ผู้พิพากษาหนุนคำร้องของอัยการที่ร้องขอการสอบสวนในข้อกล่าวหาการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและการข่มเหงรังแกจากเหตุการณ์การปราบปรามของทหารต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮีนจาในปี 2560 ซึ่งการตัดสินใจของศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี (ICC) มีขึ้นหลังนางอองซานซูจี ตกเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกระบุชื่อในการยื่นฟ้องที่อาร์เจนตินาเกี่ยวกับอาชญากรรมต่อชาวโรฮีนจา ทั้งนี้ชาวโรฮีนจามากกว่า 740,000 คน จำต้องหลบหนีข้ามแดนไปอาศัยในค่ายแออัดที่บังกลาเทศ จากความรุนแรงที่ผู้สืบสวนของสหประชาชาติระบุว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ศาลไอซีซี ที่กรุงเฮก ระบุว่า ได้อนุญาตให้อัยการดำเนินกระบวนการสอบสวนข้อกล่าวหาการก่ออาชญากรรมภายในขอบเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับพม่า ที่ยังรวมถึงข้อกล่าวหาของความรุนแรงที่กระทำอย่างเป็นระบบ การเนรเทศที่เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการกดขี่ข่มเหงในเรื่องศาสนาหรือชาติพันธุ์ต่อชาวโรฮิงญา ซึ่งพม่าได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้มาโดยตลอด

พม่าไม่ได้เป็นสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ศาลระบุเมื่อปีก่อนว่ามีขอบเขตอำนาจต่อคดีการก่ออาชญากรรมต่อชนกลุ่มน้อยโรฮีนจาเพราะบังกลาเทศ ที่ชาวโรฮีนจาอาศัยอยู่ในฐานะผู้ลี้ภัย เป็นสมาชิกศาล โดย “ฟาโต เบนโซดา” หัวหน้าอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ ได้รับอนุญาตให้เปิดการสอบสวนเบื้องต้นกรณีพม่าในเดือน ก.ย.2561 และยื่นขอดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบในเดือน ก.ค.2562

เบนโซดา ระบุว่า “รู้สึกยินดีกับการตัดสินใจของศาล และระบุว่า เป็นการพัฒนาที่สำคัญและส่งสัญญาณบวกไปถึงผู้ที่เป็นเหยื่อของอาชญากรรมอันโหดร้ายในพม่าและที่อื่นๆ”

 

ที่มา : MGR Online

แบ่งปัน