ทำไมสาวมุสลิมถึงคลุมผม ทําไมมุสลิมต้องคลุมฮิญาบ  และทำไมชายถึงใส่เป็นหมวกประจำ การคลุมผ้า (ฮิญาบ) ของสตรีมุสลิมนั้นไม่ใช่ประเพณีของอาหรับ แต่เป็นบทบัญญัติของศาสนา ฮิญาบ แปลว่า ปิดกั้น

ประวัติที่มาของการคลุมฮิญาบ

 

hijab_1

 

ช่วงแรกๆในการเป็นศาสนฑูตของท่านนบีมูฮำมัดนั้น ยังไม่มีคำสั่งเรื่องการคลุมฮิญาบลงมา ครั้นเมื่อท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.) มุ่งหน้าไปยังเมืองมะดีนะฮฺ ช่วงนั้นท่านนบียังไม่มีที่บ้านเป็นของตนเอง จึงพักที่บ้านของอบูอัยยูบ  แต่ภรรยาของท่านนบีต้องพักที่อื่น เช่นนั้นเมื่อภรรยาของท่านนบีและสตรีมุสลิมท่านอื่นๆ ต้องการออกไปทำภาระกิจ (เช่น ธุระส่วนตัว….เมื่อก่อนยังไม่มีห้องน้ำ)  ในยามค่ำคืน ก็ต้องออกไปทำภารกิจนอกบ้านซึ่งในระหว่างทาง พวกอันธพาลมักนั่งแถวๆ ข้างทาง คอยหยอกล้อ,จีบสาว และพูดจาเกี้ยวพาราสีต่อสตรีที่เดิน ผ่านไปมา

ด้วยเหตุนี้พระองค์อัลลอฮฺทรงประทานอัลกุรฺอานในบทที่ว่า

“โอ้นบีเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้า และบรรดาบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธาโดยให้พวกนางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนางเถิด” ( Qu’ran บทอัลอะหฺซาบ 33 : 59)

ถ้าเป็นกลุ่ม กุรอานนียูร จะเชื่อว่าดึงผ้าลงมาปิดแค่ช่วงหน้าอกก็พอ ใครพบเจอก็ระมัดระวังกลุ่มนี้ เพราะเขาจะเชื่อเฉพาะอัลกุรอาน ไม่เชื่อตัวบทฮะดีษ ตีความกุรอานเองเข้าข้างตนเอง อากีดะฮฺจะเสียได้การคลุมฮิญาบของสตรีนั้น โดยทั่วไป จะเปิดเผยแค่ใบหน้าและฝ่ามือ ส่วนการปิดจนเหลือแต่ลูกตานั้นเป็นทัศนะที่ปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองจากฟิตนะห์ (ความไม่ดีไม่งามทางสังคม)  เช่น ป้องกันการถูกแซว หรือ การหยอกล้อเชิงชู้สาว จากเพื่อนชาย เป็นต้น

การปิดหน้าจนเหลือแต่ลูกตา ไม่ได้มีไว้เพื่อปิดบังตัวเอง จากการทำสิ่งไม่ดี หรือ เพื่อเจตนากระทำสิ่งต่าง ๆ  โดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าตนเองเป็นใคร เพื่อไม่ให้ใครจำได้ เช่น ยามปกติ(หมายถึงการใช้ชีวิตปกติทั่วๆไปก็ใส่ฮิญาบธรรมดา) ไม่ได้ปิดหน้าปิดตา การกระทำเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เจตนาของอิสลาม ที่ใช้ศาสนา อำพราง กระทำในสิ่งไม่ดี และการปิดหน้านั้นไม่ใช่เพื่อป้องกันฝุ่นทะเลทรายหรือประเพณีอย่างที่คิดกันไปเอง เพียงเพราะว่าอิสลามมาจากประเทศแถบอาหรับทะเลทราย แต่มาจากบทบัญญัติศาสนา ในเรื่องการคลุมฮิญาบและป้องกันสิ่งที่ไม่ดีนั่นเอง อย่าไปล้อเลียนดูถูกคนที่ปิดหน้า เพราะเขาทำเพื่อป้องกันฟิตนะฮฺและอยู่ในหนทางอิสลามเช่นกัน เขาต้องใช้ความอดทนมากกว่าคนที่เปิดเผยใบหน้าและฝ่ามือ น่ายกย่องเขามากกว่า…ที่เขาเลือกที่จะป้องกันตัวเอง ก่อนที่สิ่งไม่ได้ต่างๆ จะมาถึงตัวเขา ดังนั้น จะเปิดหรือปิดหน้า ไม่ควรนำมาเถียงกัน ว่าคุณถูกเธอผิด หรือไปดู ถูกคนที่เขาปิดหน้า  สำรวจตัวเองว่า ตัวเองปฏิบัติในศาสนาได้ดีแล้วหรือ ที่จะไปกล่าวหาผู้อื่น   ว่าเขาทำไม่ถูกต้องจากที่พบเห็นได้เรียนรู้พฤติกรรมและจิตใจมนุษย์   พบว่าปิดหน้าป้องกันฟิตนะห์ได้มากกว่า เพราะบางทีแม้กระทั่งดวงตา ปาก จมูก รอยยิ้ม น้ำเสียง หรือส่วนของมือของสตรี ก็ทำให้ฝ่ายชาย คิดอะไรไปได้กว่า กว่าที่ สตรีคิด เพราะชายมีความสามารถรับรู้ด้านอารมณ์ทางเพศได้มากกว่าหญิง พูดง่ายๆว่า ความรู้สึกของ ชายไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าหญิง  แต่หญิงจะมีความรู้สึกด้าน ความรักความสวยงามมากกว่า แต่ไม่ใช่อยู่กับ น้องชายกับพ่อ ก็เล่นแต่งชุดว่ายน้ำอยู่กับบ้านก็ไม่ถูกต้อง   แต่งได้ แต่แต่งให้สามีดู หรือแต่งในห้องดูคน เดียว

 

4404115

 

ฮิญาบคือการกดขี่สตรีเพศรึเปล่า ??

ฮิญาบไม่ได้เป็นการกดขี่สตรีเพศของอิสลาม อยากให้มองดูสังคมแบบใจที่เป็นกลาง อิสลามให้ป้องกันก่อนจะมีสิ่งไม่ดีตามมา อิสลามมีการปกป้องและป้องกันจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย เราไม่อาจปฏิเสธได้ ในเรื่องธรรมชาติอารมณ์ของมนุษย์ มีได้หลายอย่าง การมอง การได้กลิ่น และการสัมผัส ดังนั้น ด้วยหัวใจของมนุษย์ นั้นที่ไม่สามารถคาดเดาได้ อิสลามจึงให้สตรีปกป้องตัวเองไว้ก่อน ดีกว่าที่จะไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดูแลตัวเองปกป้องตัวเองเสียก่อน ก่อนที่จะไปพึงพาอาศัยคนอื่น หรือเมื่อเกิดปัญหาแล้วมาแก้ปัญหาที่ปลาย เหตุ สั้นๆง่ายๆ .. ป้องกันก่อนเกิดปัญหา

อีกทั้งยังแสดงถึงความเท่าเทียมกัน ไม่โชว์ว่ามีดีกว่าคนอื่น สวยกว่าคนอื่น ไม่ต้องโชว์เครื่องประดับประดา ต่างๆ และลดปัญหาการล้อเลี่ยนปมด้อยในร่างกายของแต่ละคน เช่น ร่างกายผิดปกติ เป็นเหตุที่เขาควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นกับเขาไม่ได้  ตรงนี้เมื่อคนไม่เห็น เขาจะสุขสงบใจมากกว่า ที่คนจะมองด้วยสายตาประหลาดๆ  ทำให้เกิดเป็นปมด้อยขาดความมั่นใจ จนลืมไปว่าทุกคนมีความสามารถหลายๆ อย่าง สามารถงัดมาใช้ให้เป็น ประโยชน์เพิ่มคุณค่าให้กับตัวตน จึงเป็นสิ่งช่วยสร้างความอบอุ่นทั้งกายและใจในภายใต้ฮิญาบ นอกจากฮิญาบแล้ว  เสื้อผ้าก็จะไม่รัดรูป เน้นส่วนต่างๆของร่างกาย ก็ไม่แตกต่างกับที่ไม่คลุมฮิญาบนั่นเอง

ในประเด็นที่ว่ามีดีก็ต้องโชว์ แต่อิสลามสวยด้วยการปกป้อง สวยด้วยอัตลักษณ์ของศาสนา มองให้ลึกลงไปว่าสาวๆเหล่านั้นรักนวลสงวนตัวและมีความสวยงามของผู้ศรัทธา ซึ่งได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนต่างศาสนาหลายๆ คน ที่ตั้งใจมาสอบถามหาความรู้เกี่ยวกับอิสลาม ทุกคนพูดว่า สตรีอิสลามแต่งกายปกปิด เห็นอยากให้สังคมเป็นแบบนี้มาก เพราะจะช่วยยกระดับ  ปัญหาสังคมต่างๆ และดูมีค่า มีราคามากกว่า เปิดโชว์

 

การแต่งกายของชายมุสลิม

 

a-baya-t-hobe islamic_clothing_for_man

 

ก็ตามปกติทั่วๆไป มีส่วนที่ต้องปกปิดไว้ ตั้งแต่ ระหว่างหัวเข่าถึงสะดือ จะใส่สูทผูกไทค์ หรือจะใส่สะโหร่ง กางเกงเล ฯลฯ  แต่ต้องไม่ปิดเผยเอาเราะฮฺนั่นเอง และการสวมหมวกของชายมุสลิม(ทั้งสีขาวและสีอื่นๆ) เรียกกว่าหมวกใส่เพื่อทำการละหมาด( นมัสการพระเจ้า) ภาษามาลายูเรียกว่า กะปิเยาะห์ (เป็นที่มาของชื่อเขตบางกะปิอีกด้วยเพราะเมื่อก่อน พื้นที่นี้มีมุสลิมมากมายอยู่บริเวณพื้นที่นั้น คนเรียกจากบางกะปิเยาะห์มาเป็นบาง) ที่ชายมุสลิมใส่เป็นส่วนมาก เพราะท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.) ได้กระทำไว้เป็นแบบอย่าง  ( อิสลามนั้นใช้แบบอย่างจากนบีท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.) ที่รับวะยูห์มาจากพระเจ้า เรียกว่าซุนนะฮฺ) แต่ไม่ได้จำเป็นต้องใส่แต่หมวกเท่านั้น  เพราะท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.) บางครั้งก็ใช้ผ้าสะระบั่น มาโพกที่ศรีษะ บางครั้งก็ใส่หมวกและเอาผ้าโพกอีกครั้ง การที่มุสลิมโพกผ้าศีรษะถือว่าเป็นซุนนะฮฺเหมือนกัน มีรายงานถึงลักษณะของท่านนบีว่า ” ท่านอัมร์เล่าว่า ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวเทศนาธรรม (คุฏบะฮฺ) โดยใช้ผ้าโพกศีรษะสีดำ ” (บันทึกโดยติรฺมิซีย์ , อิบนุมาญะฮฺ และอบูดาวูด)

ส่วนจะใส่หรือไม่ใส่ทั้งในเวลาปกติ หรือเวลาละหมาดนั้น ไม่ได้เป็นคำสั่งใช้ ว่าจำเป็นต้องกระทำ (เช่นการละหมาด นั้นจำเป็นต้องทำ) แต่ทำตามท่านนบีนั่นจะดีกว่านั้นเอง อาจจะถามว่าทำไม ชายส่วนที่ปกปิด ระหว่างหัวเข่าถึงสะดือ แต่หญิง คือ ฝ่ามือและใบหน้า เพราะชายมีหน้าที่มากมายกว่าหญิง ชายเป็นเพศที่ต้องปกป้องและทำหน้าที่ดูแลครอบครัว แต่หญิงเมื่ออยู่ในบ้านก็ตามปกติ แค่ออกจากบ้านก็ต้องมีฮิญาบ และเมื่ออยู่กับผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวก็ต้องปกปิดร่างกายด้วยฮิญาบแต่ระหว่างสตรีด้วยกันก็เปิดเผยได้ตามปกติทั่วไป

แบ่งปัน