วันนี้ (13 มิ.ย. 62)? ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ได้มีการงานเปิดประตูใจ รวมวัฒนธรรมเสริมสร้างความรัก สามัคคี ต้อนรับวันรายอ อีฎิ้ลฟิตรี ฮิจเราะห์ศักราช 1440 โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา และชมรมผู้สูงอายุบ้านจารุนอกตลาดเก่า ร่วมกันจัดขึ้น โดยมีนายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ส่วนราชการ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นายชาลี เร็งมา คณะผู้จัดงาน กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รอบหลายปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิต ทรัพย์สินเสียหายมากมาย ซึ่งผลกระทบที่ตามมา คือ ความระแวงไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน เกิดการกระทบกระแทก ไม่มีความรัก ขาดความสามัคคีกันและกัน ไม่มีความปรองดอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่ต่างศาสนา เชื้อสาย ภาษาที่ใช้ เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมเกิดความแตกแยกกัน ไม่สนิทสนม ห่างเหิน แบ่งพรรคแบ่งพวกกัน หาความสุขสันติไม่ได้ ไม่เหมือนในอดีตหลาย ๆ 10 ปีที่?ผ่าน

วันรายอ อีฎิ้ลฟิตรี หรือวันรายอปอซอ เป็นวันตรุษที่สำคัญยิ่งวันหนึ่งของศาสนาอิสลาม หลังจากที่ชาวมุสลิมได้ถือศีลอด หรือบวช หรือปอซอ มาเป็นเวลา 1 เดือน หลังจากครบกำหนดสิ้นเดือนรอมฎอนถือศีลอดแล้ว เมื่อถึงวันรายอ อีฎิ้ลฟิตรี ชาวมุสลิมทั่วโลกก็จะร่วมกันเฉลิมฉลอง พบปะพ่อแม่ญาติ พี่น้อง เพื่อนพ้อง ขออภัยในความผิดที่ผ่านมาซึ่งกันและกัน ร่วมกันละหมาดที่มัสยิดไปเยี่ยมสุสานบรรพบุรุษ และเปิดบ้านต้อนรับทุกท่านด้วยขนมอาหารเครื่องดื่มทั้งคาวและหวานต่าง ๆ มากมาย

การเฉลิมฉลองวันตรุษจีนรายอ อีฎิ้ลฟิตรี ดังกล่าวนี้ ความจริงแล้วไม่เพียงแต่เปิดประตูบ้านต้อนรับเฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น มุสลิมจะเปิดประตูบ้านต้อนรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้นับถือศาสนาพุทธ คริสต์ อินเดีย ฝรั่ง หรือคนจีน แต่ที่ผ่านมาในแต่ละครั้ง แต่ละปี จะเป็นกิจกรรมที่รวมเฉพาะมุสลิมเท่านั้น ดังนั้นในวันรายอ อีฎิ้ลฟิตรี ปีนี้ เห็นควรอย่างยิ่งที่จะต้องจัดกิจกรรมนี้ขึ้น และเชิญประชาชนทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะทุกเชื้อชาติ ทุกภาษา ศาสนา ต่างวัฒนธรรมกัน ทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ครู อาจารย์ พ่อค้า ประชาชน ร่วมกิจกรรม และร่วมรับประทานอาหาร ขนม ทั้งนี้เพื่อกระชับความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจ ที่เราห่างเหินกันมานานหลายสิบปีมาแล้ว และกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ยิ่งอย่างนี้ ยังไม่เคยกระทำในสังคมบ้านเรา

 

ที่มา : ThaiNews

 

1

.

2

.

3

แบ่งปัน