จากกรณีคนร้ายบุกบ้านผู้ใหญ่บ้านที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ยิงหมด 11 คน ตายแล้ว 8 สาหัส 3 ชุดสืบสวนได้ตั้งปมสังหารโหดครั้งนี้ไว้ 4 ประเด็น  และพบรถต้องสงสัยตามที่มีพยานในหมู่บ้านระบุว่า เป็นรถฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ไม่ทราบป้ายทะเบียน วิ่งไปมาทั้ง 2 ฝั่งในช่วงเย็นตามที่ได้เสนอไปแล้วนั้น {อ่านข่าว : เร่งล่า!! ตร.ไล่เก็บวงจรปิด หลังพบเบาะแสรถคนร้าย ฆ่าโหดยิงยกครัว 8 ศพ}

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจหาหลักฐานที่บ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ที่เกิดเหตุ และประสานตำรวจในพื้นที่ตรวจหาหลักฐานรอบๆบ้านในรัศมี 150 เมตร เพื่อหา ร่องหลักฐานที่คนร้ายอาจทำตกไว้  ขณะเดียวกัน ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.กระบี่ ชุดสืบสวน สภ.อ่าวลึก และชุดสืบสวน บก.ป. ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของ อบต.บ้านกลาง อยู่ห่างจากทางเข้าบ้านที่ เกิดเหตุประมาณ ประมาณ 1 กม. บันทึกภาพรถฟอร์จูนเนอร์สีดำ คาดว่าเป็นพาหนะคนร้าย วิ่งเข้าถนนสายเซาท์เทิร์นกระบี่-ขนอม แล้วกลับรถมุ่งหน้าไปทาง จ.สุราษฎร์ธานี ช่วงกลางดึกวันเกิดเหตุ และตำรวจได้เชิญตัวหญิงคนสนิทของนายวรยุทธ อยู่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งใน อ.เมืองกระบี่ มาสอบปากคำแล้ว ขณะเดียวกัน ตำรวจออกภาพสเกตช์คนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมหมวกแก๊ป 1 คน ตามคำให้การเหยื่อที่รอดชีวิต แต่ยังไม่แจกจ่ายให้กับสื่อมวลชน

19989284_908292852660425_8509913812655872820_n

ส่วนนายมนัส ชูบุตร นายก อบต.บ้านกลาง ซึ่งถูกระบุว่ามีความขัดแย้งกับนายวรยุทธ ผู้ตาย โดยถูกนายวรยุทธ ฟ้องร้องกล่าวหากระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการนำที่ดิน นสล. หรือที่ดินหลวง เนื้อที่ประมาณเกือบ 100 ไร่ ที่ชาวบ้านบุกรุก อาจเป็นหนึ่งในชนวนสังหาร โดยนายมนัสกล่าวว่า ตนทำไปตามหน้าที่ ไม่ได้ละเลย มีการสอบสวนสิทธิตามกฎหมายขั้นตอนปฏิบัติทุกประการ ส่วนการขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องปกติที่การทำงานย่อมต้องมีบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นต้องทำร้ายใดๆ

จากการสอบสวนชาวบ้านโดยรอบบริเวณบ้านนายวรยุทธทราบว่า ในคืนวันเกิดเหตุไม่พบว่ามีใครได้ยินเสียงปืน เนื่องจากบ้านผู้ตายอยู่ห่างจากกลุ่มชาวบ้านลึกเข้าไปในสวนปาล์ม ประกอบกับบ้านที่เกิดเหตุประตูหน้าต่างติดกระจก ทำให้ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา แต่มีพยานระบุว่าในช่วงสายของวันเกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายสวมชุดลายพรางคล้ายเจ้าหน้าที่ใช้รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำไม่ทราบทะเบียน ขับเข้ามาในหมู่บ้านก่อน โดย 1 ในคนร้ายได้เปิดกระจกรถสอบถามชาวบ้านหาบ้านนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่พร้อมโชว์หมายศาลให้ชาวบ้านดู ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อบอกที่ตั้งไป

20031765_908272232662487_1763783739056655810_n

นอกจากนี้ มีชาวบ้านบางรายยืนยันว่า หลังเกิดเหตุได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งออกจากบ้านที่เกิดเหตุด้วยความเร็ว ในส่วนของการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนีพบว่ารถของกลุ่มคนร้ายได้วิ่งออกจากหมู่บ้านแล้วกลับรถมุ่งหน้า อ.ปลายพระยา เข้าทางหลวงหมายเลขสาย 41 เส้นทางดังกล่าวสามารถออกไป จ.สุราษฎร์ธานี จ.พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช สอดคล้องกับข้อมูลของชุดสืบสวนท้องที่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังไล่กล้องวงจรปิดเพื่อหาจุดหมายปลายทางของคนร้าย

จากการสอบปากคำหนึ่งในผู้ที่รอดชีวิตให้การว่า ตนสามารถจดจำใบหน้าและลักษณะของคนร้ายได้ 4 คน อีกทั้งยังได้ยินคนร้ายพูดถึงเรื่องเงินที่เคยมอบให้กับผู้ใหญ่บ้านโดยเสียงนั้นเป็นเสียงของคนภาคกลาง และก่อนมือปืนจะลั่นไกได้พูดประโยคหนึ่งว่า “มึงเอาเงินนายกูไปเยอะแล้ว”และยังจำได้อีกว่ามีคนร้ายหนึ่งคนมีการสวมไอ้โม่งปกปิดใบหน้า ส่วนคนที่เหลือไม่ได้ใส่ไอ้โม่ง เชื่อว่าคนร้ายที่ใส่ไอ้โม่งน่าจะเป็นคนที่ผู้ใหญ่บ้านหรือคนในบ้านรู้จักหรือคุ้นหน้ามาก่อน  นอกจากนี้ มีข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ได้รายละเอียดของผู้ต้องสงสัย 1 ราย เป็นผู้ร่วมลงทุนทำธุรกิจกับผู้ตาย เชื่อว่าจะมีส่วนรู้เห็นกับเหตุฆ่าโหดที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างตามตัวมาสอบสวน

ตำรวจสอบสวนทราบว่า คนร้ายแยกตัว นายสุทธิพงศ์ พริกดำ, นางสาวแอนนา บุตรเติบ, นางอัญชลี บุตรเติบ, ด.ญ.รัญชิดา และด.ญ.รยิดาน์ พริกดำ ไว้ห้องแรกของบ้าน ก่อนจ่อยิงศีรษะนายสุทธิพงศ์ และนางสาวแอนนา บุตรเติบ เสียชีวิต ส่วนนางอัญชลี ด.ญ.รัญชิดา และด.ญ.รยิดาน์ ได้รับบาดเจ็บ

fjlkfja

ถัดมาเป็นห้องที่คนร้ายกักขังนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน และนางดวงพร สังหลัง ภรรยา ทั้งคู่ถูกยิงเสียชีวิต โดยที่ได้ทำการยิงภรรยาก่อน และยิงผู้ใหญ่บ้านเป็นคนสุดท้าย

jfsdfjal

ฝั่งตรงข้ามเป็นเป็นห้องที่กักขัง นายสุริยา พัดแก้ว, ด.ญ.แพรไหมทอง, ด.ญ.กิ่งเทียน และ ด.ญ.เพชรดาว สังหลัง รวม 4 คน ทั้งหมดเสียชีวิต

fjdslkgjdlsk

ขณะนี้ยังให้น้ำหนักปมขัดแย้งเรื่องโรงโม่หินเป็นประเด็นหลัก โดยการสืบสวนสอบสวนพบว่านายวรยุทธ ผู้ตายได้รับเงินจากกลุ่มนายทุนประมาณ 50 ล้านบาท มาดำเนินการเพื่อให้สามารถเปิดโรงโม่หินพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้านกลาง ได้ แต่โครงการต้องล้มเลิกไป เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2559 ทางกรมศิลปากรประกาศในราชกิจจานุเบกษา พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน นอกจากนี้ จากการสอบสวนยังทราบว่านายวรยุทธรู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องเอาชีวิต โดยบอกคนใกล้ชิดว่ามีเรื่องที่อาจทำให้ตายหลายเรื่อง แต่ได้นำเงินซื้อทรัพย์สินจัดสรรให้ลูกเมียหมด เป็นเหตุให้นายวรยุทธต้องพกปืนติดตัวตลอดเวลา ซึ่งชุดสืบสวนให้น้ำหนักความขัดแย้งเรื่องโรงโม่หินเป็นพิเศษ แต่ยังไม่ทิ้งปมขัดแย้งเกี่ยวกับผลประโยชน์อื่นๆ

19961146_908272182662492_6378092629452817757_n

 

แบ่งปัน