อิสลามเป็นศาสนาที่สอนให้ผู้ศรัทธามีความอ่อนโยน เมตตา สงสารอยู่เสมอ ไม่ว่าจะกับคนด้วยกัน หรือแม้กระทั่งกับสัตว์เล็กๆ ก็ตาม ท่านนบีมุฮำหมัด (ซ.ล.) เป็นผู้ที่มีความเมตตาอ่อนโยน และชมชอบแมวเป็นอย่างมาก

รายงานวิจัยฉบับนี้จะพาท่านผู้อ่านไปเห็นถึงประโยชน์ในการเลี้ยงแมว เลี้ยงแล้วได้อะไร? เลี้ยงแบบทิ้งขว้าง กักขังแมวจะบาปไหมอย่างไร? หรือแม้กระทั่งการซื้อ-ขายแมวสามารถทำได้ไหมในอิสลาม ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนกำลังสงสัยอยู่ เรามาหาคำตอบกันโดย “อาจารย์อับดุลอะซีซ ขำเจริญ” หัวหน้าฝ่ายวิชาการแห่งสภายุวมุสลิมโลก (WAMY) จะมาช่วยไขข้อข้องใจต่างๆ

อ.อับดุลอะซีซ กล่าวว่า ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.) ท่านถูกส่งมาเพื่อเป็นความเมตตาต่อสรรพสิ่งต่างๆ ในโลกใบนี้  อัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ว่า:

 

وَمَا أَرْسَلْنَاكَ إِلَّا رَحْمَةً لِّلْعَالَمِينَ

 

“และเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใดนอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่ประชาชาติทั้งหลาย” (อัลอัมบิยาอฺ 107)

 

356465

 

ดังที่ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ได้บอกเล่าเรื่องราวในทำนองดังกล่าวกับบรรดาอัครสาวกของท่านในวันที่ท่านได้ทำการส่งเสริมให้พวกเขามีความเมตตาต่อสัตว์ว่า

 

« بَيْنَمَا رَجُلٌ يَمْشِى بِطَرِيقٍ اشْتَدَّ عَلَيْهِ الْعَطَشُ ، فَوَجَدَ بِئْرًا فَنَزَلَ فِيهَا فَشَرِبَ ثُمَّ خَرَجَ ، فَإِذَا كَلْبٌ يَلْهَثُ يَأْكُلُ الثَّرَى مِنَ الْعَطَشِ فَقَالَ الرَّجُلُ لَقَدْ بَلَغَ هَذَا الْكَلْبَ مِنَ الْعَطَشِ مِثْلُ الَّذِى كَانَ بَلَغَ بِى ، فَنَزَلَ الْبِئْرَ فَمَلأَ خُفَّهُ ، ثُمَّ أَمْسَكَهُ بِفِيهِ ، فَسَقَى الْكَلْبَ ، فَشَكَرَ اللَّهُ لَهُ فَغَفَرَ لَهُ » . قَالُوا يَا رَسُولَ اللَّهِ وَإِنَّ لَنَا فِى الْبَهَائِمِ أَجْرًا . فَقَالَ « فِى كُلِّ ذَاتِ كَبِدٍ رَطْبَةٍ أَجْرٌ » ـ رواه البخاري ، رقم 6009

 

“ในขณะที่มีชายผู้หนึ่งกำลังเดินอยู่บนเส้นทางสายหนึ่ง เขามีความรู้สึกหิวกระหายอย่างรุนแรง ต่อมาเขาได้เจอบ่อน้ำบ่อหนึ่ง เขาก็ได้ลงไปในบ่อ เพื่อดื่มน้ำในบ่อนั้น เมื่อดื่มเสร็จแล้วเขาได้ขึ้นมาจากบ่อ ทันใดนั้นเขาก็ได้เจอสุนัขตัวหนึ่ง มันได้แลบลิ้นกินดินที่เปียกน้ำ เนื่องจากมีความกระหายอย่างรุนแรงเช่นกัน ชายคนนั้นก็ได้พูดขึ้นว่า “แท้จริงสุนัขตัวนี้ น่าจะมีความกระหายถึงที่สุดอย่างเดียวกับที่ฉันได้กระหาย”  และเขาก็ได้ลงไปในบ่ออีกครั้ง โดยใช้รองเท้าของเขาบรรจุน้ำจนเต็ม และใช้ปากของตนเองคาบรองเท้าที่บรรจุน้ำขึ้นมา และเขาก็ใช้มือเท้าปืนป่ายขึ้นจากบ่อ และได้เอาน้ำให้สุนัขตัวนั้นดื่ม พระองค์อัลลอฮฺได้ตอบแทนผลบุญให้กับชายผู้นั้น และได้อภัยโทษให้แก่เขา  บรรดาซอฮาบะห์ของท่านนบีมูฮัมหมัด ได้ถามท่านนบีมูฮัมหมัด ว่า “เราทำความดีต่อสัตว์ เราจะได้ผลบุญกระนั้นหรือ?” ท่านนบีมูฮัมหมัด ได้กล่าวว่า “การทำความดีกับทุกสิ่งทุกอย่างที่อับชื้น (หมายถึงสิ่งมีชีวิต) จะได้รับผลบุญ” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หมายเลข 6009)

ท่านนบีมูฮัมหมัด ของพวกเราก็เป็นคนรักสัตว์โดยเฉพาะกับ “แมว” ท่านนบีมูฮัมหมัด ท่านได้เปรียบมันดั่งคนรับใช้ที่เดินรอบๆ กาย แม้กระทั่งซอฮาบะห์ของท่านได้สมยานามว่า “อบูฮุรอยเราะห์” เนื่องจากว่าเขานั้นมีความรักความผูกพันธ์กับแมว เวลาเขาไปไหนมาไหนก็จะพาแมวใส่ไว้ในแขนเสื้อไปพร้อมกับเขาด้วย

ส่วนน้ำลายแมวนั้นเป็นนะญิสหรือไม่นั้น นักวิชาการลงความเห็นว่าแมวนั้นสะอาดทั้งตัวมันและน้ำลายของมันและไม่ถือว่าอาหารส่วนที่เหลือหลังจากที่มันกินไปบางส่วนเป็นนะญิส หรือน้ำที่ผ่านการดื่มของแมวสามารถนำมาอาบน้ำละหมาดได้ ซึ่งมีตัวบทหะดีษรายงานชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้

سنن أبى داود وغيره، «أن امرأة أرسلت بِهَرِيسَةٍ إِلَى عَائِشَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهَا فَوَجَدَتْهَا تُصَلِّي فَأَشَارَتْ إِلَيَّ أَنْ ضَعِيهَا فَجَاءَتْ هِرَّةٌ فَأَكَلَتْ مِنْهَا فَلَمَّا انْصَرَفَتْ أَكَلَتْ مِنْ حَيْثُ أَكَلَتْ الْهِرَّةُ فَقَالَتْ: إِنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ: “إِنَّهَا لَيْسَتْ بِنَجَسٍ إِنَّمَا هِيَ مِنْ الطَّوَّافِينَ عَلَيْكُمْ وَقَدْ رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَتَوَضَّأُ بِفَضْلِهَا».

 

“แท้จริงหญิงคนหนึ่งได้นำอาหารมาให้ท่านหญิงอาอีชะห์รอฎิยัลลอฮุอันฮา ในขณะนั้นนางกำลังละหมาดอยู่ นางได้ส่งสัญญาณให้หญิงคนนี้นำอาหารไปวางไว้ ต่อมาแมวตัวหนึ่งได้มากินอาหารไปส่วนหนึ่ง พอนางเสร็จสิ้นจากการละหมาด นางก็รับประทานอาหารที่เหลือจากที่แมวได้รับประทานไปและนางก็ได้กล่าวว่าแท้จริงท่านรอซูลุลลอฮ   กล่าวว่าแท้จริงแมวนั้นไม่นะญิส เพราะแท้จริงแมวนั้นเปรียบเสมือนดั่งคนใช้ที่วนเวียนอยู่รอบๆตัวของพวกท่านและแน่นอนฉันเห็นท่านรอซูลุลลอฮ ได้อาบน้ำละหมาดจากน้ำเหลือที่แมวนั้นได้ดื่มไป” (บันทึกโดยอบูดาวูดและท่านอื่นๆ)

 

2016-05-30-1464600256-1952992-cutecatnames-thumb

 

และอีกหะดีษหนึ่งรายงานว่า

عَنْ كَبْشَةَ بِنْتِ كَعْبِ بْنِ مَالِكٍ وَكَانَتْ تَحْتَ ابْنِ أَبِي قَتَادَةَ أَنَّ أَبَا قَتَادَةَ دَخَلَ فَسَكَبَتْ لَهُ وَضُوءًا، فَجَاءَتْ هِرَّةٌ فَشَرِبَتْ مِنْهُ فَأَصْغَى لَهَا الْإِنَاءَ حَتَّى شَرِبَتْ، قَالَتْ كَبْشَةُ فَرَآنِي أَنْظُرُ إِلَيْهِ، فَقَالَ أَتَعْجَبِينَ يَا ابْنَةَ أَخِي، فَقُلْتُ نَعَمْ، فَقَالَ :إِنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ: “إِنَّهَا لَيْسَتْ بِنَجَسٍ إِنَّهَا مِنْ الطَّوَّافِينَ عَلَيْكُمْ وَالطَّوَّافَات”ِ رواهما أبو داود والترمذي وصححهما البخاري والدارقطني

 

จากกับชะห์บุตรสาวท่านกะบ์ ซึ่งนางเป็นลูกสะใภ้ท่านอาบีกอตาดะห์ ครั้งหนึ่งท่านอาบีกอตาดะห์ได้ไปหาและนางได้น้ำได้นำน้ำเพื่ออาบน้ำละหมาดมาให้แก่เขา ในขณะนั้นเองมีแมวตัวหนึ่งได้มาดื่มน้ำจากภาชนะนั้น ท่านอาบีกอตาดะห์จึงเอียงภาชนะเพื่อให้มันดื่ม นางได้กล่าวว่า  ท่านอาบีกอตาดะห์ได้เห็นว่าฉันมองไปยังปฏิบัติของเขา  เขาจึงกล่าวว่าเธอประหลาดใจอะไรหรือ โอ้กับชะห์????? ฉันจึงกล่าวว่า:  ใช่ , ท่านอาบีกอตาดะห์จึงกล่าวว่า:  แท้จริงท่านรอซูลุลลอฮ   กล่าวว่า “แท้จริงแมวนั้นไม่นะญิส มันนั้นเปรียบเสมือนคนรับใช้ที่วนเวียนอยู่รอบๆตัวท่านนั้นเอง” (บันทึกโดยอบูดาวูดและติรมีซีย์)

 

wuts-dis-stuf-l1

 

จากหลักฐานต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นเราจะเห็นว่าการเลี้ยงแมวไม่ว่าใครจะให้เรามาหรือมีใครมาปล่อยทิ้งไว้เราสามารถนำมาเลี้ยงได้ด้วยกับการที่เรามีความเมตตาต่อสัตว์ต่างๆ เหล่านี้เพื่อที่เรานั้นจะได้รับความเมตตาจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตราบใดที่เรานั้นยังให้ความเมตตาต่อสรรพสิ่งที่อยู่บนโลกใบนี้

ตรงกันข้ามถ้าหากว่าทำร้ายแมวหรือนำมันมากักขังไว้ โดยไม่ยอมปล่อยให้มันไปหาอาหารเองตามธรรมชาติ หรือไม่นำอาหารไปให้มันอิสลามจะถือว่ามีโทษร้ายแรง ซึ่งมีหะดีษรายงานดังนี้

عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ عُمَرَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا ، أَنّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، قَالَ : ” عُذِّبَتِ امْرَأَةٌ فِي هِرَّةٍ سَجَنَتْهَا حَتَّى مَاتَتْ فَدَخَلَتْ فِيهَا النَّارَ لَا هِيَ أَطْعَمَتْهَا ، وَلَا سَقَتْهَا إِذْ حَبَسَتْهَا ، وَلَا هِيَ تَرَكَتْهَا تَأْكُلُ مِنْ خَشَاشِ الْأَرْضِ “

 

จากอับดุลลอฮ บุตรของท่านอุมัรรอฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า ท่านรอซูลุลลอฮ กล่าวว่า “ผู้หญิงคนหนึ่งถูกลงโทษ เพราะแมว นางได้กักขังมันจนกระทั่งมันตาย แล้วนางถูกให้เข้านรกเพราะมัน โดยนางไม่ให้อาหารและน้ำแก่มัน ขณะที่นางกักขังมัน และนางไม่ปล่อยให้มันกินสัตว์ต่างๆบนหน้าแผ่นดิน” (รายงานโดยมุสลิม)

 

istock-157570858-cover

 

บางท่านจึงมีข้อสงสัยในการซื้อขายแมวว่าอิสลามอนุญาตหรือไม่อย่างไร? ซึ่งนักวิชาการมีการขัดแย้งกันในประเด็นนี้อนุญาตหรือไม่อนุญาตในการซื้อขายแมว  หลักฐานชัดเจนที่ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ได้ห้ามไว้

عَنْ أَبِي الزُّبَيْرِ قَالَ : سَأَلْتُ جَابِرًا عَنْ ثَمَنِ الْكَلْبِ وَالسِّنَّوْرِ قَالَ : زَجَرَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ عَنْ ذَلِكَ . روى مسلم (1569)

 

จากหะดีษอบีอัซซุบัยรฺ ว่า : ฉันเคยถามญาบิรถึงราคา(ซื้อขาย)ของสุนัขและแมว ท่านญาบิรกล่าวว่า : ท่านนบี (ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ห้ามปรามจากสิ่งดังกล่าว (บันทึกโดยมุสลิม)

عَنْ جَابِرٍ بن عبد الله رضي الله عنهما قَالَ : ( نَهَى رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ عَنْ ثَمَنِ الْكَلْبِ وَالسِّنَّوْرِ) وروى أبو داود (3479) والترمذي (1279) صححه الألباني في صحيح أبي داود

 

จากท่านญาบิรรอฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า : ท่านนบี  ได้ห้ามคิดราคาของสุนัขและแมว(ซื้อขาย) (บันทึกโดยอบูดาวูดและติรมีซีย์)

 

cat_kabarnesia

 

ฝากถึงพี่น้องมุสลิมในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์

อ.อับดุลอะซีซ กล่าวเพิ่มเติมว่า “มุสลิมสามารถเลี้ยงแมวได้ แต่ต้องให้การดูแลเป็นอย่างดี (ห้ามให้อยู่ในสภาพที่อดอยาก หรือถูกคุมขัง) คำสอนของอิสลาม เกี่ยวกับแมวนั้นจะสะท้อนได้ว่า มุสลิมจะต้องให้ความเมตตาอ่อนโยนต่อสัตว์ รวมทั้งมนุษย์ทุกผู้ทุกคน ไม่ว่าจะเชื้อชาติศาสนาใดก็ตาม คนรักแมวที่เลี้ยงแมว ต้องระวัง ดูแลมันให้ดี ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นไม่ว่าเสียงหรือว่ากลิ่นก็ตาม เพื่อให้เป็นบุคคลที่สะอาดและปลอดภัยจากโรค และอย่าให้ความรักแมวหรือสัตว์อื่นๆ ส่งผลถึงความบกพร่องของสติปัญญา ที่ให้ความต่ำต้อยกับศาสนา ไม่ใช่เวลาเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเองให้มากที่สุด มัวไปหลงกับวัฒนธรรมหรือคำสอนของตะวันตกโดยที่ไม่เห็นค่าความสำคัญที่แท้จริงที่อิสลามได้สอนไว้ หรือเห็นว่าความสำคัญของสัตว์มากกว่าผู้คน เพราะผู้คนมากมายที่เขาอดอยาก ถูกอธรรม ถูกทำร้ายแต่เรากลับให้ความช่วยเหลือและลงทุนเพื่อเป็นการสร้างที่อยู่ การให้อาหารแก่สัตว์มากกว่าการช่วยเหลือ ให้อาหารคนเหล่านั้น  บางทีบริจาคไปเพื่อให้สัตว์มากไปกว่าบริจาคเพื่อให้คนจน”

 

ขอขอบคุณ : อ.อับดุลอะซีซ ขำเจริญ หัวหน้าฝ่ายวิชาการสภายุวมุสลิมโลก (WAMY)