นายอาบูบาการร์ ทัมบาโด รัฐมนตรียุติธรรมแกมเบีย แถลงข่าวที่กรุงเฮกในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลโลกในวันนี้ว่า แกมเบียได้ยื่นคำร้องตามอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948 ที่ห้ามรัฐภาคีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขัดขวางและลงโทษผู้กระทำความผิดฆ่าล้างพันธุ์ เพื่อให้ศาลลงโทษเมียนมาที่กระทำกับชาวโรฮีนจาที่เป็นประชาชนของตนเอง หากคนรุ่นนี้ไม่ทำอะไรทั้งที่เห็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาจะถือเป็นเรื่องน่าละอายมาก

แกมเบียเป็นประเทศในแอฟริกาตะวันตกที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญานี้เช่นเดียวกับเมียนมา ยื่นคำร้องโดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรความร่วมมืออิสลามหรือโอไอซี (OIC) ขอให้ศาลโลกออกมาตรการชั่วคราวที่จะสร้างหลักประกันว่า เมียนมาจะยุติความโหดร้ายและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาที่เป็นประชาชนของตนเองโดยทันที บริษัทกฎหมายที่ช่วยเหลือแกมเบียคาดว่า ศาลจะเปิดการไต่สวนในเดือนหน้า อนึ่ง แม้ศาลโลกซึ่งมีหน้าที่ตัดสินข้อพิพาทระหว่างรัฐกับรัฐไม่สามารถบังคับให้รัฐทำตามคำตัดสิน แต่รัฐที่ไม่ทำตามก็อาจทำให้ชื่อเสียงบนเวทีโลกมัวหมองได้

ชาวโรฮีนจากว่า 730,000 คนหนีข้ามพรมแดนจากเมียนมาเข้าไปในบังกลาเทศตั้งแต่กองทัพเมียนมายกกำลังเข้าไปในปี 2560 คณะผู้สอบสวนของสหประชาชาติระบุว่า เป็นการกระทำโดยมีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ทางการเมียนมาปฏิเสธและยืนยันว่าต้องการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธแยกดินแดนในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของประเทศเท่านั้น

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

แบ่งปัน