ในช่วงปีที่ผ่านมาจะมีเรื่องการแต่งงานของรักร่วมเพศมาเป็นระยะๆ ชายแต่งงานกับชาย หญิงแต่งงานกับ หญิง หรือการรับรองสิทธิ์สมรสรักร่วมเพศของแต่ละประเทศ ล่าสุดฝรั่งเศสสร้างประวัติศาสตร์เป็นประเทศที่ 14 ใน โลกที่ผ่านแนวคิดเรื่องการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน ทั้งกลุ่มเกย์ เลสเบี้ยน ออกมาเป็นกฎหมายได้สำเร็จต่อจาก อาร์เจนตินา เบลเยียม บราซิล แคนาดา เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สเปน อุรุกวัย และ นิวซีแลนด์ ถ้าทางด้านของศาสนาอิสลามก็เป็นสิ่งที่ต้องห้ามสำหรับผู้รักร่วมเพศ หรือเพศที่สาม

ประเด็นแรกก็คือว่าอิสลามเป็นศาสนาที่ตั้งอยู่บนหลักของความเป็นจริงที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เรื่องของ สัญชาตญาณในเรื่องของธรรมชาติแห่งความเป็นมนุษย์ อิสลามก็จะดำรงรักษาเอาไว้ โดยศาสนบัญญัติจะมีความ สอดคล้องกับสิ่งเหล่านี้และจะไม่ไปขัดแย้ง เมื่ออัลลอฮฺทรงบอกกับมนุษย์ว่าเราพระองค์สร้างมนุษย์จากชีวิตหนึ่งคือ นบีอาดัม และสร้างคู่ของชีวิตนั้นคือซีตีฮาวาภรรยาของนบีอาดัม แล้วก็สร้างเผ่าพันธุ์มนุษย์มาจากชายและหญิง นั้น หมายความว่ามนุษย์ที่เป็นปกติที่เป็นธรรมชาติก็คือผู้ชายและผู้หญิง ชายก็คือชาย หญิงก็คือหญิง อันนี้พูดใน ลักษณะรวมๆก่อน ในความเป็นผู้ชายนั้นก็จะมีความเป็นผู้หญิงซ่อนอยู่ และในความเป็นผู้หญิงก็จะมีความเป็น ผู้ชายซ่อนอยูถ้าเราพูดถึงสรีระร่างกาย เรื่องของสรีรศาสตร์ มันก็แยกชัดเจนว่าผู้ชายมีรูปทรงอย่างงั้น รูปทรงแบบ ไหนล่ะ รูปทรงแบบ ลีโอนาโด้ ดาวินชี วาดไว้ ที่เป็นมนุษย์ เพศชายหรือยืนกางแขนอยู่ รูปทรงก็จะเหมือนดาวิดที่ ยืนเปลือยกายอยู่ ที่ปั้นโดยไมเคิล แอนจะโล นั้นแหล่ะ คือผู้ชาย ผู้หญิงในด้านสรีรศาสรต์ก็คงจะเป็นวีนัส หรือ ว่าภาพวาดของโมนาลิซา นั้นก็คือผู้หญิง แต่ถามว่าเรื่อง ที่ซ่อนอยู่คือเรื่องของฮอร์โมน เรื่องปกติที่ต้องมีสอง ฮอร์โมน ในชายก็มีฮอร์โมนหญิงอยู่ในผู้หญิงก็มีฮอร์โมน ชายอยู่ เรื่องโครโมโซมก็เช่นกัน ดังนั้นโดยลักษณะที่เป็น พื้นฐานของสรีระที่สอดคล้องกับธรรมชาติที่อัลลอฮฺให้ มานั้น อิสลามก็จะดำรงเอาไว้ โดยยืนยันว่าสิ่งใดที่พระองค์พระเจ้าทรงกำหนดทรงสร้างเอาไว้นั้นจะไม่มีการ เปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง สำหรับการสร้างของพระผู้เป็นเจ้า เพราะฉะนั้นการกระทำ อันใดก็ตามที่ไม่ยอมรับต่อการสร้างของพระองค์ หรือ ไปล่วงละเมิดการสร้างของพระองค์ ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้อง ห้ามในศาสนาอิสลาม สำนวนบอกว่า “ลาตับดีล่ะลิ- ค็อลฺกิ้ลลาฮฺ” ไม่มีการเปลี่ยนแปลงการสร้างของอัลลอฮฺ ความหมายก็คือ อย่าเปลี่ยนแปลง สำนวนมาแบบ ประโยคบอกเล่า แต่ความจริงเป็นประโยคเรียงความก็ คือ อย่าเปลี่ยนแปลง ห้าม

q

ฉะนั้นอิสลามจึงกำหนด บัญญัติทางศาสนา หลายข้อด้วยกัน ข้อที่มันจะเกิดความคลุมเครือในเรื่อง ของเพศ การทำให้เกิดความเข้าใจผิดถือเป็นสิ่งต้องห้าม ก็คือบอกตามความเป็นจริงผู้ชายก็คือผู้ชาย ผู้หญิงก็คือ ผู้หญิงมองไปปุ๊บอ๋อผู้ชาย มองไปปุ๊บอ๋อคือผู้หญิง ไม่ใช่ ไม่ทันคุยเห็นแล้วชอบเพราะว่าเป็นผู้หญิง จนกระทั่ง หล่อนพูดมาเท่านั้นแหล่ะ เพิ่งจะรู้ว่าหล่อนเป็นกระเทย ลักษณะเนี๊ยะ บางคนอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันยังไม่รู้เลยว่าภรรยา ตัวเองเป็นผู้ชาย อันนี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต เรื่องก็คือมีผู้หญิงซึ่งเป็นคนไทยสัญชาติไทยกับผู้ชายซึ่ง เป็นคนอาหรับ มาแต่งงานกัน แต่งงานกันก็ปรากฏว่าก็ มาจดทะเบียนสมรสฝ่ายผู้หญิงก็เป็นมุอัลลัฟ เขาก็สอบ ตามปกติ ละหมาดใช้ได้ สวมผ้าตาละกงเรียบร้อย ดูหน้าดู ตา เจ้าหน้าที่ก็เขาไปตรวจสอบเรียบร้อยก็ออกใบรับรอง ให้ แต่แล้วเขาก็ไปกินเลี้ยงกัน ผ่านไปได้สักวันสองวัน ก็ มีปัญหาเนื่องจากเพื่อนของเขาโทรมาบอกว่าจริงๆแล้ว บัตรประชาชนที่แนบมาไม่ใช่ของเจ้าตัว เป็นของผู้หญิง อีกคนหนึ่ง ความก็แตก ทางสำนักงานก็โทรไปหาสามีซึ่ง เป็นชาวอาหรับ เขาก็โมโห เขาก็หย่ากับภรรยาของเขา ในฐานะที่โดนหลอก นั้นน่ะเขายังไม่รู้เลยน่ะ จวบจนกระทั่ง เจ้าหน้าที่เรียกมาคุยส่วนตัวว่านอนกับแฟนยัง เขาบอก นอนแล้ว รู้หรือเปล่าแฟนนายไม่ใช่ผู้หญิง เท่านั้นแหล่ะ ร้องไห้โฮเลย ยังไม่รู้เลยขนาดนอนด้วยกันแล้ว เพราะว่า เขาผ่าตัดแปลงเพศแล้ว นี้มันเกิดอะไรขึ้น เพราะไป เปลี่ยนแปลงการสร้างของอัลลอฮฺ คนที่ไปเปลี่ยนแปลง ไปผ่าตัดแปลงเพศ หรือไม่พอใจในสิ่งที่ตนเป็นในสิ่งที่ อัลลอฮฺให้มาก็เท่ากับว่าไม่พอใจในการกำหนดสภาวการณ์ ของอัลลอฮฺ อิสลามจึงสอนว่า เมื่ออัลลอฮฺกำหนดไว้ อย่างไรแล้ว โดยเฉพาะในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ตรงนี้ก็ต้องริฎออฺก็ต้องมีความพึงพอใจ ยินดีรับ แล้วก็ควบคุมมันไม่ใช่ว่าในอาการของเราจะไม่มีอาการคล้ายๆผู้หญิงไม่ใช่ หรือไม่ใช่ว่าจะไม่มีอาการเหมือนผู้ชายไม่ใช่ แต่เราต้องควบคุมมันให้เป็นภาวะปกตินี่ ก็คือสิ่งที่อิสลามกำหนดไว้

ที่นี้ในศาสนาอิสลามมีการพูดถึงเพศที่สามที่เป็นเพศที่สามจริงๆ ไม่ใช่เพศที่สามในค่านิยมปัจจุบันนี้ เป็น เพศที่สามที่เรียกว่า กระเทยจริงๆ ก็คือ คนที่มีสองเพศ หรือ มีเครื่องหมายของเพศอยู่ในร่างกาย ซึ่งตนเป็น คนละเพศกับเครื่องหมายที่มีอยู่ เช่น มีหนวด มีหน้าอก มีรังไข่ เป็นผู้ชายแต่ก็มีรังไข่ แต่ที่ชัดเจนที่สุดที่เรียกว่า “คุนษามุซักกัล” หรือ “มุชกิ้ล” ก็หมายความว่า กระเทยที่มีสองเพศสองเครื่องในร่างกาย คือมีทั้งอวัยวะของเพศ หญิงและเพศชายเรียกว่า “คุนษา” ในภาษาอาหรับ แล้วหลักนิติศาสตร์อิสลามก็จะระบุถึงเรื่องราวที่เราจะปฏิบัติกับ เขาอย่างไร เขาจะใช้ชีวิตอย่างไร เขาจะประกอบศาสนกิจอย่างไร ในเวลาจะละหมาดเป็นอิหม่ามละหมาดจะได้ไหม กระทบกันจะเสียน้ำละหมาดไหม เวลาตายจะเรียงอยู่ตรงไหน เวลามีเฮด ไม่มีเฮด อะไรทำนองนี้ จะมีหลักของมัน เพราะฉะนั้นกระเทยเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้ว เพราะมันเป็นเพศที่สามที่มีอยู่จริง ถึงแม้ว่าจะน้อยมันมี กระเทยอย่างนี้ นักวิชาการในยุคปัจจุบันเขาบอกว่าถ้าเกิดว่าร่างกายของเขามีเครื่องหมายปรากฏชัด เช่น ตอนแจ้งเกิดนั้นเป็น ผู้หญิง ไปๆมาๆปรากฏว่าหนวดออก แล้วก็มีอวัยวะเพศของผู้ชาย แล้วมีความรู้สึกเป็นผู้ชาย อย่างงี้ก็ให้เขาเลือกเอา ได้ ตรงไหนที่มันไม่ใช่ก็ไปทำซะ เรื่องของการไปทำศัลยกรรมให้เป็นปกติไม่มีปัญหา หรือว่ามันอ้อนแอ้นมันอรชรไป หมดแต่ตอนแจ้งเกิดว่าเป็นผู้ชาย แต่ปรากฏว่าผิวดี คือมันเป็นผู้หญิง แล้วก็เครื่องหมายของผู้ชายก็มีอยู่นิดเดียว มี ความบ่งบอกว่าเป็นผู้หญิง มีหน้าอก ก็อนุญาตให้เป็นอย่างนั้นได้ อนุญาตให้ทำศัลยกรรมไปทำให้เรียบร้อย นี้คือ เลือกได้เลยว่าจะเป็นยังไง

1371723889-2273-o

ส่วนคนที่เป็นผู้ชายมาทั้งแท่ง หรือเป็นผู้หญิงมาทั้งแท่งอย่างนี้มันไม่ได้ เพศที่สามทุกวันนี้คือไม่พอใจเพศ ของตนที่เป็นอยู่ หรือไปเลียนแบบเพศที่ตรงกันข้าม จนกระทั่งเบี่ยงเบนไปสู่การเป็นกระเทย ตุ๊ด แต๋ว อะไรที่เราเรียก อยู่ ในภาษาอาหรับเขาเรียกว่า “มุคอนนัษฺ” คือไม่ใช่ “คุนษา” คุนษาคือกระเทยจริงๆหรือ “บัณเฑาะภ์” แต่ว่า “มุคอนนัษ” ก็คือ ผู้ชายที่ทำตัวเป็นผู้หญิง ซึ่งรอซูลลุลลอฮฺท่านก็ “ละอฺนะฮฺ” ก็คือขออัลลอฮฺให้ทรงอัปเปหิ ขับไล่ คนที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ให้ออกจากพระเมตตาของอัลลอฮฺ คือ “ละอฺนะฮฺ” สาปแช่ง ผู้ชายที่ทำด้วยเป็นตุ๊ดเป็นแต๋ว ผู้หญิงที่ทำตัวเป็นทอมดี้ “มุตะร็อจญิลาตฺ” ก็คือ ทำตัวเป็นผู้ชายทำตัวเยี่ยงผู้ชาย แล้วอีกสำนวนหนึ่งที่ว่า “ผู้ชายที่ เลียนแบบผู้หญิง ผู้หญิงที่เลียบแบบผู้ชาย” หรือแม้กระทั่งการไปใส่ชุดที่เป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ของเพศที่เป็นเพศหนึ่งเพศใดที่รู้กัน เขาเรียก “ลิบสะฮฺ” ห้ามที่ผู้ชายจะไปใส่ชุดเสื้อผ้าอาภรณ์ของผู้หญิง ห้ามผู้หญิงจะไปใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ของผู้ชาย ลักษณะอย่างงี้ คืออิสลามมีข้อกำหนด ชัดเจนในเรื่องดังกล่าวนี้ แสดงว่าพฤติกรรมการเป็นกระเทยที่มันไม่ใช่เรื่องที่เราพูดอยู่ ก็คือคุนษา แต่เป็นพฤติกรรมเลียบแบบที่กำลังแพร่หลายอยู่ทุกวันนี้ อันนี้ถือว่าเป็น บาปใหญ่ในศาสนาอิสลาม อีกอันหนึ่งผู้หญิงเขาเรียก “สิหากฺ” ก็คือ สีกัน การสีกัน ห้ามเช่นเดียวกัน เพราะการสีกัน กรณีที่ผู้ชายกับผู้ชายไปนอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน นุ่งกางเกงขาสั้นนอนก่ายกันอยู่ ผู้หญิงกับผู้หญิงในผ้าผืนเดียวกันในอิสลามห้ามหมด แสดงว่ามันมีมูลใช่ไหมหล่ะ เพราะว่าคนเพศเดียวกันอาจจะมีความรู้สึกทางเพศก็ได้ ถึงกันไว้ก่อน

ฉะนั้นใครที่เป็นอยู่แล้วต้องเตาบัตตัวก่อน เพราะอันนี้เป็นบาปใหญ่ เมื่อเป็น บาปใหญ่ต้องเตาบัตตัว เป็นสิทธิของอัลลอฮฺ เราจะพูดว่ามันเป็นสิทธิ์ของฉันมันเป็น เรือนร่างของฉัน ฉันเป็นมนุษย์ เป็นสิทธิมนุษยชน ฉันมีสิทธิเป็นอะไรก็ได้ ก็คืออย่างงั้น มันไม่จบ ลัทธิแบบมนุษย์นิยม เอามนุษย์เป็นใหญ่ ความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน เกะกะ คือ อ้างความเป็นมนุษยชน แล้วถามว่าความเป็นมนุษย์ของคุณได้มาอย่างไร เพราะฉะนั้นต้องดูด้วยว่าเจ้าของที่แท้จริงกำหนดความเป็นมนุษย์สร้างเจ้ามา เจ้าพึ่ง พอใจในสิ่งที่เจ้าของให้มาหรือเปล่า จะอ้างมาว่ามันสิทธิ์ของฉัน มันเป็นของฉัน ชีวิต ของคุณมันเป็นของคุณใช่ไหม เมื่อมันไม่ใช่จงยอมรับซะ เตาบัตตัวเสียใจ ละ เลิก เพราะนี้ไปละเมิดในสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พูดถึงสิทธิของมนุษยชนแล้วสิทธิของพระเป็นเจ้า อยู่ตรงไหน ผู้เป็นมุสลิมสิทธิของอัลลอฮฺต้องมาก่อน การเตาบัตมี 3 องค์ประกอบคือ 1.ละเลิกพฤติกรรมดังกล่าวโดยเด็ดขาด 2.เสียใจต่อการกระทำนั้น 3.ตั้งใจว่าจะไม่ หวนกลับไปกระทำอีก การไม่หวนกลับไปกระทำอีก ก็คือต้องพิจารณาเรื่องบริบทของ มัน เช่น จะต้องเปลี่ยนกลุ่มคนที่จะไปคบ สังคม สภาพแวดล้อม เพราะไปอยู่ด้วยกัน เดี๋ยวก็เข้าพวก จิตใจเป็นสิ่งที่ควบคุม มนุษย์จะต้องรู้จักควบคุม อิสลามให้ควบคุม อารมณ์ของตัวเอง

ในเรื่องสิทธิมนุษยชนมนุษย์ต้องสืบเผ่าพันธุ์ สิทธิมนุษย์อยู่ตรงไหน ในเมื่อ พวกคุณทำลายสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ไปแล้วในเรื่องการสืบเผ่าพันธุ์ ผู้ชายกับผู้ชาย ให้ลูกไม่ได้ ผู้หญิงกับผู้หญิงให้ลูกไม่ได้ ความคิดเช่นนี้มันเกิดขึ้นในสมัยยุคนบีลูฏ อาลัยฮิสลาม นบีลูฏท่านไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่กลายเป็นว่าชื่อท่านต้องไปติดกับ พวกนี้ การกระทำของกลุ่มชนท่านเรียกว่า “ลิวาฏ” ก็มาจากคำว่า ลูฏ เพราะว่าลูฏี้ยฺ แปลว่า กลุ่มชนของลูฏ นบีลูฏไม่ได้เป็นเกย์ ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้เป็นอะไรด้วย แต่ไป เผยแผ่ศาสนาอยู่ที่สะดูมและกอมูร่าใกล้กับทะเลสาบเดทซี คนที่นั้นเป็นคนที่วิตถาร ในอัลกุรอานบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครเป็นอย่างนี้ ก็เป็นซ่องโจรกระทำชำเรา ผู้ชาย ล่าสวาทผู้ชาย เห็นผู้ชายแล้วขนลุกขนชั้น แต่เห็นผู้หญิงแล้วเกลียด ชะนีอะไร นั้นแหล่ะ ชอบจัดปาร์ตี้สโมสร แต่งตัวแบบมีแฟชั่น นุ่งผ้าแบบลากผ้ายาวๆ ในหนังสือ จะบอกเลยว่าพฤติกรรมพวกนี้เป็นอย่างไร ชอบเรื่องมหรสพ การละเล่น เรื่องการพนัน ลักษณะแบบนี้ เพราะฉะนั้นพวกโกมลูฏจึงถูกอะซาบที่รุนแรง ซึ่งไม่มีกลุ่มชาติใดถูก กระทำอย่างงั้น คืออัลลอฮฺให้หินไฟตกลงมาจากฟ้า ลงมาตามชื่อของแต่ละบุคคล ซึ่ง เขาเรียกว่าติดชิบไว้เรียบร้อยหนีไม่พ้น ชิบมันมาแต่ละก้อนมี ชื่อนาย ก. หรือนาย ข. โดนหมด พอโดนปุ๊บยิบรีล ลงมาก็เอาปีกช้อนขึ้นใต้ลงไปแล้วเอาข้างบนลงไปใต้ดิน เอาข้างล่างขึ้นมากลับตาลปัตรเอาลงไป ตายทั้งเมือง เหลือรอดแค่ครอบครัวของ นบีลูฏอาลัยฮิซสลาม แม้กระทั่งภรรยาของนบีรลูฏยังเสียชีวิต เนื่องจากไปสมรู้ร่วมคิด กับคนพวกนี้ เพราะฉะนั้นทะเลสาบเดทซีคือร่องรอยการลงโทษของอัลลอฮฺ(ซบ.)

homosexual-men

พ่อแม่ถ้ารู้ว่าลูกเป็บแบบนี้ก็ต้องทำใจก่อนประเด็นแรก แล้วก็อย่าไปโทษลูก ต้องโทษตัวเองก่อน เราไม่เลี้ยงลูกให้เป็นชาย ผู้ชายเลี้ยงให้เป็นผู้ชาย ผู้หญิงเลี้ยงให้ เป็นผู้หญิง ผู้หญิงจะเล่นตุ๊กตา จะรักสวยรักงาม เด็กเล็กๆ น่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ ส่วน เด็กผู้ชายจะวิ่งไปคลุกเลนจะขึ้นเขาลงห้วยที่ไหน จะต่อยกับพี่กับน้องเล่นกัน เรียก ทโมนปล่อยไป แต่ถ้าผู้หญิงทโมนมากก็ต้องรู้จักสอน เตือน คือ สอนลูกให้เป็นเพศของ เขา ก็คือผู้ชายสอนให้เป็นผู้ชาย ผู้หญิงสอนให้เป็นผู้หญิง ไม่ใช่จับลูกชายหน้าตาดี ขาว จับมาใส่ฮิญาบ ขำกัน แต่งตัวทาลิปถ่ายรูปไปลงเฟซบุ๊ก เด็กก็จะรู้สึกว่า เออมันดี นิ พ่อแม่จับเราแต่งตัวอย่างงี้มันดีนิ เด็กก็เริ่มฝังใจไปเรื่อยๆ อย่าลืมไปว่าหน้าที่ของ พ่อแม่ก็คือ “อัน-นะฮฺยุ อะนิลฺมุงกัรฺ” คือดีต้องใช้ ชั่วต้องห้าม ถ้าห้ามแล้วทำอีกก็ต้อง มีมาตรการเหมือนกับกรณีที่ทิ้งละหมาด คือถึงที่สุดแล้ว เข็นคอแล้วยังยืนกรานที่จะ เป็นอย่างงั้นก็ว่ากันไป มันพ้นภาระแล้ว ต้องทำอย่างถึงที่สุดก่อน เราจะบอกว่าพ่อแม่ จะต้องรับเรื่อยไปมันไม่ใช่ ก็ต้องดูว่าเมื่อเขาอาเกลบาลิฆฺแล้ว เขารับผิดชอบด้วยตัว ของเขาเองแล้ว เขายังเลือกที่จะเดินแบบนั้นอันนั้นก็เรื่องของเขาแล้ว เราต้องทำอย่าง สุดความสามารถก่อน

ส่วนผู้ที่เบี่ยงเบนทางเพศไปแล้วถ้าเราเป็นมุสลิมคำแรกของการเป็นมุสลิม คืออะไร ยอมรับ การยอมจำนน อย่าเป็นคนที่ดื้อแพ่งขืนแข็งกับอัลลอฮฺ ให้ยอมรับว่าเราคือผู้ชายก็คือผู้ชาย เราคือผู้หญิงก็คือผู้หญิง ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายเสมอกันในความ เป็นบ่าวของอัลลอฮฺ อย่าไปกระทำการฝืนในสิ่งที่อัลลอฮฺให้มา ในเมื่อเราเป็นบ่าวของ พระองค์เราก็ต้องยินดีในสิ่งที่พระองค์ให้ พยายามปรับพฤติกรรมของเรา

การที่มีรักร่วมเพศเยอะมากขึ้นเป็นหนึ่งสัญญาณวันสิ้นโลกแบบเล็ก เพราะ มันอยู่ในหมวดของเรื่องการซีนาอยู่แล้ว ก็คือว่า นบีบอกว่า ส่วนหนึ่งจาก “อัช-รอฏ อัส- สาอะฮฺ” ก็คือ ความรู้จะถูกยกไป ความโง่จะผนึกแน่น ทั้งๆที่คนจบด็อกเตอร์ จบ ปริญญา เป็นศาสตราจารย์เป็นอะไรต่อมิอะไร ความโง่ก็คงมีอยู่นั้นแหล่ะ ยิ่งเรียนสูงก็ ยิ่งโง่ มองเห็นแต่ยังไม่พบสัจธรรมความจริง จะเห็นทุกวันนี้คนที่โดนหลอกทุกคนจะ เป็นคนที่ระดับจบที่อยู่สูงทั้งนั้นแหล่ะ ความโง่ผนึกแน่น ซีนาจะแพร่สะพัด สุราจะถูก ดื่ม สองอันนี้จะมาคู่กันซีนา-สุรา เมื่อสุราแพร่สะพัดซีนาก็มีตามไปด้วย ที่ไหนมีซีนาที่ นั้นมันก็มีสุรา เพราะฉะนั้น นี่เป็น “อัช-รอฏ อัส-สาอะฮฺ” คือเครื่องหมายของ วันกิยามัต ก็คือคนจะเสื่อมในด้านศีลธรรม จนกระทั่งกระทำตนเหมือนลา ลาก็คือเห็น ตัวเมียสวยอยู่ตรงไหนมันก็ไปทำกันตรงนั้น มันไม่สนใจว่านี้คือข้างถนน หรือว่าข้าง โรงเรียน หรือว่าข้างตรงไหน ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นี้แหล่ะคือสัญญาณวันกียามัต

“สำหรับวัยรุ่นที่เลียนแบบเป็นกระเทย หรือตุ๊ด หรือเลสเบียน ประเด็นแรกก็ คือ อย่าไปล้อเขา มันมีประเภทแบบบ้ายอ ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ เฉยๆอยู่เฉยๆถ้าเรารู้ว่า เพื่อนเราเป็นอย่างงี้เราต้องเฉยๆ มันจะได้หยุดของมัน

ประเด็นที่สองก็คือ ว่าการเลียนแบบ ถ้าทำสนุกเล่น มันก็ไม่ได้อยู่แล้ว ค่านิยม ค่านิยมที่ไร้ค่ามันมีค่าในสายตามนุษย์เท่านั้นแหล่ะ แต่มันไร้ค่าในหลักการ ในศาสนา ถ้าเพื่อนเป็นอย่างงั้นคบได้ไหม เพื่อนน่ะคบได้ เพื่อนก็คือเพื่อนอยู่วันยังค่ำ แต่เราต้องบอก หน้าที่ของเราไม่ใช่ไปเออออ ไปส่งเสริม ดีต้องใช้ ชั่วต้องห้ามมันทุก ส่วน เพราะเราเป็นซึ่งกันและกัน มุอฺมินเราต้องซึ่งกันและกัน บางส่วนเป็นกัลยาณมิตร ของบางส่วน แปลว่า เราซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นเพื่อนเราเป็นมุสลิมใช่ไหม เราก็ ต้องบอกว่าทำตัวแบบนี้มันไม่ได้น่ะ ไม่ใช่ไปยุ ถ้าเราไม่ห้ามก็ถือว่ามีโทษ เราละเลย เรื่องนี้ และห้ามแล้วเขายังเป็นอยู่ ก็จบ หรือถ้าห้ามแล้วเขาโกรธ โมโห ถึงแม้คนๆนั้น จะเป็นญาตพี่น้องเรา ถ้าเขาไม่ฟังเรา เราก็เป็นปกติ แต่การปกติของเราไม่ได้หมายความ ว่าเห็นดีเห็นงาม ทำในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ใช่ว่าปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มันไม่ได้”

191769

สังคมมุสลิมน่าเป็นห่วงเพราะว่ามีบุคคลที่มีพฤติกรรมแบบนี้เป็นจำนวน ไม่ใช่น้อยแม้กระทั่งเพื่อนก็มี คนรุ่นเดียวกันก็มี สมัยรุ่นๆ แต่ว่าถ้าเปลี่ยนได้อัลฮัมดู ลิ้ลลาห์ดีใจด้วย แต่คนที่มีอยู่มีเยอะทีเดียว โรงเรียนก็มี บางปีก็มีมาเป็นชุดเลย แล้ว ถ้าว่าเราจะแก้ไขยังไงหล่ะ เราก็ต้องเยียวยาเท่าที่เราจะกระทำได้ ก็ฝากให้พ่อแม่ช่วย กันดูแล ไม่ใช่ปล่อย และไม่ใช่ไปส่งเสริม ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรจะไปกดขี่หรือ เหมือนกับที่จะทำให้เขาพุ่งไปอีก คือกดก็ต้องแบบว่าพอดีๆ ไม่ใช่กดจนกระทั่งเขาหลุด จากเราไปแล้ว ไปแบบสุดกู่เลย ทำผม ซอยผม ใส่ตุ้มหู ใส่เสื้อลูกไม้แขนยาว ถือ กระเป๋าแบบผู้หญิง กางเกงสแล็คขาบานแล้วก็ใส่รองเท้าส้นตึก นี่มันมีอย่างงี้จริงๆที่ ว่าเขาก็เต็มที่เขางัย อย่าไปทำอย่างงั้นเลยทีเดียว ค่อยๆปรับเปลี่ยนเขา สิ่งสำคัญที่สุด คือผู้ชายเป็นผู้ชาย ผู้หญิงเป็นผู้หญิง มันจะนิ่มไปนิดนึง มันจะแข็งไปนิด ก็อย่าไป ถือสา ที่มันเป็นไปได้ บุคลิกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อัลลอฮฺให้มาไม่เหมือนกัน

ขอขอบคุณ อาจารย์อาลี เสือสมิง อาจารย์ผู้ให้ข้อมูล
ขอขอบคุณ อาจารย์อาลี เสือสมิง อาจารย์ผู้ให้ข้อมูล
แบ่งปัน