เอเจนซีส์ – ศาลอิสลามมาเลเซียสั่งเลื่อนการลงโทษโบยคู่รักเลสเบี้ยนในความผิดฐานมีเซ็กซ์กับเพศเดียวกันออกไปก่อนในวันนี้ (28 ส.ค.) ขณะที่นักสิทธิมนุษยชนหวังว่าคำสั่งดังกล่าวจะช่วยให้พวกเขามีเวลามากพอที่จะยับยั้งบทลงโทษได้

บรรดาเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศ (LGBT) ในแดนเสือเหลืองมักถูกเล่นงานอยู่เสมอ เนื่องจากกฎหมายมาเลเซียถือว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศเป็นความผิดอาญา และเป็นภัยต่อค่านิยมของคนส่วนใหญ่ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม

ผู้ต้องหาซึ่งอายุ 22 และ 32 ปี ถูกตำรวจศาสนาจับกุมเมื่อเดือน เม.ย. ที่รัฐตรังกานู ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งยังคงความเป็นอนุรักษนิยมสูงที่สุดแห่งหนึ่งในมาเลเซีย โดยสตรีทั้งสองรับสารภาพว่าละเมิดกฎหมายอิสลามโดยการมีเพศสัมพันธ์กัน และศาลได้พิพากษาให้ทั้งคู่ถูกปรับเงิน 3,300 ริงกิต (ราว 26,000 บาท) และโบยอีกคนละ 6 ครั้ง โดยมีกำหนดลงโทษในวันอังคารที่ 28 ส.ค.

คดีนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และองค์กรสิทธิพลเมืองก็ประณามคำสั่งโบยหญิงทั้งสองว่าเข้าข่ายทรมาน (torture)

ล่าสุด หนังสือพิมพ์เดอะสตาร์รายงานวันที่ 28 ส.ค. ว่า ศาลสูงชารีอะห์แห่งรัฐตรังกานูได้สั่งเลื่อนการลงโทษไปเป็นวันที่ 3 ก.ย. โดยอ้าง ‘เหตุผลทางด้านเทคนิค’ ซึ่งทาง นูรุลฮุดา อับดุลเราะห์มาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนของศาล ให้สัมภาษณ์ว่า “การลงโทษต้องอาศัยความร่วมมือจาก 2-3 หน่วยงาน และมีปัญหาทางเทคนิคที่ยังแก้ไม่ได้”

ธิลากา สุลาธิเรห์ (Thilaga Sulathireh) หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มปกป้องสิทธิคนข้ามเพศ Justice for Sisters ระบุว่า การที่ศาลสั่งเลื่อนการลงโทษอาจช่วยให้นักเคลื่อนไหวมีเวลาพอที่จะยับยั้งคำพิพากษาได้

“เรามีเวลาเจรจาต่อรองเพิ่มขึ้นนิดหน่อย และดูว่าการพูดคุยนี้จะเพิ่มแรงกดดันหรือเปลี่ยนความคิดที่ผู้คนมีต่อบทลงโทษเช่นนี้ได้หรือไม่” เธอกล่าว

องค์กรเพื่อสิทธิพลเมืองยอมรับว่า ชุมชน LGBT ในมาเลเซียตกเป็นเหยื่อความไม่อดทนอดกลั้น (intolerance) มากยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อย่างเช่นกรณีของหญิงสาวข้ามเพศรายหนึ่งซึ่งถูกรุมทำร้ายที่เมืองเซเรมบัน (Seremban) เมื่อวันที่ 15 ส.ค.

เมื่อต้นเดือนนี้ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการอิสลามของมาเลเซียก็สั่งให้ปลดรูปถ่ายนักเคลื่อนไหว 2 คนออกจากงานแสดงภาพถ่ายที่รัฐปีนัง โดยอ้างว่าทั้งสองสนับสนุนกิจกรรมของ LGBT

 

ที่มา : mgronline.com

แบ่งปัน