ในขณะที่ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ประกาศศาสนาอยู่นั้น ท่านศาสดาต้องต่อสู้กับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลายที่กระทำต่อท่านศาสดาในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลอบทำร้ายร่างกายท่านศาสดา หรือการกล่าวเสียดสี ด่าทอที่ท่านร่ออซู้ล (ซ.ล.) มักจะประสบอยู่เป็นประจำ ซึ่งบรรดาศ่อฮาบะฮ์ผู้ที่มีความรักต่อท่านร่อซู้ลก็มักจะออกมาปกป้องท่านร่อซู้ลในรูปแบบต่างๆมากมาย มีศ่อฮาบะฮ์ท่านหนึ่งได้ลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีและเกรียติยศของท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ด้วยการประพันธ์บทกวีสรรเสริญท่านร่อซู้ล และตอบโต้บทกวีที่กล่าวเสียดสีท่านร่อซู้ลอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด และบทกวีของเขาก็เต็มไปด้วยศิลปะแห่งการประพันธ์บทกวีอย่างแท้จริง บุคคลผู้นี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากกวีเอกผู้ได้รับฉายานามว่า กวีคู่กายของท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) (شاعر الرسول) หัซซาน บิน ษาบิต

หัซซาน บิน ษาบิต มีชื่อเต็มว่า อะบุ้ลวะลีด หัซซาน บิน ษาบิต บิน อัลมุนซิร สืบเชื้อสายมาจากอาหรับเผ่าคอซรอ๊จ และเป็นชาวอันศอร ซึ่งต้นตระกูลของเขาอพยพมาจากยะมัน (เยเมน) มาตั้งรกรากในนครมะดีนะฮ์ร่วมกับอาหรับเผ่าเอาซฺ หัซซาน บิน ษาบิตเกิดที่นครมะดีนะฮ์ โดยเขามีชีวิตอยู่ในยุคญาฮิลียะฮ์ 60 ปี และยุคอิสลามอีก 60 ปี รวมอายุขัยทั้งหมด 120 ปี เขาเติบโตมาจากสายตระกูลที่มีเกรียติ ก่อนที่เขาจะเข้ารับอิสลามเขามีความชื่นชอบบทกวีเป็นอย่างมาก เขามักจะประพันธ์บทกวีเป็นประจำ มีรายงานว่าหัซซานได้สมรสกับซีรีน บุตรสาวของซัมอูน ซึ่งเป็นพี่น้องกับมารียะฮ์ กิบฏียะฮ์ภรรยาของท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) โดยท่านร่อซู้ลเป็นผู้ยกให้ หัซซาน บิน ษาบิต ถือได้ว่า เป็นนักกวีที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งในยุคนั้น และเราสามารถเรียกเขาได้ว่าเป็นนักกวีในกลุ่มมุค๊อฎร่อมูน ( مُخَضْرَمُوْنَ  ) ซึ่งหมายถึงนักกวีที่มีชีวิตอยู่ทั้งในยุคญาฮิลียะฮ์และยุคอิสลาม

ก่อนที่หัซซาน บิน ษาบิตจะเข้ารับอิสลามนั้น เมืองมะดีนะฮ์ในเวลานั้นมักจะเกิดสงครามระหว่างอาหรับเผ่าต่างๆอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามระหว่างเผ่าคอซร๊อจกับเผ่าเอาวซฺ ซึ่งสงครามที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เป็นเพียงสงครามที่ใช้อาวุธในการประหัดประหารกันอย่างเดียว แต่พวกเขายังใช้บทกวีกล่าวเสียดสีและให้ร้ายฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย หัซซานเป็นตัวแทนของเผ่าคอซร๊อจในการตอบโต้คำเสียดสีของเผ่าเอาวซฺด้วยบทกวี นอกจากนั้นแล้วหัซซานยังเคยประพันธ์บทกวีสรรเสริญบรรดากษัตรย์และชนชั้นปกครองของเมืองต่างๆจนมีชื่อเสียงและมีชีวิตที่สุขสบายจากทรัพย์สมบัติที่ได้เป็นรางวัลมาจากการประพันธ์บทกวี

 

islam-21st-century-and-the-stereotype-pkkh

 

มีรายงานว่า เมื่อท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) อพยพไปยังเมืองมะดีนะฮ์เรียบร้อยแล้ว บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้จ้างวานท่านหัซซาน บิน ษาบิตเพื่อประพันธ์บทกวีเสียดสีท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ระหว่างทางที่ท่านร่อซู้ลกำลังจะเดินผ่าน เมื่อท่านร่อซู้ลปรากฏตัวขึ้น ท่านหัซซานได้เห็นท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ก้าวเท้าเดินด้วยพระจริยวัตรที่งดงาม และรัศมีที่เจิดจรัส เขารู้ทันทีเลยว่าชายผู้นี้คือศาสนฑูตของพระผู้เป็นเจ้าอย่างแน่นอน เขาจึงกลับไปยังเหล่าบรรดาผู้ปฏิเสธชาวกุเรชทั้งหลายพร้อมกับคืนค่าจ้างต่างๆทั้งหมด และประกาศตนเข้ารับอิสลามพร้อมกล่าวคำปฏิญานตนว่า ” ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์อัลลอฮ์ และศาสดามูฮัมหมัดนั้นเป็นศาสนฑูตของพระองค์ “

ถ้าเราได้ศึกษาบทกวีของหัซซาน บิน ษาบิต เราก็จะพบว่าบทกวีของเขามีความโดดเด่นในเรื่องการสรรเสริญ ถึงแม้ว่าเราจะพบว่าบทกวีของเขาบางบทมีการพูดถึงเรื่องชู้สาวอยู่บ้างก็ตามในช่วงก่อนที่เขาจะเข้ารับอิสลาม สำนวนที่ใช้มีพลังและเต็มไปด้วยวาทะศิลป์ แต่ทว่าหลังจากที่เขาได้เข้ารับอิสลามแล้ว บทกวีส่วนใหญ่ของเขาที่ถูกประพันธ์ขึ้นมานั้นมุ่งเน้นในเรื่องการปกป้อง และสรรเสริญท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) รวมถึงบรรดาค่อลีฟะฮ์ สำนวนที่ใช้มีพลังแฝงความอ่อนโยน และที่สำคัญที่สุดสอดคล้องกับหลักคำสอนที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอานและอัลหะดีษ จนเป็นที่ยอมรับตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย เราลองมาดูตัวอย่างบทกวีสรรเสริญท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ของท่านหัซซาน บิน ษาบิตพร้อมความหมายภาษาไทยโดยสรุป

نَبيٌّ أتَانَا بَعْــــــــــــــــــــــــــــدَ يَأسٍ وَفَـــــــــــــــــــــــــــــتْرَة  ……. منَ الرسلِ، والأوثانِ في الأرضِ تعبدُ

หลังจากสิ้นหวัง หมดหวัง และผ่านช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากการมีศาสนฑูต ผู้คนก็พากันกราบไหว้รูปปั้น มีนบีท่านหนึ่งถูกส่งมายังพวกเรา (หมายถึงท่านศาสดามูฮัมหมัด ซ.ล.)

 فَأمْسَى سِـــــــــــــــــــــرَاجاً مُسْتَنيراً وَهَادِياً  ………يَلُوحُ كـــــــــــــــــــــــما لاحَ الصّقِيلُ المُهَنَّدُ

ท่านนบีนั้นได้กลายเป็นตะเกียงที่ส่องแสงสว่างและชี้นำผู้คนทั้งหลายสู่หนทางที่เที่ยงตรง ท่านได้ส่องแสงสว่างแวววาวประดุจดังดาบที่ถูกตีมาจากเหล็กชั้นดีของอินเดียส่องแสงระยิบระยับสะดุดตาเมื่อกระทบกับแสงแดด

 وأنذرنا نــــــــــــــــــــــــــــــــــــــــــــــــــاراً، وبشرَ جـــــــنة  ……..وعلمــــــــــــــــــــــــــــــنا الإسلامَ، فاللهَ نحمدُ

ท่านนบีนั้นได้แจ้งข่าวร้ายให้พวกเราได้ทราบถึงนรกที่ถูกเตรียมเอาไว้สำหรับผู้ที่ประพฤติผิด ในขณะเดียวกันก็แจ้งข่าวดีให้พวกเราทราบถึงสวรรค์ที่ถูกเตรียมเอาไว้สำหรับผู้ประพฤติดี อีกทั้งท่านนบียังได้สอนพวกเราให้เรารับรู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอิสลาม ดังนั้นพวกเราขอสรรเสริญพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.)

تَعَالَيْتَ رَبَّ الناسِ عن قَوْل مَن دَعا …….سِــــــــــــــــــــــــــــــــــــــــوَاكَ إلهاً، أنْتَ أعْلَى وَأمْجَدُ

พระผู้ทรงอภิบาลนั้นพระองค์ทรงสูงส่งกว่าคำพูดของบุคคลที่เรียกร้องสู่การสักการะพระเจ้าอื่นนอกจากพระองค์ท่าน พระองค์ทรงสูงส่งและสง่างามยิ่งนัก

 لكَ الخلــــــــــــــــــــــقُ والنعماءُ، والأمرُ كلهُ  …….فإيّاكَ نَسْتَهْدي، وإيّاكَ نَــــــــــــــــــــــــــــــــــــعْبُدُ

สรรพสิ่งทั้งมวลรวมถึงความเมตตาและความโปรดปรานทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นสิทธิของพระองค์ และพวกเราจะวิงวอนขอต่อพระองค์ท่านเท่านั้นให้ชี้ทางนำที่เที่ยงตรง และพระองค์ท่านเท่านั้นที่พวกเราจะสักการะกราบไหว้

وأَحْسَنُ منكَ لم تَرَ قط عَيْنِيْ ………………. وأجملُ منكَ لم تَلِدِ النِّساءُ

สองตาของฉันไม่เคยเห็นชายใดที่ดีกว่าท่าน (หมายถึงท่านศาสดามูฮัมหมัด ซ.ล.) และไม่มีผู้หญิงคนใดให้กำเนิดผู้ที่งดงามไปกว่าท่าน

خُلِقْتَ مبرءاً من كلِّ عَيْب ……………. كأنَّك قد خُلِقْتَ كما تشاءُ

ท่านนั้นถูกให้บังเกิดขึ้นมาโดยปราศจากข้อบกพร่อง ประหนึ่งว่าท่านถูกสร้างมาตามความต้องการของท่าน

 

prophet-muhammad-pbuh-messanger-of-allah

 

หัซซาน บิน ษาบิตเสียชีวิตที่นครมะดีนะฮ์ในวัย 120 ปี ในยุคที่ท่านอาลี บุตร อะบีฏอลิบเป็นค่อลีฟะฮ์ แต่มีนักประวัติศาสตร์บางท่านมีความเห็นว่าท่านหัซซานนั้นเสียชีวิตในช่วงที่ท่านมุอาวียะฮ์ บุตร อะบีซุฟยานดำรงค์ตำแหน่งเป็นค่อลีฟะฮ์ หลังจากที่เขาคอยปกป้องอิสลาม ปกป้องท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) อันเป็นที่รักของเขาด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ และมุ่งมั่น สมควรอย่างยิ่งที่เยาวชนรุ่นหลังจะได้ศึกษาชีวประวัติและผลงานการประพันธ์บทกวีของท่านหัซซาน บิน ษาบิต (ร.ฎ)

 

ขอขอบคุณ : ผศ.ดร. สมชาย (ฮัสบุ้ลเลาะหฺ) เซ็มมี