ฮัจญ์เป็นอิบาดะฮ์ที่ถูกกำหนดให้ผู้ที่มีความสามารถต้องปฏิบัติในกรอบเวลาที่ถูกกำหนด ซึ่งในแต่ละปีสามารถปฏิบัติอิบาดะฮ์ชนิดนี้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในช่วง 10 วันแรกของเดือนซุ้ลฮิจยะฮ์ เมื่อย่างเข้าเดือนเชาว้าลพี่น้องมุสลิมที่มีความพร้อมและตั้งใจอย่างแน่วแน่ต่างก็พากันเตรียมตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาสู่เดือนซุ้ลเกาะอฺดะฮ์ เราก็จะเริ่มเห็นพี่น้องมุสลิมที่อาศัยอยู่ทั่วทุกมุมโลกต่างทยอยเดินทางมุ่งหน้าสู้มหานครมักกะฮ์เพื่อตอบรับคำเรียกร้องของพระผู้เป็นเจ้าอย่างมุ่งมั่นด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ไม่ว่าเขาจะมีผิวสีอะไร พูดภาษาอะไร รู้จักกันหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะทุกคนที่เดินทางมายังบ้านหลังนี้ของพระองค์อัลลอฮ์นั้น ทุกคนมาด้วยหัวใจที่เปรียบเสมือนหัวใจดวงเดียวกัน

ถ้าเราได้ศึกษาหลักการของอิสลามอย่างเจาะลึก เราก็จะพบว่ารากฐานที่สำคัญของศาสนาอิสลามนั้นประกอบไปด้วยหลักการใหญ่ๆ 3 ประการ ได้แก่ หลักการศรัทธา, หลักการปฏิบัติ, หลักจริยธรรมคุณธรรม หรือจรรยามารยาทที่ดีงาม ซึ่งหลักการทั้งสามประการนี้จะทำให้ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามนั้นเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์แบบ ในส่วนของหลักปฏิบัตินั้นศาสนาอิสลามมีหลักการปฏิบัติที่มีความสำคัญขั้นพื้นฐานอยู่ 5 ประการ หรืออาจจะเปรียบหลักการเหล่านี้ได้ดังเสาหลัก 5 ต้นที่คอยค้ำยันศาสนาอิสลามเอาไว้ ซึ่งเสาหลักเหล่านี้ได้แก่

  1. การกล่าวคำปฏิญานตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) และแท้จริงมูฮัมหมัดนั้นเป็นศาสนฑูตของพระองค์
  2. การละหมาด 5 เวลา
  3. การถือศีลอดในเดือนรอมฏอนของทุกปี
  4. การจ่ายซะกาตเมื่อครบรอบปี
  5. การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครมักกะฮ์สำหรับผู้ที่มีความสามารถ

เราจะเห็นได้ว่า หลักการปฏิบัติข้อสุดท้ายนี้นั้นจะต้องมีความพร้อมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นร่างกายที่แข็งแรง ทุนทรัพย์ที่เพียงพอ อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางอีกด้วย ดังที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงตรัสเอาไว้ในอายะฮ์ที่ 97 ของซูเราะฮ์อาลอิมรอน ความว่า

 

قال الله تعالى : ﴿ فِيهِ آيَاتٌ بَيِّنَاتٌ مَّقَامُ إِبْرَاهِيمَ ۖ وَمَن دَخَلَهُ كَانَ آمِنًا ۗ وَلِلَّهِ عَلَى النَّاسِ حِجُّ الْبَيْتِ مَنِ اسْتَطَاعَ إِلَيْهِ سَبِيلًا ۚ وَمَن كَفَرَ فَإِنَّ اللَّهَ غَنِيٌّ عَنِ الْعَالَمِينَ ﴾ آل عمران / 97

 

ความว่า ” ในบ้านหลังนั้น (หมายถึงกะอฺบะฮ์และบริเวณโดยรอบ) มีสัญญานมากมายปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงมะกอมอิบรอฮีมด้วย และบุคคลใดที่ได้เข้าไปในบ้านหลังนั้นเขาจะประสบกับความปลอดภัย และจำเป็นบนมนุษย์ทั้งหลายที่มีความสามารถเดินทางมุ่งหน้าสู่บ้านหลังนั้นได้ เขาจะต้องประกอบพิธีฮัจญ์ ณ บ้านหลังนั้น เพื่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) (หมายถึงเป็นสิทธิของพระองค์) และบุคคลใดปฏิเสธ แท้จริงพระองค์อัลลอฮ์นั้นไม่ทรงพึ่งพาประชาชาติทั้งหลาย ”

 

6a00d8341c630a53ef00e54faba8298833-800wi

 

หลายท่านคงเคยได้ยินผู้คนพูดถึงฮัจญ์ในแง่มุมที่ว่า ฮัจญ์นั้นเป็นการแสวงบุญ ฮัจญ์เป็นอิบาดะฮ์ที่ปฏิบัติแล้วผู้ปฏิบัติจะได้รับการอภัยโทษจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) จนกระทั่งมีสภาพเสมือนเด็กทารกที่พึ่งจะคลอดออกมาจากครรภ์ของมารดา คำพูดเหล่านี้ไม่ได้เป็นคำพูดที่เกินจริงแต่ประการใด เพราะถ้าเราได้ศีกษาตัวบทอัลหะดีษต่างๆเราก็จะพบข้อเท็จจริงเหล่านี้อย่างไม่ลำบากยากเย็นมากนัก เราลองมาวิเคราะห์เรื่องนี้กันดูนะครับ

  1. ฮัจญ์เป็นอิบาดะฮ์ที่มีความประเสริฐและเป็นอิบาดะฮ์ที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงรัก ดังมีรายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ (ร.ฏ.) ว่า ครั้งหนึ่งท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ถูกถามว่า ” อะม้าลใด (ความดีใด) ประเสริฐที่สุด ??? ท่านศาสดาตอบว่า การศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) และศาสนฑูตของพระองค์ หลังจากนั้นก็มีผู้ถามขึ้นอีกว่า หลังจากนั้นล่ะอะไร ??? ท่านศาสดาตอบว่า การญิฮาด (การต่อสู้) ในหนทางของพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) หลังจากนั้นก็มีผู้ถามขึ้นอีกว่า หลังจากนั้นล่ะอะไร ??? ท่านศาสดาตอบว่า การทำฮัจญ์ที่มับรูร (หมายถึงฮัจญ์ที่พระองค์อัลลอฮ์ทรงตอบรับ) ” รายงานโดยบุคอรียฺและมุสลิม
  2. ผลบุญของการทำฮัจญ์เทียบเท่ากับการออกไปทำสงครามในหนทางของพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.) ดังมีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ (ร.ฏ.) ที่กล่าวถามท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ว่า ” พวกเรามีความเห็นว่าการต่อสู้ในหนทางของพระผู้เป็นเจ้านั้นเป็นอะม้าลที่ประเสริฐที่สุด ดังนั้นพวกเราไม่ต้องออกไปต่อสู้ในหนทางของพระผู้เป็นเจ้ากระนั้นหรือ ??? ท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ตอบว่า ไม่ต้องหรอก หากแต่ว่าการญิฮาด (การต่อสู้) ที่ประเสริฐที่สุดนั่นก็คือ การทำฮัจญ์ที่มับรูร ( หมายถึงฮัจญ์ที่พระองค์อัลลอฮ์ทรงตอบรับ) ” รายงานโดยบุคอรียฺ
  3. ฮัจญ์ที่มับรูรนั้นไม่มีการตอบแทนใดๆนอกจากสรวงสวรรค์ ดังที่ท่านศาสดาได้กล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้ในอัลหะดีษบทหนึ่ง ความว่า ” ฮัจญ์ที่มับรูรนั้นไม่มีการตอบแทนใดๆเหมาะสมนอกจากสรวงสวรรค์เท่านั้น ” รายงานโดยบุคอรียฺและมุสลิม
  4. ฮัจญ์ที่มับรูรนั้นเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้ความผิดทั้งหลายได้รับการอภัย ดังมีรายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ (ร.ฏ.) เล่าว่า ฉันได้ยินท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) กล่าวว่า ” ใครก็ตามที่ได้ประกอบพิธีฮัจญ์เพื่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และในขณะประกอบพิธีฮัจญ์เขาไม่พูดจาหยาบคายไร้สาระ ไม่กระทำความผิดใดๆ เขาจะกลับไปเป็นเสมือนเช่นวันที่มารดาได้คลอดเขาออกมาจากครรภ์ (หมายถึงความผิดของเขาได้รับการอภัย) ” รายงานโดยบุคอรียฺ

 

a8788-2

 

ฮัจญ์นั้นเป็นอิบาดะฮ์ที่มุสลิมทุกคนที่มีความพร้อมในด้านต่างๆต้องปฏิบัติ 1 ครั้งในชั่วชีวิตของเขา ถ้าเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ เราก็จะพบว่าท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) นั้นท่านได้ประกอบพิธีฮัจญ์ 1 ครั้ง ในชั่วชีวิตของท่าน ซึ่งเราเรียกฮัจญ์ครั้งนั้นว่า ” ฮัจญะตุ้ลวะดาอฺ ” ส่วนอุมเราะฮ์นั้นท่านมีโอกาสทำถึง 4 ครั้งด้วยกัน ฮัจญ์นั้นได้ฉายภาพให้เราได้เห็นเรื่องราวต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งการเมืองก็ตาม ซึ่งสิ่งเหล่านั้นถือได้ว่าเป็นประโยชน์ที่ผู้ที่เข้าร่วมพิธีฮํจญ์จะได้รับโดยตรง พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงตรัสไว้ในซูเราะฮ์อัลฮัจญ์ อายะฮ์ที่ 28 ความว่า

قال الله تعالى : ﴿ لِّيَشْهَدُوا مَنَافِعَ لَهُمْ وَيَذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ فِي أَيَّامٍ مَّعْلُومَاتٍ عَلَىٰ مَا رَزَقَهُم مِّن بَهِيمَةِ الْأَنْعَامِ ۖ فَكُلُوا مِنْهَا وَأَطْعِمُوا الْبَائِسَ الْفَقِيرَ ﴾ سورة الحج / 28

 

ความว่า ” เพื่อพวกเขาจะได้มาร่วมเป็นพยานในผลประโยชน์ของพวกเขา(หมายถึง ประโยชน์ที่จะได้รับทั้งทางโลกและทางศาสนา) และกล่าวพระนามอัลลอฮ์ในวันที่รู้กันอยู่แล้ว คือวันเชือด(หมายถึงเชือดกุรบาน) ตามที่พระองค์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาจากสัตว์สี่เท้า ดังนั้นพวกเจ้าจงกินเนื้อมัน และจงให้อาหารแก่ผู้ยากจนขัดสน ”

เราลองมาพิจารณากันดูนะครับว่า ” ฮัจญ์ ” นั้นได้ฉายภาพให้พวกเราได้เห็นแง่มุมใดบ้าง

1. ฮัจญ์ได้ฉายภาพให้เราได้เห็นความเป็นเอกภาพของประชาชาติอิสลามอย่างชัดเจน เพราะพี่น้องมุสลิมไม่ว่าจะอาศัยอยู่ส่วนใดของโลกในแต่ละวันเขาจะได้พบเจอพี่น้องของเขาวันละ 5 ครั้งในการละหมาด 5 เวลาแบบญะมาอะฮ์ที่มัสยิดในชุมชนของเขา และในแต่ละสัปดาห์เขาจะได้พบปะกับพี่น้องของเขาในระดับท้องถิ่น 1 ครั้งในการละหมาดวันศุกร์ และในแต่ละปีเขาจะได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้องของเขาที่เดินทางมาจากประเทศต่างๆ 1 ครั้งในการประกอบพิธีฮัจญ์

2. ฮัจญ์ได้ฉายภาพให้เราได้เห็นความเป็นพี่น้องของมุสลิมทั่วโลกโดยไม่มีเส้นแบ่งระหว่างภาษา สีผิว เชื้อชาติ คนรวย หรือคนจน โดยทุกคนนั้นมีเป้าหมายเดียวกัน ในบางครั้งสามารถแบ่งปันอาหารให้กันได้โดยที่ไม่สามารถเข้าใจภาษาของอีกฝั่งหนึ่งได้ สามารถถามถึงสารทุกข์สุกดิบกันได้โดยใช้ภาษามือ

3. ฮัจญ์ได้ฉายภาพให้เราได้เห็นการแสดงจุดยืนร่วมกันของพี่น้องมุสลิมจากทั่วทุกมุมโลก ณ มหานครมักกะฮ์อันทรงเกรียติซึ่งเป็นดินแดนที่ก่อกำเนิดรัศมีแห่งอิสลามจนกระทั่งรัศมีนั้นมันได้ส่องแสงสว่างไปยังดินแดนต่างๆทั่วทุกมุมโลก

4. ฮัจญ์ได้ฉายภาพให้เราเห็นความเท่าเทียมกันของศักดิ์ศรีความเป็นมุสลิมผู้ศรัทธาของคนทุกเชื้อชาติ ในช่วงเวลาสั้นๆที่ทุกคนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนั้นทุกคนต้องครองตนให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของการทำฮัจญ์เหมือนๆกัน ใส่ชุดเอียะหฺรอมเหมือนๆกัน อาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อที่มินา หรืออะรอฟะฮ์ก็คล้ายๆกัน จนแยกไม่ออกว่าใครคือคนร่ำรวย ใครคือคนจน ใครคือหัวหน้า ใครคือลูกน้อง

 

43bc3e8000000578-4839462-image-a-66_1504172948939

 

5. ฮัจญ์ทำให้เราได้หวนระลึกถึงเรื่องราวของบรรดาศาสดาและกลุ่มชนต่างๆในอดีต เนื่องจากแต่ละสถานที่ๆผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ต้องปฏิบัติภารกิจล้วนแล้วแต่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ทำให้ผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์ได้มีโอกาสระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น วิหารกะอฺบะฮ์ทำให้เราระลึกถึงท่านนบีอิบรอฮีมและนบีอิสมาอีลซึ่งทั้งสองเป็นผู้บูรณะกะอฺบะฮ์ เป็นต้น

6. ฮัจญ์ได้ทำให้เราได้เห็นเศรษฐกิจที่มีเม็ดเงินมหาศาลหมุนเวียนอยู่ในระบบ ซึ่งเป็นผลมาจากการค้าขายที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฮัจญ์

7. ฮัจญ์เปรียบเสมือนสนามทดสอบขนาดใหญ่ ด้วยกับผู้คนจำนวนหลายล้านคนที่เข้าร่วม แต่ละคนมีนิสัยใจคอที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ทุกคนจะต้องใช้ชีวิตในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างอดทนอดกลั้น มองโลกในแง่ดี ให้อภัย ยอมรับในความเห็นของผู้อื่น รู้จักเสียสละ คิดดีทำดี ฝึกจิตใจให้สะอาด ดังที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงตรัสถึงเรื่องนี้เอาไว้ในอายะฮ์ที่ 197 ของซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ ความว่า

قال الله تعالى : ﴿ الْحَجُّ أَشْهُرٌ مَّعْلُومَاتٌ ۚ فَمَن فَرَضَ فِيهِنَّ الْحَجَّ فَلَا رَفَثَ وَلَا فُسُوقَ وَلَا جِدَالَ فِي الْحَجِّ ۗ وَمَا تَفْعَلُوا مِنْ خَيْرٍ يَعْلَمْهُ اللَّهُ ۗ وَتَزَوَّدُوا فَإِنَّ خَيْرَ الزَّادِ التَّقْوَىٰ ۚ وَاتَّقُونِ يَا أُولِي الْأَلْبَابِ ﴾ سورة البقرة / 197

 

ความว่า ”  การทำฮัจญ์นั้นมีหลายเดือนอันเป็นที่ทราบกันอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ใดที่ได้ทำฮัจญ์ที่เป็นฟัรดูในเดือนเหล่านั้นแล้ว เขาต้องไม่มีการสมสู่ และไม่มีการละเมิด และไม่มีการวิวาทใด ๆ ใน (เวลา) การทำฮัจญ์ และความดีใด ๆ ที่พวกเจ้ากระทำนั้น พระองค์อัลลอฮ์ทรงรู้ดี และพวกเจ้าจงเตรียมเสบียงเถิด แท้จริงเสบียงที่ดีที่สุดนั้นคือความยำเกรง และพวกเจ้าจงยำเกรงข้าเถิด โอ้ผู้มีปัญญาทั้งหลาย ! ”

ขอขอบคุณ : ดร.สมชาย (ฮัสบุ้ลเลาะหฺ) เซ็มมี