เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ระดับอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ใช้ภาษามลายูสื่อสารทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ในการป้องกันตนเองจากโรคหัด พร้อมเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด ตั้งเป้าให้ครบ 100% หลังสถานการณ์โรคหัด ที่แพร่ระบาดใน จ.ยะลา ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ พบเด็กป่วยเพิ่มขึ้นกว่า 800 คน และเสียชีวิต 10 คน

วันนี้ (28 ต.ค.61) นายสุวิทย์ นาคเป้า รักษาราชการแทนนายอำเภอเบตง พร้อมด้วย นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง นำเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ระดับอำเภอ ยังคงลงพื้นที่ภายในตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พร้อมกางเต้นท์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหัด ทั้งภาษาไทยและภาษามลายู และบริการวัคซีนป้องกันโรคหัด ตั้งเป้าให้ครบ 100% สยบโรคหัดให้ได้ใน 2 สัปดาห์ (22 ต.ค. – 4 พ.ย. 2561) เพื่อควบคุมการระบาดให้ยุติโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องคุมให้ได้ก่อนสถานศึกษาเปิดภาคเรียน ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ซึ่งตลอดทั้งวันมีผู้ปกครองทยอยนำบุตรหลานเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุตั้งแต่ 9 เดือน – 5 ปี ซึ่งสถานการณ์ล่าสุด มีผู้ป่วย 890 ราย เสียชีวิต 10 ราย แบ่งเป็น อ.กรงปินัง 5 ราย อ.ธารโต 2 ราย อ.บันนังสตา 2 ราย และ อ.กาบัง 1ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตคนล่าสุดเป็นเด็กวัย 1 ปี 4 เดือน จาก อ.กรงปีนัง ส่วนอำเภอเบตง ยังคงพบผู้ป่วย 18 ราย

นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง กล่าวว่า เด็กที่เสียชีวิตจากโรคหัดในจังหวัดยะลา เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีลงมา และที่สำคัญคือ เด็กทุกคนที่ตาย ผู้ปกครองไม่ยอมให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด เนื่องจากยังคงมีความเชื่อว่า วัคซีนโรคหัด ไม่ฮาลาล ตามหลักศาสนาอิสลาม เลยไม่นำบุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีน จึงขอฝากให้ผู้นำศาสนา เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม. เร่งทำความเข้าใจกับพี่น้องมุสลิม ว่าวัคซีนโรคหัดไม่มีส่วนผสมของเจลลาตินหมู ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขออกมาประกาศแล้ว และยืนยันว่าตัววัคซีนไม่ขัดกับหลักการทางศาสนาอิสลามอย่างแน่นอน

 

ที่มา : ThaiNews

 

5

.

6

.

7

.

2

.

3

.

1

.

8

แบ่งปัน