การเข้ารอมฎอนในลักษณะที่ดีที่สุดนั้น มุสลิมจะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม กล่าวกันว่า “รอญับ เปรียบเสมือนลม ชะอฺบาน เปรียบเสมือนเมฆ และรอมฎอน เปรียบเสมือนฝน ดังนั้น ผู้ที่ไม่ปลูกในรอญับและไม่รดน้ำในชะอฺบาน แล้วเขาจะเก็บเกี่ยวได้อย่างไร?” เมื่อเดือนรอญับกำลังจะผ่านไป เข้าสู่เดือนชะอฺบาน และสถานีต่อไปคือเดือนรอมฎอน คือเดือนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปีเป็นเดือนอันแสนประเสริฐที่มุสลิมทุกคนต่างรอคอย ท่านนบีมูฮัมหมัด (ซล.) ได้ทำแบบอย่างไว้อย่างไรบ้าง

สกู๊ปข่าวหลักฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก “อ.ประสาน (ซารีฟ) ศรีเจริญ” ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักจุฬาราชมนตรี ท่านได้อธิบายประวัติศาสตร์ของเดือนต่างๆ ก่อนเข้ารอมฎอนไว้ ดังนี้

ก่อนจะเข้าสู่รอมฎอน มีเดือนสำคัญก่อนหน้านั้นที่เรียกว่าเดือนรอญับ ซึ่งเป็นเดือนที่ 7 เดือนชะอฺบานเป็นเดือนที่ 8 และรอมฎอนเป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินจันทรคติของอิสลาม

“แท้จริงจำนวนเดือน ณ อัลลอฮฺนั้นมีสิบสองเดือนจากพระบัญชาของอัลลอฮฺตั้งแต่วันที่พระองค์ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินจากเดือนเหล่านั้น ซึ่งเป็นเดือนที่ต้องห้าม นั่นคือบัญญัติอันเที่ยงตรง ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าอธรรม แก่ตัวของพวกเจ้าเองในเดือนเหล่านั้น…” (ซูเราะห์อัต-เตาบะฮฺ : 36)

 

ramadan

 

พูดถึงเดือนรอญับ ก่อนที่จะเข้าสู่เดือนชะอฺบานและรอมฎอนนั้น ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน มีกลุ่มเดือน 4 เดือนที่เป็นเดือนหะราม (ต้องห้าม) (1.)รอญับเป็นเดือนที่ 7 (2.)ซุลเกาะอฺดะห์เป็นเดือนที่11 (3.)ซุลฮิจยะห์เป็นเดือนที่12 (4.)มุฮัรรอมเป็นเดือนที่1 ทั้งสามเดือนเป็นเดือนที่ติดต่อกัน มีรอญับเพีงเดือนเดียว ซึ่งไม่ติดต่อกับทั้ง 3 เดือน

ความสำคัญของเดือนรอญับเกี่ยวข้องกับเดือนหะราม ทั้ง 4 เดือน โดยเฉพาะมุฮัรรอม เราจะไม่ทำอะไรที่เป็นมงคล ที่จริงแล้วเดือนทั้ง 4 เดือน(ชะห์รุ้ลฮูลูม)  ในสมัยญาฮิลียะห์ (สมัยก่อนการประกาศศาสนาของท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) ถือว่าเดือนเหล่านี้เป็นเดือนที่ชาวญาฮิลียะห์ให้เกียรติ สมัยก่อนจะมีการรบราฆ่าฟันกันระหว่างเผ่าต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แต่พอถึงเดือนทั้ง 4 เดือน บรรดาเผ่าต่างๆ จะรู้กัน จะไม่ทำการรบกัน เป็นการพักรบ

เมื่อถึงยุคประกาศศาสนา คือยุคท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ความสำคัญของทั้ง 4 เดือนนี้ก็ยังมีอยู่ แต่ความเข้าใจในเรื่องของการทำเรื่องที่เป็นมงคลในเดือนเหล่านี้ก็หมดไป สามารถแต่งงาน ทำบุญได้ หรือทำอะไรที่เป็นมงคลในเดือนหะรามได้ ไม่มีข้อห้าม

เดือนรอญับจึงเป็นเดือนที่แยกออกมาเรียกว่ามุฎอร เป็นเดือนเดี่ยวที่ไม่ติดต่อกับทั้ง 3 เดือน เดือนรอญับมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง? เป็นที่รู้กันว่าวันที่ 27 ของเดือนรอญับเป็นค่ำคืนที่ท่านนบี(ซ.ล.) เข้าเฝ้าอัลลอฮฺ(ซบ.) เพื่อที่จะรับโองการเกี่ยวกับเรื่องของการละหมาด 5 เวลา ที่เราเรียกว่า อิสเราะห์เมี๊ยะห์ (การเหินฟ้าเดินทางในเวลากลางคืน) การเดินทางจากมัสยิดหะรอม มักกะห์ ไปสู่มัสยิดอัลอักซอ ปาเลสไตน์ นี่คือเหตุการณที่เกิดขึ้นก่อนท่านนบีจะอพยพจากมหานครมักกะห์สู่มะดีนะห์

 

romadan

 

สิ่งที่ควรทำในเดือนรอญับ

การถือศีลอดสุนัต วันจันทร์และวันพฤหัส รวมถึงการถือศีลอดในวันที่ 13,14,15 ซึ่งทำได้ทุกเดือนรวมถึงเดือนรอญับด้วย สิ่งนี้ท่านนบี(ซ.ล.) ทำเป็นประจำไม่ได้มีการละเว้นแต่ประการใด แสดงให้เห็นว่าเดือนรอญับเราสามารถทำคุณงามความดีได้เหมือนเดือนอื่นๆ

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นใน “ชะอฺบาน”

ชะอฺบาน เป็นเดือนที่ 8 ตามปฏิทินจันทรคติของอิสลาม อยู่ระหว่างเดือนรอญับกับเดือนรอมฎอน ก่อนเข้ารอมฎอนจะมีกิจกรรมที่ท่านนบี(ซ.ล.) ได้เคยปฏิบัติหลายอย่าง แต่ก่อนจะถึงกิจกรรมนั้น ในเดือนชะอฺบานมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์อิสลามอยู่หลายเหตุการณ์ ดังนี้

  1. ตะห์วีรุ้ลกิบละห์ คือการเปลี่ยนทิศละหมาด (กิบลัต) เปลี่ยนจากการละหมาดที่หันหน้าไปทางบัยตุ้ลมักดิส (เยรูซาเล็ม) ไปสู่การหันหน้าไปทางมัสยิดหะรอม นครมักกะห์ (กิบลัตปัจจุบัน)
  2. บางรายงานบอกว่าในเดือนชะอฺบานมีโองการบทหนึ่ง เกี่ยวกับการซอลาวาตนบี ความว่า “แท้จริงอัลลอฮฺและบรรดามาลาอิกะห์นั้นได้ซอลาวาต(ให้พร) ต่อท่านนบี โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลายจงได้ให้พรต่อท่านนบี” นี่เป็นโองการบทหนึ่งที่ถูกประทานมาในเดือนชะอฺบาน

ทำไมท่านนบีจึงถือศีลอดในเดือนชะอฺบานมากกว่าเดือนอื่นๆ (นอกจากรอมฎอน)

มีรายงานหลายรายงานบอกถึงสิ่งที่ท่านนบีทำและเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป คือ

รายงานจากท่านหญิงอาอิชะห์ รอฎิยัลลอฮฺ อันฮา เล่าว่า “ท่านบีได้ถือศีลอดในเดือนนี้จนกระทั่งพวกเรากล่าวว่า ท่านไม่ได้ละศีลอดเลย และท่านนบีไม่ได้ถือศีลอดจนกระทั่งพวกเรากล่าวว่าท่านไม่ได้ถือศีลอดเลย และฉันไม่เคยเห็นท่านนบีถือศีลอดเต็มเดือนนอกจากเดือนรอมฎอน และฉันไม่เคยเห็นท่านนบีถือศีลอดอย่างมากมายนอกจากเดือนนี้ชะอฺบาน” (อัลบุคอรีย์ 1833, มุสลิม 1956 )

และอีกเหตุผลหนึ่งที่ท่านนบีถือศีลอดมากในเดือนชะอฺบาน ท่านอุซามะฮ์ บิน เซด กล่าวว่า “ฉันได้กล่าวว่า โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ฉันไม่เคยเห็นท่านทำการถือศีลอดในเดือนหนึ่งจากบรรดาเดือนทั้งหลายเหมือนกับการถือศีลอดในเดือนชะอฺบานเลย ท่านนบี ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า ดังกล่าวเป็นเดือนที่ผู้คนทั้งหลายลืม ซึ่งมันอยู่ระหว่างเดือนรอญับและเดือนรอมฎอน และ(เดือนชะอฺบานนั้น)มันเป็นเดือนที่บรรดาอะมั้ลทั้งหลายถูกรายงานสู่พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก ดังนั้นท่านจึงชอบที่จะให้อะมั้ลของฉันถูกรายงานในสภาพที่ฉันถือศีลอด” รายงานโดยอันนะซาอี (2317)

ดังนั้นการถือศีลอดในเดือนชะอฺบานจึงเป็นสิ่งที่ท่านนบีได้ปฏิบัติ และบรรดาสาวกทั้งหลายก็ได้ปฏิบัติตามนั้น การถือศีลอดนอกจากจะเป็นการฝึกร่างกาย สติ ให้เคยชินกับการถือศีลอดยังช่วยให้เราเตรียมพร้อมสู่รอมฎอนอย่างง่ายดายอีกด้วย เดือนชะอฺบานจึงเปรียบเสมือนสนามซ้อมใหญ่ ก่อนเข้าสู่สนามจริงในเดือนรอมฎอน ทำให้ร่างกายเราชินกับอากาศ ชินกับการหิวโหย ทำให้จิตใจของเรามีความสงบ ก่อนที่จะเข้าไปสู่สนามจริงแล้วนั้น

 

dsc08358

 

นอกเหนือจากการถือศีลอด การทำอิบาดะห์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การขอดุอาอฺ(การขอพร), การซิกรุ้ลเลาะห์(การกล่าวดุอาอฺต่างๆ เพื่อรำลึกถึงอัลลอฮฺ) ก่อนที่จะเข้ารอมฎอนก็มีผลสำคัญ เช่น ดุอาอฺในการละศีลอดนอกรอมฎอนกับดุอาอฺละศีลอดในรอมฎอนนั้นใช้บทเดียวกัน เป็นการฝึกการซิกรุ้ลลอฮ(ขอดุอาอฺ) เพื่อเข้ารอมฎอนแล้วจะได้ปฏิบัติได้อย่างดี

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเพื่อจะให้ทุกคนเข้าสู่รอมฎอนอย่างมีความสุข และมีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ ปัจจัยต่างๆ ดังนั้นก่อนเข้ารอมฎอนการฝึกอิบาดะห์ต่างๆ จึงมีผลสำคัญทำให้การเข้าสู่รอมฎอนของมุสลิมเรามีความสง่างาม

ทำไมเราจะต้องเตรียมตัวต้อนรับรอมฎอน

รอมฎอนเป็นเดือนที่ประเสริฐกว่าทุกๆ ช่วงเวลาที่มีอยู่ การเข้าสู่รอมฎอนควรเตรียมอะไรบ้าง

  1. ปฏิบัติฟัรดูเป็นนิจ และสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮฺ อย่างจริงจัง
  2. รีบเร่งเชื่อมสัมพันธ์กับเครือญาติ
  3. ใช้งานอินเตอร์เน็ตให้น้อยลงกว่าเดิม
  4. รีบใช้บวชที่เหลือค้างอยู่, ฝึกถือศีลอด
  5. เลี้ยงอาหารคนยากจนและเลี้ยงละศีลอด
  6. บริจาคทานรายวันในเดือนชะอฺบาน เพื่อจะได้เคยชินที่จะบริจาคทานรายวันในเดือนรอมฎอน
  7. ให้ลิ้นเคยชินอยู่กับการซิกรุ้ลลอฮฺ
  8. จัดระบบระเบียบ เรียงลำดับงานและการประกอบศาสนกิจต่างๆ โดยเริ่มทำให้ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนชะอฺบาน
  9. ทบทวนอัลกุรอานและดุอาอฺ
  10. เตรียมของกินของใช้ที่จำเป็นสำหรับรอมฎอน รวมทั้งเสื้อผ้าสำหรับออกอีด ตั้งแต่เดือนชะอฺบาน (เพื่อที่ว่าจะได้ไม่สูญเวลารอมฏอนไปกับการจับจ่ายซื้อของ)

อิบาดะห์ในรอมฎอนนั้นไม่ใช่อิบาดะห์โดยทั่วไป

  1. รอมฎอน เป็นเดือนแห่งความเท่าเทียม ไม่ว่าคนจน คนรวย คนที่มีตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ หรือคนที่ไม่มีตำแหน่งใดในสถานะทางสังคม เวลาถือศีลอดจะหิวเหมือนกัน บางคนชีวิตไม่เคยหิวเลย มีกินตลอด แต่เวลาถือศีลอดเรากินไม่ได้ จึงทำให้รู้สึกถึงคนที่เขาไม่มีจะกินเขาต้องลำบากขนาดไหน ทำให้ใจของเรามีเมตตา นี่คือความเท่าเทียมกันในรอมฎอน ถือศีลอดพร้อมกัน ละศีลอดพร้อมกัน นี่คือความเท่าเทียมของศาสนาอิสลาม ทำให้เรามีความสัมพันธ์ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน
  2. รอมฎอน เป็นเดือนแห่งการเสียสละ ด้วยการบริจาคทาน ท่านนบีเคยบอกเอาไว้ว่าการบริจาคที่ดีที่สุด คือการบริจาคในเดือนรอมฎอน ท่านนบี(ซ.ล.) เป็นผู้ที่มีความเสียสละสูงมาก ครั้งหนึ่งในประวัติมีคนเคยเล่าให้ฟังว่า มีคนที่ไม่ใช่มุสลิมต้องการจะทดสอบท่านนบี นบีเลี้ยงแกะอยู่ที่หุบเขาปรากฏว่าคนมาขอตัวหนึ่ง สองตัว หรือขอทั้งฝูงนบีก็ให้ และท่านไม่ได้ถามว่าจะเอาไปทำอะไร สิ่งที่ตามมาคือชายคนที่ไม่ใช่มุสลิมกลับไปบอกกับเผ่าของตนเองว่าฉันไปเจอคนที่ใจบุญที่สุด ขออะไรได้หมด ในที่สุดคนกลุ่มนั้นก็กลายเข้ารับอิสลามเพราะความเสียสละของท่านนบี
  3. รอมฎอน เป็นเดือนแห่งความสามัคคี จะเห็นได้ว่าบางครอบครัวแทบจะไม่เคยทานอาหารร่วมกัน แต่ในเดือนรอมฎอนเราอยู่กันพร้อมหน้าเมื่อละศีลอด นี่คือความสามัคคีกันในครอบครัว และตอกย้ำความสามัคคีในการละหมาดวันศุกร์ หรือละหมาดตะรอเวี๊ยะห์เป็นคนการสร้างวามพร้อมเพรียง ความรัก ความสามัคคีจะเกิดขึ้นในเดือนรอมฎอน
  4. รอมฎอน เป็นเดือนแห่งการจัดระเบียบ การถือศีลอดจะต้องเริ่มเวลาไหน และสิ้นสุดเวลาไหน เป้าหมายทำให้คนมีวินัย รอมฎอนจึงเป็นการฝึกฝนวินัยไปในตัว
  5. รอมฎอน เป็นเดือนที่พิสูจน์ความซื่อสัตย์ เช่น เมื่อเราถือศีลอด เวลาเราอยู่ในห้อง ในครัวที่ไม่มีคนเห็น เราสามารถจะเปิดตู้เย็นกินได้ เราสามารถทำอะไรได้ในห้องเราไม่มีคนเห็น แต่เราไม่ทำเพราะเรามีความซื่อสัตย์ต่ออัลลอฮฺ(ซบ.) มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง แม้มนุษย์ไม่เห็นแต่อัลลอฮฺเห็น ดังนั้นการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนนอกจากการจัดระเบียบแล้วมันยังสะสมความซื่อสัตย์สุจริตของเรา ส่งผลในการทำงาน ทำธุรกิจ ในชีวิตประจำวันของเรา ทำให้เราเกิดความซื่อสัตย์ คนเวลาทำผิดกฎหมายไม่ให้ตำรวจเห็นเท่านั้น แต่รอมฎอนแม้คนไม่เห็นก็ตามก็ไม่สามารถจะทำผิดได้

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องมุ่งหาเดือนรอมฎอน เพราะรอมฎอนมีหลายอย่างที่จะเกิดประโยชน์ต่อตัวเรา และรอมฎอนทำให้เราเป็นคนรักษาเวลา อิสลามให้ความสำคัญกับเวลา วันหนึ่งที่ผ่านพ้นไปหมายถึงเสี้ยวชีวิตของเราได้ถูกแบ่งไปแล้ว เราต้องคิดว่าเวลาแต่ละวันที่ผ่านไปมันมีประโยชน์หรือไม่ นอกจากนี้รอมฎอนยังสร้างความเป็นผู้มีจิตใจที่ดีงาม หรือจิตอาสาเราจะหาได้ในรอมฎอน เช่น การทำความดี การเห็นอกเห็นใจ การเอื้อเฟื้อผู้ใหญ่ คนชรา ถือเป็นจิตอาสา

 

dsc08388

 

ฝากถึงพี่น้องมุสลิมทั้งหลาย

โดยแน่นอนเดือนรอญับเป็นกุญแจในการเริ่มต้นเดือนแห่งความดีและเดือนที่มีบารอกัต ชะอฺบานเป็นประตูสู่รอมฎอน ดังนั้นขอให้พวกเราจงมุ่งมั่นในการเตรียมความพร้อมสู่เดือนรอมฎอนและตั้งใจประกอบอิบาดะห์ในเดือนรอมฎอนนี้ให้ดีที่สุด

และเราต้องคิดอยู่เสมอว่าเวลาเราทำอิบาดะห์ต่างๆ ให้คิดว่าเป็นสิ่งสุดท้ายของชีวิตเรา เพราะเรามิอาจรู้ได้เลยว่าในโอกาสต่อไปเราจะได้พบกับชะอฺบาน และรอมฎอนหรือไม่ ดังนั้นไม่ว่าจะละหมาดหรือถือศีลอดขอให้ทำอย่างมีความบริสุทธิ์ใจ จริงใจ มั่นคง เพราะอาจจะไม่มีช่วงเวลาในการแก้ตัวอีกแล้ว

อัลลอฮุมมะ บัลลิกนา รอมฎอน” ความว่า โอ้อัลลอฮฺ ขอให้เรามีชีวิตจนถึงรอมฎอน

ฝากติดตาม วิทยุรอมฎอน AM792 โดยชมรมวิทยุภาคมุสลิม ออกอากาศเป็นประจำทุกวันตลอดเดือนรอมฎอน 15 พ.ค. – 15 มิ.ย. 2561 ภาคแรกเวลา  17.30 –19.30 น. ภาคหลังเวลา 01.30 – 05.30 น. ติดต่อสอบถามโทร. 02-235-1602, 02-268-1414

ท่านสามารถร่วมบริจาคผ่านทาง ธนาคารกรุงเทพ
ชื่อบัญชี ชมรมวิทยุภาคมุสลิม
เลขที่บัญชี 226-300577-5
Facebook : ต้อนรับรอมฎอน Mubarak792KHz
www.mubarak792.com

 

18740316_1402196153174628_8883407270066385403_n

.

dsc08350

แบ่งปัน