมรับในสายตาของอัลลอฮฺ(ซบ.) มากเท่าไหร่? หากเราปกปิดความผิดของพี่น้อง อัลลอฮฺจะทรงปกปิดความผิดของเราทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และหากเราพบเห็นความดีงามเพียงหนึ่งอย่างในตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เช่นนั้นเราจงอย่ากล่าวถึงความผิดเพียงสิบอย่างของเขา จงเตือนตัวเองว่า “ความดีของท่านนั้นจะถูกมอบให้กับผู้ที่ท่านได้กล่าวร้ายถึงเขา และบาปของเขาก็จะถูกมอบให้แก่ท่าน และในวันแห่งการตัดสิน ท่านอาจจะมีความปรารถนาที่จะได้เพียงแค่หนึ่งความดีเพื่อปกป้องตัวท่านจากไฟ นรกก็เป็นได้

“จงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) ในยามที่เรากล่าวถึงพี่น้องของเรา จงสำนึกถึง “บาป” ที่เกิดจากการโกหกใส่ร้าย หมิ่นประมาทผู้อื่นเถิด จงมีความละอายที่โกหกหรือจะวิจารณ์ กล่าวร้ายถึงความผิดของผู้อื่น เพราะแท้จริงแล้วตัวเราเองนั้นก็มีความผิดมากมาย หากว่าตัวเราปราศจากซึ่งความผิดอย่างแท้จริงแล้ว เราจงแสดงความขอบคุณต่ออัลลอฮฺในความเมตตาของพระองค์ สวรรค์มีไว้เพื่อบุคคลที่ควบคุมการใช้ลิ้นของเขา และสวรรค์นั้นกว้างใหญ่ไพศาล รอเราท่านทั้งหลายเข้ามา โปรดชักจูงกันเข้าสวรรค์เถิด ขออัลลอฮฺทรงให้อภัยเราและเมตตาเรา เพราะแท้จริงแล้ว พระองค์คือผู้ทรงอภัย และผู้ทรงเมตตาอ.อับดุลอาซีซ กล่าวทิ้งท้าย

 

ขอขอบคุณ : อ.อับดุลอาซีซ มะหะหมัด

แบ่งปัน