สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมรองรับคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านติดต่อระหว่างประเทศ ทั้ง 5 ด่าน ได้แก่ ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ด่านอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ด่านอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ด่านวังประจัน และด่านตำมะลัง ท่าเรือสตูล จังหวัดสตูล โดยเริ่มเดินทางเข้ามาตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2563 วันละประมาณ 350 คน

นายแพทย์เฉลิมพล โอสถพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา กล่าวว่า กลุ่มคนไทยที่เดินทางมาส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทย ที่ไปประกอบอาชีพในประเทศมาเลเซีย ซึ่งคนไทยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค COVID-19 โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ถึงวันที่ 14 เมษายน 2563 พบว่าเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 307 ราย ในจำนวนนี้พบเป็นผู้ป่วยยืนยัน COVID-19 เพียง 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.9 ต่างจากกลุ่มที่ไปร่วมกิจกรรมรวมกลุ่มทางศาสนาที่มีผลบวกสูงถึงร้อยละ 29.3

ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ขอย้ำความมั่นใจในการดำเนินการคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยผู้เดินทางมาจากประเทศมาเลเซียทุกคน จะต้องมีเอกสารยืนยันจำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย

1.หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศ ออกโดยสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศที่พำนัก

2.ใบรับรองแพทย์ ออกโดยแพทย์จากประเทศมาเลเซีย ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมง

และ 3.ผู้เดินทางผ่านแดนจะต้องลงนามยินยอมการกักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนด (Local Quarantine) เป็นเวลา 14 วัน หากเอกสารไม่ครบถ้วนจะไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ

และเมื่อเดินทางถึงด่านชายแดนจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร ทุกคนจะต้องผ่านจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิกาย ประเมินอาการ จัดที่นั่งพักสำหรับคนมีไข้ กรณีมีไข้จะได้รับการตรวจเพิ่มเติมจากแพทย์ รวมทั้งผ่านจุดกรอกประวัติเบื้องต้น ผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนในอาคารอีกครั้ง สำหรับคนที่มีอาการปกติจะถูกส่งไปกักตัวในสถานที่ของแต่ละจังหวัดตามภูมิลำเนา โดยจะมีรถที่ราชการจัดให้บริการรับส่งถึงที่พัก ขณะอยู่ในที่พักผู้กักตัวทุกคนอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ มีการติดตามอุณหภูมิและอาการในระหว่างการกักตัว รวมถึงการวางแผนส่งกลับหลังกักตัวครบ 14 วัน ส่วนคนที่มีอาการผิดปกติ จะดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดต่อไป ทั้งนี้ สัมภาระของผู้เดินทางจะได้รับการฆ่าเชื้อทุกชิ้น

“…ขอย้ำพี่น้องประชาชน อย่าเพิ่งตื่นตระหนก กับเหตุการณ์คนไทยกลับจากมาเลเซีย เนื่องด้วยคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่ำ อีกทั้งคนกลุ่มนี้ไม่ได้เข้าร่วมในพิธีชุมนุมชนต่าง ๆ ที่มีคนจำนวนมาก ขอให้มั่นใจการคัดกรองผู้เดินทางทุกคนอย่างละเอียดเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข…”

สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้เน้นการเว้นระยะห่างทางกายภาพ (Physical Distancing) รวมทั้งกินร้อน ใช้ช้อนกลางตัวเอง สวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า และการล้างมือด้วยสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ที่มา :ThaiNews

แบ่งปัน