pnoht600220001010901 pnoht600220001010902

สาธารณสุขอำเภอเบตง เผย พบการระบาดของโรค มือ เท้า ปาก ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา จำนวน 6 ราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิต พร้อมกำชับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ป้องกันควบคุมโรคตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง กล่าวว่า จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2560 พบผู้ป่วย 6,790 ราย ทั่วประเทศ ยังไม่พบผู้เสียชีวิตขณะนี้ ส่วนในพื้นที่ในพื้นที่ของอำเภอเบตง จังหวัดยะลานั้น พบผู้ป่วยของโรค มือ เท้า ปาก ส่วนใหญ่เป็นเด็ก อายุ 0-5 ปี พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนประถมศึกษา สถานการณ์โรคในขณะนี้พบผู้ป่วย จำนวน 6 ราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 19 กุมภาพันธ์ 2560 พบผู้ป่วยในเขตเทศบาลเมืองเบตง 2 ราย ตำบลยะรม 1 ราย ตำบลตาเนาะแมเราะ 2 ราย และตำบลอัยเยอร์เวง 1 ราย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่งสูงขึ้นอีก

โดยปัจจัยที่ระบาดของโรค มือ เท้า ปาก นั้น ส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้ประชาชนละเลยการล้างมือ รวมทั้งการมีฝนตกชุกในพื้นที่ภาคใต้ เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี พร้อมเร่งรัดรณรงค์ขอความร่วมมือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลในพื้นที่ ดำเนินการป้องกันควบคุมโรคตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

pnoht600220001010903 pnoht600220001010905

สาธารณสุขอำเภอเบตง กล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลดำเนินการ ดังนี้ 1.ตรวจคัดกรองเด็กเป็นประจําทุกวันในตอนเช้า 2.แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ โดยให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน 3.หลีกเลียงไม่ให้เด็กป่วยเล่นคลุกคลีกับเด็กปกติ และเมื่อป่วยควรพักรักษาอยู่ที่บ้าน 4.ให้เด็กล้างมือบ่อยๆ หรือทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งสกปรก ปนเปื้อนเชื้อโรค ได้แก่ ก่อนรับประทานอาหารหลังเข้าห้องส้วม ก่อนและหลังทํากิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ทําความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ ของใช้ ของเล่น เป็นประจําทุกสัปดาห์ และทุกครั้งที่พบมีเด็กป่วย 5.หากพบเด็กป่วยเป็นโรค มือ เท้า ปาก ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านทันที

สำหรับโรค มือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส ผู้ป่วยจะมีไข้ มีจุดหรือผื่นแดงอักเสบในปาก ที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม และเกิดผื่นแดง ตุ่มพองใสรอบๆ แดงที่บริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ และฝ่าเท้า โรคนี้รักษาตามอาการ ได้แก่ การให้ยาลดไข้ กระตุ้นให้รับประทานอาหาร ให้อาหารเหลวหรืออาหารที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น ไอศกรีม ให้ยาทาแผลในปาก เป็นต้น โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นภายใน 5-7 วัน ในเด็กทารกและเด็กเล็กอายุตํ่ากว่า 5 ปี บางรายอาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ก้านสมองอักเสบ ปอดบวมนํ้า กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และระบบหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวและทำให้เสียชีวิตได้ สัญญาณอันตราย ได้แก่ ไข้สูงไม่ลดลง ซึม อาเจียนบ่อย หอบ และแขนขาอ่อนแรง เกิดภาวะอัมพาตคล้ายโปลิโอ ให้รีบพบแพทย์ทันที

ที่มา : กรมประชาสัมพันธ์

แบ่งปัน