ไฟแผ้วถางที่ดินเพื่อการเพาะปลูกกำลังลุกลามเกินควบคุมบนเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว โดยจาการ์ตาได้ส่งกองกำลังความมั่นคงและเครื่องบินทิ้งระเบิดน้ำไปจัดการ โดยไฟป่าอินโดนีเซียเป็นปัญหาประจำปี แต่ในปีนี้เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 เมื่อมันทำให้เกิดวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมร้ายแรง และยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของไฟป่าทั่วโลกที่ทำให้ปัญหาโลกร้อนรุนแรงขึ้น

ในวันที่ 18 ก.ย. 62 คุณภาพอากาศร่วงสู่ระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก” ในดัชนีมลพิษทางอากาศของรัฐบาลบริเวณแนวชายฝั่งตะวันตกของแหลมมาเลเซียจนถึงฟากตะวันออกของสุมาตรา และเส้นขอบฟ้าของกรุงกัวลัมเปอร์ถูกปกคลุมด้วยควันหนา ทำให้โรงเรียนกว่า 1,200 แห่งถูกปิดเนื่องจากมลพิษทางอากาศทั่วประเทศ อ้างยอดตัวเลขจากเจ้าหน้าที่การศึกษาท้องถิ่น

รัฐที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ สลังงอร์ นอกกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมีโรงเรียนปิด 538 แห่ง และซาราวักบนเกาะบอร์เนียวที่มีโรงเรียนปิด 337 แห่ง โรงเรียนหลายร้อยแห่งในรัฐอื่นๆ หลายรัฐในแหลมมาเลเซียก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

คุณภาพอากาศในสิงคโปร์ตกต่ำสู่ระดับไม่ดีต่อสุขภาพ โดยมีควันสีขาวลอยตัวเหนือนครรัฐแห่งนี้ ทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นว่า การแข่งขันฟอร์มูลาวันสุดสัปดาห์นี้อาจได้รับผลกระทบ

ผู้จัดการแข่งขันกล่าวว่า หมอกควันคือหนึ่งปัญหาในแผนฉุกเฉินของพวกเขาสำหรับการแข่งขันสำคัญช่วงกลางคืนในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. โดยรัฐบาลอินโดนีเซีย ยืนกรานว่า พวกเขากำลังทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อต่อสู้กับไฟป่า โดยประธานาธิบดี โจโค วิโดโด กล่าวในระหว่างการเยือนทพื้นที่ประสบภัยบนเกาะสุมาตราวันที่ 17 ก.ย. ว่า “เราพยายามทุกวิถีทาง”

แต่ไฟป่าในปีนี้รุนแรงมากขึ้นจากสภาพอากาศแห้งแล้ง และผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะดับมันได้จนกว่าจะถึงต้นฤดูฝนในเดือนตุลาคม

ในวันที่ 18ก.ย. หน่วยงานอุตุนิยมวิทยา สภาพอากาศ และธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซีย กล่าวว่า จุดความร้อนสูงกว่า 1,000 จุดที่ถูกตรวจพบโดยดาวเทียมซึ่งน่าจะเป็นไฟป่า ส่วนใหญ่อยู่บนเกาะสุมาตรา

คุณภาพอากาศพุ่งสู่ระดับอันตรายในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักของแดนอิเหนา ทำให้ต้องมีการปิดโรงเรียนและยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากทัศนวิสัยย่ำแย่

 

ที่มา : MGR Online

แบ่งปัน