untitled-0

เมื่อเวลาเวลา 21.55 น.วันที่ 3 ก.พ.ที่ บช.ปส. นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ได้ออกจากห้องสอบ พร้อมทนายและมารดา ได้เดินลงมายังหน้าอาคาร พร้อมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่เดินทางมารอทำข่าวจำนวนมากว่า

รู้สึกตกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น จากข่าวต่างๆ ในโซเชียลคนอาจจะรู้สึกมันปาก วิพากษ์วิจารณ์กันไป ซึ่งยังไม่รู้ว่ามีความจริงอะไรหรือไม่จริง โดยตนมีความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้นิ่งเฉย รีบรวบรวมเอกสารข้อมูลเพื่อมาชี้แจงกับตำรวจ คิดว่าจะมาตั้งแต่เมื่อวานแต่เอกสารยังไม่พร้อมจึงมาไม่ทัน วันนี้เอกสารครบจึงมาได้ และยืนยันไม่รู้จักกับนายไซซะนะ จากนั้นทนายของนายเบนซ์ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เบนซ์เป็นเหยื่อ เป็นผู้เดือดร้อนที่เข้าไปซื้อรถและยืนยันลูกความของตนไม่รู้จัก กับนายไซซะนะแต่อย่างใด

ด้านพล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ และพล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผบช.ปส. ร่วมกันเปิดเผยว่า วันนี้ทาง บช.ปส.ตั้งคณะทำงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ ปปส. ปปง. มาร่วมกันซักถาม นายเบนซ์ ต่อหน้าทนาย เครือญาติ และสอบสวนลูกน้องนายเบนซ์ ทั้งหมด 4 ปาก โดยเปิดโอกาสให้เขาได้พูดในสิ่งที่อยากพูด ถือว่านายเบนซ์ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ให้การเป็นประโยชน์ ทำให้รู้ข้อมูล บัญชีธนาคารซึ่งนายเบนซ์บอกไม่รู้จักกับนายไซซะนะ ส่วนกับนาย บอย นาคคำ เขาให้การยืนยันว่าเงินที่ซื้อรถเป็นการดำเนินธุรกิจ เป็นเงินยืมกันหกล้านบาท แล้วใช้เงินคืนไปแล้ว ส่วนสาเหตุที่ได้มาทำธุรกิจซื้อรถกันนั้น เพราะเขารักการแข่งรถ แต่งรถเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้าจะประมวลคำให้การทั้ง 4 คนว่า สอดคล้องหรือขัดแย้งกันอย่างไร และตรวจสอบเอกสารจากกรมการขนส่งทางบก บัญชีธนาคาร ที่อ้างว่ามีการยืมเงินกันจริงและชดใช้กันจริงหรือไม่ หลังจากนั้นจะเรียกมาสอบใหม่ ส่วนการครอบครองรถทะเบียน 51 ต้องเรียกมาสอบรอบหน้า จะเป็น พรบ.จราจร การสวมทะเบียน ซึ่งต้องนัดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนจะเรียกวันไหนอย่างไรต้องดูในรายละเอียดก่อน

 

s__60063753

s__60063754

s__60063755

untitled-1

แบ่งปัน