1. บรรดาอุละมาอ์(ญุมฮูร)ถือว่ามักโระฮ์..

2. บางอุละมาอ์..ถือว่าสุนัต..หากการหลับตานั้นนำมาซึ่งการคุชัวะ..

3. ท่านอิหม่ามนะวาวีย์ชี้แจงไว้ในมัจญ์มัวะอ์ซึ่งมีความว่า..
         อนึ่ง..การหลับตาในละหมาด ท่านอับดะรีย แจงว่าจากกลุ่มของพวกเรา ในเรื่องการแตกต่างเกี่ยวกับการเหนียตของอิหม่ามและมะมูม มักโระฮ แก่ผู้ละหมาด ทำการหลับตาทั้งสองข้างของเขาในละหมาด เขากล่าวว่า ท่านฏ้อฮาวีย์กล่าว่า มันคือมักโระฮ์ ณ มัษหับของพวกเราเช่นกัน และเป็นทัศณะของท่านเษารีย์..

         ท่านอิหม่ามมาลิก แจงว่า ไม่เป็นไรหรอกในการหลับตา ในละหมาดฟัรฏูหรือละหมาดสุนัต แต่ที่ถูกคัดเลือกในการนำปฏิบัต คือการหลับตาในละหมาดไม่เป็นที่มักโระฮ์ หากไม่กลัวเกิดอันตราย เนื่องจากการหลับตา มันนำมาซึ่งการคุชัวะอ์ ใจไม่ออกนอกละหมาด หักห้ามจากการสอดสายตาไปยังสิ่งอื่นๆ สติไม่กระเจิง เรียกได้ว่ามีทัศนะหลากหลายในเรื่องดังกล่าว..

4. หลังจากได้ทบทวน จึงขอไห้ความเห็นว่า..
         หากหลับตาแล้วทำให้ใจอยู่ในละหมาด จิตไม่กระเจิง แหละปลอดภัยจากอันตราย ย่อมเป็นการดี
หากไม่หลับตา ใจก็คงแน่นแฟ้นในละหมาด และระงับสายตาได้จากการมองไปยังสิ่งต่างๆ ก็ถือว่าถูกต้อง งั้นเวลาละหมาดให้มองที่สุญูด เวลาอัตตะฮี้ยา มองไปที่นิ้ว จักได้มาซึ่งความคุชัวะอ์ในละหมาด..

         โปรด..ได้อย่าให้สองตาเป็นเช่นไม้กวาด..ละหมาดที่มัสยิดเห็นกระทั้งใยแมงมุมบนหลังคามัสยิด ละหมาดที่บ้านเห็นกระทั้งยุงบินผ่าน เช่น ไม้กวาดมัสยิดแหละบ้านคงสะอาดน่าดู เพราะงั้นไปละหมาด มิใช่ไปสำรวจคนที่ไปละหมาดด้วยกัน..บางท่านละหมาดเสร็จรู้ไปหมดว่า ข้างซ้าย ข้างขวา ข้างหน้า ข้างหลัง เขาทำอะไรบ้าง ตกลงว่าเขาไปละหมาดหรือไปดูคนละหมาด เอางี้ ตาใครตามัน ใจใครใจมัน ข้อสำคัญ ตาของเราใจของเราอยู่กับอัลลอฮฺในละหมาดหรือไม่ก็เท่านั้นเอง….

 

ขอขอบคุณอาจารย์อาลี กองเป็ง

แบ่งปัน