33.2 C
Bangkok
วันอาทิตย์, กันยายน 15, 2019

รุ่นน้องไปทำซีนากับแฟนของเขาแล้วเราห้ามเขาไม่ฟังเราจะบาปไหม

ฟอรั่ม พูดคุยทั่วไป รุ่นน้องไปทำซีนากับแฟนของเขาแล้วเราห้ามเขาไม่ฟังเราจะบาปไหม

กระทู้นี้ประกอบด้วย 1 ข้อความตอบกลับ มี 2 เสียง และอัปเดตครั้งสุดท้ายโดย  sophie 2 ปี, 8 เดือน มาแล้ว

กำลังดู 2 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 2 (ของทั้งหมด 2)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #265
    Facebook Profile photo
    admin
    Keymaster

    ห้ามแล้วนะค่ะ

    #663

    sophie
    Participant

    ท่านศาสดาเคยสอนว่า “คนหนึ่งนั้นมักจะอยู่บนพฤติกรรมของเพื่อนเขา ดังนั้น จงพิจารณาเถิดว่าพวกท่านกำลังคบหากับเพื่อนกับผู้ใด” สุภาษิตไทยก็มีว่า “คบคนพาลพาลพาไปหาผิด  คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล” การมีเพื่อนที่ดีถือว่าเป็นความโปรด(เนี๊ยะอ์มัต)ที่อัลเลาะห์ทรงประทานให้ เพื่อนที่ดีอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติ 2 ประการ คือ เมื่อเราลืมหรือทำไม่ถูกต้องเขาเตือน และเมื่อเราทำถูกและไม่ลืมเขาก็ช่วยเหลือสนับสนุนเรา สำหรับเพื่อนในคำถาม ให้เรากระทำตามคำตอบในข้อ 5 ที่กล่าวแล้ว

    ขอขอบคุณ อ.ซารีฟ (ประสาน) ศรีเจริญ ที่ช่วยชี้แจงคำถาม

กำลังดู 2 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 2 (ของทั้งหมด 2)

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้

ข่าวเด็ด

โพสล่าสุด

วิพากษ์ตนเอง โอกาสทองของชีวิต โดย อาจารย์บรรจง บินกาซัน

  ถ้าใครได้มีโอกาสทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำไปในชีวิตของตนก็ถือว่าคนผู้นั้นมีโอกาสทอง แต่โอกาสทองเช่นนี้จะมีขึ้นไม่ได้ถ้าไม่สร้างมันขึ้นมาเอง ดังนั้น ถ้าใครต้องการโอกาสทอง คนนั้นก็สร้างเองได้เลยในตอนสิ้นสุดวันโดยการหยุดคิดสักครู่หนึ่งเพื่อทบทวนดูว่าตลอดทั้งวัน ตัวเองได้ทำอะไรไป? ทำไมถึงได้ทำสิ่งนั้น? ตัวเองทำผิดหรือบกพร่องอะไรไปบ้าง? และทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ถ้าการทบทวนตัวเองดังกล่าวมีขึ้นก่อนเข้านอนก็จะเป็นการดี เพราะเมื่อนอนหลับไปแล้ว ใครจะรู้ว่าตัวเองจะมีโอกาสตื่นขึ้นมาทบทวนตัวเองอีกหรือไม่ ช่วงเวลาแห่งการทบทวนและวิพากษ์ตนเองนี้ถือเป็นช่วงเวลาหนึ่งของความก้าวหน้าในชีวิต เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ผู้ศรัทธาแต่งตั้งผู้สอบสวนขึ้นมาด้วยจิตสำนึกของตัวเองเพื่อสอบสวนการกระทำของตน ด้วยการทำเช่นนี้เองที่จะช่วยให้ผู้ศรัทธาก้าวหน้าจากสภาวะของ “ตัวตนที่กระตุ้นให้ทำความชั่ว” ไปสู่สภาวะของ “ตัวตนที่ตำหนิตัวเอง” เมื่อใดก็ตามที่เจ้าของมันถลำตัวไปสู่บาปหรือการทำความผิด     ในคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัดมีตอนหนึ่งกล่าวว่า “คนฉลาดสมควรที่จะแบ่งเวลาออกเป็นสี่ช่วงและหนึ่งในสี่ช่วงนั้นคือช่วงเวลาที่คนผู้นั้นวิพากษ์ตนเอง” เคาะลีฟะฮฺอุมัรฺสาวกใกล้ชิดของท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า “จงวิพากษ์และประเมินตนเองก่อนที่ท่านจะถูกวิพากษ์และถูกประเมินในวันแห่งการพิพากษา จงชั่งน้ำหนักการกระทำของท่านก่อนที่มันจะถูกชั่งให้ท่าน” เขาเคยเฆี่ยนเท้าของตัวเองในตอนกลางคืนและกล่าวกับตัวเองว่า “บอกข้าซิว่าแกทำอะไรไปในวันนี้?” มัยมูน อิบนุมะฮ์รอนสาวกคนหนึ่งของท่านนบีมุฮัมมัดเคยกล่าวว่า “คนที่มีคุณธรรมจะตรวจสอบและประเมินตนเองอย่างรอบคอบมากกว่าผู้ปกครองที่เป็นทรราชและหุ้นส่วนที่ขี้เหนียวเสียอีก” อัลฮะซันสาวกอีกคนหนึ่งได้กล่าวว่า...