1.ซะกาตฟิตเราะห์คืออะไร? สถานภาพของฟิตเราะห์เป็นอย่างไร? ใครบ้างที่ต้องบิรจาคซะกาตฟิตเราะห์?

ซะกาตฟิตเราะห์คือ ทานที่มุสลิมทุกคนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หญิงหรือชาย ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงของเดือนรอมฎอนและเซาวาล และมีทรัพย์คืออาหารหลักของประเทศเกินความพอเพียงกับตนเองและครอบครัวในวันและคืนอีด(วันอีดและค่ำลง) ดังนั้น คนที่เสียชีวิตในรอมฎอน หรือเด็กที่เกิดหลังดวงอาทิตย์ตกดินคือวันอีด(รุ่งขึ้น) หรือคนทำงานมีเงินเดือน แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องออกซะกาตฟิตเราะห์(คืนวันอีด) เงินเดือนยังไม่ออกและไม่มีทรัพย์อื่นๆอีก กรณีดังกล่าวนั้นเขาไม่จำเป็นต้องออกซะกาตฟิตเราะห์ เพราะขาดเงื่อนวายิบซะกาตฟิตเราะห์

ซะกาตฟิตเราะห์ ถือเป็นวายิบที่มุสลิมทุกคนต้องบริจาคไม่ว่าเขาจะมีครบพิกัดซะกาตหรือไม่ ตามทัศนะส่วนใหญ่ของนักวิชาการเช่นมัซฮับซาฟิอี เพราะหะดิษในบันทึกของบุคอรีและมุสลิม ซึ่งรายงานโดยอินุอุมัร(ร.ฎ.) ความว่า “ศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ซ.ล.) ได้กำหนดให้มุสลิมทุกคน ทั้งทาส ไท ชาย หญิง เด็กและผู้ใหญ่ ทำทานฟิตเราะห์ หนึ่งศออ์ (4 ทะนาน) จากอินทผลัม หรือข้าวบาร์เล่ห์ และให้ทำทานฟิตเราะห์ก่อนที่คนจะออกไปละหมาดอีด”

สำหรับเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา ไม่วายิบแต่เป็นสุนัตตามทัศนะของอาหมัด เพราะท่านคอลีฟะห์อุสมาน(ร.ฎ.) ถือปฏิบัติมาและไม่มีสาวกโต้แย้งคัดค้าน

 

2.เมื่อใดจะออกซะกาตฟิตเราะห์ และบริจาคให้กับใคร

เวลาที่จำเป็น (วายิบ) ต้องออกซะกาตฟิตเราะห์ คือ คืนวันอีด ที่ดีควรออกตอนเช้าวันอีด ก่อนออกไปละหมาด แต่ก็อนุญาตให้ออกได้เมื่อเข้ารอมฎอน ในมัซฮับซาฟิอี มัซฮับอื่นๆ อนุญาตให้ออกได้ก่อนหมดรอมฎอนหนึ่งหรือสองวัน และถ้าออกหลังละหมาดอีดโดยไม่มีเหตุจำเป็นถือว่ามักรู๊ห์ และถ้าพ้นวันอีดถือว่าหะรอม จะตกเป็นกอฎออ์ เพราะท่านนบี (ซ.ล.) สั่งให้ทำทานฟิตเราะห์ก่อนละหมาดอีด (ตามหะดีษอุมัรที่กล่าวแล้ว) และอิบนุอับบาส (ร.ฎ.) กล่าวว่า “ผู้ใดบริจาคซะกาตฟิตเราะห์ก่อนละหมาดอีด ถือว่าเป็นฟิตเราะห์ที่ถูกรับ และผู้บริจาคหลังละหมาดอีด ถือว่าเป็นการบริจาคธรรมดาทั่วๆ ไป” (บันทึกโดยอะบูดาวูด)

สำหรับผู้ที่รับซะกาตฟิตเราะห์คือ บุคคลทั้ง 8 จำพวกที่อัลกุรอานระบุแต่ที่ท่านนบี (ซ.ล.) เน้นก็คือ บรรดาคนยากคนจน เพราะจะทำให้พวกเขามีส่วนสนุกสนานในวันอีดเหมือนกับคนทั่วๆ ไป จะได้ไม่มีความรู้สึกน้อยใจว่าวันอีดซึ่งเป็นวันรื่นเริงนี้ เป็นวันของคนร่ำรวยเท่านั้น

 

1211

 

3.อาหารประเภทใดที่จะใช้ออกเป็นซะกาตฟิตเราะห์? และจำนวนเท่าใด?

บรรดาอาหารที่มีระบุในหะดีษไม่มากนัก เช่น อินทผาลัมแห้ง (ตะมัร) องุ่นแห้ง (ซะบี๊บ) ข้าวสาลี ข้างบาร์เล่ห์ เป็นต้น ที่ดีสุดที่บรรดาสาวกใช้ออกซะกาตฟิตเราะห์คือ อินทผาลัม เพราะมันเป็นทั้งอาหาร ยารักษาโรค และของหวานสำหรับมนุษย์ทั้งคนจนและคนรวย ดังนั้น สองอิหม่ามคือ มาลิกและอาหมัด บอกว่า การออกซะกาตฟิตเราะห์ด้วยอินทผาลัมดีประเสริฐกว่าอาหารประเภทอื่นๆ แต่ถ้าไม่มีอาหารประเภทดังกล่าว ก็ให้ใช้อาหารหลักของประเภทนั้นๆ อย่างประเทศไทยก็เป็นข้าวสารจ้าว ออกซะกาตฟิตเราะห์ สำหรับจะออกข้าวชนิดใดนั้นขอแนะนำว่า ถ้าปกติเรารับประทานชนิดใดก็ให้ออกเป็นชนิดนั้น และถ้าจะออกข้าวชนิดที่ดีกว่าก็จะเป็นการดี แต่ไม่ควรออกชนิดที่คุณภาพต่ำกว่าที่เคยรับประทานปกติ

ส่วนจำนวนนั้นตามหลักฐาน ให้ออก 1 ศออ์ คือ 4 มุด (ทะนาน) ต่อคน หากจะชั่งเป็นน้ำหนักก็ประมาณ 2.5 กิโลกรัม และถ้าจะออกให้เกินกว่านี้ เช่น ถุงละ 3 หรือ 5 กิโลกรัมก็ได้ ส่วนที่เกินนั้นกลายเป็นบริจาคทานธรรมดาไป

 

4.สภานภาพละหมาดอีดิลฟิตริคืออย่างไร? เริ่มละหมาดได้เมื่อใด? และสถานที่ละหมาดจะละหมาดที่ในมัสยิดหรือที่สนาม?

การละหมาดอีดถือเป็นฟัรดูกิฟายะห์หรือสุนัตมุอักกั้ด ในมัซฮับซาฟิอี เพราะเป็นการปฏิบัติของท่านนบี (ซ.ล.) เป็นประจำ นับแต่ปีที่สองของฮิจเราะห์ศักราช และการละหมาดอีดเป็นสัญลักษณ์เปิดเผยของศาสนาอิสลาม

การละหมาดอีดมี 2 รอกาอัต กระทำได้ทั้งละหมาดคนเดียวและเป็นหมู่คณะ ที่ประเสริฐคือให้ละหมาดรวมกันเป็นหมู่คณะทั้งหญิงและชาย เริ่มเวลาละหมาดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นวันอีด ที่ดีที่สุดควรรอให้ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงมองด้วยสายตาเท่ากับด้ามหอกหรือประมาณ 2 เมตร

ส่วนจะละหมาดที่ไหนนั้น ถ้าอยู่ที่มักกะห์สุนัตให้ละหมาดที่มัสยิดอัลหะรอม หากอยู่บ้านเรา มัซฮับซาฟีอีควรละหมาดในมัสยิดโดยเฉพาะเวลาฝนตก เพราะจะได้มีการเอี๊ยะอ์ติกาฟ และละหมาดสุนัตตะฮียะตุ้ลมัสยิดได้ด้วย แต่ถ้าไม่สะดวกเช่นมัสยิดคับแคบ และไม่ใช่หน้าฝนควรออกไปละหมาดที่สนามใกล้มัสยิดหรือกลางท้องทุ่ง

 

eid

 

  1. มารยาทวันอีดและออกไปละหมาดอีดมีอะไรบ้าง?

นักวิชาการมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า มารยาทวันอีดนั้นคือ อาบน้ำสุนัตก่อนไปละหมาด ออกไปมัสยิดด้วยการแต่งตัวที่สะอาดเรียบร้อย ใส่เครื่องหอม รับประทานอาหารนิดหน่อยก่อนออกไปละหมาด อาหารที่ควรทานหากมีก็คือ อินทผลัมสักสามหรือห้าหรือเจ็ดผล ให้มีการนับตัรบีรนับแต่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าคืนอีดจนกระทั่งละหมาดอีด ถ้อยคำตักบีรคือ “อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร ลาอิลาฮะอิลลั้ลลอฮุวัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัรวะลิ้ลลาฮิ้ลหัมดุ์”

ชายให้กล่าวออกเสียงดังๆ ส่วนหญิงให้กล่าวค่อยๆพอตนได้ยิน ครั้นเมื่อถึงยังสถานที่ละหมาดหากเป็นมัสยิดให้ละหมาดเคารพมัสยิด(ตะฮียะตุ้ลมัสยิด) แต่ถ้าเป็นที่สนามหรือท้องทุ่งไม่ต้องละหมาดใดๆ นอกจากละหมาดอีดเท่านั้น เมื่อละหมาดอีดเสร็จอย่ารีบร้อนกลับ ควรจะฟังคุตบะห์ให้จบก่อน ซึ่งจะได้ทั้งความรู้และสุนัตที่ศาสนาส่งเสริม จากนั้นให้เดินทางกลับคนละทางกับที่ไป ส่วนสตรีก็มีสุนัตให้ไปละหมาดอีดโดยต้องแต่งตัวเรียบร้อย คลุมฮิญาบตามแบบฉบับอิสลาม ไม่แต่งตัวที่หรูหรา ฟู่ฟ่า หรือ สีฉูดฉาดเตะตาผู้ชาย และหากพวกเธอมีประจำเดือนก็ให้ไปได้ แต่ไม่ต้องละหมาด หากที่ละหมาดเป็นมัสยิดพวกเธอต้องไม่เข้ามัสยิด แต่ให้อยู่หน้าประตูมัสยิดหรือสนามหน้ามัสยิด

 

  1. การละหมาดอีดิลฟิตริ์ละหมาดอย่างไร?

ดังได้กล่าวไปแล้วว่า การละหมาดอีดนั้นมีสองรอกอัต จะละหมาดคนเดียวที่บ้านหรือจะละหมาดรวมกันที่มัสยิดหรือที่สนามก็ได้ การละหมาดอีดไม่มีการอะซานและอิกอมะห์ แต่ให้กล่าวบอกละหมาดว่า “อัซซอลาตุ้ ญามิอะห์” เพราะมีรายงานจากอิบนิอับบาส(ร.ฎ.) ในบันทึกของอะบูดาวุดความว่า “แท้จริงท่านนบี(ซ.ล.) ได้ละหมาดอีดโดยไม่มีอะซานและอิกอมะห์” และในบันทึกของอะบูดาวุดเช่นกัน ซุฮรี่ได้รายงานหะดิษความว่า “แท้จริงนบี(ซ.ล.) ได้ใช้ให้เรียกประชาชนสู่การละหมาดอีดและละหมาดขอฝนว่า : อัซซอลาตุ้ ญามิอะห์”

สำหรับวิธีละหมาด อีดิ้ลฟิตรีนั้น เริ่มที่การตักบีรร่อตุ้ลเอี๊ยะห์รอม พร้อมกับเจตนาละหมาดอีด จากนั้นให้อ่านดุอาอฺอิฟติตาห์ ตักบีรพร้อมกับยกมือเสมอไหล่ 7 ครั้งที่นอกจากตักบีรร่อตุ้ลเอี๊ยะห์รอม ในมัซฮับซาฟิอี(6 ครั้งในมัซฮับมาลิกีและอาหมัด ส่วนมัซฮับหะนะฟี รอกอัตแรก 3 ครั้งก่อนอ่าน และรอกอัตที่สอง 3 ครั้ง หลังจากอ่าน) ระหว่างตักบีรทั้ง 7 นั้น สุนัตให้อ่านตัสเบี๊ยะห์จำนวน 6 ครั้งว่า “ซุบฮานั้ลลอฮ์ วั้ลฮัมดุลิ้ลลาห์ ว่ะลาอิลาฮะอิลลั้ลลอฮ์ วั้ลลอฮุอักบัร” จากนั้นให้อ่านฟาติฮะห์และซูเราะห์ใดก็ได้ ที่ดีควรอ่านซูเราะห์ กอฟ หรือซูเราะห์ อัลอะอ์ลา ลงรุกู๊อ์ สุหยูด แล้วตักบีรขึ้นสู่รอกอัตที่สองเหมือนปกติ จากนั้นให้ยกมือตัรบีร 5 ครั้ง ไม่รวมตักบีรขึ้นจากสุหยูด ระหว่างตักบัรให้กล่าวตัสเบียะห์ เช่น รอกอัตที่หนึ่ง 4 ครั้ง แล้วอ่านฟาติฮะห์และซูเราะห์ใดก็ได้ แต่ที่ดีควรอ่านซูเราะห์อัลกอมัร หรือ อัลฆอซิยะห์ ลงรุกู๊อ์ สุหยูด อ่านอัตตะฮัยาแล้วให้สลาม ส่วนคนที่เป็นมะมูมไม่ต้องอ่านซูเราะห์ดังกล่าวให้อ่านเพียงฟาติฮะห์เท่านั้น

หากเกิดสงสัยในการตัรบีรทั้งและเจ็ดนั้นว่า ได้ตักบีรไปแล้วจำนวนเท่าใด ให้คิดคำนวนน้อยเป็นหลัก เช่น สงสัยว่าตักบีร 7 หรือ 6 ครั้ง ให้ถือเอาจำนวน 6 ครั้ง

ถ้ามีการลืมตักบีรดังกล่าว หากนึกได้ก่อนรุกุ๊ห์หรือหลังเข้าสู่การอ่าน ไม่ต้องกลับมาตักบีร และไม่ต้องสุหยูดซะห์วี หากนึกได้ขณะรุกุ๊ห์หรือหลังรูกุ๊ห์ ไม่ต้องกลับมาตักบีร และถ้ากลับมายืนเพื่อตักบีรถือว่าเสียละหมาด

มะมูม ที่มาที่หลังไม่ทันอิหม่ามขณะอ่านฟาติฮะห์หรือซูเราะห์ หลังตักบีรร่อตุ้ลเอียะห์รอม เขาไม่ต้องตักบีรดังกล่าวอีก ให้อ่านฟาติฮะห์อย่างเดียวในรอกอัตนั้น แต่ถ้ามาทันขณะอิหม่ามกำลังรุกุ๊ห์ เขาไม่ต้องทั้งตักบีรและอ่านฟาติฮะห์ให้รุกุ๊ห์ตามอิหม่ามไปเลย ถือว่าเขาได้รอกอัตนั้นด้วย หากมะมูมมาทันอิหม่ามในรอกอัตที่สองพอดี หลังเขาตักบีรเข้าละหมาดให้เขาตักบีรตามอิหม่ามจำนวน 5 ครั้ง (ไม่ใช่ 7 ครั้ง) เมื่ออิหม่ามให้สลามให้เขาขึ้นละหมาดอีกหนึ่งรอกอัต โดยให้ตักบีรหลังตักบีรยืน 5 ครั้ง แล้วละหมาดต่อไปจนจบ

 

ขอขอบคุณ : อาจารย์ ประสาน(ชารีฟ) ศรีเจริญ

 

harga-melonjak-beras-ketan-tak-laku-800-2017-09-19-164012_0

แบ่งปัน