เมื่อกล่าวถึงสถาปัตยกรรมอิสลามในโลกใบนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรือง ความงดงาม ความสามารถของบรรพชนในอดีต  ร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์อันน่าจดจำและภาคภูมิใจ ที่ยังคงมีให้เห็นในทั่วทุกมุมโลก

ฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยวครั้งนี้จะนำพาทุกท่าน เรียนรู้ ซึมซับ ความงดงามของสถาปัตยกรรมอิสลาม พลังแห่งแรงดึงดูด ที่สามารถทำให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 6 สร้างพระราชวังดุสิต โดยมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมอิสลาม รวมถึงพระราชวังพญาไท ด้วยเช่นกัน (ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ Bangkok Halal 2017 ปาฐกถาพิเศษ)

สถาปัตยกรรมอีกชิ้นหนึ่งที่มีความงดงามได้รับอิทธิพลมาจาก อาณาจักรอันดาลูส ANDALUS ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของสเปน ได้แก่พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นเรือนไม้ทั้งหลัง ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชวังอัลฮัมรออ์ (อาหรับ: الْحَمْرَاء )  ซึ่งมีลวดลายที่สวยงาม ไม่เพียงเท่านั้นยังมีห้องหนึ่ง ในพระที่นั่งสวนอัมพร ที่มีชื่อว่า : อาหรับอันดาลูส สิ่งต่างๆเหล่านี้บ่งชี้ให้เห็นว่า เรื่องราวที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม เกี่ยวกับประวัติศาสตร์นั้น สร้างมูลค่าและเพิ่มมูลค่า ให้กับประเทศอย่างมหาศาล

 

abbasi_mosque-derawar_fort_1

 

คุณคิดว่าศิลปะอิสลามคืออะไร?

ศาสนาอิสลามแตกต่างจากศาสนาเทวนิยมอื่นๆ ส่วนหนึ่งเพราะอิสลามห้ามมีรูปเคารพหรือสัญลักษณ์แทนตัวพระผู้เป็นเจ้า เอกลักษณ์จึงอยู่ในรูปทรงและลวดลาย ชาวมุสลิมได้ชื่อว่าเก่งด้านพีชคณิตและการคำนวณ ทำให้มี 3 องค์ประกอบศิลป์หลักๆ นั่นคือ Geometry การใช้เรขาคณิตในการออกแบบและสร้างสรรค์ Calligraphy การเขียนตัวอักษรให้กลายเป็นลวดลาย และ Arabesque หรือแพตเทิร์นลายเถาไม้อย่างอาหรับนั่นเอง

องค์ประกอบเหล่านี้นิยมใช้กันในชุมชนอิสลามมาก งดงามสูงสุดตอนศตวรรษที่ 8 จนคนเรียกกันว่าสิ่งเหล่านี้คือศิลปะอิสลาม แต่หากมองจากในนิยามแบบโมเดิร์นแล้ว จะพบว่าความเป็นศิลปะอิสลามไม่ตายตัว ขนาดที่ว่าศิลปะใดๆ ซึ่งผลิตด้วยหลักคิดหรือปรัชญาแบบอิสลาม ก็ล้วนแล้วแต่นับว่าเป็นศิลปะอิสลามด้วยกันทั้งนั้น

จะเห็นได้ว่านิยามของศิลปะอิสลามขยายออกไปได้กว้างไกลจนเกินอธิบายในหนึ่งหรือสองประโยคสั้นๆ แต่เพราะว่ากำเนิดมาจากรากฐานแนวคิดเดียวกัน จึงทำให้ยังมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

‘อนันตภาพ’ (Infinity) และ ‘เอกภาพ’ (Unity) คือสองแนวคิดซึ่งคู่ขนานกันอยู่ในใจกลางของความเป็นอิสลาม และนี่คือสิ่งที่เราอยากนำเสนอผ่านการตามรอยโลกศิลปะอิสลามในย่านเจริญกรุงครั้งนี้

เมื่อชาวมุสลิมโยกย้ายมาอยู่บนถนนเจริญกรุงตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ก็พาวัฒนธรรมของตนเข้าไปร่วมผสมผสานกับวัฒนธรรมอื่น จึงเกิดเป็นวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา นี่เองคืออนันตภาพของศิลปะอิสลาม
ในขณะเดียวกัน แต่ละสถานที่ก็มีบางอย่างคล้ายคลึงเชื่อมโยงกัน ทำให้ยังคงสภาวะเอกภาพได้

มัสยิดเหล่านี้เปิดให้ทั้งคนมุสลิมและคนศาสนาอื่นเข้าไปเยี่ยมชมได้ทุกวันตั้งแต่ละหมาดครั้งแรกของวัน คือช่วงตี 4 จนกระทั่งละหมาดครั้งสุดท้ายของวัน คือช่วง 2 ทุ่ม ถ้าอยากเห็นว่าความเป็นหนึ่งในความหลากหลายที่ว่าเป็นเช่นไรในทางปฏิบัติ ต้องลองไปดูของจริงกัน

 

bn-hm855_cover_p_20150319160506

 

ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดำริให้ตัดถนนกว้างๆ อย่างตะวันตกขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2404 ถนนเจริญกรุงกลายเป็นย่านการค้าที่ทำให้บางกอกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ผู้คนต่างชาติต่างศาสนามากมายหลั่งไหลมาใช้ชีวิตที่นี่

ตึกแถวแบบสิงคโปร์ผุดขึ้นริมถนน โคมไฟฟ้าปักเรียงตามรายทาง ตลอดเส้นทางนี้ยังมีมัสยิดและกุโบร์ (สุสานมุสลิม) อยู่ใกล้ชิดกับวัดและโบสถ์ฝรั่งมาโดยตลอด สถาปัตยกรรมอิสลามเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อชาวมุสลิมต่างอพยพมาอาศัยหรือทำธุรกิจที่ย่านบางรัก ไม่ว่าจะเป็นชาวอินเดียที่เข้ามาขายผ้าหรืออัญมณี ชาวชวาเข้ามาต่อเรือหรือจัดสวน พวกเขาอาศัยอยู่ในย่านนี้มามากกว่า 100 ปี แต่หลายคนอาจไม่เคยได้สัมผัสประวัติศาสตร์บทนี้ของกรุงเทพฯ

และนี้คงเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ที่ผู้เขียนได้หยิบยกมานำเสนอให้เห็นถึงความสวยงามของสถาปัตยกรรมอิสลาม ที่มีพลังแห่งแรงดึงดูด ให้หลงใหลและสร้างความสุนทรียภาพให้บังเกิดต่อผู้ที่ได้สัมผัส ประเทศไทยคือประเทศที่มีความงดงามในหลากหลายมิติ ความงดงามเช่นนี้ยังขาดการตลาดที่ดี การตลาดที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ประเทศไทยคือประเทศที่มีเรื่องราว story
แต่ยังขาดการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ หากหน่วยงานรัฐมองเห็นความสำคัญตรงจุดนี้ นั้นหมายถึงโอกาสที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณ : อ.มูฮัมมัดราชา ฟิรเดาซ์