คณะกรรมการไต่สวนอิสระซึ่งประกอบด้วยชาวเมียนมาสองคน นางโรซาริโอ มานาโล นักการทูตฟิลิปปินส์ และนายเคนโซ โอชิมะ อดีตเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสหประชาชาติ เผยแพร่ผลการไต่สวนเมื่อวันจันทร์ก่อนที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลกที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์จะชี้ขาดในวันพฤหัสบดีว่า จะออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อหยุดยั้งการกระทำของเมียนมาหรือไม่ คณะกรรมการสรุปว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงบางนายใช้กำลังอย่างไม่เหมาะสม ก่ออาชญากรรมสงคราม ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง เช่น สังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ทำลายบ้านเรือนของชาวบ้าน แต่อาชญากรรมเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพราะไม่มีหลักฐานมีน้ำหนักมากพอจะโต้แย้งว่า อาชญากรรมที่เกิดขึ้นทำไปโดยมีเจตนาจะทำลายกลุ่มทางเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ หรือศาสนา บางส่วนหรือทั้งหมด

องค์การโรฮีนจาเมียนมาในสหราชอาณาจักรไม่ยอมรับรายงานดังกล่าว โดยเห็นว่าเป็นการประชาสัมพันธ์อย่างโจ่งแจ้ง หวังเบี่ยงเบนความสนใจจากการชี้ขาดของศาลโลก ด้านกลุ่มฮิวแมนไรท์วอตช์เรียกร้องให้เมียนมาเปิดเผยรายงานฉบับเต็ม เพราะกระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการเมียนมาไม่โปร่งใส และดูเหมือนจะหาทหารเป็นรายบุคคลมาเป็นแพะรับบาปแทนระบบการบังคับบัญชาในกองทัพ

กองทัพเมียนมายกกำลังเข้าไปในรัฐยะไข่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2560 ทำให้ชาวโรฮีนจา 740,000 คนหนีข้ามพรมแดนเข้าไปในบังกลาเทศ เมียนมายืนกรานว่า เข้าไปกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮีนจาที่ก่อเหตุร้ายกับเจ้าหน้าที่ แต่ผู้อพยพชาวโรฮีนจาอ้างว่า ถูกทหารทรมาน ข่มขืน ฆ่า วางเพลิงบ้านเรือน จึงไม่อยากเดินทางกลับเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

แบ่งปัน