วันที่ 28 เม.ย. 60 เพจข่าว Top News Th ได้เผยแพร่กรณี น.ส. นุช (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี เป็นผู้พิการทางสมอง ถูก ลุงใหญ่ (นามสมมุติ ) ฉุดเข้าไปในห้องข่มชื่นจนสำเร็จความใคร่ ที่บ้านยายของ น.ส.นุช ใน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา

โดย น.ส.นุช เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวรู้จักลุงใหญ่ เป็นอย่างดี ที่ผ่านมา ไปมาหาสู่กันที่บ้านเป็นประจำ และทราบว่าลุงใหญ่ ชอบดูคลิปโป๊ ชอบอวดอ้างว่ามียาปลุกเซ็กซ์ และชอบสะสมคลิปโป๊ หนังสือโป๊ ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกลับจากใส่น้ำส้มที่ต้นยางพารา แล้วปั่นจักรยานไปบ้านยายที่อยู่ใกล้กัน ระหว่างทางพบว่าลุงใหญ่ นั่งดูหนังสือโป๊ แต่ตนไม่ได้สนใจ เมื่อไปถึงพบว่ายายไม่อยู่บ้าน ตนจึงเปิดประตูบ้าน ระหว่างนั้นพบว่าลุงใหญ่ ได้ปั่นจักรยานตามหลังตนมา ตนจึงพยายามที่จะปิดประตูบ้าน แต่ไม่ทันได้ปิดประตูบ้าน ลุงใหญ่ ได้ตรงเข้ามาโอบกอดตน ก่อนพูดว่า “รีบไปไหน ให้กูเอามึงก่อน” แล้วฉุดกระชากตนเข้าไปในห้อง ใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนกระทำชำเราตน ในขณะที่ตนพยายามจะขัดขืนและพยายามส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่สู้แรงไม่ได้ และถูกลุงใหญ่ ใช้ผ้าอุดปากจมูก ก่อนที่ลุงใหญ่ จะลงมือข่มขืนตน แต่ระหว่างนั้น ได้มีหลานสาวอายุ 9 ปี เดินมาเรียกตนที่หน้าบ้าน ตนจึงส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ หลานสาวจึงได้วิ่งไปตามน้าสาวของตนที่บ้านอยู่ไม่ห่างกันมาช่วย โดยพังประตูห้องเข้าไปและเห็นภาพลุงใหญ่ กำลังข่มขืนตน ก่อนที่ลุงใหญ่ จะรีบลุกขึ้นนุ่งกางเกงเดินออกจากห้อง แล้วปั่นรถจักรยานกลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ด้าน นางนัชชาศิริ แม่ของ น.ส.นุช กล่าวว่า น.ส.นุช เป็นบุตรสาวที่เกิดจากสามีเก่าของตน และ น.ส.นุช ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้พิการทางสมอง แต่สามารถสื่อสารเข้าใจและช่วยเหลือตัวเองได้เป็นอย่างดี ตนส่งเสียบุตรสาวเรียนในโรงเรียนศึกษาพิเศษแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตจน จบ ม.6 จึงนำมาอาศัยอยู่กับย่าและอาที่ อ.ลานสกา ส่วนตนทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต และไปๆมาๆ ระหว่างนครศรีธรรมราชกับภูเก็ต จนเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากญาติๆ ว่า น.ส.นุช ถูก ลุงใหญ่ ฉุดเข้าไปในห้องนอนใช้กำลังข่มขืน ตนจึงรีบนำ น.ส.นุช ส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจหาร่องรอย และให้ยาฆ่าเชื่ออสุจิรับประทาน เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ก่อนจะเดินทางไปที่บ้านลุงใหญ่ แต่กลับถูกพูดจาข่มขู่ปฏิเสธไม่รับผิดชอบใดๆ และยังท้าทายให้ไปแจ้งความกับตำรวจ นอกจากนี้ ลุงใหญ่ ยังกล่าวท้าทายตนว่า “ไปเลยไปแจ้งความ ใครจะทำอะไรกูได้” จนช่วงเช้าวันที่ 25 เม.ย.60 ตนนำ น.ส.นุช เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เทวกฤต ดิษฐรัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช และวันที่ 27 เม.ย.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำกำลังไปควบคุมตัวลุงใหญ่ มาสอบสวน โดยตนเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากลุงใหญ่ มีพฤติกรรมคุกคาม ข่มขู่พยานที่เห็นเหตุการณ์ ทั้งเด็กอายุ 9 ขวบ และน้าสาวของ น.ส.นุช ที่พังประตูเข้าไปช่วย โดยลุงใหญ่ ตะคอกข่มขู่ว่าใครไปเป็นพยานจะดักฟันปากให้ตาย จนถึงขณะนี้เด็ก 9 ขวบ และน้าสาวของ น.ส.นุช หวาดผวาไม่กล้าออกจากบ้าน และไม่กล้าไปให้การเป็นพยาน ส่วน น.ส.นุช บุตรสาว ตนได้นำตัวมาพักบ้านญาติในตัวเมืองนครศรีธรรมราช

ล่าสุดเมื่อ ช่วงเย็นวันที่ 27 เม.ย.60 ทราบว่าทางลูกๆ ของ ลุงใหญ่ ได้นำหลักทรัพย์มายื่นขอประกันตัว และพนักงานสอบสวน ได้ให้ประกันตัว โดยตำรวจอ้างการประกันตัวเป็นสิทธิของผู้ต้องหา และคดีนี้ผู้ต้องหา เข้ามอบตัวเองยังไม่ได้มีการออกหมายจับจึงอนุญาตให้ประกันตัวได้ ตนจึงตัดสินใจเดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสมาคมสื่อมวลชน และจะเดินทางเข้าพบ พม.จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้ช่วยดูแลสภาพจิตใจของ บุตรสาว และหากยังเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจะร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมต่อไป คดีนี้หากจำเป็นที่จะต้องเดินทางเข้าร้องเรียนมูลนิธิปวีณา เพื่อเด็กและสตรี หรือคุณบุ๋ม ปนัดดา รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ตนก็จะต้องไปเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้จนถึงที่สุด

.

แบ่งปัน